สยองหอพักผีสิง
ฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนราวกับว่าเป็นเพียงความฝัน ฉันงัวเงียลุกจากที่นอนไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา เอ๊ะ..ทำไมวันนี้ฉันรู้สึกแปลกๆ ฉันคลำใบหน้าของฉันดู โดยปกติแล้วฉันจะไม่ค่อยส่องกระจกเพราะฉันไม่อยากเห็นใบหน้าที่น่าเกลียดของฉัน แต่วันนี้ฉันต้องขอลองส่องกระจกดู เนื้องอกที่เปลือกตาของฉันหายไป โดยปกติมันจะเต็มไปทั่วใบหน้าฉัน มันพยายามเพ่งอยู่นานสองนาน มันหายไปจริงๆ เนื้องอกน่าเกลียดที่เปลือกตาของฉัน มันสามารถหายไปเองได้อย่างนั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอกน่าจะบ้าไปแล้ว ฉันนึกย้อนไปตอนที่ฉันใช้มีดแทงไปที่ผีในกระจก ควันสีดำบางอย่างโพยพุ่งเข้ามากระทบที่ใบหน้าของฉัน ควันสีดำนั้นมันคืออะไรกัน มันรักษาโรคร้ายของฉันได้ บ้า..เหลวไหลสิ้นดี เป็นไปไม่ได้ แม้ฉันจะคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ฉันก็หวังมาตลอดว่าอยากที่จะรักษาโรคร้ายนี้ให้หายขาด ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากจะสวย ตอนนี้จะเป็นอย่างไรก็ช่างมันก่อน ตอนนี้ฉันได้เงินจากยอดโดเนทของคนดูที่มอบให้ฉันมันมากพอสมควร ฉันแลกเปลี่ยนออกมาเป็นเงินเข้าบัญชีธนาคารของฉัน หลังจากที่เบิกเงินออกมาแล้วฉันก็ไปที่โรงพยาบาลเพื่อนำเงินไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลน้องชายของฉันส่วนหนึ่ง เพื่อที่ทางโรงพยาบาลจะได้ให้การดูแลน้องของฉันต่อไป ฉันเดินออกมาจากโรงพยาบาล และคิดว่าคืนนี้จะไปไลฟ์สดที่ไหนต่อ จู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าฉัน ฉันชะงักและขยับถอยไปเล็กน้อยและมองเขาคนนั้นด้วยความสงสัย “คุณคือคนที่ไลฟ์สดตึกร้างเมื่อคืนใช่ไหม” เขาถาม “คุณรู้ได้ยังไง” “ในโลกออนไลน์มันง่ายที่จะสืบหาคุณ” เขายิ้มออกมา ฉันไม่ค่อยชอบสายตาและรอยยิ้มของเขาเลย ฉันถามเขาด้วยอารมณ์ไม่พอใจ “คุณต้องการอะไร!” “ใจเย็นๆครับ ผมแค่อยากตามคุณไปในการไลฟ์สดครั้งต่อไปด้วยคนครับ” “อะไรนะ คุณอยากไปกับฉันทำไม” “ผมอยากที่จะเห็นผีด้วยตาของผมเองครับ ผมเคยดูรายการแบบนี้มาหลายครั้ง แต่ของคุณเป็นเพียงคนเดียวที่เจอผีจริงๆ” “ไม่!” ฉันตอบสั้นๆและเดินเลี่ยงออกมา “ผมให้คุณ 5 หมื่น” คำพูดของเขาทำเอาฉันหยุดกึก เงิน 5 หมื่น มันสามารถทำให้ฉันพาน้องชายของฉันไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ได้เลย “จริงเหรอคุณ” ตัวเลขนั้นมันทำให้ฉันหยุดคิด “จริงครับ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาของผม ความตื่นเต้นสิที่ผมต้องการ คุณจะให้ผมโอนบางส่วนให้ตอนนี้เลยไหมล่ะ” เขาโอนเงิน 2 หมื่นบาทให้ฉันโดยไม่ลังเลและที่เหลือจะให้เมื่อจบงาน พวกคนรวยนี่ใช้เงินซื้อทุกอย่างได้ แม้ว่าฉันจะไม่ชอบพวกคนรวย แต่เงินจำนวนนี้ก็สามารถทำให้ฉันแกล้งลืมมันไปก่อน “ผมชื่อตะวัน” เขาแนะนำตัว คืนนี้คุณจะไปที่ไหนครับ หรือให้ผมแนะนำไหม” เขาหยิบสมาร์ทโฟนออกมาและยื่นให้ฉันดูที่หน้าจอ ข้อมูลที่ฉันเห็นคือ หอพักร้างเขตชานเมือง มีเรื่องเล่าว่าเมื่อห้าปีก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่งถูกข่มขืนและเธอก็แขวนคอตาย หลังจากนั้นก็มีคนทยอยตายอีกหลายคน ทั้งกระโดดลงมาจากดาดฟ้าฆ่าตัวตาย ยิงตัวตาย ว่ากันว่าวิญญาณของผู้หญิงนั้นอาฆาตและมาเอาชีวิตคนที่ย่ำยีเธอ จนอาถรรพ์บางอย่างทำให้เจ้าของหอพักฆ่าตัวตายหลังจากนั้นไม่นาน บรรดาผู้เช่าพากันย้ายออกจนหมด และไม่มีลูกหลานคนใดกลับมามาดูแลอีกเลย ทำให้มันถูกทิ้งร้างจนทรุดโทรมลง ก็ไม่เลวนะเรื่องราวดูน่ากลัวดี เราแลกเบอร์โทรกันเพื่อเอาไว้ติดต่อหากถึงเวลาเริ่มงาน ฉันกำลังเดินเข้าไปในซอยทางไปบ้านเช่าของฉัน ทันใดนั้นก็มีกลุ่มผู้ชายหลายคนมาล้อมรอบฉัน ฉันรู้ว่าพวกมันเป็นใคร มันคือพวกอันธพาลที่ชอบก่อเรื่องปล้นอยู่เสมอ และมักจะฉุดผู้หญิงไปรุมโทรมบ่อยๆ พวกมันติดคุกแล้วก็ออกมาทำเรื่องชั่วช้าแบบเดิม กฎหมายก็ทำอะไรพวกมันไม่ได้ “นั่นไง อีหน้าผีที่ผมบอกลูกพี่” ชายคนหนึ่งที่ดูท่าทางเป็นลูกน้องชี้มาทางฉัน ชายคนหนึ่งที่ดูน่าจะเป็นหัวหน้า เขามองมาที่ฉัน “ถอดหน้ากากมันซิ” ฉันพยายามหันหลังวิ่งหนี แต่ก็ถูกจับตัวเอาไว้ได้ ฉันโดนดึงหน้ากากออก ทุกคนเห็นใบหน้าที่น่าเกลียดของฉัน “น่าเกลียดจริงๆด้วย” “เอามันไปโยนทิ้งที่กองขยะซิ หน้าตาอัปลักษณ์แบบนี้คงเหมาะกับกองขยะ” ฉันโดนลากไปตามทาง พวกมันแย่งกระเป๋าของฉันไป ในนั้นมีเงินและโทรศัพท์มือถือของฉัน ฉันพยายามขัดขืนอย่างสุดแรง จนโดนชกเข้าไปที่ท้องจนจุกไปหมด รถเก๋งคันหนึ่งขับเข้ามาพอดี และขวางคนเหล่านั้นไว้ ชายที่ชื่อตะวันนั่นเอง เขาเดินลงมาจากรถและตะโกนว่า “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้” “ว่าไงฮีโร่ อยากเป็นฮีโร่มากงั้นเหรอ” หัวหน้าแก็งค์พูดออกมาพร้อมเดินอาดๆตรงไปยังตะวัน แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ตะวันก็ชิงจังหวะถีบเข้าไปที่ท้องของคนร้ายจนล้มลง พวกลูกน้องทั้งหลายทิ้งขว้างฉันลงกับพื้นและพากันกรูเข้าไป แต่ก็โดนตะวันชกเอาทีละคนจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า ท่วงท่าของเขาราวกับคนที่ฝึกศิลปะการต่อสู้มาอย่างช่ำชอง ไม่นานเหล่าผู้ร้ายทั้งหลายก็นอนกองร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ตะวันหยิบกระเป๋าที่ตกอยู่ที่พื้นมาให้ฉัน “เป็นอะไรมากไหมครับ” “คุณไปซะ อย่ามองฉัน” ฉันนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้นดิน ทำไมชีวิตของฉันจะต้องเจอเรื่องเลวร้ายมาตลอดชีวิต ตะวันนิ่งเงียบ ก่อนที่จะหยิบหน้ากากที่ตกอยู่ส่งมาให้ฉัน “ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน” เขายื่นมือมาฉุดฉันให้ลุกขึ้น ฉันยื่นมือไปจับมือเขาอย่างกล้าๆกลัวๆว่าเขาจะรังเกียจฉัน เขาขับรถมาส่งฉันถึงบ้าน ฉันกล่าวขอบคุณเขา “คุณไม่เป็นอะไรนะ” “ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร” “งั้นเอาไว้เมื่อถึงเวลาผมจะมารับ” เขาเดินออกไป ฉันนั่งเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้า รุ่งเช้า ฉันออกไปที่โรงฆ่าสัตว์เพื่อขอซื้อเลือดวัวเพื่อที่จะเอาไปจัดฉากที่หอพักร้างเพื่อสร้างบรรยากาศหลอนๆในการไลฟ์สด ฉันไม่รู้หรอกว่าที่นั่นจะมีผีจริงๆหรือไม่ ถ้าการไลฟ์สดแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวๆให้คนดู เดี๋ยวฉันจะไม่ได้เงินรางวัลไปเสีย ระหว่างทางฉันเดินผ่านร้านขายของเก่าโบราณก็เลยแวะดู น่าแปลกที่ปกติฉันก็ไม่ได้สนใจของเก่าโบราณอะไรนี่เลย ฉันเหลือบไปเห็นมีดเล่มหนึ่งรูปร่างสวยแปลกตา มันดูเตะตาฉันราวกับมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่าง ฉันจ่ายเงินซื้อมันมาแบบงงๆ เมื่อถึงเวลา ตะวันก็มารับฉันที่บ้าน “พร้อมหรือยังครับ เชิญขึ้นรถได้ครับคุณผู้หญิง” เขาพูดกับฉันอย่างเป็นกันเอง ฉันขมวดคิ้ว เราเพิ่งจะรู้จักกันฉันไม่อยากจะสนิทกับเขา ชีวิตของฉันไม่อยากที่จะรู้จักใครมากนัก เขาขับรถพาฉันมาถึงหน้าหอพักร้างที่ว่านั้น แถวนี้ดูรกร้าง มันเป็นหอพักที่อยู่ลึกสุดซอย ไม่มีบ้านเรือนอื่นอยู่รอบๆ ป่ารกขึ้นปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นทางเข้า สภาพอาคารเก่าทรุดโทรม ฉันกำลังคิดพล็อตเรื่องของคืนนี้ ฉันคิดออกแล้ว “สยอง หอพักผีสิง” ฉันรำพึงออกมาเบาๆ “ชื่อไลฟ์น่ากลัวดีนะครับ” ตะวันสำทับ เขาได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ฉันไม่พูดอะไรต่อและเดินไปหยิบถุงเลือดออกมาจากท้ายรถ “คุณจะทำอะไรไพลิน” เขาเรียกชื่อฉัน “ก็กำลังจะสร้างบรรยากาศไง ด้วยเลือด” “ผมว่าคุณไม่ต้องทำหรอก มันดูหลอกลวง ผมเคยดูรายการหลอกลวงมามากแล้ว” เขาห้ามฉัน ทีแรกฉันก็จะไม่ยอมหรอก เพราะฉันกลัวไลฟ์สดแล้วไม่น่ากลัว แต่ดูสายตาที่จริงจังของเขาแล้ว ฉันก็ยอมทำตาม ถ้าครั้งนี้ไม่ได้ยอดโดเนทเยอะๆก็คงไม่เป็นไร ยังไงฉันก็ได้เงินจากเขามาแล้วนี่ ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเริ่มการไลฟ์สด “สวัสดีทุกๆคน วันนี้เราจะมาลองของที่หอพักผีสิงกัน ว่ากันว่าที่นี่เฮี้ยนมาก” เพียงไม่กี่นาทีหลังจากฉันไลฟ์สด ก็เริ่มมีคนดูเข้ามาเพิ่มขึ้นจากหลักสิบกลายเป็นหลักร้อยและยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉันฉายภาพของอาคารเก่าสูงตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงสลัวๆของดวงจันทร์ เพียงแค่นี้ก็ทำเอาขนลุกขนพองไม่น้อย เสียงการกดให้ดาวของคนดูก็เริ่มดังขึ้นเป็นระยะ ผู้ชมเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นหลักพัน ฉันเริ่มแนะนำต่อ “วันนี้เรามีแขกรัญเชิญมาด้วยหนึ่งคน เขาบอกว่าอยากเจอผีสักครั้ง” ฉันหันกล้องไปทางตะวัน (ว้าว หล่อจัง) (งานดี) (น้ำเดินเลยเธอ) เสียงคนกดให้ดาวดังขึ้นถี่ๆ แหมๆ นี่รายการผีนะ ทำไมให้รางวัลกับความหล่อมากกว่าความน่ากลัวล่ะ แต่ช่างเถอะยังไงเงินที่ได้ก็เป็นของฉันอยู่ดี ฉันเดินฝ่าพงหญ้าที่ขึ้นรกเข้าไปพร้อมไฟฉายหนึ่งกระบอก จู่ๆตะวันก็คว้าแขนฉันไว้ “มีคนอยู่ด้านใน” เขากระซิบ ช่องแชทในไลฟ์สดเริ่มทำงาน บางคนก็เชื่อบางคนก็ไม่เชื่อเหมือนครั้งที่แล้ว (เห็นเงาอะไรในตึกแว่บๆ) (มาแล้วๆ ทีมงานเริ่มทำงานตั้งแต่เริ่มเลยเหรอ) (ตื่นเต้นๆ ขนลุกซู่แล้วนะ) ตะวันและฉันเดินเข้าไปอย่างเงียบๆ เราได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิงแว่วมาเบาๆ ไม่รู้ว่าคนดูจะได้ยินเหมือนกันไหม