ไม่รู้ว่าภาพที่เพิ่งหวนเข้ามาในความทรงจำ กับเหตุการณ์ที่ผู้ชายคนนี้กำลังพูดถึงเป็เื่เดียวกันหรือเปล่ามันดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะใช่ หากไม่ติดว่าใบหน้าหล่อราวฟ้าประทานนี้ไม่มีอยู่ในเสี้ยวของความทรงจำ
หลายอย่างมันดูเดจาวูแปลกๆทั้งกองเสื้อผ้าซึ่งถูกพับวางไว้ให้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย บรรยากาศสลัวๆในห้อง และธนบัตรสีเทาจำนวนห้าใบไหนจะรสจูบอันเร่าร้อนที่ทำให้ฉันพ่ายแพ้ให้กับเขาอย่างราบคาบ
“คุณคือ...ผู้ชายที่อยู่ในห้องกับฉันคืนนั้น?”
เพราะเขาไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มและฉันเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่จริงๆจะให้มานั่งคิดนั่งเดาเอาเองแบบนี้มันทำให้เกิดการฟุ้งซ่านเสียเปล่าๆสู้ถามออกไปให้ชัดเจนกันเลยจะดีกว่า
“เสียใจนะ คุณลืมลงได้ยังไง คืนนั้นมันออกจะเร่าร้อนน่าจดจำ”
“ใช่สินะ?”
“ถ้าคุณว่าใช่ ผมก็ว่าใช่”
ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับดูคลุมเครือน่าหงุดหงิด เขาเอาแต่พูดเย้าแหย่กวนประสาทขณะที่ฉันสงสัยจนแทบจะเป็บ้าอยู่แล้ว
“ช่วยอธิบายให้ชัดเจนหน่อยกลัวน้ำลายแตกฟองหรือไงถึงได้ประหยัดคำพูดนัก ฉันไม่ชอบมานั่งเล่นบทตำรวจสอบสวนผู้ร้ายหรอกนะ!”
น้ำเสียงในการใช้สนทนาเริ่มกระแทกกระทั้นและดังขึ้นทีละนิดใครจะมานั่งใจเย็นได้อยู่ผู้ชายคนนี้ยิ่งคุยด้วยยิ่งรู้สึกได้ถึงความกวนประสาทที่เพิ่มมากขึ้น
“ก็ไม่เห็นจะน่าเข้าใจยากตรงไหน คุณชอบคิดเองเออเอง มโนไปเองั้แ่วันนั้นจนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ยอมเลิก”
“ถ้าเหตุการณ์มันไม่ชวนให้คิดแบบนั้นใครจะมาคิดเองเออเองได้เป็เื่เป็ราว ห๊ะ!?”
ฝ่ามือทั้งสองข้างกำจิกเพื่อระงับโทสะซึ่งไต่ระดับสูงขึ้นจนเจ็บระบมเจ็บไปหมดอยากเข้าไปซัดหน้าหล่อๆ นั่นให้หงายเงิบ ติดที่หวั่นว่าเขาจะสวนกลับมาจนตัวเองเป็ฝ่ายที่ต้องลงไปนอนกองกับพื้น
“ปากมี ถามบ้างก็ได้”
“ถามอยู่เนี่ย คุณก็ตอบมาสิ!!”
ตอนนี้ฉันเหมือนกับช้างป่าตกมัน ฟาดงวงฟาดงาให้มั่วไปหมดแต่กลับไม่ทำให้อีกฝ่ายดูยำเกรงแต่อย่างใด ยังคงนั่งทำหน้าเรียบเฉยขณะที่ริมฝีปากยกยิ้มเล็กๆ ซึ่งเป็สิ่งที่เขามักทำประจำ
“หึ! บอกง่ายๆ ก็ไม่สนุกน่ะสิ”
หากมีปืนอยู่ในมือคงลั่นไกกลางแสกหน้าไอ้บ้านี่ไปแล้วคนอะไรโยกโย้ไปเรื่อยได้น่ารำคาญสุดๆ นี่ฉันกลับมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่มาให้เขาปั่นหัวเล่นงั้นเหรอ
“คุณ้าอะไรจากฉันกันแน่!!?”
มันต้องมีเหตุผลให้ผู้ชายคนนี้กวนประสาทฉันไม่ยอมเลิกคงเป็บางสิ่งที่ต้องเป็ฉันเท่านั้นถึงให้เขาได้ ไม่อย่างนั้นจะตามราวีแบบนี้อยู่ทำไมมองมุมไหนมันก็ไร้ประโยชน์ แถมโคตรเสียเวลาชีวิตสุดๆ
หรือเป็เพราะค่าตอบแทนที่ฉันวางไว้ให้ในคืนนั้นมันน้อยเกินไปก็เลยโกรธแค้นเพราะเข้าใจว่าเป็การดูถูก เขาคงตั้งใจตามมาเอาคืนอย่างนั้นสินะ
ริมฝีปากหยักที่เอาแต่ยิ้มมุมปากน้อยๆคลี่ออกกว้างจนดวงตาคมหยีตามไปด้วย มันเป็สีหน้าซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้ฉันขนลุกเกรียวรู้สึกได้ว่าเื่ยุ่งยากกำลังจะคืบคลานเข้ามาเพิ่ม และเพียงชั่วหนึ่งอึดใจเขาก็ยอมปริปากบอกเจตจำนง
“ความสนุก”
“นี่คุณเห็นฉันเป็ตัวอะไร ฉันไม่ใช่ของเล่นนะไปหาเอาที่อื่นเถอะความสนุกบ้าบอนั่นน่ะ!”
ในที่สุดความอดทนอันน้อยนิดก็ขาดผึ่งฉันสาวเท้าเดินหนีออกจากตรงนั้นทันทีหลังเอ่ยจบ ตั้งใจจะหยุดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับบุคคลด้านหลังตัดทุกความโหยหาทุกการอยากรู้ ในเมื่อเขาไม่ยอมให้ในสิ่งที่้าสักทีก็ไม่จำเป็ที่ฉันต้องเสียเวลากับผู้ชายคนนี้อีก
“คลิปวิดีโอ”
ทว่าเขากลับเปรยอะไรบางอย่างออกมา ฉันจึงชะงักเท้าและหันหน้ากลับไปมองด้วยความสงสัย
“ถ้าคุณยอมตกลงเล่นกับผม คลิปนี้จะถูกส่งให้คุณอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าเราเจอกันที่ไหน”
โทรศัพท์ในมือใหญ่ถูกยกโชว์ให้เห็นภาพเคลื่อนไหวเบลอๆฉันจำต้องเดินกลับไป หวังเอื้อมคว้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องนั้นมาดูให้ชัดๆทว่ายังไม่ทันได้แตะัั มันกลับถูกเก็บใส่ลงในกระเป๋ากางเกงของผู้เป็เ้าของ
“คุณยังไม่ตอบตกลงเลยด้วยซ้ำ จะมาฉกฉวยรางวัลไปได้ยังไง”
คนพูดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหมุนกายเตรียมเดินไปไหนสักที่ ฉันจึงรีบวิ่งไปดักหน้าเขาไว้พร้อมยิงคำถามใส่
“เล่นอะไร?”
ใบหน้าหล่อเหลามีแววความพึงพอใจ เมื่อฉันยอมตอบสนองสิ่งที่เขา้าแต่ฉันนี่สิกลับต้องงงเป็ไก่ตาแตกเมื่อได้ฟังความประสงค์ของเขา
“เล่นเป็แฟน”
ฉันยืนนิ่งค้างด้วยความงงงวยไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ ไอ้บ้านี่้าจะทำอะไรกันแน่เขากำลังจีบฉันอยู่หรือเปล่า
“นี่กำลังจีบฉันอยู่ใช่ไหม?”
“ก็แล้วแต่คุณจะคิด”
ไหล่กว้างไหวเล็กน้อยคล้ายไม่ใส่ใจในคำตอบของตัวเองมันยิ่งทำให้ฉันสับสนหนักมากกว่าเดิมเพราะท่าทางเขาดูไม่เหมือนคนที่ตกอยู่ในห้วงความรัก
“รู้ตัวไหมว่าวิธีการจีบผู้หญิงของคุณแม่งโคตรห่วยแตก!”
อยากรู้เสียจริงว่าเขาเคยมีแฟนมาก่อนหรือเปล่าแต่หน่วยก้านหน้าตาดีคงตกผู้หญิงโง่ๆ มาได้บ้างแหละมั้ง
“ยังไม่ได้บอกสักคำว่าผมกำลังจีบคุณอยู่”
“ก็เมื่อกี๊คุณเพิ่งยอมรับอยู่หยกๆ”
ผู้ชายคนนี้ถนัดแต่พูดวกไปวนมาให้คนงงใช่ไหมหรือ้ากวนประสาทฉันเล่นๆ
“ผมบอกว่าแล้วแต่คุณจะคิด ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็แบบนั้นจริงๆสักหน่อย”
“เหอะ!แค่ยอมรับว่าตกหลุมรักฉันมันจะตายหรือไง?”
ลีลาบนเตียงที่ฉันปรนเปรอให้ในค่ำคืนนั้นคงทำให้เขาติดใจจนต้องตามมาถึงที่นี่อย่างนั้นสินะ
“เพ้อเจ้อ”
อีกฝ่ายเหลือกตามองบนทำท่าคล้ายว่าเอือมระอาเต็มทนเดี๋ยวก่อนนะ ฉันต้องเป็คนแสดงออกมาหรือเปล่าไอ้ท่าทางแบบนั้นน่ะ
“ฉันจะยอมๆ ทำใจรับความรักจากคุณให้ก็ได้คุกเข่าขอฉันเป็แฟนดีๆ สิ”
ได้ทีฉันจึงวางท่าผยองยกแขนกอดอกยืดตัวเชิดหน้าใส่ ใช้หางตามองคนตัวสูงพร้อมยิ้มเยาะอย่างผู้มีชัย
“ก็แค่เล่นเป็แฟน อย่าเยอะ”
ร่างหนาเดินผ่านฉันไปอย่างไม่ใส่ใจตรงไปยังตู้เย็นเพื่อเปิดเอาขวดน้ำออกมาดื่ม แสงสว่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ส่องให้เห็นร่างกายส่วนบนที่เปลือยเปล่าลอนมัดกล้ามหนั่นแน่นขาวเนียน ดึงดูดสายตาและความสนใจไปจากฉันทั้งหมด
ก้อนกระดูกบริเวณลำคอหนา ขยับเคลื่อนไหวตามจังหวะการกลืนของเหลวจนฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอตามเก็บอาการเอาไว้ไม่ไหว แอบเลียไล้ริมฝีปากด้วยท่าทางหื่นกระหาย
นี่ถ้ายอมตกปากรับคำฉันจะได้เป็แฟนกับผู้ชายที่เพอร์เฟคทุกกระเบียดนิ้วคนนี้น่ะเหรอคนอะไรดูดีชะมัด หล่อวัวตายควายล้ม เสียดายกวนประสาทไปหน่อย
“น้ำลายไหลจะถึงพื้นแล้วแม่คุณ”
สายตาคมกริบตวัดมองมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ฉันรีบหุบปากที่เผลออ้าค้าง ก่อนอีกฝ่ายจะปิดตู้เย็นและเดินผ่านสวนไปอีกทาง
“จะไปไหนอ่ะ?”
ฉันหมุนกายเดินตามเขาต้อยๆ จังหวะนั้นก็แอบสำรวจร่างกายคนด้านหน้าไปด้วยมองจากด้านหลังยังรู้ว่าหล่อเลยอ่ะ อยากจะบ้าตาย
“นอนสิ ง่วงจะตายอยู่แล้ว”
ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าขณะนี้เรากำลังอยู่ในห้องนอนรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างสูงทิ้งกายลงบนเตียงและดึงผ้าห่มซึ่งกองอยู่ด้านข้างขึ้นมาคลุมตัวจนเกือบถึงศีรษะ
อ้าวเฮ้ย! ทิ้งฉันไว้กลางทางแบบนี้ไม่ได้นะ ยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะเป็หรือไม่เป็แฟนเขาเลย
“เดี๋ยวสิ!ฉันยังไม่บอกเลยนะว่าจะเป็แฟนกับคุณหรือเปล่า”
ฉันโผเข้าไปขัดขวางการนอนของว่าที่แฟนโดยการพยายามดึงผ้าห่มออกแต่เขายื้อแย่งกลับด้วยแรงมหาศาล ส่งผลให้ฉันถลาล้มลงไปนอนทับร่างหนา
“เื่ของคุณ ผมง่วงแล้ว”
เขาพลิกตัวเทฉันให้ลงไปนอนอีกซีกของเตียงจากนั้นกดปิดสวิตช์ตัวเองด้วยการหลับตานอนแน่นิ่ง ปล่อยฉันเคว้งมองเขาตาปริบๆ
แล้วยังไงต่อ? ฉันควรเอายังไงกับชีวิตของตัวเองดีกลับบ้านหรืออยู่นี่ แล้วถ้าอยู่ต่อฉันควรอยู่ในฐานะอะไรล่ะ คงไม่พ้นสถานะนั้นสินะ
“เออ!ฉันยอมตกลงเป็แฟนกับคุณก็ได้ แล้วจะไม่แนะนำตัวเองให้รู้จักหน่อยเหรอ คุณแฟน!”
เหมือนกำลังคุยอยู่กับผีบ้านผีเรือนยังไงก็ไม่รู้ไม่มีการตอบสนองจากคนที่กำลังนอนอยู่ข้างๆ เขานิ่งสนิทนี่อย่าบอกนะว่าหลับไปแล้วจริงๆ อ่ะ ง่ายดายเกินไปป๊ะ ะโโหวกเหวกเสียงดังขนาดนี้หลับลงได้ยังไง
เขานิ่งมากจนฉันคิดว่าคงหลับแล้วจริงๆจึงยื่นมือออกไปหมายเชยชมเบ้าหน้าฟ้าประทานนั่น ค่อยๆ วางนิ้วััลงบนหน้าผากโค้งมนไล้ลงมาตามเรียวคิ้วเข้ม ขนตาหนาแน่นเป็แพจนฉันอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ สันจมูกโด่งคมกริบและริมฝีปากหยักอมชมพูที่ฉันรู้ดีว่าร้ายกาจขนาดไหน ทั้งสกิลการยั่วประสาทและวิธีที่เขาใช้มันปลุกปั่นไฟสวาทในร่างกาย
‘อ่า... อยากจูบชะมัด’
จังหวะที่ฉันเผลอยื่นหน้าเข้าใกล้ตามแรงปรารถนาในหัวใจดวงตาคมได้เปิดขึ้นมองสบกลับมา พร้อมฝ่ามือหนารวบจับข้อมือฉันซึ่งเรียวนิ้วยังค้างเติ่งอยู่บนริมฝีปากเขาเอาไว้
“นี่คือวิธีการถามชื่อของคุณงั้นเหรอ?”
ประโยคเหน็บแนมถูกเอ่ยออกมาแ่เบา ทว่าระยะที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ทำให้ฉันได้ยินมันอย่างชัดเจนรู้สึกเสียหน้าและเขินอายมาก จึงกระเถิบตัวออกห่างทำท่าจะลุกขึ้นแต่อีกฝ่ายกลับรั้งไม่ให้ฉันทำแบบนั้น
“ใครใช้ให้คุณหลับใส่ล่ะ ฉันแค่จะปลุกให้ตื่นขึ้นมาบอกชื่อก็เท่านั้น”
อ้อมแอ้มอ้างไปเรื่อย เห็นๆอยู่ว่าฉันกำลังลวนลามเขา ชัดเจนออกขนาดนี้คงไม่มีใครโง่เชื่อ
“ชื่อผมมีราคา อยากรู้ต้องจ่ายมาก่อน”
“มันจะสักเท่าไหร่กันเชียว?”
หน้าตาก็ดีไม่น่าขี้งก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะฉันมีเงินจ่ายให้กับเื่ไร้สาระพวกนี้แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาเรียกร้องจะไม่ใช่เงินทองอย่างที่คิดเมื่อริมฝีปากที่ฉันหมายจะจู่โจมเมื่อครู่เคลื่อนขยับเข้ามาใกล้และปิดประทับลงบนกลีบปากฉันแ่เบา
มันเป็เพียงแค่ปากแตะปากเท่านั้นแต่ฉันกลับร้อนวูบวาบั้แ่ใบหน้าจนถึงปลายนิ้วเท้า หายใจไม่ทั่วท้องและหูได้ยินแต่เสียงอื้ออึง ก่อนเขาจะดึงสติฉันกลับด้วยการแนะนำตัวสั้นๆ
“เรียกผมว่ายู”