ตอน 3 งูขาวแสนซน
"แล้วเ้านี่คืออะไรน่ะ...รูปร่างแปลกประหลาด"
"นี่เ้าอย่าเรียกข้าว่าเ้านี่ ข้ามีชื่อของข้าข้าคือ ตันหยาง ภูติแครอทสุดหล่อ..."
"นี่เ้าพูดได้ด้วยหรอเนี่ย.."
"แน่นอนสิข้าก็เป็ภูติเทพจากแดน์...ที่ถูกสาปเมื่อหลายปีก่อนแต่โชคดีที่ท่านนักพรตเฒ่าช่วยเหลือไว้"
"ข้าเป็ภูติที่รู้บุญคุณจึงถวายตัวให้คำมั่นว่าจะภักดีคอยรับใช้ท่านนักพรต...หากคราวนี้นักพรตสิ้นข้าก็จะรับใช้ผู้ที่ท่านนักพรตมอบให้"
"นักพรตมอบข้าไว้ให้กับเ้าหนุ่มนี่...ข้าก็จำเป็ที่จะต้องภักดีเป็ภูติของเขา"
"ข้าไม่้าให้ผู้ใดติดตามทั้งนั้นวังหลวงไร้อิสระ ธรรมเนียมต้องหามมากมาย เอาพวกเ้าติดตามไปเกรงว่าคงได้วุ่นวายกันทั้งวัง"
"ตันหยาง งั้นข้าสั่งให้เ้าติดตามนางงุไปเถอะ"
"นี่เดี๋ยวนะ ท่านเรียกข้าว่านางงูหรือ"
"ใช่ เพราะเ้าเป็งู"
"ช่วยดูให้ดีข้าไม่ได้อยู่ในร่างงูแล้ว...ตอนนี้ข้าอยู่ในร่างมนุษย์เช่นเ้า....ชื่อของข้าคืออวิ๋นตงฟาง"
"อวิ๋นตงฟาง...อืม ชื่อนี้ฟังดูเพราะดีนี่"
"แน่นอน นอกจากชื่อที่ดี หน้าตาของข้าก็ดีด้วยโฉมงามเป็เลิศกว่านางธิดา์"
"เอาเถอะ...ข้าไม่สน..."
"ข้าต้องรีบเดินทางกลับวัง....เรารีบออกจากที่นี่เถอะ"
ทั้งสองเดินทางลงจากเขาในทันที....
"งั้นเราแยกกันตรงนี้เถอะ ข้างหน้าจะเป็เขตแดนของเมืองหลวง...ข้าจำเป็ต้องกลับเข้าวัง..."
อี้เทียนเดินหันหลังให้นางแบบไม่ไยดี...แต่จริงๆในใจลึกๆแล้วก็เป็ห่วงนางมากเขามีคำถามในใจมากมาย
"นางจะไปที่ใดต่อ..."
"นางจะอยู่ที่ใด...คืนนี้นางจะนอนหลับหรือไม่"
"แต่หากข้าให้นางเข้าวัง...วันหนึ่งมีคนรู้ตัวตนของนางเข้า...ต้องเดือดร้อนแน่"
ตงฟางแสนซน...มองหน้าเ้าภูติแครอทน้อย..แล้วหัวเราะออกมา
"เ้าเป็บ้าหรือไง อยู่ดีๆหัวเราะออกมา"
"ข้าไม่ได้บ้า...ข้ามีแผนดีๆบางอย่าง"
"แผนอะไรของเ้า"
ตงฟางกระซิบข้างหูภูติแครอท...
"ข้าจะติดตามชิงอี้เทียน"
"นะ นะ นี่เ้า ความคิดของเ้าดื้อรั้นเกินไปแล้วอี้เทียนก็บอกก่อนจาก ว่าไม่้าให้เราติดตาม"
ตงฟางทำหน้าตาน่าสงสาร พูดน้ำเสียงออดอ้อน
"เ้าลองมองดูรอบๆให้ดีสิรอบข้างมีแต่มนุษย์แปลกหน้าเต็มไปหมดเป็เวลายาวนานนับพันปีที่ข้าไม่ได้ลงมายังโลกมนุษย์ "
"ครั้งนี้โลกมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปมาก...จนข้าไม่อาจปรับตัวได้อีกแล้ว"
"เห้อ ก็จริง งั้นแล้วแต่เ้าเถอะข้ามีหน้าที่อยู่เป็เพื่อนเ้านี่ เ้าอยู่ที่ไหนข้าก็คงไปที่นั่นด้วย"
ตงฟาง...มุ่งหน้าเขาเมืองหลวง...ทันทีที่เข้าเขตเมืองหลวง นางดีใจมากทุกอย่างดูน่าตื่นตาตื่นใจ
"ว้าว...ตลาดในเมืองหลวงช่างน่าสนใจเสียจริง....ไม่น่าเบื่อเหมือนแดน์ ที่เต็มไปด้วยเมฆหมอก"
ภูติแครอททำได้เพียงส่ายหัว
"ไม่บอกข้าคงไม่เชื่อว่าเ้าเคยเป็ปีศาจมาก่อน...ตอนนี้เ้าดูดื้อดึงไร้เดียงสา เหมือนเด็กไม่รู้ความอย่างไงอย่างงั้น"
"ทำไมคำพูดของเ้าฟังดูแปลกๆ...เ้าจะชมหรือตำหนิข้ากันแน่"
"พูดให้ดีนะไม่งั้นข้าจะจับภูติแครอทตัวน้อยอย่างเ้าให้แม่ค้าในตลาดจับลงหม้อซะ"
ตงฟางแสนซนวิ่งไปทั่วตลาดหยิบกินอาหารของพ่อค้าแม่ข้าที่วางขายตามถนน...
"หยุดนะ กลับมาจ่ายเงินก่อน...อย่าหนีนะใครก็ได้ช่วยข้าจับโจรด้วย...."
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเริ่มรวมตัวกัน วิ่งไล่จับตงฟางวุ่นวายกันทั่วตลาด....ปาเศษผักเศษอาหารใส่นาง....
นางใช้พลังเวทย์ผลักเศษผักทั้งหมดทิ้งไป....เมื่อมีทหารหนุ่มของวังหลวงตรงเข้ามาจับตัวนาง...นางร่ายพลังเวทย์เสน่ห์ให้เหล่าชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์... ลุ่มหลงในโฉมงาม...
ท่าทีของทหารหนุ่มจากที่จะจับตัวนาง ก็นิ่มนวลลงยิ้มแย้มน้ำลายไหลกันไปตามๆกัน
"ว่าไงจ๊ะหนุ่มน้อย.... เสียใจด้วยนะที่ไม่อาจครองคู่ข้าได้.... ต้องตกอยู่ในภวังค์ต่อไป อีก 1 ชั่วยามเวทย์นี้จึงจะสลายไป..."
"เ้านี่ร้ายกาจนัก... ทำเอาพวกทหารหน้าโง่อึ้งไปเลย"
"แน่นอน...เื่แสบซ่าต้องยกให้ข้า....ใครจะเหมือนเ้า...เป็แครอทที่ไร้ประโยชน์...ไม่ช่วยเหลือข้าสักนิด"
"ข้าจะช่วยเหลือเ้าให้เปลืองแรงทำไมก็เ้าไม่ได้ร้องขอ"
"ฮ่าๆ งั้นต่อไปเวลาข้ามีภัยข้าจะร้องขอเ้าก็แล้วกัน... เ้าแครอททึ่ม...."
ตงฟางมุ่งไปที่วังหลวง กระทั่งพบทหารเฝ้าหน้าประตูวัง...
"แย่แล้วข้าไม่มีป้ายผ่านทางเช่นนี้ข้าจะเข้าวังหลวงไปหาชิงอี้เทียนได้ยังไง..."
"แต่ข้ารู้จักกับอี้เทียน ไม่เป็ไรหรอกข้าแค่บอกทหารว่าข้าขอพบอี้เทียนเขาก็น่าจะให้ข้าเข้าไป"
"ตงฟาง...เ้าแน่ใจหรือ ข้าขอเตือนเ้าว่าพวกมนุษย์ขี้ระแวง ไม่ได้ง่ายอย่างนั้นหรอกน่า..."
ตงฟางไม่ฟังที่ตันหยางพูด มุ่งหน้าเข้าวัง พยายามจะผ่านประตู...
"หยุดนะแม่นาง...โปรดแสดงป้ายผ่านทางด้วย..."
"เอ่อ...ข้าไม่มีป้ายผ่านทางหรอก...ข้ามาหาสหายผู้หนึ่ง..หากข้าพูดชื่อของเขาพวกเ้ารู้จักแน่"
"สหายของท่านเป็ใคร เชิญกล่าว"
"สหายของข้าคือ ชิงอี้เทียน"
"บังอาจ!!!! กล้ากล่าวเื่เท็จได้อย่างไรองค์รัชทายาทจะมีสหายเป็สตรีได้อย่างไร "
"งั้นแม่นางเป็ท่านหญิงสกุลไหนโปรดแจ้งชื่อเสียงเรียงนาม"
"ข้ามีนามว่าอวิ๋นตงฟาง...ส่วนที่เกาะอยู่บนไหล่ข้า คือสหายแครอท นามว่า ตันหยาง.."
"แม่นางผู้นี้ท่าจะสติไม่ดี"
"หากปล่อยไว้ต้องเป็ภัย"
"ทหารเวร....นำตัวแม่นางไปคุมขังไว้ในคุกหลวงรอตัดสินอย่าให้ต้องออกมาสร้างความเดือดร้อน"
"นะ นะ นี่ เดี๋ยวนะ ข้าไม่ได้บ้าข้าเป็สัตว์เทพงูขาวอวิ๋นตงฟาง สหายของชิงอี้เทียนจริงๆ"
"ตันหยาง...ดูแลมนุษย์พวกนี้โง่จริงๆโง่มากกว่าที่ข้าคิด.. "
ตงฟางขัดขืน พยายามจะใช้พลังเวทย์จัดการกับทหารทั้งหมด.....
งูขาวแสนซนมีั์ตาสีแดงก่ำ ผมสีขาวเงิน...กำลังจะคืนร่างปีศาจ...ด้วยโทสะงูที่แรงกล้า
ตันหยางเห็นท่าทีไม่ดี หากนางปล่อยพลังเวทย์ออกมาเกรงว่าทหารรวมถึงชาวเมืองต้องตายราบเป็หน้ากลอง...
เพื่อระงับเหตุตันหยางใช้พลังของตนทำให้ตงฟางหมดสติไป....ทหารหิ้วปีกนางขังเข้าคุกหลวง...
ตงฟางรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในห้องขังที่มืดมิดเหม็นสาบกลิ่นหนู...อากาศเหน็บหนาว...
"นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมอยู่ดีๆข้าหมดสติไป...ตันหยาง!!! อย่าบอกนะว่าเป็ฝีมือเ้า"
"คิกๆ ไม่รู้ไม่ชี้..."
ตงฟางแสนซนไม่ยอมอยู่ในคุกใต้ดิน...ในกลางดึกคืนนั้นจึงแปลงกายคืนร่างเป็งูใหญ่...
"เอ๋...ทำไมร่างข้ากลายเป็งูใหญ่เสียแล้วล่ะ...ทำไมไม่เป็งูตัวเล็ก"
"โถ่ เ้าโง่... กายของเ้าก็ต้องใหญ่ขึ้นสิเพราะตอนนี้เ้ามีพลังเวทย์มากมายยังไงล่ะหากเ้าอยากให้ร่างเล็กลงก็ร่ายเวทย์ใหม่สิ "
"อืม....ตันหยางนับว่าเ้ายังมีประโยชน์อยู่บ้าง... อย่าตำหนิข้าเลยข้าไม่ได้ใช้พลังเวทย์มากมายเช่นนี้มานานแล้ว"
"เกาะให้ดีนะ ... ข้าจะพาเ้าซิ่งออกจากพื้นที่เน่าๆนี่"
ทุกคนเห็นงูเผือกสีขาว...ต่างใแตกตื่น...ทหารเวรยามวิ่งวุ่นทั่ววัง...นางก็พยายามเลื้อยหนีจุดที่มีผู้คน...กระทั่งเลื้อยไปที่สวนหลังวัง...พบเข้ากับสาวใช้นางหนึ่ง...
"อร๊ายยยย!!! "
สาวใช้นางนั้นใจนถึงขีดสุด ตะเกียงในมือหลุดร่วงลงพื้นกระทั่งเกิดไฟไหม้ ลามไปยังตำหนักตำรา... สาวใช้นางนั้น...ล้มหัวฟาดก้อนหินตายคาที่...
"อ๊ะ แย่แล้ว ตันหยางข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย...นางตายเสียแล้ว... นี่ข้ารู้สึกผิดเสียแล้วล่ะ "
"ข้าคิดว่าแปลงกายเป็งู แล้วจะไม่มีใครเห็นจะหลีกหนีได้ง่ายดายกว่าร่างมนุษย์...ข้าคิดผิดหรือนี่...ข้าไม่คิดว่าการกลับมาของข้าจะสร้างเื่วุ่นวายได้ขนาดนี้"
"ก็ใช่นะสิ ข้าเตือนเ้าแล้ว เ้าดื้อดึงก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา"
"ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมข้าต้องดึงดันมาที่นี่ให้ได้ก็ใจข้ามันเรียกร้องหาอี้เทียน"
"เ้าไม่รู้ตัวเอง...ว่าตอนนี้ดอกบัวในใจเ้ากำลังเบ่งบานออก"
"ดอกบัวในใจ ดอกบัวในใจ? คืออะไร"
"มนุษย์จะมีหัวใจส่วนปีศาจอย่างเราจะเรียกหัวใจว่าดอกบัว... เมื่อไหร่ที่มันเบ่งบานออกหมายความว่าปีศาจกำลังมีความรัก"
"ฮ่าๆ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน..."
"งูโง่อย่างเ้า วันๆคิดแต่เื่แก้แค้นจะไปรู้อะไรล่ะ"
"หึๆๆ แน่นอนสิผู้ที่ทำให้ชีวิตของข้าตกต่ำถึงเพียงนี้ ก็คือเฟิ่งอู่หยวนผู้นั้นข้าต้องกลับไปสังหารเขาให้ได้"
"ฮ่าๆๆ "
"เ้าแครอท หัวเราะอะไรของเ้า"
"งูอย่างเ้าน่ะหรือจะต่อกรกับมหาเทพเฟิ่งอู่หยวนผู้เก่งกาจ"
"เอาล่ะ มัวแต่พูดไร้สาระเ้าดูผลงานของเ้าเสียก่อนสิ ไฟกำลังลุกโชนใหม้ตำหนักแล้ว"