ห้องผ่าตัด
“สวัสดีค่ะหมอดนัย !!” ทันทีที่ดนัยเข้ามาในห้องผ่าตัดก็ได้ยินเสียงของหมอยูมิทันที (หมอแผนกรังสีวิทยา)
“อ้าวหมอยูมิเองเหรอครับเนี่ยสวัสดีครับ” ดนัยทักทายกลับ
“ค่ะฉันเองเห็นพยาบาลบอกว่าจำเป็นต้องใช้เครื่องที่แผนกฉายรังสีฉันเลยต้องยกเจ้าเครื่องนี้มา” หมอยูมิพูดพลางมองไปที่เครื่องมือแพทย์ของแผนกของเธอ
“ครับพอดีคนไข้มียาเสพติดอยู่ในท้องเลยจำเป็นต้องใช้เครื่องแสกนของแผนกรังสีวิทยาเพื่อตรวจดูว่ายังมีสารเสพติดหลงเหลืออยู่หลังจากผ่าตัดหรือไม่” ดนัยบอกหมอยูมิ
“คนไข้มียาเสพติดอยู่ในท้องงั้นเหรอคะ !!” หมอยูมิทำหน้าแปลกใจ
“ใช่ครับดูเหมือนคนไข้จะผ่าท้องตัวเองแล้วยัดมันเข้าไปก่อนจะเย็บแผลปิดมันเพื่อซ่อนเอาไว้” ดนัยพูดทำให้หมอยูมิที่ได้ยินทำหน้าเหลือเชื่อขึ้นมาทันทีเพราะการใช้มีดผ่าท้องสดๆนั้นเป็นอะไรที่บ้าและอันตรายมากๆ
“หมอดนัยพร้อมแล้วเริ่มเลยมั้ย” หมอสุกิยามะถามดนัย
“ครับเริ่มกันเลย” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่ข้างเตียงคนไข้
“ขอกรรไกร !!” ดนัยบอกพยาบาล
“นี่ค่ะ” พยาบาลพยักหน้าก่อนจะส่งเครื่องมือให้ดนัย
ดนัยใช้กรรไกรตัดไหมที่ถูกเย็บเอาไว้ลวกๆจนหมดก่อนจะใช้มือค่อยๆแหวกแผลที่ท้องออก
“หมอสุกิยามะค่อยๆเอาพวกมันออกมาได้เลยครับระวังอย่าให้ถุงแตกด้วยนะครับ” ดนัยบอก
“ได้ครับหมอดนัย” หมอสุกิยามะพยักหน้าก่อนจะค่อยๆใช้มือหยิบถุงยาเสพติดออกมาทีละถุง
“เจ็ด !! แปด !! เก้า !! สิบ !! นี่มันมากกว่าสิบถุงบ้าน่าแต่ละถุงหนักราวๆหนึ่งร้อยกรัมเลยนะ” หมอยูมิที่ยืนมองดูหมอสุกิยามะเอาถุงยาเสพติดออกมาทีละถุงอุทานออกมาหลังจากเห็นจำนวนของมัน
“อ๊ะนี่ไงถุงที่แตกเจอแล้ว” หมอสุกิยามะเจอถุงยาเสพติดที่มีรอยขาดนี่คือถุงเจ้าปัญหาที่ทำให้คนไข้ชักเพราะได้รับยาเกินขนาด
“ทั้งหมดสิบแปดถุง พยาบาลเอาไปช่างน้ำหนักที” หมอสุกิยามะเอาถุงยาเสพติดออกมาจนหมด
“ถ้าหมดแล้วผมจะเริ่มทำการล้างท้องนะครับขอเครื่องดูด” ดนัยเมื่อเห็นว่าหมอสุกิยามะเอายาเสพติดออกมาหมดแล้วก็เริ่มทำการล้างท้องคนไข้ทันที
สิบนาทีต่อมา
“เอาล่ะเรียบร้อยที่เหลือให้เป็นหน้าที่หมอยูมินะครับ ช่วยเช็คหน่อยว่ายังมีสารเสพติดตกค้างอยู่ในท้องหรือเปล่า” ดนัยหันไปบอกหมอยูมิ
“ให้เป็นหน้าที่ฉันเองค่ะ” หมอยูมิพยักหน้าก่อนจะลากเครื่องมือของเธอมาและเริ่มใช้มันสแกนมันไปที่ท้องของคนไข้ไม่นานผลการสแกนก็ปรากฎขึ้นบนหน้าจอ
“ไม่เหลือสารเสพติดตกค้างอยู่ในท้องคนไข้แล้วค่ะ” หมอยูมิอ่านค่าบนหน้าจอก่อนจะบอกพวกดนัย
“ฟู่ว...ถ้าอย่างนั้นก็เย็บแผลปิดได้หมอสุกิยามะครับฝากโทรถามแผนกฉุกเฉินด้วยครับว่าตำรวจมาถึงหรือยังถ้ามาแล้วให้มารับยาเสพติดและคนไข้คนนี้ไปได้เลย” ดนัยพูด
“ครับผมจัดการโทรเอง” หมอสุกิยามะพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่โทรศัพท์เพื่อโทรติดต่อไปยังข้างนอก
แผนกฉุกเฉิน
กริ๊ง !! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ยากุซ่าหันไปมอง
“เธอน่ะไปรับสิ !!” ยากุซ่าสั่งพยาบาลสาว
“คะ คะ ค่ะ” พยาบาลพยักหน้าก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืนและเดินไปรับโทรศัพท์
“เปิดลำโพงให้พวกเราได้ยินด้วยแล้วก็อย่าตุกติกล่ะพวกเราไม่อยากทำร้ายใครเราแค่มาทวงของคืนเท่านั้น” ยากุซ่าพูดก่อนจะใช้มีดจี้หลังพยาบาลเอาไว้เธอพยักหน้าเบาๆก่อนจะเปิดลำโพงและยกหูโทรศัพท์ขึ้น
“ค่ะแผนกฉุกเฉินค่ะ !!”
“โอ้พยาบาลริเอะพอดีเลยนี่หมอสุกิยามะโทรมาจากห้องผ่าตัดนะโทรแจ้งตำรวจไปแล้วใช่มั้ย” หมอสุกิยามะถามพยาบาลสาวหันหน้ามามองยากุซ่าเล็กน้อยซึ่งยากุซ่านั้นพยักหน้าให้พยาบาลเบาๆ
“ค่ะหมอสุกิยามะฉันโทรแล้ว ตอนนี้ตำรวจใกล้จะถึงแล้วค่ะ” พยาบาลบอก
“ดีเลยทางนี้เองก็ผ่าตัดจะเสร็จแล้วถ้าตำรวจมาบอกให้มารับคนไข้กับมารับยาเสพติดพวกนี้ไปทีนะ เพราะตามขึ้นตอนทางเราห้ามเอายาเสพติดออกจากห้องผ่าตัด” หมอสุกิยามะพูด
“ค่ะเข้าใจแล้ว” พยาบาลพยักหน้าก่อนมือของยากุซ่าที่ใช้มีดจี้หลังเธออยู่จะยื่นมากดตัดสายไป
“ห้องผ่าตัดอยู่ไหนพาไปเดี๋ยวนี้ !!” ยากุซ่าพูดกับพยาบาลสาว
“จะ จะ ให้ฉันพาไปห้องผ่าตัดเหรอคะ” พยาบาลสาวอุทานออกมา
“ใช่เร็วๆอย่าให้พูดซ้ำได้ของพวกเราจะได้รีบกลับก่อนพ่อจะมา” ยากุซ่าบอก
“ขะ ขะ เข้าใจแล้วค่ะ” พยาบาลตอบเบาๆ
“เฮ้ยพวกเอ็งเฝ้าห้องนี้ไว้ถ้าตำรวจมาล่ะก็ถ่วงเวลาเอาไว้” ยากุซ่าหันไปสั่งพวกลูกน้อง
“เข้าใจแล้วพี่ !!!” พวกลูกน้องตอบ
จากนั้นพยาบาลสาวก็พาลูกพี่ยากุซ่าคนนี้เดินไปที่ห้องผ่าตัด
ที่สถานีตำรวจ
“อ้าวนั่นหมวดจะออกไปไหนน่ะ !!” ตำรวจคนหนึ่งถามหลังจากเห็นเพื่อนร่วมงานทำท่าทำทางเหมือนกำลังจะออกไปไหน
“ว่าจะไปดูที่โรงพยาบาลทาเคนากะหน่อยน่ะพอดีเมื่อครู่มีสายเข้ามาแต่ยังไม่ทันพูดอะไรเลยก็ตัดสายไปเสียก่อน ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า แล้วนี่สารวัตรล่ะ” หมวดที่ถูกถามพูดถึงสารวัตร
“ไปคุยกับแก๊งค์ฉลามขาวน่ะสิไปถามเรื่องที่มีคนฟันกันเมื่อเช้า” ตำรวจนายนั้นพูด
“สารวัตรถึงกับไปด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย” หมวดพยักหน้าเบาๆ
“ก็นะพวกนั้นเป็นยากุซ่านี่นาถ้าสารวัตรไม่ไปด้วยตัวเองพวกนั้นคงไม่ให้ข้อมูลอะไรน่ะสิ” ตำรวจนายนั้นยักไหล่เบาๆ
“อืม...ถ้าอย่างนั้นยังไงขอตัวไปที่โรงพยาบาลก่อนนะ” หมวดพูดก่อนจะเดินออกจากโรงพักและขับรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจออกไป
วี้หว่อ !! ระหว่างทางที่ผู้หมวดนายนี้ขับรถออกมาก็เจอกับรถฉุกเฉินจอดอยู่กลางทางเข้าพอดี
“หือทำไมถึงมาจอดตรงนี้ล่ะ” หมวดนายนี้แปลกใจเขาจอดรถก่อนจะเคาะหลังรถฉุกเฉินเพื่อสอบถาม
ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !! สิ้นเสียงเคาะก็มีบุรุษพยาบาลที่อยู่ในรถเปิดออกมาดู
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าทำไมถึงมาจอดอยู่อย่างนี้ล่ะหรือว่ารถเสีย” หมวดนายนี้ถามพลางมองผู้ป่วยที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนเตียงในรถฉุกเฉิน
“พอดีเราหาโรงพยาบาลรับคนไข้คนนี้ไม่ได้เลยครับ” บุรุษพยาบาลบอก
“อ้าวแล้วโรงพยาบาลทาเคนากะล่ะ” หมวดถามเพราะในเขตนี้โรงพยาบาลทาเคนากะนั้นใกล้ที่สุด
“เราติดต่อห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลทาเคนากะไม่ได้เลยครับดีที่ผู้ป่วยคนนี้แค่อาหารเป็นพิษเท่านั้นถ้าเป็นอุบัติเหตุหนักล่ะก็แน่เลย” บุรุษพยาบาลพูดด้วยสีหน้าหนักใจ
หรือว่ามันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น หมวดเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ได้
“ถ้าอย่างไรเดี๋ยวจะรีบไปดูที่โรงพยาบาลให้แล้วกัน” หมวดพูดก่อนจะขอตัวรีบไปดูสถานการณ์ที่โรงพยาบาลทาเคนากะ
ไม่กี่นาทีต่อมาหมวดนายนี้ก็ขับรถมาถึงโรงพยาบาลทาเคนากะเขาขับตรงมาที่ตึกของแผนกฉุกเฉินซึ่งมันอยู่อีกด้านของโรงพยาบาลซึ่งเป็นตึกผู้ป่วยนอกนั่นก็เพราะถ้าไม่แยกออกมาแบบนี้นั้นเวลามีรถฉุกเฉินเข้ามามันอาจจะไม่สะดวกเพราะติดรถของผู้ที่มาโรงพยาบาลนั่นเอง
หลังจากจอดรถหมวดนายนี้ก็เดินไปที่ห้องฉุกเฉิน
“ทำไมมันเงียบๆ” หมวดเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจเพราะปกติต้องเห็นพยาบาลและหมอเดินไปเดินมาในห้องเขามองเข้าไปในห้องฉุกเฉินก็ไม่เห็นทั้งคนไข้ พยาบาลและหมออยู่เลย
ก่อนหน้านี้
“เฮ้ยพวกเราพ่อมาว่ะ !!” ยากุซ่าที่ถูกสั่งให้เฝ้าห้องฉุกเฉินเอาไว้พูดหลังจากเห็นว่ามีรถตำรวจขับเข้ามา
“มาแล้วงั้นเหรอไวจริงๆ พวกมันมากันกี่คน” ยากุซ่าอีกคนถาม
“คนเดียว !!”
“คนเดียวงั้นเหรอแสดงว่ามันยังไม่รู้ว่าพวกเรายึดห้องฉุกเฉินเอาไว้อยู่....เฮ้ยถ้าอย่างนั้นพวกเอ็งเอาพวกคนไข้ไปแอบตรงนั้นส่วนทางนี้จะเอาพวกหมอกับพยาบาลไปแอบไว้ตรงนี้ส่วนเอ็งสองคนไปแอบไว้ตรงประตูปล่อยให้ตำรวจนั่นมันเดินเข้ามาพอมันเผลอก็จัดการมันซะแต่อย่าฆ่าล่ะ” ยากุซ่าพูด
“โอ้วเข้าใจแล้ว !!”
จากนั้นพวกยากุซ่าก็รีบย้ายคนไข้ที่กระจุกอยู่มุมห้องไปหลบอีกมุมหนึ่งที่สามารถหลบสายตาของตำรวจได้เมื่อมองมาจากด้านนอก ส่วนพวกหมอและพยาบาลก็ถูกพาไปหลบอีกมุมเช่นกัน ก่อนจะมียากุซ่าสองคนไปแอบอยู่ด้านหลังประตูแต่ละฝั่งเพื่อรอให้ตำรวจเปิดประตูห้องฉุกเฉินและเดินเข้ามาพวกยากุซ่าจะได้อาศัยโอกาสนั้นจัดการตำรวจนายนี้ซะ
และแล้วนายตำรวจนายนั้นก็เดินมาที่หน้าประตูห้องฉุกเฉินเขาสอดส่องสายตาเข้ามาก่อนจะเห็นว่าไม่มีใครเขาจึงเลือกเปิดประตูเข้ามาดู
“มีใครอยู่มั้ยครับ คุณพยายาลคุณหมอมีใครอยู่มั้ย” ตำรวจนายนี้ส่งเสียงเข้ามาก่อนจะเดินเข้ามาดู
และทันทีที่ตำรวจนายนี้ก้าวผ่านประตูเข้ามาจู่ๆก็มีหมัดลอยมาจากทางข้างหลัง
ฟ้าว !! ผัวะ !! อ๊าก !! ตำรวจนายนั้นโดนหมัดเข้าไปก่อนจะล้มตัวลงไปข้างหน้าทันทีเขารีบหันกลับมาดูแต่ยังไม่ทันตอบโต้อะไรเขาก็เห็นรองเท้าคู่หนึ่งกำลังพุ่งมาที่หน้าของเขา
ผัวะ !! ตุ่บ !! รองเท้าคู่นั้นกระแทกเข้าเต็มๆหน้าของตำรวจนายนี้ที่ล้มอยู่กับพื้นเขาสลบไปทันที
“มัดมันไว้” ยากุซ่าที่ใช้เท้าของตัวเองถีบหน้าตำรวจตอนที่ล้มพูดกับยากุซ่าอีกคนที่สาวหมัดทำให้ตำรวจนายนี้ล้มลง
ภายในห้องผ่าตัด
ตอนนี้ดนัยกำลังเย็บแผลอยู่ด้วยความบรรจงถึงแม้คนไข้คนนี้จะเป็นผู้ร้ายหรืออะไรก็ตามเขาก็ไม่คิดจะละเลยการรักษาคนไข้ทันใดนั้นเองจู่ๆฮิคาริก็โผล่พรวดเข้ามา
“ดนัยแย่แล้วรีบหนีเร็วเข้า !!” ฮิคาริโผล่เข้ามาเตือนดนัย
อะไรของยัยนี่จู่ๆโผล่เข้ามาบอกให้หนีอีกนิดเดียวจะเสร็จแล้วแท้ๆ ดนัยคิดพลางสงสายตาเป็นสัญญาณถามว่ามีเรื่องอะไรพลางเย็บต่อไปเพราะตอนนี้ยังหยุดมือไม่ได้เขายังเย็บแผลไม่เสร็จ
“มียากุซ่ากำลังมุ่งมาที่ห้องผ่าตัดน่ะสิ พวกมันยึดห้องฉุกเฉินไปแล้ว !!” ฮิคาริบอกทำให้ดนัยถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“พูดเรื่องจริง !!” ดนัยเผลออุทานออกมาทำให้พยาบาลที่อยู่ข้างๆหันควับมา
“หมอดนัยมีอะไรเหรอคะ” พยาบาลถาม
“อ๊ะเปล่าครับ” ดนัยรีบตอบ
“พูดจริงน่ะสิฉันจะโกหกไปทำไม” ฮิคาริพูด
“หมอสุกิยามะครับเย็บแผลต่อที !!” ดนัยพูดพลางส่งคีมจับให้หมอสุกิยามะที่อยู่ตรงข้ามทันที
“จะเสร็จอยู่แล้วทำไมหมอดนัยไม่เย็บต่อให้เสร็จล่ะครับ” หมอสุกิยามะถามอย่างสงสัยเขารับคีมนั่นมาอย่างงงๆแต่ดนัยไม่คิดจะตอบหมอสุกิยามะเขารีบดึงถุงมือที่ใส่อยู่ออกก่อนจะถอดผ้าคลุมกันเปื้อนออกท่ามกลางความสงสัยของหมอและพยาบาลภายในห้องว่าดนัยกำลังทำอะไร
“ถ้ายังไงฉันขอตัวเอาเครื่องมือไปเก็บก่อนนะคะ” หมอยูมิที่เห็นว่าเสร็จเรื่องของเธอแล้วจึงจะขอเอาเครื่องมือที่เข็นมาจากแผนกของเธอไปเก็บที่
“เดี๋ยวก่อนครับ !!” ดนัยรีบไปหยุดหมอยูมิเอาไว้ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ
“ฮิคาริเธอไปดูทีว่ายากุซ่าที่กำลังมามันเดินมาอย่างไรสูงเท่าไหร่และพยาบาลคนไหนเป็นคนพามันมา” ดนัยพูดออกมาเบาๆให้ฮิคาริได้ยินเพียงคนเดียว
“นายคิดจะทำอะไร” ฮิคาริเอ่ยอย่างไม่เข้าใจแต่ดนัยก็เอ่ยพูดกับฮิคาริอย่างไม่มีเสียงเป็นคำว่า ไปเร็ว !!
“หมอดนัยหยุดฉันไว้ทำไมคะ แล้วนี่หมอดนัยจะถอดถุงมือกับเสื้อคลุมออกทำไมมันไม่ถูกสุขลักษณะไม่ใช่เหรอคะ” หมอยูมิถามอย่างสงสัยแน่นอนหมอสุกิยามะที่เย็บแผลต่อจากดนัยอยู่ก็สงสัยเช่นกัน
“หึ !! ถ้าไม่ถอดออกผมก็เคลื่อนไหวไม่ถนัดน่ะสิครับ เอาเป็นว่าหมอยูมิหลบไปทางนั้นก่อนแล้วกันครับเดี๋ยวผมค่อยอธิบายทีหลัง” ดนัยพูด
วู่บ !! ฮิคาริที่ออกไปดูข้างนอกมากลับเข้ามาพลางรีบบอกแก่ดนัย
“พยาบาลริเอะเป็นคนพามา เจ้ายากุซ่านั่นสูงราวๆหนึ่งร้อยแปดสิบมันใช้มีดจี้หลังพยาบาลริเอะเอาไว้” ฮิคาริบอกดนัยพยักหน้าเบาๆก่อนจะกวักมือเรียกให้ฮิคาริมาใกล้ๆถึงฮิคาริจะสงสัยว่าดนัยจะทำอะไรแต่เธอก็ลอยเข้ามา
“เธอโผล่หัวออกไปนอกประตูนะแล้วใช้มือส่งสัญญาณบอกฉันว่ามันจะเปิดประตูเมื่อไหร่เข้าใจนะ” ดนัยพูดฮิคาริพยักหน้าเบาๆก่อนจะลอยออกไปโดยโผล่หัวออกไปดูข้างนอกโดยเธอยกมือเอาไว้พลางชูห้านิ้ว และเมื่อยากุซ่าเดินเข้ามาใกล้ๆฮิคาริก็ค่อยๆเก็บนิ้วไปทีละนิ้ว
สี่ !! สาม !! สอง !! หนึ่ง !! ดนัยค่อยๆนับถอยหลังและเมื่อเขานับถึงหนึ่งเขาก็วิ่งและกระโดดไปที่หน้าประตูทันที
ครืด !! ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกก่อนจะเห็นหน้าพยาบาลริเอะที่ซีดไปหมดโผล่มา
“หยุดอย่าขยั..................” ยากุซ่าที่อยู่ด้านหลังผลักนางพยาบาลที่พาเขามาออกไปก่อนจะตะโกนเข้าไปในห้องผ่าตัดแต่ยังไม่ทันตะโกนจบจู่ๆก็มีร่างของใครบางคนกระโดดพุ่งเข้ามา
“เอาเข่าลอยไปกิน !!!!!!!!” ดนัยตะโกนออกมาเสียงดังเขากระโดดตีเข่าใส่ยากุซ่าอย่างไม่ลังเล
ผัวะ !! อ๊าก !! กรี๊ด !! เฮ้ย !! ยากุซ่าที่ไม่นึกไม่ฝันว่าทันทีที่เปิดประตูเข้ามาจะเจอเข่าลอยเข้าไปถึงกับร้องออกมาและร่วงลงไปกองกับพื้นทันทีส่วนพวกพยาบาล หมอริเอะและหมอสุกิยามะก็ร้องออกมาอย่างตกใจที่จู่ๆดนัยก็กระโดดเข่าลอยใส่คนแปลกหน้า
ตุ่บ !! ร่างของยากุซ่าสูงหนึ่งร้อยแปดสิบค่อยๆล้มลงมากองกับพื้นฮิคาริที่ยืนอยู่หน้าประตูอ้าปากค้างพลางค่อยๆหันหน้ามามองดนัย
“ฟู่ว !! ดีนะที่มันเลือกผลักพยาบาลริเอะออกไปก่อนไม่งั้นคงเข่าลอยไม่ง่ายขนาดนี้” ดนัยถอนหายใจออกมาพลางหันไปมองพยาบาลริเอะที่ล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น
“ไม่เป็นไรนะครับ” ดนัยถามเธอ
“คะ คะ ค่ะ” เธอที่ยังงงๆอยู่ตอบกลับมาเธอมองดนัยสลับกับยากุซ่าที่หมดสติอยู่ที่พื้น
“ทุกคนเราปลอดภัยแล้วครับไม่เป็นอะไรแล้ว !!” ดนัยหันกลับไปตอบพวกพยาบาลและหมอในห้องผ่าตัดที่ยืนมองดนัยและอ้าปากค้างอยู่สิ้นเสียงดนัยทุกคนก็ได้สติก่อนจะตะโกนถามดนัยพร้อมๆกัน
“หมอดนัยนี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ/หมอดนัยนี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ !!”
จบ...
ภาพตัวอย่างเข่าลอยที่ดนัยใช้จัดการยากุซ่านะครับ