เย็นนั้นหลังจากที่เมฆาได้เสร็จสิ้นจากการสอนวิชาศิลปะในคาบสุดท้ายให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.6 เรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินดิ่งตรงไปที่โต๊ะหินอ่อนที่อยู่ริมสนามฟุตบอลนั้นทันที
เขาเดินวนอยู่รอบๆ โต๊ะหินอ่อนพลางสังเกตุบนโต๊ะอย่างละเอียดแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดปกติหรือมีร่องรอยอะไรอยู่บนโต๊ะหินอ่อนนี้แม้แต่น้อยนิด
จากนั้นเขาจึงลองนั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อนที่อยู่ข้างๆ โต๊ะและลองพิจารณาโต๊ะนั้นดูอีกครั้ง แต่ก็ยังมองไม่เห็นอะไรอีกเหมือนเดิม
ครู่ต่อมาเขาลองตะแคงหัวมองไปที่โต๊ะอีกครั้ง และแล้วร่องรอยของอะไรอย่างหนึ่งก็ได้ปรากฏออกมาจากขอบของโต๊ะหินอ่อนตัวนี้ทันที
เมฆาชะโงกหน้าตะแคงๆ เข้าไปจนใกล้ขอบโต๊ะ แล้วก็เห็นเป็รอยดินสอจางๆ ที่เขียนเป็ตัวหนังสือบางอย่างไว้ที่ตรงขอบนั้น
'เผาสมุด'
นั่นเป็คำจากรอยดินสอจางๆ ที่เมฆาอ่านได้จากตรงนั้น
แล้วเมฆาก็ลุกขึ้นสำรวจมองไปรอบๆ ขอบโต๊ะนั้นโดยรอบ แต่ก็ไม่พบว่าจะมีร่องรอยของตัวหนังสือใดๆ ให้เขาได้พบเจออีก จึงสรุปได้ว่า คำว่า'เผาสมุด'นี้ อาจจะเป็เพียงคำๆ เดียวที่ิญญาของเด็กผู้หญิงคนนั้นได้ขีดเขียนเอาไว้ให้เขาได้เห็นนั่นเอง
แล้วเมฆาก็ได้ลองพิจารณาถึงคำๆ นี้ดูอีกครั้ง 'เผาสมุด... เอ สมุดที่ว่านี้ก็คงจะเป็สมุดวาดเขียนเล่มนั้นนั่นเอง เพราะจะอย่างไริญญาของเด็กผู้หญิงคนนั้นดูแล้วก็น่าจะเป็เด็กนักเรียนของที่นี่อย่างแน่นอน และเธอคงจะมีความเกี่ยวข้องกับสมุดวาดเขียนเล่มนั้นอยู่ไม่มากก็น้อย แล้วเธอจะเป็เด็กนักเรียนคนเดียวกับที่เป็ใบ้ผู้ได้เขียนภาพคำทำนายอันน่าสยดสยองนั้นหรือเปล่ากันนะ?
แต่มันก็เป็ไปได้มากทีเดียว เพราะว่าิญญาของเด็กผู้หญิงนั้นดูเหมือนจะมีอายุอยู่ในราว 11-12 ที่ถ้ามีชีวิตอยู่ก็น่าจะกำลังเรียนอยู่ในชั้น ป.5 หรือ ป.6 นั่นเอง'
แต่คำว่า'เผาสมุด'นี้ ก็กลับเป็คำที่สร้างปริศนาให้กับเมฆาอยู่ในตอนนี้ เขายังไม่เข้าใจว่า ทำไมิญญาของเด็กผู้หญิงคนนี้ถึงบอกให้เขาเผาสมุด?
'ทำไมล่ะ...ทำไมเด็กคนที่เป็ใบ้และวาดภาพคำทำนายอาถรรพ์นี้ขึ้นมากลับ้าที่จะเผาสมุดเล่มนั้นหรือว่านี่จะเป็เด็กคนล่ะคนกัน...?
เมฆานั่งขบคิดเื่นี้ไปเรื่อยๆ แล้วก็ได้นึกถึงการพูดคุยของเขากับครูสุนทรที่ได้มาคุยกับเขาอีกครั้งเมื่อคืนก่อนนี้ ครูสุนทรได้เล่าเพิ่มเติมว่า อาถรรพ์ของสมุดวาดเขียนเล่มนั้นได้เริ่มแสดงความอาถรรพ์ไปยังผู้ที่ได้หลังจากที่เด็กผู้หญิงที่เป็ใบ้ได้เสียชีวิตไปแล้ว
ครูสุนทรได้บอกเขาว่า ตอนที่เด็กคนนั้นได้เสียชีวิตไปใหม่ๆ สมุดวาดเขียนเล่มนั้นได้ตกไปเป็สมบัติของเด็กคนที่เป็ญาติของเด็กที่เป็ใบ้ซึ่งมีบ้านอยู่ไม่ไกลกันนัก แต่เด็กคนที่เป็ญาตินี้กลับต้องรีบบอกให้พ่อแม่ของตนเอาสมุดวาดเขียนนั้นไปคืนให้กับพ่อแม่ของเด็กใบ้ เพราะเด็กคนนั้นกลับฝันถึงเด็กใบ้ผู้เป็เ้าของสมุดวาดเขียนที่ได้เข้ามาทวงสมุดวาดเขียนเล่มนั้นคืนในความฝันอยู่ถึงสองคืนติด จนเด็กผู้เป็ญาติถึงกับขวัญเสียไปเลยทีเดียว
พ่อแม่ของเด็กใบ้จึงได้เก็บสมุดวาดเขียนนั้นไว้ที่บ้าน ก่อนที่จะมีการเสียชีวิตของเด็กคนที่หนึ่งและสองในเวลาต่อมาซึ่งตรงกับภาพเหตุการณ์ในสมุดวาดเขียนสองภาพแรก และหลังจากนั้นเองข่าวลือเื่สมุดวาดเขียนอาถรรพ์ซึ่งพวกเด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านทับรุ้งได้เรียกกันว่า 'สมุดวาดเขียนสั่งตาย' ก็ถูกโจษขานไปทั่วโรงเรียนหรือหมู่บ้านด้วยความอกสั่นพรั่นพรึงด้วยกันทั้งหมด
เมฆาลองไคร่ครวญถึงเื่นี้แล้วก็สันนิษฐานได้อย่างหนึ่งว่า พวกเด็กนักเรียนบางคนในโรงเรียนคงได้เคยเห็นรูปวาดในสมุดเล่มนั้นกันมาก่อนบ้างแล้ว ก่อนที่เด็กผู้หญิงที่เป็ใบ้จะมาเสียชีวิตไป และคงจะเป็เพราะเด็กคนที่เป็ญาติได้จดจำเหตุการณ์เื่ราวในภาพวาดของสมุดเล่มนั้นได้จึงได้เอาเื่นี้ไปเล่าให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นฟังถึงความพ้องตรงกันของเหตุการณ์นั้นด้วย จึงทำให้เื่นี้ขยายวงแห่งความหวาดกลัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ครูสุนทรยังได้เล่าต่อไปว่า หลังจากนั้นไม่นาน พ่อแม่ของเด็กที่เป็ใบ้ได้นำสมุดวาดเขียนไปมอบให้ทางวัดทับรุ้งเก็บรักษาไว้ โดยเพียงหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็ความบังเอิญ ที่มีเด็กสองคนต้องมาเสียชีวิตตามภาพวาดนั้น
แต่ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ก็กลับมีเด็กคนที่สามที่ต้องมาเสียชีวิตตามภาพเหตุการณ์ในภาพวาดนั้นโดยไม่ผิดเพี้ยน!
และนั่นก็นำมาซึ่งความหวาดกลัวในอาถรรพ์ของสมุดวาดเขียนอย่างถึงที่สุด จนพวกชาวบ้านก็ถึงกับแทบนอนไม่หลับ และแทบจะไม่เป็อันทำกินกันเลยทีเดียว
และในที่สุดชาวบ้านเกือบทั้งหมดก็มาหารือกัน เพื่อที่จะหาใครสักคนมาช่วยเหลือหรือคลี่คลายปริศนาอาถรรพ์ของสมุดวาดเขียนสั่งตายเล่มนั้นให้จงได้ เพราะในความเป็จริงแล้ว ภาพวาดในสมุดวาดเขียนนั้นไม่ได้มีแค่เพียงสามภาพ แต่มันยังมีภาพอีกส่วนหนึ่งที่ได้ถูกฉีกออกไปจากสมุด โดยที่ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าถูกฉีกไปั้แ่เมื่อไร หรือภาพที่เหลือนั้นจะเป็การทำนายการตายของใครหรือของเด็กคนไหนในหมู่บ้านนี้กันแน่?
และนั่นจึงเป็ที่มาที่ทำให้ครูสุนทรผู้เป็ครูใหญ่ของหมู่บ้านทับรุ้งได้รับหน้าที่เพื่อสืบแสวงหา ผู้ที่จะมาช่วยคลี่คลายปริศนาอันน่าขนลุกนี้ให้ได้ ซึ่งต่อมาครูสุนทรก็ได้ยินกิตติศัพท์ของ 'อาคิราห์' ผู้ที่ใครๆ หลายคนให้สมญาว่าเป็จอมอาคมหญิงผู้สามารถแก้ปัญหาทางเื่ของภูตผีปิศาจให้กับใครต่อใครหลายคนอย่างได้ผลมาแล้ว แต่อาคิราห์ผู้ที่เปรียบเสมือนเป็เพื่อนเก่าของเมฆาเองอาจจะไม่ว่างใน่นี้ จึงได้มอบหมายเคสนี้มาให้กับเขาแทน
เมฆานั่งขบคิดถึงเื่ราวเบื้องต้นที่เพิ่งได้รับรู้มาของสมุดวาดเขียนเล่มนั้นแล้ว ก็คิดต่อไปว่า เด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนบ้านทับรุ้งนี้น่าจะมีบางคนที่พอจะบอกได้ถึงที่มาที่ไปของสมุดวาดเขียนเล่มนั้นได้ หรือน่าจะมีเด็กบางคนที่อาจจะเข้าใจจิตเจตนาของเด็กผู้หญิงที่เป็ใบ้นั้นอยู่ด้วยก็ได้ ว่ามีจุดประสงค์อะไรในการวาดคำทำนายอันน่ากลัวนั้นออกมา
และเขาก็จะต้องค้นหาเด็กนักเรียนคนที่พอจะให้คำตอบหรือร่วมมือกับเขาในเื่นี้ให้จงได้ต่อไป ซึ่งถ้าเด็กยอมร่วมมือกับเขา ก็อาจจะทำให้เขาเข้าถึงความจริงได้เร็วยิ่งขึ้น ระหว่างที่ตัวเขาเองก็ต้องลงมือสืบเื่นี้ให้ละเอียดที่สุดเพื่อป้องกันเหตุร้ายหรือการเสียชีวิตที่อาจจะเกิดขึ้นอีกตามคำทำนายของภาพวาดในสมุดวาดเขียนที่ถูกฉีกไปส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยสมุดวาดเขียนเล่มนั้นในขณะนี้ก็ได้ถูกเก็บรักษาไว้อยู่ที่ห้องพักของเขาที่อยู่ห่างจากโรงเรียนนี้ไปแค่กิโลกว่าเท่านั้นเอง และคืนนี้เมื่อเขากลับไปที่ห้องพักของเขาแล้ว เขาจะลองค้นหาความลับที่อาจจะพบเจอในสมุดวาดเขียนเล่มนั้นดูอีกครั้ง
แต่ทว่า... เมื่อเขากลับไปที่ห้องพักหลังจากที่แวะหาอะไรกินตอนค่ำอยู่ที่ร้านข้าวแกงปากซอยของหมู่บ้าน เขาก็ได้พบกับความผิดปกติบางอย่าง เมื่อเขากลับรู้สึกได้ว่า ห้องของเขาได้มีคนแอบงัดเข้าไป และดูเหมือนจะถูกงัดในตอนก่อนที่เขาจะกลับมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมฆารีบผลักเปิดประตูห้องของเขาเข้าไป ก็ได้พบกับสภาพของห้องที่ถูกรื้อค้นกระจุยกระจายจนเละเทะ
จากนั้นเขาก็ได้เฉลียวใจและมองไปที่ชั้นหนังสือที่อยู่ใต้โต๊ะวางทีวี เขาก็ได้เห็นว่าหนังสือต่างๆ ตรงนั้นได้ถูกเรื้อจนกระจุยกระจายและตกเรี่ยราดลงมากับพื้นข้างล่าง
และก็แน่นอนอย่างที่สุด สิ่งที่เขาได้แอบเอาซ่อนหรือสอดไปในระหว่างหนังสือเ่าั้ มันก็คือ 'สมุดวาดเขียนอาถรรพ์' ที่บัดนี้มันก็ได้สาปสูญหายไปเรียบร้อยแล้ว!
"โจรแสบ...! ดอดเข้ามาโขมยของสำคัญเลยรึ เหอะ สมุดวาดเขียนเล่มนั้นคงจะมีค่าหรือมีความหมายมากๆกับใครบางคนแน่ๆ ...?! " เมฆาบ่นแล้วก็ส่ายหัว
และขณะที่เขากำลังสงสัยว่าโจรที่เข้ามางัดห้องเขานี้ บัดนี้มันได้หลบหนีหรือเผ่นอ้าวไปทางทิศไหนหรือถึงไหนแล้ว หูทั้งสองของเขาที่ดีเลิศกว่าคนธรรมดาทั่วไปอยู่ระดับหนึ่งในขณะนี้ก็กลับได้ยินเสียงแกรกๆ กรากๆ ดังมาจากรั้วบ้านเช่าที่อยู่ด้านหลังห้องของเขาเอง จากนั้นก็มีเสียงเหมือนคนโดดจากรั้วเสียงดังตุ้บ ก่อนที่เสียงของพวกหมาในบริเวณนั้นจะเริ่มเห่ากรรโชกกันขึ้นมาอย่างเอ็ดอึง...!!