บทที่ 3
ป้าข้างบ้านปากสุนัข
แสงสว่างวาบจากเอฟเฟกต์การส่งของขวัญในไลฟ์สดที่กะพริบรัวๆบนหน้าจอโทรศัพท์จอแตก ทำให้ห้องเช่าซอมซ่อดูคล้ายกับผับใต้ดินขนาดย่อมๆตัวเลขรายได้ที่พุ่งทะยานจากศูนย์ไปแตะหลักพันหยวนภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีทำให้กู้หยู เด็กชายวัยแปดขวบผู้รับหน้าที่เป็หัวหน้าครอบครัวจำเป็
(ในยามที่พี่ใหญ่ออกไปทำงาน) ถึงกับยืนแข็งทื่อเป็รูปปั้นหิน
ส่วน'เทพธิดาน้อย'เย่ว์ซินในร่างของเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้มีเรือนผมฟูฟ่องและสวมเสื้อยืดสีตุ่นขาดวิ่นกลับกำลังยืนเท้าเอวชี้นิ้วสั่งการชาวเน็ตในกระจกวิเศษอย่างเมามัน
"ส่งมาอีก!ข้า้าเป็ดย่างปักกิ่ง! ขาหมูตุ๋นน้ำแดง! แล้วก็... อะไรนะที่พวกเ้าเรียกว่า 'พิซซ่า'? ส่งมาให้หมด! ข้าจะอวยพรให้พวกเ้าอายุยืนหมื่นปี!"
[เศรษฐีหน้าใหม่]:โอ๊ยยย ฮาไม่ไหวแล้วววว เอาพิซซ่าไปเลยลูก! [ส่งของขวัญ: พิซซ่าถาดใหญ่ x 10]
[แมวส้มชอบนอน]:น้อนนนนน! หิวแหละดูออก แววตามุ่งมั่นมากตอนพูดถึงของกิน 5555
[สายสืบอินเทอร์เน็ต]:นี่มันช่องตลกหน้าตายชัดๆ! น้องคนนี้มีพร์มาก เกิดมาเพื่อเป็สตรีมเมอร์!
"สะ...เสี่ยวเป่า..." กู้หยูพูดเสียงสั่น มือชี้ไปที่หน้าจอ "เงิน...เงินมันขึ้นมาเป็สามพันหยวนแล้ว... เราไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม? พี่ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?"
"ฝันอะไรของเ้า!นี่คือเครื่องบรรณาการที่ข้าสมควรได้รับ!" เย่ว์ซินยืดอกอย่างภาคภูมิใจแม้ในใจจะแอบหงุดหงิดนิดหน่อยที่ของกินพวกนั้นเป็เพียงภาพลวงตาที่จับต้องไม่ได้
แต่นางก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า 'ตัวเลข' สีแดงๆ บนหน้าจอนั้นสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็ของกินจริงๆ ได้
"ถ้าเรามีสามพันหยวน...เราก็ซื้อข้าวสารได้เป็กระสอบ... ซื้อไข่...ซื้อหมูมาทำหมูตุ๋นให้น้องกินได้จริงๆ..." กู้หยูพึมพำน้ำตาแห่งความปีติรื้นขึ้นมาในดวงตาเด็กชายผู้แบกรับความหิวโหยและความยากลำบากมาตลอดรู้สึกเหมือนได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
แต่ทว่า...ความสุขมักจะอยู่กับคนจนได้ไม่นาน
ปัง!ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูไม้เก่าคร่ำครึดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าฝุ่นละอองและหยากไย่บนขื่อเพดานร่วงกราวลงมา กู้หยูสะดุ้งสุดตัว มือเล็กๆรีบคว้าโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนกองหนังสือพิมพ์มากอดไว้แนบอกโดยอัตโนมัติรอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป แทนที่ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"เปิดเดี๋ยวนี้นะ!นังเด็กเหลือขอ! ไอ้เด็กขยะ! ฉันรู้ว่าพวกแกอยู่ข้างใน! แกล้งตายหรือไงฮะ!"
เสียงแหลมสูงปรี๊ดที่แผดกร้าวทะลุบานประตูเข้ามา
ทำให้โสตประสาทของเย่ว์ซิน (ที่ไวต่อเสียงมากกว่ามนุษย์ปกติ)รู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทง นางยกมือป้อมๆ ขึ้นอุดหูด้วยความรำคาญ
"ใครหน้าไหนมันบังอาจมาส่งเสียงเอะอะโวยวายหน้าตำหนัก...เอ้ย หน้าห้องข้า!" เย่ว์ซินตวัดสายตาขวับไปที่ประตู
"ชู่ว!"กู้หยูรีบเอามือจุ๊ปาก หน้าซีดเผือดเป็ไก่ต้ม
"ป้าจาง... ป้าจางมาทวงหนี้แน่ๆ เลย... เสี่ยวเป่าหลบหลังพี่ไว้นะอย่าส่งเสียงดัง เผื่อป้าแกจะคิดว่าเราไม่อยู่"
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมาในหัวของ
เย่ว์ซิน... 'ป้าจาง' คือหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่อาศัยอยู่ตึกข้างๆเป็ญาติห่างๆ ของแม่ที่ชอบอ้างความเป็ญาติเพื่อมากู้ยืมเงินบิดามารดาของเสี่ยวเป่าในอดีตแต่พอบิดามารดาของพวกเขาสิ้นบุญ นางก็กลับตาลปัตรอ้างว่าครอบครัวกู้เคยยืมเงินนางไปทำทุนและตามมารังควานขูดรีดเอาดอกเบี้ยมหาโหดจากกู้หลิน อยู่เป็ประจำ
"หลบทำไม!"เย่ว์ซินแค่นเสียง "ข้าคือเทพธิดา! ข้าไม่เคยหลบซ่อนตัวจากมนุษย์หน้าโง่คนไหน!เปิดประตูให้มันเข้ามา!"
"ไม่ได้นะเสี่ยวเป่า!ป้าจางน่ากลัวมาก ป้าเขาจะตีเรานะ!" กู้หยูส่ายหน้ารัวๆ
แต่คนข้างนอกไม่ได้มีความอดทนมากพอที่จะรอให้เด็กสองคนตกลงกัน
โครม!
บานประตูไม้ผุๆที่กลอนสนิมเขรอะไม่สามารถต้านทานแรงถีบมหาศาลได้ มันถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงจนชนกับผนังห้องฝุ่นควันลอยคลุ้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'นางมารร้าย' ประจำสลัม
ร่างท้วมหนาในชุดเดรสลายดอกกะหล่ำสีฉูดฉาดคับติ้วจนไขมันส่วนเกินทะลักออกมากองเป็ชั้นๆก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาถูกฉุนกึกผสมกับกลิ่นแป้งหนาเตอะโชยคลุ้งไปทั่วทำเอาเย่ว์ซินถึงกับต้องเบือนหน้าหนีและย่นจมูกด้วยความรังเกียจ
หญิงวัยกลางคนผู้นี้มีใบหน้าที่โปะแป้งขาววอกจนลอยเด่นคอและหน้าคนละสีอย่างชัดเจน ปากทาลิปสติกสีแดงสดราวกับเพิ่งไปกินเืไก่สดๆ มาผมดัดเป็ลอนหยิกฝอยเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลวกไม่สุก ดวงตาตี่เล็กถูกกรีดอายไลเนอร์หนาเตอะจนดูเหมือนหมีแพนด้านางจ้องมองมาที่เด็กสองคนด้วยความเหยียดหยามและเกรี้ยวกราด
"นึกว่าตายกันไปหมดแล้ว!"ป้าจางแผดเสียง น้ำลายกระเด็นเป็ฝอยตกลงบนพื้นห้อง "เรียกตั้งนานไม่ยอมเปิดหรือกำลังซุกซ่อนสมบัติอะไรไว้อยู่ฮะ? ไอ้เด็กเวร!"
นางกวาดตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่าก่อนจะใช้เท้าที่สวมรองเท้าแตะส้นตึกสีบานเย็นเขี่ยกองขวดพลาสติกที่กู้หยูอุตส่าห์คัดแยกไว้อย่างเป็ระเบียบกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
"สกปรก!โสโครกจริงๆ! นี่พวกแกเปลี่ยนห้องเช่าเป็บ่อขยะแล้วหรือไง? มิน่าล่ะกลิ่นเหม็นเน่าถึงลอยไปถึงห้องฉัน!ฉันจะไปฟ้องเ้าของตึกให้ไล่พวกแกออกไปซะ!"
"ป้าจางครับ..."กู้หยูพยายามพูดเสียงอ่อย ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัว "ผม...ผมกำลังจะเอาไปขาย พรุ่งนี้ก็จะเอาออกไปแล้วครับ ป้าอย่าเตะของผมเลยนะ...ขอร้องล่ะครับ"
"ขาย? ขยะพวกนี้เนี่ยนะ?"ป้าจางแค่นหัวเราะ เสียงแหลมบาดหูจนเย่ว์ซินคิ้วกระตุก"ขายได้กี่ตังค์กันเชียว? พอจะจ่ายค่าดอกเบี้ยที่พ่อแม่แกยืมฉันไปไหมหา!วันนี้ครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยรายเดือนแล้ว! สองร้อยหยวน! เอามาเดี๋ยวนี้!"
"ดอกเบี้ย?" กู้หยูเบิกตากว้าง"แต่... แต่พี่ใหญ่บอกว่าส่งเงินมาปิดหนี้ป้าหมดแล้วั้แ่เดือนก่อนนี่ครับพี่ใหญ่บอกว่าเราไม่เป็หนี้ป้าแล้ว..."
"นั่นมันเงินต้นโว้ยไอ้เด็กโง่!"ป้าจางตวาดสวนทันควัน หน้าแดงก่ำด้วยความโมโหที่โดนเด็กท้วง"ค่าดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบต่อเดือน ค่าเสียเวลาที่ฉันต้องเดินมาทวงค่าสึกหรอรองเท้าฉันล่ะฮะ! รวมๆ แล้วพวกแกยังติดฉันอยู่อีกห้าพันหยวน!เอามาเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่มีก็เอาของมีค่ามาขัดดอก!"
สายตาโลภมากของนางส่ายหาของมีค่าในห้องก่อนจะไปสะดุดเข้ากับ 'วัตถุสี่เหลี่ยม' ที่กู้หยูกอดไว้แนบอกแสงหน้าจอยังสว่างอยู่ และถ้าตาไม่ฝาด นางเห็นเหมือนรูปกราฟิกของขวัญลอยขึ้นมาแวบๆ
"นั่นอะไร!โทรศัพท์มือถือใช่ไหม!" ป้าจางตาโตพุ่งพรวดเข้าไปหากู้หยูด้วยความเร็วที่ขัดกับรูปร่าง "เอามานี่!ไอ้หลินมันแอบซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้พวกแกเล่น ทั้งๆที่ไม่มีเงินจ่ายหนี้ฉันงั้นเรอะ! เอามาขัดดอกซะดีๆ!"
"ไม่ได้นะ!นี่ของพี่ใหญ่! ป้าเอาไปไม่ได้นะ!" กู้หยูรีบหันหลังหนีเอาตัวบังโทรศัพท์ไว้แน่น
"หลบไปไอ้เด็กเปรต!"ป้าจางง้างมือหนาเตอะเตรียมจะตบลงบนศีรษะของเด็กชาย
แต่ทว่า...
หมับ!
มือน้อยๆขาวซีดข้างหนึ่งเอื้อมมาคว้าเข้าที่ข้อมือหนาเตอะของป้าจางเอาไว้!
แรงบีบนั้นไม่ได้มากมายอะไรเลยในความรู้สึกของ
ป้าจาง แต่มันกลับมีความเย็นะเืบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาจนถึงกระดูกทำให้การเคลื่อนไหวของนางชะงักงัน
ป้าจางก้มลงมอง...เด็กหญิงตัวกะเปี๊ยกสูงไม่ถึงเอวของนาง ยืนประจันหน้าอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนถูกราชสีห์จ้องตะครุบ
"เ้า..."เย่ว์ซินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานก้อง สะกดให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ"เ้าเป็ตัวอะไร? เหตุใดจึงมีกลิ่นสาบสางรุนแรงเยี่ยงนี้? นี่เ้าเพิ่งไปคลุกในบ่อเกรอะมาหรือว่าเพิ่งกินซากศพเน่าเปื่อยมากันแน่?"
ป้าจางกะพริบตาปริบๆงุนงงกับคำถามเชิงปรัชญา
(ที่แฝงคำด่าชั้นสูง) ของเด็กห้าขวบ "อะไรนะ? นังเด็กบ้า! แกด่าฉันเหรอ!"
เย่ว์ซินปล่อยมือป้าจางอย่างรังเกียจแล้วสะบัดมือตัวเองแรงๆ ราวกับเพิ่งไปจับของโสโครกมา นางถอยหลังออกมาสองก้าว ยกมือขึ้นปัดจมูกทำท่ารังเกียจอย่างสุดซึ้ง
"ข้าไม่ได้ด่า"เย่ว์ซินกล่าวอย่างใจเย็น ริมฝีปากเล็กๆ แสยะยิ้มเย้ยหยัน"ข้าเพียงแค่ประเมินจากรูปลักษณ์ภายนอกของเ้า...ผิวพรรณหยาบกร้านดั่งเปลือกไม้ผุพังที่ถูกมอดแทะใบหน้าพอกด้วยผงแป้งราคาถูกหนาเตอะราวกับงิ้วโรงเล็กที่ไม่มีใครจ้างไปแสดงตามงานศพปากแดงแปร๊ดราวกับเพิ่งไปกินเืคางคกมาแถมยังส่งเสียงร้องแหลมสูงเหมือนชะนีที่กำลังจะขาดใจตาย..."
เย่ว์ซินเว้นจังหวะหายใจ(เพราะปอดเด็กยังเล็ก) ก่อนจะร่ายต่อ
"ข้าจึงสงสัยว่า...เ้าอาจจะเป็ 'ปีศาจหมูตอน' ที่บำเพ็ญเพียรไม่สำเร็จสติแตกแล้วหลุดออกมาเพ่นพ่านรบกวนความสงบสุขของชาวบ้าน!"
ความเงียบ...เข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง
แต่ในขณะเดียวกันหน้าจอโทรศัพท์ที่กู้หยูกอดไว้
(ซึ่งกล้องยังหันไปทางเย่ว์ซินและป้าจางพอดีเป๊ะ)คอมเมนต์กำลังไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก!
[แมวส้มชอบนอน]:เชรดดดดด! ปีศาจหมูตอนพอกแป้งงานศพ! 5555555555น้องด่าแบบผู้ดีแต่เจ็บถึงกระดูกดำ!
[ทนายความฝึกหัด]:ิ่ประมาทซึ่งหน้าครับ แต่ผมขำจนฟันยางหลุดแล้ว! ป้าแกหน้าชาไปเลย!
[ขาเผือกตัวแม่]:ใครมีป๊อปคอร์นบ้าง! ฉันชอบเด็กคนนี้! เอาอีก! ด่ามันอีก! มันมารังแกเด็ก!
[ประธานบริษัทว่างงาน]:[ส่งของขวัญ: จรวดอวกาศ x5]
กู้หยูอ้าปากค้างจนกรามห้อยเขามองน้องสาวตัวเองสลับกับป้าจางที่ยืนหน้าแดงก่ำเป็ลูกตำลึงสุก
ป้าจางโกรธจนตัวสั่นไขมันที่เอวกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ลิปสติกที่ปากสั่นระริก "นะ...นังเด็กปากไม่มีหูรูด! แก... แกกล้าดียังไงมาด่าผู้ใหญ่!พ่อแม่แกไม่สั่งสอนหรือไง! วันนี้ฉันจะตบสั่งสอนแกแทนพ่อแม่แกเอง!"
เธอพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้าเด็กน้อยด้วยมือที่ใหญ่เท่าใบลาน
แต่เย่ว์ซินกลับไม่ได้ขยับหนีนางเพียงแค่ยืนกอดอก
เชิดหน้าขึ้น และจ้องตาป้าจางเขม็ง
ในชั่วพริบตานั้นจิติญญาแห่งเทพธิดาผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับหมื่นปี ได้ปลดปล่อย 'จิตสังหาร' ออกมา แม้จะเหลือเพียงเศษเสี้ยวในร่างมนุษย์แต่มันก็มากพอที่จะสร้างแรงกดดันมหาศาล
ภาพที่ป้าจางเห็นในเสี้ยววินาทีนั้นไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อย... แต่เป็เงาขนาดมหึมาที่แผ่ขยายอยู่ด้านหลัง ดวงตาสีทองวาววามจ้องมองลงมาราวกับเทพเ้าที่กำลังตัดสินโทษทัณฑ์มดปลวก
ขาของป้าจางแข็งทื่อขยับไม่ออก มือที่ง้างค้างไว้กลางอากาศสั่นระริก เรี่ยวแรงหดหายไปดื้อๆ
"อีกอย่างหนึ่งนะ...ท่านป้าผู้มีใบหน้าดั่งแผ่นดินไหวระดับแปดริกเตอร์"เย่ว์ซินย่างสามขุมเข้าไปใกล้ กลิ่นอายกดดันทำให้ป้าจางต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว"ข้ามองเห็นร่องรอยสีดำคล้ำที่ใต้ตาเ้า กับเส้นเืที่ปูดโปนขมับ...บ่งบอกว่า่นี้เ้ากำลังมี 'เคราะห์กรรม' หนักมาก"
"กะ...แกพูดเื่อะไร..." ป้าจางเสียงสั่น พยายามทำใจดีสู้เสือ
เย่ว์ซินยิ้มเหี้ยม"เ้ามาขูดรีดเงินจากเด็กกำพร้า เพื่อจะเอาไปโปะหนี้พนันใช่หรือไม่? แต่เสียใจด้วยนะ...เพราะเงินก้อนสุดท้ายที่เ้าซ่อนไว้ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าตอนนี้มันไม่อยู่แล้ว"
ป้าจางเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน"กะ... แกรู้ได้ยังไง!?"
"ข้ารู้มากกว่านั้นอีก"เย่ว์ซินหรี่ตาลง ใช้วิชา 'เนตร์' (ที่กินพลังงานอันน้อยนิดไปจนเกือบหมด)เพ่งมองเส้นสายกรรมที่โยงใยอยู่บนตัวป้าจาง "สามีเ้า...ไอ้แก่หัวล้านที่ชอบใส่เสื้อกล้ามตราห่านคู่นั่นน่ะ...ตอนนี้เขาไม่ได้ไปทำงานรับเหมาก่อสร้างหรอกนะ"
"ละ...แล้วเขาไปไหน..." ป้าจางเริ่มเหงื่อแตกพลั่ก
"เขากำลังนั่งดริ๊งค์อยู่ที่ร้านคาราโอเกะ'แสงดาว'ซอยสี่... และที่สำคัญ..." เย่ว์ซินลากเสียงยาว"เขากำลังโอบเอวนังหนูวัยรุ่นผมทองที่ชื่อ 'อาลี่'อยู่! แถมยังเพิ่งเอาสร้อยทองเส้นใหญ่ที่เ้าภูมิใจนักหนาไปจำนำเพื่อซื้อสร้อยคอเพชร(ปลอม) ให้นังนั่นด้วยซ้ำ!"
คำพูดของเย่ว์ซินเหมือนลูกะเินิวเคลียร์ที่ถูกปาลง
กลางห้อง
ป้าจางหน้าซีดเผือดสลับกับเขียวคล้ำและแดงก่ำราวกับสัญญาณไฟจราจรที่พัง "มะ... ไม่จริง!นังเด็กผี! แกโกหก!
ตาเฒ่านั่นไม่มีทางกล้าทำแบบนั้น! สร้อยทองฉันยังอยู่ในตู้เซฟ!"
"ถ้าไม่เชื่อเ้าก็ลองล้วงกระเป๋ากางเกงดูสิ กุญแจตู้เซฟเ้ายังอยู่หรือไม่? หรือว่าลองโทรไปที่ร้านแสงดาวดูก็ได้นะข้าได้ยินแว่วๆ ว่าเขากำลังสั่งแชมเปญขวดละพันหยวนมาเปิดฉลองกันอยู่เลย"เย่ว์ซินพูดหน้าตาเฉย ราวกับรายงานสภาพอากาศ
[ชาวเน็ตในไลฟ์สดแตกฮือ!]
[สายเผือกVIP]: เชรดดดด!แฉกลางไลฟ์! พิกัดร้านคาราโอเกะแสงดาวซอยสี่! ใครอยู่แถวนั้นไปส่องให้หน่อย!
[วินมอเตอร์ไซค์ใจเด็ด]:ผมอยู่ปากซอยสี่ครับ! เดี๋ยวผมแวะไปดูให้ รอแป๊บ!
[ทนายความฝึกหัด]:ถ้าน้องพูดจริงนี่คือจุดจบของชีวิตคู่เลยนะเนี่ย!
ป้าจางรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเดรสของตัวเองอย่างลนลาน...นางควานหาสิ่งของบางอย่าง ก่อนที่ใบหน้า
จะบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
กุญแจตู้เซฟหายไปจริงๆ!
"กรี๊ดดดดดดดดด!"
เสียงกรีดร้องของป้าจางดังก้องทะลุสลัมไปถึงสาม่ตึกนางยกมือขึ้นกุมหัวตัวเอง ดิ้นเร่าๆ ราวกับถูกน้ำร้อนลวก
"ไอ้แก่ตัณหากลับ!ไอ้ชาติหมา! มึงเอากุญแจเซฟกูไป! มึงเอาทองกูไปปรนเปรอนังเมียน้อย!กูจะฆ่ามึงงงงง!"
ความโกรธแค้นที่มีต่อบิดามารดาของกู้หยูหรือความตั้งใจที่จะมาไถเงิน มลายหายไปสิ้นในพริบตาตอนนี้นางมีเพียงเป้าหมายเดียวคือการไปฉีกอกสามีตัวดีที่ร้านคาราโอเกะ!
ป้าจางหันหลังขวับพุ่งตัวออกไปทางประตูด้วยความเร็วกว่าแสง
โครม!โอ๊ย!
ด้วยความรีบร้อนและดวงตาที่มืดบอดด้วยความโกรธรองเท้าส้นตึกของนางสะดุดเข้ากับธรณีประตูห้องที่ผุพัง
ร่างท้วมๆ หงายหลังล้มตึง กลิ้งหลุนๆ ออกไปนอกระเบียงทางเดินฝุ่นตลบกระโปรงลายดอกกะหล่ำเปิดเปิงจนเห็นกางเกงในสีแดงแปร๊ดที่รัดติ้วจนเนื้อปลิ้น
"ช่างเป็ภาพที่อุจาดตาเสียจริง..."เย่ว์ซินส่ายหน้าอย่างเอือมระอา "กู้หยู ปิดประตูทีข้าไม่อยากให้มลพิษทางสายตาเข้ามาในห้องมากไปกว่านี้"
ป้าจางตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยความอับอายขายขี้หน้านางชี้หน้ามาทางเย่ว์ซินแบบฟังไม่ได้ศัพท์ ก่อนจะรีบวิ่งกะเผลกๆหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปทางบันไดทิ้งไว้เพียงรองเท้าส้นตึกข้างหนึ่งที่หลุดกระเด็นอยู่หน้าประตู
เย่ว์ซินเดินไปใช้ปลายเท้าเขี่ยรองเท้าข้างนั้นออกไปให้พ้นทาง"ขยะก็ต้องไปอยู่ที่กองขยะสิ"
เมื่อความวุ่นวายจบลงห้องเช่าก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
กู้หยูค่อยๆวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เขามองน้องสาวตัวเองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป...ไม่ใช่แค่น้องสาวที่น่ารักและอ่อนแออีกต่อไป แต่นี่คือ 'เทพธิดา' ของจริง!
"สะ...เสี่ยวเป่า..." กู้หยูละล่ำละลัก "เมื่อกี้... น้อง...น้องรู้ได้ยังไงเื่ลุงจางกับเมียน้อย? น้องไปเห็นมาเหรอ?"
เย่ว์ซินเดินกลับมานั่งขัดสมาธิหน้าโทรศัพท์ยืดอกขึ้น "ข้าบอกแล้วไงว่าข้าคือเทพธิดา!ไม่มีเื่ใดในใต้หล้าที่ข้าไม่รู้! (ความจริงคือแอบส่องกรรมมานิดหน่อยจนปวดหัวไปหมดแล้ว)"
กู้หยูก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วเขาก็ต้องช็อกจนแทบหยุดหายใจอีกครั้ง
"สะ...เสี่ยวเป่า! ทะ... ทะลุหมื่นแล้ว! รายได้เราทะลุหนึ่งหมื่นหยวนแล้ว!"
ใช่แล้ว!หลังจากฉากแฉผัวป้าจางกลางไลฟ์สดจบลง ชาวเน็ตที่สะใจและทึ่งในความแม่นยำ (บวกกับความฮา)ของเด็กห้าขวบ ก็พากันกระหน่ำกดส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้อย่างบ้าคลั่ง!
[วินมอเตอร์ไซค์ใจเด็ด]:คอนเฟิร์มครับ! ผมขับผ่านร้านแสงดาวเมื่อกี้เห็นเจ๊แกบุกเข้าไปกระชากหัวผู้หญิงผมทองออกมาตบหน้าร้านเลย!ผัวเจ๊แกยืนหัวหดอยู่ข้างหลัง! โคตรเดือด!
[เศรษฐีหน้าใหม่]:แม่นกว่าหมอดูซีทรูอีก! รับไปเลยน้องสาว! [ส่งของขวัญ: เรือยอร์ชสุดหรู x 1]
[ทนายความฝึกหัด]: สตรีมเมอร์คนใหม่จุติแล้ว!
ขอสมัครเป็แฟนคลับเบอร์หนึ่งครับ!
ยอดคนดูพุ่งแตะหลักแสน!
เย่ว์ซินจ้องมองตัวเลขหมื่นหยวนบนหน้าจอมุมปากของนางแสยะยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย (แต่ดูน่ารักในสายตาคนดู)
"หึๆๆ..."นางหัวเราะในลำคอ "เห็นที... การเป็เทพธิดาในโลกมนุษย์นี่...ก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่นะ"
นางหันไปหากู้หยูที่นั่งน้ำตาไหลด้วยความดีใจ
"กู้หยู!เก็บกวาดห้องซะ! แล้วเตรียมตัวไปตลาด! วันนี้ข้าจะกินหมูหันทั้งตัว!ใครกล้าขัดใจข้า ข้าจะแฉความลับของมันให้หมดสลัมเลยคอยดู!"