น้ำเสียงของหานอวี้อึมครึม "เื่ราวเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ลูกสี่ของข้าได้จ่ายราคาอย่างสมน้ำสมเนื้อแล้ว กระทั่งถึงวันนี้ ก็ยังไม่เคยทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับข้าสักครั้ง บัดนี้แม้กระทั่งหลานชายข้ายังถูกบ่าวรับใช้กลั่นแกล้งรังแก!"
"หรือว่าหลานชายข้ายังไม่อาจเทียบได้แม้กระทั่งบ่าวรับใช้ที่จองหองเสแสร้งสับปลับผู้นั้น!"
เมื่อเห็นสีหน้าของผู้าุโสี่ หานอวี้ก็รู้ว่า ผู้าุโสี่ผู้นี้เกรงว่าจะถูกหลอกมาแล้วเช่นกัน
หลังจากอดทนมานานหลายปี ท้ายที่สุดหานอวี้ก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เริ่มตอบโต้เหล่าผู้าุโบ้างแล้ว
บรรดาผู้าุโล้วนมีสีหน้าค่อนข้างละอายใจ ไม่รู้จะสรรหาถ้อยคำใดมาเอื้อนเอ่ย
ผู้าุโสี่ยังคงเอ่ย "ผู้นำตระกูล เื่นี้มีอันใดเข้าใจผิดใช่หรือไม่? "
"หึ หากมีอันใดเข้าใจผิด ท่านก็แค่เพียงตรวจสอบดู ถึงแม้กู่วั่นต่อหน้าท่านแล้วจะดูเหมือนซื่อสัตย์เป็อย่างยิ่ง ลับหลังกลับแย่งชิงทรัพยากรของคนในตระกูลไปไม่น้อย"
"หากไม่ใช่เช่นนั้น ด้วยระดับความสามารถในการฝึกยุทธ์ของกู่วั่นที่ต่ำเตี้ยเพียงนั้น อีกทั้งยังเริ่มฝึกยุทธ์ช้า อายุสามสิบแล้วจึงจะเริ่มฝึกทักษะวิชากำลังภายในอย่างจริงจัง เขาจะเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลางได้อย่างไร!"
ผู้าุโสี่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องแล้ว
เพียงแต่หากยอมล่าถอยเช่นนี้ ก็เกรงว่าจะขายหน้าเกินไป ผู้าุโสี่กระอักกระอ่วนอยู่พักหนึ่ง เขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจกู่วั่นขึ้นมาเล็กน้อยแล้วเช่นกัน ตั้งใจว่าจะให้คนไปตรวจสอบว่าคำพูดของหานอวี้เป็ความจริงหรือไม่ในภายหลัง
ผู้าุโใหญ่กระแอมไอเบา ๆ แล้วกล่าว "ผู้าุโสี่ ท่านผู้นำตระกูล เื่ของกู่วั่นนี้ข้ามีถ้อยคำหนึ่งอยากจะกล่าว"
หานอวี้เอ่ยในทันที "ผู้าุโใหญ่เชิญกล่าว"
ผู้าุโใหญ่เอ่ย "เื่นี้เป็จริงอย่างที่ผู้นำตระกูลกล่าว กู่วั่นมีความผิดจริง ทว่ากู่วั่นก็ลำบากตรากตรำเพื่อตระกูลมานับสิบปี หากจะไม่สนใจเขาเช่นนี้ ย่อมทำให้คนเหน็บหนาวใจเกินไปแล้ว!"
"ทว่าสิ่งที่หานเฟิงเ้าเด็กคนนั้นทำก็ไม่ได้ผิดอันใด ดังนั้นข้าคิดว่า ยังต้องดูคุณค่าของสองคนนี้ก่อนค่อยว่ากัน"
"กู่วั่นรับใช้เรามานับสิบปี ได้สร้างความสัมพันธ์กับบรรดาบ่าวรับใช้ในตระกูลหานเรา ซึ่งมีคุณค่าเป็อย่างยิ่ง หากกู่วั่นเกิดปัญหา ตระกูลหานเราย่อมเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นกัน"
"ตระกูลหานเรายามนี้กำลังอยู่ในขั้นพัฒนา หากชื่อเสียงของเราเสื่อมเสีย ผู้มีพร์รังแต่จะหลั่งไหลไปสู่ตระกูลอื่น สถานะของตระกูลหานเราในบรรดาตระกูลใหญ่ทั้งสามในเมืองเหรินจงย่อมเป็อันตรายแล้ว"
"แต่เพื่อพัฒนาตระกูล โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น ถึงแม้จะเป็เื่จำเป็ที่ต้องรับสมัครผู้ที่แข็งแกร่งเข้ามาเสริมกำลังตระกูล แต่ผู้ที่สามารถทำให้ตระกูลเจริญรุ่งเรืองได้แท้จริงแล้วยังคงเป็คนในตระกูล"
"ขอเพียงหานเฟิงแสดงคุณค่าที่เพียงพอออกมาให้เห็น พวกเราเหล่าผู้าุโย่อมต้องจัดการกู่วั่น"
ผู้าุโสี่ขมวดคิ้ว "เช่นนั้นจักสามารถตัดสินได้อย่างไรว่าหานเฟิงมีคุณค่าพอหรือไม่? "
หานอวี้เผยสีหน้าอับอายขึ้นมา ใช้คุณค่ามาวัดเื่นี้ ความสัมพันธ์ในตระกูลนี้น่าอับอายเพียงใด?
ทว่าในยามนี้หานอวี้ยังไม่สะดวกปฏิเสธ ตระกูลหานไม่ใช่ที่ที่เขาจะพูดจาได้อย่างใจแม้แต่น้อย!
ผู้าุโใหญ่กล่าวด้วยท่าทีสงบ "ขอเพียงหานเฟิงผ่านการแข่งขัน กลายมาเป็หนึ่งในสิบคนที่ได้ไปฝึกก็ใช้ได้"
ผู้าุโหลายคนต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน พวกเขาล้วนแต่รู้ว่าหากเขา้าเป็หนึ่งในสิบคนที่ได้ไปฝึก อย่างน้อยเขาจักต้องเปิดเส้นลมปราณและอยู่ในขั้นสามัญระดับกลางเสียก่อน หานเฟิงพึ่งฝึกฝนกำลังภายในได้ไม่นานเท่านั้นเอง!
นี่จะโหดร้ายเกินไปแล้ว
ผู้าุโใหญ่กล่าวต่อไป "อย่างไรเสียบิดาหานเฟิงก็สร้างความเสียหายให้ตระกูลหานเราอย่างหนัก หากหานเฟิงอยากให้เื่เหล่านี้ถูกมองข้ามไป เขาก็จะต้องมีคุณค่าพิเศษกว่าผู้ใด หากเป็เพียงผู้มีพร์ธรรมดาทั่วไป ตระกูลนี้ขาดเขาเพียงคนเดียวก็ไม่เป็ไร"
"เห็นด้วย!"
"เห็นด้วย!"
หานอวี้ไร้ทางเลือก ทำได้เพียงเห็นด้วยแล้ว
คล้อยหลังผู้าุโไป หานอวี้ก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ตอนนั้นที่ผู้าุโเหล่านี้ยังไม่ได้เป็ผู้าุโ พวกเขาเป็พี่น้องร่วมสาบานกับเขา ก่อตั้งตระกูลหานมาด้วยกัน
แต่บัดนี้ตระกูลหานก่อตั้งขึ้นมาแล้ว ความรู้สึกเก่าก่อนของพวกเขาก็ไม่มีวันหวนย้อนกลับมาอีกแล้ว
ถึงแม้ทุกคนจะมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันในเื่ผลประโยชน์ของตระกูลหาน ทว่าทุกคนล้วนแต่มีความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตน เพื่อประโยชน์ของลูกหลานของแต่ละคนแล้ว การกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนของพวกเขาไม่เคยหยุดนิ่ง
หานอวี้รู้ดีว่าเื่ของกู่วั่น ผู้าุโส่วนใหญ่ล้วนอยู่ฝั่งกู่วั่น ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ากู่วั่นเป็ฝ่ายผิด หากแต่เป็เพราะไม่้าให้ลูกชายกับหลานชายของเขาแบ่งทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไป
มีคนแบ่งทรัพยากรน้อยลงไปหนึ่งคน ลูกหลานของพวกเขาก็ย่อมได้รับทรัพยากรขึ้นมาอีกหน่อย
ณ ลานฝึกยุทธ์ ก่อนการแข่งขัน มีคนมาถึงจำนวนไม่น้อยแล้ว
หลังจากหานเฟิงมาถึงที่นี่ แววตาเขาแสดงถึงความประหลาดใจไม่น้อย
ครึ่งเดือนก่อน ผู้ที่อยู่ในขั้นสามัญระดับกลางที่เปิดเส้นลมปราณที่หนึ่งมีเพียงราว ๆ สิบคนเท่านั้น แต่ตอนนี้คนยังมาถึงไม่ครบ ก็มีถึงสิบกว่าคนเข้าไปแล้ว
"ดูเหมือนครึ่งเดือนที่ผ่านมา มีคนขยันหมั่นเพียรไม่น้อย หลาย ๆ คนที่อยู่ในขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลายทะลวงเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลางแล้ว"
"เพียงแต่คนเหล่านี้ล้วนอยู่ในระหว่างฝึกฝนเส้นลมปราณที่หนึ่งขั้นต้นเท่านั้น ทั้งยังไม่มั่นคงเสียทีเดียว ไม่มีอันใดให้ต้องกลัว"
"เอ๋?หานกู่ก็ทะลวงผ่านแล้วหรือนี่!"
ต่อผู้ติดตามน้อย ๆ ทั้งสองของหานหลินแล้ว หานเฟิงก็ค่อนข้างประทับใจทีเดียว
เมื่อหานกู่เห็นหานเฟิง เขาก็แสยะยิ้มให้ ดูแล้วหยิ่งผยองยิ่ง
เดิมทีหานกู่เห็นกำลังภายในของหานเฟิงเพิ่มขึ้นอย่างคงที่ก็กังวลใจเป็อย่างยิ่ง ทว่าตอนนี้เขาทะลวงถึงขั้นสามัญระดับกลางแล้ว ความกังวลของเขาพลอยลดน้อยลง ในความคิดของหานกู่ ผ่านไปเพียงครึ่งเดือน ไม่ว่าหานเฟิงจะมีพร์เพียงใด ก็ไม่มีทางที่เขาจะทะลวงเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลางได้
ขณะที่การแข่งขันใกล้จะเริ่มต้นขึ้น หานหลินและคนอื่น ๆ ที่เกือบจะแน่ชัดแล้วว่าเป็หนึ่งในสิบคนที่จะได้ไปฝึกฝนก็มาถึง
บนร่างหานหลินไม่มีกลิ่นไอผันผวนพวยพุ่งออกมาอีกต่อไป เห็นได้ชัดว่าเขาฝึกฝนกำลังภายในหลังจากเปิดเส้นลมปราณที่สี่ให้มั่นคงได้แล้ว อีกทั้งยังอาจจะก้าวหน้าไปไม่น้อยแล้ว
นอกจากหานหลิน หานเฟิงจับตามองอีกสองคนมากกว่า สองคนนี้ชื่อว่าหานหรงและหานเจิ้งตามลำดับ ทั้งสองคนล้วนเป็หลานชายของผู้าุโ หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ ในบรรดาเด็กหนุ่มทั้งหลาย ระดับพลังของพวกเขาเป็รองเพียงหานหลินเท่านั้น
"คนหนึ่งเปิดสี่เส้นลมปราณ อีกสองคนเปิดสองเส้นลมปราณ อีกสิบหกคนเปิดหนึ่งเส้นลมปราณ รวมกับข้าก็เป็ทั้งสิ้นยี่สิบคน"
"การแข่งขันนี้คงดุเดือดน่าดู" หานเฟิงพึมพำกับตนเอง
ในที่สุดเงาร่างของครูฝึกหลินมาถึง ทุกคนเงียบเสียงลงโดยพลันเมื่อพวกเขาเห็นครูฝึกหลินก้าวมา
หานเฟิงมองไปรอบ ๆ แล้วพึมพำกับตนเอง "การตัดสินใจก่อนหน้าของข้านับว่าถูกต้องแล้ว หากข้าใช้ศิลาิญญาชั้นล่างระดับต่ำห้าก้อนนั้นเพื่อฝึกกำลังภายใน ถึงแม้มีความเป็ไปได้ว่ากำลังภายในของข้าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนนี้ หรืออาจแม้กระทั่งทะลวงเส้นลมปราณที่สองได้สำเร็จ"
"แต่สิบวันให้หลัง ด้วยเอาแต่ฝึกกำลังภายใน ข้าอาจไม่มีเวลาฝึกเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น เช่นนั้นศิลาิญญาชั้นล่างระดับต่ำสามก้อนนั้นก็ไม่สามารถหลอมได้แล้ว"
"ถึงแม้จะได้รับยาวิเศษระดับสองมา ก็ทำได้เพียงกลืนลงไปโดยตรงเท่านั้น ย่อมไม่อาจดูดซับสรรพคุณของยาวิเศษได้ทั้งหมด"
"หลายวันมานี้กำลังภายในข้าอาจจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับความเร็วก่อนหน้าแล้ว กลับไม่อาจเทียบได้แม้แต่น้อย"
"ข้ากับผู้อื่นไม่เหมือนกัน พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ ใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝนและกินยาวิเศษเพื่อเพิ่มพลัง ถึงแม้พวกเขาจะไม่อาจดูดซับมันได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้วการฝึกฝนย่อมเร็วยิ่งกว่าเดิม"
"แต่ข้าไม่เหมือนกัน!"
"ตอนนี้ข้าเลือกที่จะเพิ่มระดับให้เคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟ ถึงแม้ข้าจะยังไม่ได้ทะลวงเส้นลมปราณที่สอง แต่น้ำยาต้นกำเนิดก็ยังเหลืออยู่ไม่น้อย ศิลาิญญาชั้นล่างระดับต่ำที่ข้าพึ่งได้รับมาก็สามารถหลอมได้เช่นกัน ระหว่างระยะเวลาที่ฝึกฝน ข้าเพียงแต่ต้องใช้น้ำยาต้นกำเนิดเท่านั้น"