ตอนที่ 24 เวรล่ะ
“ว่าไงนะ!!! หมายเลขสี่อาจตายไปแล้ว”
“ขอรับข้าคิดว่าหมายเลขสี่ตายไปแล้ว”
“ลองบอกมามันเกิดอะไรขึ้น..”
ชายผู้เป็หัวหน้าองค์กรจันทราโลหิตพยายามสะกดกั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวเองลงแม้เขาจะสวมหน้ากากอยู่จนไม่มีใครเห็นสีหน้าในยามนี้ของเขาก็ตา เพราะทำใจเชื่อได้ยากที่หมายเลขสี่จะตายไปแล้วชายคนนั้นไม่เคยทำภารกิจพลาดแม้แต่ครั้งเดียว แม้จะไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดแต่ก็เป็ที่รอบคอบที่สุดคนหนึ่งเลย
“ตอนข้าไปถึงเขาวงกตกรอตโตก็พบว่ามีพวกทหารมาเฝ้าอยู่เต็มไปหมด ข้าแฝงตัวฟังที่พวกมันคุยกันก็พบว่าที่นั่นเกิดเื่บางอย่างขึ้น แต่พวกทหารก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน”
“แต่ข้าได้ยินข่าวจากสายของเขาที่เมืองหลวงของเคเดมว่าวันเดียวกันที่หมายเลขสี่ไปทำภารกิจ เห็นคาตันกลับมาคนเดียวและดูเหมือนจะเอาศพใครบางคนไปให้แพทย์ชันสูตร แต่สายของเราเข้าไม่ถึงจุดนั้นเลยไม่รู้ว่าศพใคร”
“คาตันกลับมาคนเดียวแล้วผู้กล้าล่ะ??”
“สายเราแจ้งมาว่าไม่มีใครพบตัวผู้กล้าหลังจากคาตันกลับมาเพราะสายของเราเองก็ไม่เห็นผู้กล้าอีกเลยเหมือนกันเหมือนเขาไม่ได้กลับมาพร้อมคาตัน แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามเื่นี้แต่มีการเคลื่อนไหวแปลกๆ”
“เคลื่อนไหวแปลกๆ?”
“ขอรับสายของเราเห็นพวกทหารแห่กันออกไปข้างนอกวังหลายหน่วยเหมือนออกไปทำภารกิจอะไรบางอย่าง แต่ไม่มีใครทราบว่าออกไปทำไรสายของเราลองหาทางสอบถามดู แต่ก็ไม่มีใครบอกเื่นี้เลย”
“เหมือนผู้กล้าจะหายตัวไปขอรับแต่เื่นี้มีแค่คนในวังที่น่าจะรู้ สายของเราไปตีสนิทคนที่น่าจะรู้ข่าวได้ข้อมูลว่าผู้กล้าถูกลอบสังหารแค่นั้น แต่เื่ที่ว่าตายหรือไม่ตายไม่ทราบได้แต่น่าจะยังไม่ตาย ไม่อย่างนั้นพวกทหารคงไม่วิ่งวุ่นกันขนาดนั้น”
“อืม..ขอบใจมาก”
ชายคนนั้นโบกมือเล็กน้อยก่อนที่นักฆ่าชุดดำจะกลืนหายไป
“ถ้าเดาไม่ผิดหมายเลขสี่น่าจะลงมือแล้วแน่นอน แต่ไม่รู้สำเร็จหรือไม่ และน่าจะโดนคาตันจัดการแต่บนตัวหมายเลขสี่น่าจะมีอุปกรณ์มิติแบบพกพาไปด้วยถ้าเกิดความผิดพลาดจะส่งเป้าหมายไปยังสถานที่ที่ตั้งไว้ หรืออาจพาตัวเองหนีแสดงว่าหมายเลขสี่น่าจะส่งเ้าผู้กล้าไปที่ไหนสักแห่ง”
ข้อสันนิฐานของชายคนนี้ค่อนข้างแม่นทีเดียวเพราะเขาผ่านอะไรมากมายในชีวิต เขาก็ส่งกระแสจิตออกไป ไม่นานมีชายชุดดำคนหนึ่งเข้ามาในห้องเขาใส่หน้ากากสีดำมีหมายเลขสิบสี่ปรากฏอยู่ดูเหมือนองค์กรนี้จะแต่งตัวเหมือนกันหมด ทำให้แยกแต่ละคนได้ยากถ้าไม่ดูตัวเลขบนหน้ากากของพวกเขา
“นายท่านมีสิ่งใดจะบัญชาข้าหรือ”
นักฆ่าผู้นั้นคำนับทำความเคารพชายคนนี้
“ข้าจะให้ไปทำภารกิจต่อจากหมายเลขสี่เ้าน่าจะทราบเื่ที่น่าจะตายไปแล้วใช่ไหม”
“ขอรับข้าได้ยินเื่นี้จากหมายเลขสิบห้าแล้ว”
นักฆ่าผู้มีมีสมญานามว่าหมายเลขสิบสี่เป็ผู้มีผลงานโดดเด่นในระดับหมายเลขสองหลัก
“ถ้าเ้าทำงานนี้สำเร็จเ้าจะได้สมญานามหมายเลขสี่”
ชายคนนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มะเื ตัวเขาเองก็สวมหน้ากากเช่นเดียวมันมีหมายเลขศูนย์ปรากฏอยู่ อันหมายถึงการเป็จุดเริ่มต้นขององค์กรนี้
“ข้าจะต้องทำภารกิจให้สำเร็จอย่างแน่นอนขอรับ”
หมายเลขสิบสี่รู้สึกดีใจจนแทบจะร้องออกมาเพราะปกตินักฆ่าหมายเลยตัวเดียวล้วนแล้วแต่ปฏิบัติภารกิจได้เป็อย่างดีและแทบไม่มีโอกาสที่พวกเขาตายเลยเว้นแต่จะเกษียณไปอยู่เป็เื้ัฝึกสอนนักฆ่ารุ่นใหม่
ดังนั้นที่โอกาสเลื่อนตำแหน่งมาถึงตรงหน้าแบบนี้หมายเลขสิบสี่ย่อมต้องตกปากรับคำอย่างแน่นอน และจะต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ
“นี่เป็รายละเอียดภารกิจรับไปซะ”
ชายสวมหน้ากากหมายเลขศูนย์ดีดม้วนกระดาษให้หมายเลยสิบสี่เขารับมันไว้ก่อนจะเปิดอ่าน เขากวาดตามองรายละเอียดอยู่ครู่หนึ่งก็เก็บมันไป
“ข้าจะออกเดินทางทันทีขอรับ”
“แจ้งรายงานกลับมาทุกระยะด้วยอย่าได้ประมาทซ้ำรอยหมายเลขสี่”
ชายคนนั้นกล่าวเตือนหมายเลขสิบสี่รับคำก่อนที่ร่างของเขาจะพร่าเลือนหายไปเหลือไว้แต่ชายคนนั้นที่ยิ้มกระตุกที่มุมปาก
“ผู้กล้าดูเหมือนแกจะแสบไม่เบาเลย หึหึ”
ชายคนนั้นเปิดมิติและจากไปเช่นกันห้องนี้จึงกลับมาเหลือเพียงความว่างเปล่าไม่มีใครรู้ว่าฐานขององค์กรนี้ตั้งอยู่ที่ใด แม้แต่ตัวเหล่านักฆ่าเองก็ไม่ทราบพวกเขาจะมาที่นี่ได้เพราะมีคนทำหน้าที่ส่งมาเท่านั้นและคนที่ส่งพวกเขาก็ล้วนแต่ฟังคำสั่งโดยตรงจากชายคนนี้เท่านั้น
มหาวงกตไดดาลอส
ราดิชต้องเปลี่ยนการฝึกตนใหม่ระหว่างรออุปกรณ์ปรุงยาเพราะการวิ่งตอนนี้ทำไม่ได้ เพราะเขาไม่มีอาหารสำรองรองไว้ ถ้าเกิดใช้ค่า SP สีแดงจนหมดแล้วต้องต่อสู้ด้วยสภาพไม่พร้อมแบบนั้นก็มีสิทธิถึงตายได้เลย จึงมีการเปลี่ยนแผนเล็กน้อย
เขายิงเวทใส่ตัวเองบ้างเอามีดแทงตัวเอง ลดพลังชีวิตกับมานาให้ถึงขีดสุดบ้าง สลับมาใช้จิตโจมตีบ้างซึ่งสกิลนี้จะใช้พลังจิตบดขยี้วัตถุขนาดเล็กได้ เขาฝึกมันกับหินก้อนเล็กในมือ แต่แน่นอนว่าเขาต้องเปิดประสาทััทั้งหมดเอาไว้เพราะถ้ามีสัตว์อสูรเข้ามาใกล้จะได้รับมือได้ทัน
ระหว่างรอเขาก็เขาก็ไล่ดูสกิลว่ามีสกิลใหม่ที่ตรงเงื่อนไขให้เขาเรียนรู้หรือไม่ และก็พบว่าเขาสามารถเรียนสกิลสายเวทมิติได้แล้วแม้จะต้องใช้พ๊อยท์เยอะมากก็ตาม
-สกิลเวทห้วงมิติ LV 1 ต้องใช้พ๊อยท์ 500้าเรียนรู้หรือไม่
-้า
-ได้รับสกิลเวทห้วงมิติ LV 1
“สกิลเลเวลหนี่งได้แค่กำหนดจุดเป้าหมายเอง แต่ถ้าฝึกต่อไปรับรองต้องเคลื่อนย้ายระยะไกลได้แน่”
สกิลนี้มีประโยชน์มากในภายหลังเพราะมันทำให้เดินทางสะดวกสบายขึ้นแต่มีเงื่อนไขคือจะเคลื่อนย้ายไปได้เฉพาะสถานที่ที่เคยไปมาแล้วเท่านั้นแต่ถึงจะสะดวกสบาย แต่เวทมนตร์สายนี้กับมีคนที่เรียนรู้มันได้น้อยมากแถมจะฝึกฝนให้ใช้งานได้จริงก็ยิ่งมีจำนวนคนน้อยเข้าไปอีกคนที่เรียนมันได้อาจจะมีแค่หนึ่งในแสนหรือล้านเลยทีเดียว
เขาไล่ดูสกิลมากมายที่เขาครอบครอบสกิลจำพวกแรกคือฟื้นฟู HPMP SP และลดการใช้พวกมันก็ตามชื่อเลย ฟื้นค่าพวกนี้และลดการใช้ค่าพวกนี้เมื่อใช้งานสกิลเป็สกิลพื้นฐานที่มีประโยชน์ในการต่อสู้ เพราะมันทำงานเองตลอดเวลา
สกิลกลุ่มที่สองก็ััพลังเวทกับควบพลังเวทอย่างแม่นยำที่ช่วยในการใช้เวทมนตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเขายังสามารถพัฒนาต่อไปให้สูงกว่านี้ได้อีกในอนาคต
กลุ่มที่สามพวกเวทสัประยุทธ์ ที่กินมานาต่อเนื่องแต่เพิ่มค่าพลังทางกายภาพถ่ายทอดพลังเวทที่ใช้มานาและเพิ่มค่าพลังเวทซึ่งตอนนี้พัฒนาเป็สกิลวิถีเทพมนตราที่เป็ระดับสูงกว่าแล้ว จิตต่อสู้ที่ใช้ SP สีแดงในการเพิ่มค่าพลังทางกายภาพ และสุดท้ายถ่ายทอดจิตที่ใช้เกจ SP สีแดง มันจะเพิ่มความแข็งแรงให้วัตถุที่เขาััเช่นทำให้ดาบคมและแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง
กลุ่มต่อไปเป็พวกพรสรรค์ต่างๆของเขาที่มีคือดาบ ซึ่งถ้าพัฒนาต่อไปจะเป็สกิลขั้นสูงแบบได้ซึ่งสกิลสายนี้นั้นแตกต่างกันแต่ละคน ถ้าเป็พวกมือฉมังธนูจะเป็สกิลพร์แห่งนักล่าถ้าเป็พวกสายนักฆ่าจะเป็พร์แห่งนักฆ่า หรืออย่างเควินที่มีพร์แห่งโล่ที่ทำให้เมื่อใช้โล่จะมีพลังป้องกันสูง และยังสามารถปัดการโจมตีได้ด้วย
กลุ่มต่อมาก็เพิ่มพลังโจมตีสายต่างๆทั้งกายภาพและสายธาตุ ต่อมาก็เป็กลุ่มโจมตีด้วยธาตุต่างๆตามที่เราเรียนรู้ได้กับพลังเวทโจมตีที่อัดพลังเวทโจมตีเป้าหมายความรุนแรงขึ้นอยู่กับสกิลและพลังเวทที่เราใส่เข้าไป
กลุ่มต่อไปก็เป็สกิลสายสนับสนุนจำพวกสมาธิ หลบหลีก แม่นยำ หรือพวกการคิดต่างๆ สกิลสายนี้ไม่ได้มีพลังโจมตีแต่จะช่วยให้เราต่อสู้ได้ง่ายขึ้นรวมไปถึงสกิลเคลื่อนไหวในอากาศที่จะสร้างที่เหยียบให้เราได้ยืน แม้มันจะใช้ SP สีแดงมาก และเหยียบได้เพียงชั่วครู่ก่อนจะสลายไปแต่ก็ช่วยให้เราได้เปรียบในการต่อสู้ได้แล้ว ก็เราอยู่บนอากาศได้นี่
กลุ่มต่อมาเป็สกิลสายเวทมนตร์ทุกแขนงทั้งเวทธาตุ เวทสายอื่น จะจัดอยู่ในสกิลจำพวกนี้ทั้งหมดซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเข้ากันของแต่ละคนที่จะเรียนรู้ด้วย
ต่อไปเป็สกิลกลุ่มสายต้านทานต่างๆทั้งสายกายภาพและสายธาตุ ชื่อก็ตามตัวเลย ต้านทานต่อสิ่งเ่าั้ช่วยลดความเสียหายและป้องกันสถานะพวกนั้นได้
กลุ่มต่อมาคือพวกสายประสาทััที่ช่วยให้เราตรวจจับและค้นหาศัตรู รวมไปถึงระวังอันตรายต่างๆได้เป็สายที่สำคัญมาก
และกลุ่มต่อมาคือกลุ่มเพิ่มค่าสเตตัสพื้นฐานซึ่งจะเพิ่มค่าสเตตัสพื้นฐานให้เรา สกิลสายนี้มีเงื่อนไขที่ได้มาไม่ง่ายและยังขึ้นยากพอสมควรเงื่อนไขที่ได้มาง่ายที่สุดคือพวกฉายา
กลุ่มสุดท้ายเป็สกิลสายพิเศษนอกเหนือจากกลุ่มที่กล่าวมาอาจเป็สกิลที่ส่งผลอย่างมากหรืออาจเป็สกิลสุดปัญญาอ่อนก็ได้แต่ไม่ว่าอย่างไรสกิลกลุ่มนี้ก็จัดเป็สกิลกลุ่มหายาก มีเงื่อนไขสูงกว่าจะได้มาและหลายสกิลเป็สกิลตั้งต้นของสกิลสายบาปหนักเจ็ดประการ และมหาบุญเจ็ดประการ
สกิลสองสายนี้จะทำให้เราได้รับสกิลต้องห้ามมาและในอดีตผู้ที่มีสกิลต้องห้ามถึงเลเวลสิบ และรู้ความจริงเกี่ยวกับโลกใบนี้ล้วนไม่มีใครที่มีจุดจบที่ดีเลยแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็ผู้กล้ารุ่นที่เก้าหรืออีกตัวตนที่ผสานรวมกันนี้
สเตตัสโดยรวมของราดิชส่วนใหญ่เฉลี่ยราวเจ็ดถึงแปดร้อยตอนนี้สัตว์อสูรในชั้นหนึ่งเกือบจะทั้งหมดเขาสามารถล้มพวกมันได้ไม่ยากจะมีก็แต่เ้าไทแรนเดล ผู้อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารที่จะตึงมือหน่อยเท่านั้น
ดูเหมือนกลุ่มที่มีอุปกรณ์ปรุงยาจะอยู่อีกด้านหนึ่งเลยเพราะกว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้กินเวลาไปเป็หลายวัน ระหว่างที่รอนี้ราดิชที่เจ็บตัวก็มีความคืบหน้าของการฝึกเพิ่มขึ้นดีทีเดียว
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ระดับความเร็วในการฟื้น MPLV 9 เพิ่มเป็ LV 10
-เงื่อนไขครบถ้วน สกิลระดับความเร็วในการฟื้น MPLV 10 พัฒนาเป็สกิลฟื้นฟู MP ความเร็วสูง LV 1
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ลดระดับการใช้MP LV 9 เพิ่มเป็ LV 10
-เงื่อนไขครบถ้วน สกิล ลดระดับการใช้ MP LV 10 พัฒนาเป็สกิล ลดระดับการใช้ MP ขั้นสูงLV 1
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ลดทอนความเ็ป LV 4 เพิ่มเป็LV 5
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านน้ำ LV 4 เพิ่มเป็ LV 5
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเสริมประสาทััทั้งห้า LV3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล จิตโจมตีLV 8 เพิ่มเป็ LV 10
-เงื่อนไขครบถ้วน สกิล จิตโจมตี LV 10 พัฒนาเป็สกิล พลังจิต LV 1
-ค่าความเชียวชาญถึงระดับ สกิลเวทห้วงมิติ LV 1 เพิ่มเป็ LV 4
“สกิลจิตโจมตีพัฒนาเป็พลังจิตเสียแต่ลมปราณเไม่ได้ฝึกเลยเพราะไม่มีเกจสีแดงสำรอง”
ตอนนี้เขาสามารถใช้พลังจิตยกหินก้อนเล็กได้แล้วนับเป็พัฒนาการก้าวสำคัญเพื่อความแข็งแกร่งในอนาคต
ในที่สุดหน่วยที่มีอุปกรณ์ปรุงยาก็เดินทางมาถึงแต่ละคนล้วนมีสภาพไม่ต่างจากราดิชเท่าใดนัก และพอเขาได้ทราบสาเหตุก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ที่คนพวกนี้ฝึกฝนตามเขาแน่นอนว่าพวกเขาก็ได้รับผลตอบแทนที่ดีมาก
“ถ้าข้าคิดการฝึกรูปแบบใหม่ได้เมื่อไรจะแจ้งให้ทราบนะ”
“พวกกระหม่อมจะรอฟังข่าวดีนะพะย่ะค่ะ”
พวกเขาต่างคาดหวังการฝึกรูปแบบใหม่ที่จะช่วยให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นราดิชได้แต่ยิ้มกระตุกและรับปากไปหลังร่ำลาเสร็จราดิชก็สำรวจพื้นที่เพื่อหาที่ปลอดภัยสำหรับปรุงยาและพบซอกถ้ำแห่งหนึ่งเข้า เดิมทีมันเป็ที่อยู่อาศัยของตั๊กแตนตัวหนึ่งแน่นอนว่าถูกราดิชเชือดทิ้งเพื่อแย่งที่อยู่แล้ว
ฉัวะ!!
“ฮ่าๆๆ”
ร่างของเ้าตั๊กแตนถูกฟันขาดเป็สองท่อนอย่างง่ายดายนอกจากเลเวลที่เพิ่มขึ้นมากแล้ว สกิลที่เพิ่มขั้นอย่างมหาศาลทำให้การสังหารเ้าตั๊กแตนพวกนี้ง่ายดายเหมือนสะบัดดาบเล่นไปแล้วแน่นอนว่าร่างของมันกลายเป็อาหารของราดิชอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ความจริงเ้าตั๊กแตนตัวนี้มันแค่เลเวลสามเองจึงไม่แปลกที่จะโดนฆ่าตายในดาบเดียว
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับได้รับสกิล ่ชิง LV 1
“เวรละ!!!”