หลังกดวางสายแล้วฉินลู่ก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เปิดประตูห้อง และเดินออกไป
ตลาดการค้าเมืองจิงเฉิงอยู่ทางทิศใต้ของเมืองจิงเฉิงเป็ตลาดการค้าที่มีสินค้าครบครันที่สุดในเมืองนี้
ในทุกวันจะมีผู้คนจำนวนมากพากันหลั่งไหลเข้ามาที่นี่และเดินเบียดไหล่กัน พอมองจากที่สูงลงมาจะเห็นคล้ายกับฝูงซอมบี้นับพันที่กำลังเดินเบียดกันจนสุดลูกหูลูกตา
เนื่องจากที่นี่เป็ตลาดสินค้าที่มีความครบครันที่สุดแห่งเมืองจิงเฉิงทำให้มีสาวๆ มาเดินกันเยอะ ใน่เดือนกันยาของฤดูร้อน สาวๆก็จะพากันสวมกางเกงหรือกระโปรงสั้น เผยให้เห็นขาขาวของพวกเธอซึ่งก็เป็อาหารตาชั้นดีของฉินลู่
ตอนที่ฉินลู่เดินเลยตลาดมา เขาก็ข้ามถนนไปยังลานที่อยู่อีกฟากตอนนี้เป็เวลา 10 โมงแล้ว
เมืองจิงเฉิงเป็เมืองที่ใหญ่มาก และตอนนี้ก็เป็ชั่วโมงเร่งด่วนพอดีทำให้ฉินลู่ต้องเสียเวลาไปกับรถติดอยู่ตั้งชั่วโมงกว่าๆ
เขาเดินเข้าไปในลาน มองหาไม่นานก็เห็นเฉียนเชี่ยนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวหนึ่ง
เธอสวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ สวมรองเท้าคริสตัลส้นสูงเผยให้เห็นถึงความสวยงามและบริสุทธิ์ผุดผ่อง ดึงดูดสายตาผู้คนที่ผ่านไปมามากมาย
“หมอฉิน นายมาแล้วเหรอ!”เฉียนเชี่ยนรีบลุกขึ้นมาทักทายเมื่อเห็นฉินลู่
“อื้ม เธอมารอนานมากแล้วใช่ไหม ขอโทษจริงๆ นะ พอดีว่ารถติดมากเลยน่ะ”ฉินลู่พูดขอโทษอย่างรู้สึกผิด
“ไม่นานเลยสักนิด ฉันเองก็เพิ่งถึงเหมือนกัน รถติดมากจริงๆ ฮ่าๆ”เฉียนเชี่ยนยิ้มออกมาเหมือนดอกไม้แรกแย้ม “ไม่เข้าใจเลย เป็วันเสาร์แท้ๆทำไมรถยังติดขนาดนี้”
“แล้วตอนนี้เราจะไปไหนกัน” ฉินลู่ถาม
“นายกินอะไรมารึยัง”
“ยัง”
เฉียนเชี่ยนดึงมือฉินลู่ให้เดินพลางพูดกับเขาว่า“ถ้างั้นเราไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า ไว้กินเสร็จค่อยไปหาซื้อเสื้อผ้าให้นาย”
ฉินลู่ก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน จึงไม่ได้ปฏิเสธอะไร
ทั้งคู่เข้าไปในร้านอาหารร้านหนึ่ง
“คุณลูกค้า รับอะไรดีคะ”
พนักงานสวมชุดทำงานที่ดูสะอาดสะอ้านเดินมาต้อนรับพร้อมกับยื่นรายการอาหารให้ฉินลู่ดู
ฉินลู่รับรายการอาหารมาดู และถามเฉียนเชี่ยนว่า “เธออยากกินอะไร”
“ได้หมดเลย ฉันไม่เลือกกิน นายสั่งได้เลย”
“โอเค งั้นฉันสั่งเลยนะ” ฉินลู่หยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาขีดบนรายการอาหารที่จะสั่ง จากนั้นก็ยื่นรายการอาหารกลับไปให้พนักงาน“เอาเท่านี้ก่อน ขอบคุณครับ”
“ได้ค่ะ คุณลูกค้า รบกวนรออาหารสักครู่นะคะ”พนักงานโค้งให้กับฉินลู่และเฉียนเชี่ยนอย่างมีมารยาท ก่อนเดินจากไป
อาหารที่สั่งยังไม่มาเสิร์ฟ
ฉินลู่กับเฉียนเชี่ยนจึงเริ่มชวนกันคุย
ซึ่งประเด็นที่คุยกันก็เกี่ยวกับเื่ที่ทั้งคู่จะช่วยกันหลอกพ่อแม่ของเฉียนเชี่ยนอย่างไรดี...
10 นาทีผ่านไป อาหารก็มาเสิร์ฟครบ ทั้งสองคนต่างบอกอีกฝ่ายว่าเชิญทานได้เลยจากนั้นจึงเริ่มกินข้าวกัน
เมื่อกินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่เดินออกจากร้านอาหาร แล้วตรงดิ่งไปยังห้างใหญ่ที่มีร้านขายเสื้อผ้ามากมาย
อากาศร้อนมาก แต่ก็ไม่ส่งผลต่อความ้าชอปปิ้งของผู้คนเลยแม้แต่นิดเดียว
โดยเฉพาะเฉียนเชี่ยน เหมือนว่าเธอได้เปลี่ยนไปเป็คนละคนแล้วเธอเดินจูงฉินลู่เข้าร้านนู้นร้านนี้ สลับไปมา โผล่นู่นทีโผล่นี่ที พลังอันล้นหลามเริ่มทำให้ฉินลู่รู้สึกกลัว
“ผู้หญิงคนนี้ก็ฝึกวิชาด้วยเหรอเนี่ยพลังของเธอถึงได้พลุ่งพล่านขนาดนี้...”
หลังจากเดินชอปปิ้งได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนนี้ในมือฉินลู่ก็ถือถุงใหญ่ 4 ใบข้างในเป็เสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ
ฉินลู่แอบสังเกตอยู่ตลอด เสื้อผ้าไม่กี่ตัวทำเอาเฉียนเชี่ยนเสียเงินไปหลายพันหยวนแล้ว
ฉินลู่รู้สึกว่ามันแพงเกินไป เพราะเงินจำนวนเท่านี้ฉินลู่สามารถซื้อยาสมุนไพรคุณภาพยอดเยี่ยมได้สำหรับ 1 สัปดาห์เลย...
“ตอนนี้เราได้เสื้อผ้าแล้วเดี๋ยวเราไปหาซื้อของฝากที่จะเอาไปให้พ่อแม่กันต่อเลยแล้วกัน”เฉียนเชี่ยนพูดพลางพาฉินลู่ออกจากห้าง
ตอนนี้ทั้งคู่ยืนอยู่ข้างถนน
“เราพักกันหน่อยไหม”ฉินลู่ที่มีร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไปเริ่มรู้สึกล้าแล้วที่หน้าผากก็มีเหงื่อออกมากด้วย
“นายนี่อ่อนแอจังเลยนะ นายเป็หมอไม่ใช่เหรอ รักษาตัวเองไม่ได้หรือไง”เฉียนเชี่ยนถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ฉันเป็แบบนี้ั้แ่เกิดน่ะ ต้องค่อยๆ รักษาไปเรื่อยๆ อีกอย่างถ้าตอนนี้เธอไม่ให้ฉันพักล่ะก็พรุ่งนี้เตรียมให้ฉันนั่งรถเข็นไปเจอพ่อกับแม่เธอได้เลย”
“ชิ” เฉียนเชี่ยนทำปากขมุบขมิบ แล้วพูดว่า “ก็ได้ เราพักกันก่อนเดี๋ยวค่อยไปหาซื้อของฝากให้พ่อกับแม่ของฉัน”
ทั้งคู่เดินกลับมายังตลาดขายของคุณภาพที่อยู่ข้างลานจัตุรัสเพื่อนั่งพัก
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ฉินลู่กับเฉียนเชี่ยนกลับเข้าไปที่ห้างสรรพสินค้าและซื้อของต่างๆ อีกมากมาย
เฉียนเชี่ยนบอกว่า ของพวกนี้ล้วนเป็สิ่งที่พ่อกับแม่ชอบมาก
เวลาผ่านไปอีก 3 ชั่วโมง ในที่สุดฉินลู่กับเฉียนเชี่ยนก็ซื้อของได้ครบตามที่้าแล้ว
เฉียนเชี่ยนที่มีพลังล้นหลาม ตอนนี้ก็เริ่มเหนื่อยขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฉินลู่ก็แทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วเหมือนกัน เขาพูดรำพึงรำพันว่า“ครั้งหน้าต่อให้ตีฉันให้ตายยังไง ก็จะไม่มาเดินชอปปิ้งกับผู้หญิงอีกแล้ว”
“นี่ อย่าพูดแบบนั้นสิ” หลังจากได้ใช้เวลาร่วมกันหลายชั่วโมงเฉียนเชี่ยนกับฉินลู่ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น เธอตบบ่าของฉินลู่พลางพูดว่า“ตอนนี้เราได้ของครบแล้ว ก็เหลือแค่ไปลงสนามจริงในวันพรุ่งนี้แล้วล่ะ! นายอย่าเพิ่งทิ้งฉันล่ะ สู้ด้วยกันก่อน”
“ฉันไม่คิดทิ้งเธอแน่นอน เพียงแต่ร่างกายของฉันอ่อนแอไม่รู้จะรับไหวไหม” ฉินลู่พูดพลางหัวเราะ
“โอ๊ย ทำไมนายถึงได้อ่อนแอนักล่ะ นี่ถ้าฉันตกอยู่ในอันตรายนายจะช่วยปกป้องฉันได้ไหมเนี่ย” เฉียนเชี่ยนพูดแซว
ฉินลู่ตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เธอช่ำชองวิชาป้องกันตัวต่อให้เป็ผู้ชาย ก็เข้าถึงตัวเธอได้ยาก”
“นายกล้าว่าฉันบึกบึนเหรอ!”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย!”
“คิดว่าฉันฟังไม่ออกเหรอว่านายพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไง”
“เธอคิดมากเกินไปแล้ว...”
พอเถียงกันเสร็จ ทั้งคู่ก็เริ่มคุยเื่จริงจังกันต่อ
“พรุ่งนี้ นายห้ามปิดมือถือเด็ดขาด เข้าใจไหมฉันจะได้ติดต่อนายได้ตลอด” เฉียนเชี่ยนพูดกำชับฉินลู่
ฉินลู่พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “เข้าใจแล้ว เธอบอกฉันหลายรอบแล้วนะวางใจเถอะ ตีให้ตายยังไงก็ไม่ปิดมือถือเด็ดขาด”
เฉียนเชี่ยนได้ยินก็พยักหน้าอย่างพอใจ และพูดว่า“นับั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป นายห้ามเรียกฉันว่าอาจารย์เฉียนฉันก็จะไม่เรียกนายว่าหมอฉินแล้ว เราต้องเปลี่ยนวิธีเรียกกันหน่อยเราสองคนจะได้ดูสนิทสนมใกล้ชิดกันมากขึ้น”
“ให้เรียกว่าผัวเมีย”
“ถุย!”เฉียนเชี่ยนหน้าแดงทันที “มันจะสนิทกันเกินไปไหม! ฉินลู่! นายอยากตายเหรอ!”
ฉินลู่หลบการโจมตีจากเฉียนเชี่ยน ก่อนอ้าแขนยักไหล่และพูดว่า“แล้วจะให้เรียกกันว่ายังไงล่ะ”
เฉียนเชี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เอางี้ฉันจะเรียกนายว่าเสี่ยวลู่ ส่วนนายก็เรียกฉันว่าเชี่ยนเชี่ยน นายว่าโอเคไหม”
“ทำไมต้องเสี่ยวลู่!”ฉินลู่ลำบากใจเล็กน้อย “ทำไมไม่เรียกว่าต้าลู่ (ถนนใหญ่) หม่าลู่ (ถนน) เกาซู่กงลู่(ทางด่วน) ไปเลยล่ะ”
“นี่ เรียกนายว่าเสี่ยวลู่ เราจะได้ดูสนิทชิดเชื้อกันไง”
“ฉันคิดว่าถ้าจะให้ดูสนิทกันจริง ก็ต้องเรียกว่าสามีภรรยานะ”ฉินลู่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไปตายซะ!”
จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ปรึกษากันถึงรายละเอียดอื่นๆ อีกเล็กน้อยพอรู้สึกว่าน่าจะไม่โป๊ะแล้ว ก็เตรียมตัวร่ำลากันเพื่อกลับบ้านของตัวเอง
แต่ในเวลานี้เอง ที่หน้าตลาดขายของคุณภาพ จู่ๆก็มีเสียงโวยวายดังขึ้นมา
ฉินลู่กับเฉียนเชี่ยนมองหน้ากันไปมาด้วยความสงสัย แล้วพากันเดินไปดูที่ต้นเสียงนั้น