…….
อากัสโซ่ กริช เป็ทหารยศแม่ทัพที่คอยประจำการอยู่ที่เขตแรก ณ ป้อมปราการด่านที่หนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็หน้าที่อันทรงเกียรติของอากัสโซ่เป็อย่างมาก นอกจากเขาจะเป็คนสนิทของท่านผู้นำไรเทนต์ อาซเตอร์แห่งจักรวรรดิอินเทอร์โฟแล้วล่ะก็ เขายังเป็คนที่ไม่ถือดี และมีมิตรสหายที่เป็เ้าหัวหน้ากลุ่มโจร ซึ่งในตอนนี้ถูกจับตัวเอาไว้และถูกขังอยู่ในคุกของแคว้นฮัมเบิร์ตไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง..
แต่อากัสโซ่ไม่ได้รู้เบื้องลึกหนาบางของสหายของเขาเลยแม้แต่น้อย ด้วยที่ว่างานของอากัสโซ่นั้นก็เยอะแยะและมากมาย จนกระทั่งในวันนี้ที่เขานั้นอยากจะดวดเหล้าเพื่อร่ำสุรากับเพื่อนพ้อง อากัสโซ่จึงได้เดินทางไปหาเพื่อนเก่าแก่ของเขาอย่างเช่นเคย..
และในครานี้.. อากัสโซ่กลับต้องผิดหวังกลับไปเพราะว่า “โอเล่” ( เ้าหัวหน้าโจรที่เคยจับตัวของวิศณีตุลย์ไป ) สหายเก่าแก่ของเขานั้นไม่ได้อยู่ในที่พักอย่างเช่นเคย.. และเขาก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเพื่อนของเขาในยามนี้นั้นกำลังลำบากอยู่ที่ต่างแดนโดยไม่รู้ว่าจะพ้นโทษและพ้นผิดได้เมื่อไหร่ ?
อากัสโซ่เลยต้องจำยอมเดินออกไปจากที่พักของสหายเก่าของเขา..
…….
ณ ที่แคว้นฮัมเบิร์ต
หลังจากที่ได้ส่งม้าเร็วเพื่อนำสารไปส่งยังดินแดนในจักรวรรดิอินเทอร์โฟ กัสต้าก็ได้เริ่มงานของเขา ในการที่จะเข้าหาคนของตระกูลดยุค หลังจากที่ให้ผู้จัดการของเขาไปติดต่อตระกูลอาร์เมียส เพื่อขอรับเป็เ้าภาพและพร้อมที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้กับทางด้านตระกูลของท่านดยุคคนถัดไปเป็อย่างมาก..
ผู้จัดการได้ทำการติดต่อกับทางตระกูลอาร์เมียสอย่างเป็ทางการไปเรียบร้อยแล้ว และทางตระกูลอาร์เมียสก็ได้ทำการต้อนรับและตกลงยินยอมพร้อมด้วยความยินดีอย่างเต็มใจที่มีผู้ที่เข้ามาพร้อมกับจะทำการสนับสนุนคนในตระกูลดยุคที่ถูกลืมไปแล้วอย่างเช่นพวกเขา ขนาดคนของทางราชวงศ์ก็ยังไม่เคยคิดที่จะสนใจและไยดีพวกเขาเลยด้วยซ้ำไป..
เลยทำให้กิลลาติ อาร์เมียส ผู้ที่จะเป็ทายาทคนต่อไป ที่จะต้องมารับ่ต่อและสืบสานตำแหน่งดยุคเป็คนถัดไปนั้น ไม่อยากจะเชื่อว่าข่าวสารที่เขาได้รับมาสักเท่าไหร่นัก เพราะพวกเขา คนในตระกูลของอาร์เมียสถูกแม้กระทั่งพวกคนในราชวงศ์ต่างก็ได้หลงลืม และตระกูลของเขานั้นก็หมดอำนาจมานานมากแล้ว ั้แ่รุ่นคุณปู่ของเขา..
แต่.. ความภักดีต่อราชวงศ์ยังคงอยู่ในสายเืของอาร์เมียสไม่เสื่อมคลาย..
กิลลาติ จึงได้คิดต่างจากพวกลุงๆและป้าๆในตระกูลของเขา เพราะอย่างไรแล้ว กัสต้าคนที่ส่งสารติดต่อมานั้น เขาเป็บุคคลภายนอกของนอกตระกูลอาร์เมียสของเขา อาจจะต้องมีอะไรแอบแฝงในกิจการงานจัดเลี้ยงในครั้งนี้ก็เป็แน่ เพราะเขาได้ยินว่า เ้ากัสต้าคนนี้ เขาก็คือพ่อค้าและเป็นักธุรกิจ และดูออกจะเ้าเล่ห์เสียด้วยซ้ำ ใครที่ไหนจะมาช่วยโดยไม่หวังผลกำไรตอบแทนกันบ้างล่ะ ?
แต่กิลลาติก็ไม่ได้โง่หรือดื้อรั้นกับผู้าุโประจำตระกูลของเขาเลย.. เขาก็ยังคงยินดีตอบรับไมตรีจิตรจากกัสต้าตามคำเชิญชวนอย่าง.. ไว้ซึ่งเกียรติและหน้าตา เพื่อความยิ่งใหญ่ของตระกูลอาร์เมียสของเขาต่อไป..
ผู้จัดการของกัสต้ากลับมาบอกข่าวดีให้กัสต้าฟังอย่างรวดเร็ว และกัสต้าก็ได้เตรียมตัวและเตรียมพร้อมทุกอย่างเพื่อไม่ให้งานเลี้ยงที่เขาได้รับปากว่าจะจัดให้กับคนในตระกูลอาร์เมียสนั้นจะต้องอับอายและขายหน้าต่อผู้อื่น
เนื่องด้วยสถานที่ห้องอาหารของกัสต้านั้น.. ต่างก็ดูหรูหราและก็ใหญ่โตโอ่อ่า เปรียบได้เหมือนกับโรงแรมห้าดาวน์ ของโลกที่วิศณีตุลย์เคยอยู่เลยด้วยซ้ำ และอาหารการกินของที่นี่นั้น พ่อครัวหรือเชฟนั้นก็หาตัวจับได้ยาก กัสต้าจึงมั่นใจในความสามารถของห้องอาหารของเขามากเป็พิเศษ
และนอกจากกัสต้าจะส่งสารไปที่จักรวรรดิอินเทอร์โฟนั้นแล้ว.. ไรเทนต์ผู้นำของจักรวรรดิอินเทอร์โฟนั้น.. ก็ยังตอบรับตกลงกับเขากลับมาอีกด้วย.. และกัสต้ายังคงติดต่อและส่งการ์ดเชิญไปให้แก่ท่านอาร์มมิ่งไวท์ และอาร์มมิ่งก็ได้ตอบตกลงไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วอีก นอกจากนี้กัสต้าก็อยากจะให้งานนี้เพื่อให้ดูอลังการเพิ่มมากขึ้น เขาจึงได้ติดต่อไปทางที่นักดนตรีคลาสสิคเพื่อให้มาบรรเลงเพลงประจำในงานอีกด้วย เพื่อความหรูหราและเป็เกียรติให้พวกท่านๆและบุคคลสำคัญทั้งหลายในงาน จะได้มีส่วนร่วมและได้สนทนาพูดคุยหรือเต้นลีลาศไปกับเพลงเพราะๆในงานได้อย่างสบายอารมณ์..
......
ณ คฤหาสน์ไวท์
กาลัว ทหารฝีมือดีของตระกูลไวท์ และยังคงเป็เพื่อนสนิทั้แ่ในวัยเยาว์ของท่านผู้นำของทั้งสองประเทศนี้อีกด้วย คือ อาร์มิ่งไวท์ ของแคว้น ฮัมเบิร์ต และ ไรเทน อาซเตอร์ จากจักรวรรดิอินเทอร์โฟ
หลังจากได้รับคำสั่งจากท่านผู้นำประจำตระกูลไวท์แล้วว่า ให้เขาไปติดตามและสืบข่าว เด็กสองคน ที่อยู่กับกัสต้าแล้วนั้น
กาลัวก็กลับมาส่งข่าว ว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้กับเขามานั้นเป็อย่างไรบ้าง
" ท่านผู้นำขอรับ กาลัวกลับมาแล้วขอรับ " พ่อบ้านเฮวส์รายงาน
" อืม.. ให้เข้ามาได้ " อาร์มมิ่งตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะที่เขาทำงานเลย
" มารายงานผล.. ครับ~~ท่านผู้นำ.. " กาลัวทำเสียงล้อเลียนอาร์มมิ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาเซ็นชื่อกับเอกสารหนังสือและงานกองโตของเขา
" เดี๋ยวเถอะนะแก!!.. ข้ายิ่งกำลังยุ่งๆอยู่ มีอะไรก็รีบพูดมา..!! ข้าจะฟังไปด้วยและก็ทำงานไปด้วย!! " อาร์มมิ่งพูดแบบไม่ได้ถือตัวกับกาลัวเลยสักนิด
" คร้าบ~ ท่าน.. คือเื่ที่ให้ไปสืบมาน่ะครับ ในตอนนี้เด็กที่อยู่กับกัสต้าน่ะ ได้ย้ายไปอยู่ที่บ่อนของกัสต้าตรงสามแยกแล้วครับ และยังไม่ได้ออกมาอีกเลยครับ " กาลัวรายงาน
" อย่างนั้นรึ ? คิดว่าเด็กตายรึเปล่าล่ะ ? " อาร์มมิ่งถามอย่างไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยสักนิด
" ตาย!! นี่ท่านผู้นำฟังข้าพูดอยู่รึเปล่าครับ ? ข้าบอกว่าเด็กทั้งสองคนได้ย้ายไปที่บ่อน ไม่ได้บอกว่าตายสักหน่อย " กาลัวพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย
" อ่าว.. ก็เ้าบอกว่าเด็กๆเข้าไปและยังไม่ได้ออกมาเลย ข้าก็นึกว่าเด็กมันจะตายรึเปล่าน่ะสิ.. " คราวนี้อาร์มมิ่งเงยหน้าพูดกับกาลัวด้วยสีหน้าที่มองดูก็รู้ว่าเขาแกล้งสำบัดสำนวนเอาคืนกาลัวบ้างแล้ว
กาลัวเห็นดั่งนั้นก็หน้าแดงเพราะรู้ว่าเพื่อนเก่าแกล้งเขาอย่างนี้นี่เอง
" นี่ถ้าไม่ได้อยู่ในหน้าที่นะ ข้าคงจะะโกัดหูเ้าเป็แน่แล้ว ไอ้เ้าผู้นำอาร์มมิ่งเอ๋ย.. " กาลัวเอ่ยวาจาโดยไม่สะทกสะท้าน
" นี่ขนาดเ้าอยู่ในหน้าที่นะ เ้ายังพูดจากับข้าเยี่ยงนี้ แล้วถ้าเ้าพ้นหน้าที่แล้ว ข้าคงไม่ได้ตายเพราะคมดาบของเ้าใช่หรือไม่ " อาร์มมิ่งไวท์แกล้งแหย่กาลัว
" เ้าก็รู้ดีกว่าใครยิ่งนี่.. ว่าข้าจงรักภักดีขนาดไหน ? ไม่ใช่รึท่านผู้นำ ? " กาลัวเริ่มเอาคืนบ้างแล้ว
" เอาล่ะๆ.. ข้าพอแล้ว เพราะข้าก็รู้ดีเหมือนอย่างเช่นเ้าที่ก็รู้ดีเช่นกัน " อาร์มมิ่งยกยิ้มที่มุมปาก
พวกเขาทั้งสองคนยิ้มและก็หัวเราะให้แก่กันอย่างไมตรี..
…….
เย็นวันเดียวกัน
อาร์มมิ่งสั่งให้พ่อบ้านเฮวส์ไปบอกให้วิศณีตุลย์ได้มาร่วมรับประทานอาหารเย็นพร้อมกันกับเขาเป็ครั้งแรก เพราะว่าในวันนี้เขาได้ทำงานที่ค้างคาไว้จนเสร็จเรียบร้อยไปหมดแล้ว
พ่อบ้านเฮวส์ได้ให้คนเข้าไปตามวิศณีตุลย์ที่ห้องเพื่อให้ออกมาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับท่านผู้นำตระกูลไวท์ของเขา วิศณีตุลย์จึงได้ออกมาจากห้องอย่างที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องแล้วนั่นเอง
“ นั่งก่อนสิ.. ตุลย์ ” อาร์มมิ่งบอกแก่เธอ
วิศณีตุลย์ลงนั่งที่เก้าอี้ของห้องรับประทานอาหาร ภายในห้องนี้ดูโอ่อ่าและกว้างขวาง สิ่งของและเฟอร์นิเจอร์ที่ดูสวยแบบสุขุมและนุ่มลึก สีไม้เก่าๆที่ดูทะมึนและดูน่าเกรงขามมากกว่าน่านั่งกินข้าวเสียอีก แต่วิศณีตุลย์ก็พยายามทำตัวให้สมกับฐานะของตัวเองในตอนนี้เป็อย่างมาก
“ ดูเ้าในวันนี้สิ.. เป็อะไรไป ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ? ” อาร์มมิ่งถามหาสารทุกข์สุขดิบ
“ เปล่านี่ขา.. ฉานม่ายด้ายเปนอะไรนะ ขอบคุณที่ห่วงยายขา ( เปล่านี่คะ.. ฉันไม่ได้เป็อะไรนะ ขอบคุณที่ห่วงใยค่ะ ) ” วิศณีตุลย์ตอบอย่างนิ่มนวล
“ ที่ข้าเรียกเ้าให้ออกมากินข้าวด้วยกันนี่.. เพราะข้ามีเื่ที่จะบอกเ้าด้วย ” อาร์มมิ่งไวท์พูดกับวิศณีตุลย์อย่างสนิทสนม
“ ขา.. ฉานรอฟางยู่ขา ( ค่ะ.. ฉันรอฟังอยู่ค่ะ ) ”
“ เื่ที่เ้าขอให้ข้าทำน่ะ.. ข้าได้ให้คนออกไปสืบมาเรียบร้อยแล้วนะ ”
“ ขา.. ว่ายางงัยบ้างขา ? ( ค่ะ.. ว่ายังไงบ้างคะ ? ) ”
“ พวกเด็กๆที่เป็เพื่อนของเ้าปลอดภัยดี และในตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่แล้ว ที่บ่อนของกัสต้าแถวๆสามแยกนั่น ” อาร์มมิ่งบอกวิศณีตุลย์อย่างใจเย็น
“ จิงเหรอขา.. ดีจังเลย ฉานก่อนึกเปงห่วงว่าพวกเขาจะถูกล่ายออกไปเสียแล้ว ( จริงเหรอคะ.. ดีจังเลย ฉันก็นึกเป็ห่วงว่าพวกเขาจะถูกไล่ออกไปเสียแล้ว ) ” วิศณีตุลย์ยิ้มอย่างดีใจ
อาร์มมิ่งไวท์นั่งมองวิศณีตุลย์อย่างพินิจพิเคราะห์
‘ ใบหน้าของนางช่างคมคายยิ่งนัก.. ดวงตาก็ดูแปลก!?.. เป็สีดำขลับดูลึกลับมีเสน่ห์น่าค้นหายิ่งนัก.. ยิ่งเรือนผมของนางด้วยแล้ว ข้าไม่เคยเห็นหญิงผู้ใดบนโลกใบนี้เลย.. ที่มีลักษณะอย่างเช่นนาง แค่รูปลักษณ์ภายนอกของนางนั้น ข้าก็ว่าแปลกตายิ่งนักแล้ว.. และพอได้ทำความรู้จักกับนางเพิ่มขึ้น.. ทำไมข้าถึงมีความรู้สึกอยากได้นางคนนี้..? มาเป็ของตัวเองกันนะ!! และพอยิ่งใกล้ถึงวันที่ข้าสัญญาว่าจะพานางกลับไปส่งคืนยังบ้านของนาง ข้ายิ่งไม่อยากจะให้ถึงวันนั้นเร็วๆเลยสักนิด.. ตุลย์ เ้าจะยังอยากอยู่กับข้าต่อไหม ? ’
อาร์มมิ่งนั่งมองวิศณีตุลย์ไปอย่างไม่สนใจอาหารที่พวกข้ารับใช้ยกมาเสิร์ฟเลยสักนิด แต่วิศณีตุลย์นั้นก็ไม่ได้สนใจในตัวของอาร์มมิ่งเลยเหมือนกัน พออาหารมาตั้งที่โต๊ะปั๊บ วิศณีตุลย์ก็ตักอาหารมาใส่จานของเธอและก็กินปุ๊บเลยทีเดียว
อาร์มมิ่งไวท์อมยิ้มมองในความน่ารักของวิศณีตุลย์ไปอย่างไม่รู้ตัว จนพ่อบ้านเฮวส์อดรนทนไม่ได้ขึ้นมาจนต้องกระแอมขึ้น อาร์มมิ่งจึงรู้สึกตัวและเปลี่ยนท่าทีจากเดิมไป..
วิศณีตุลย์เหลือบสายตามองดูพ่อบ้านเฮวส์นิดนึง.. แต่เธอก็ไม่สนใจและยังคงกินอาหารต่อไปเรื่อย ๆ เพราะวิศณีตุลย์เธอรู้ตัวตั้งนานแล้วว่าพ่อบ้านเฮวส์นั้นไม่ค่อยชอบขี้หน้าเธออย่างแน่นอนและเธอก็ไม่สนใจอะไรสักเท่าไหร่นัก
‘ เชอะ!!.. ฉันไม่สนใจแกหรอก.. อีตาแก่ขี้แกล้ง!! เพราะอีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น..!! เดี๋ยวฉันก็จะกลับไปหาอาเทนติยูสอยู่แล้ว เื่อะไรที่ฉันจะต้องมาสนใจ และลำบากใจไปกับอีตาลุงคนนี้ด้วยล่ะ เชอะ!!.. อยากมองตาเขียวก็มองไปเถอะย่ะ!! ’
วิศณีตุลย์ก็อยู่แบบ.. เป็แขกผู้มีเกียรติที่ตระกูลไวท์ไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องมีปัญหาอะไรกับใคร ? และรอนับวันให้ถึงวันที่เธอจะได้กลับไปหาอาเทนติยูสที่จักรวรรดิอาเทนติยูสนั่นเอง..
……..
ณ ที่จักรวรรดิอาเทนติยูส
อาเทนติยูสกับลาทส์ได้ทำการเทเลพอร์ตมาถึงที่จักรวรรดิของพวกเขาแล้ว อาเทนติยูสกับลาทส์ในตอนนี้อยู่ในพงป่ารกๆแถวๆด้านหลังในสวนของคฤหาสน์ของเขา อาเทนกับลาทส์ยังคงมึนๆงงๆอยู่นิดหน่อยเนื่องจากที่เขาอาจจะเพลียที่ได้ใช้พลังในการเคลื่อนย้ายมวลสารได้มาไกลถึงขนาดข้ามประเทศ
แต่อาเทนกับลาทส์ก็พักร่างกายของพวกเขาแค่เพียง 5 นาที พวกเขาทั้งสองก็ออกเดินเพื่อจะไปบอกกับท่านพ่อบ้านว่าพวกเขาได้กลับกันมาแล้ว..
อาเทนติยูสเดินเข้าประตูคฤหาสน์ของเขาได้ไม่ถึงสองก้าว ก็ได้มีคนจากทางหอคอยเวทย์ขี่ม้าเร็วมาถึง
“ ท่านมหาเวทย์ขอรับ!! เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ ” ทหารที่ขี่ม้าเร็วรีบลงมา
“ เกิดเื่อันใดกัน ? ” อาเทนรีบถามม้าเร็วจากหอคอยเวทย์ผู้นั้น
“ หนังสือศักดิ์สิทธิ์ได้หายไปขอรับ!! ” ม้าเร็วพูดพร้อมกับส่งสารราชการจากท่านอาจารย์ผู้เฒ่ามาให้แก่อาเทนติยูส
อาเทนติยูสรับสารราชการนั้นมาอ่านอย่างรวดเร็ว พอเขาอ่านจบ เขาก็รู้ในทันทีเลยว่า สิ่งสำคัญที่อยู่ในหอคอยเวทย์นั้นได้หายไปจากหอคอยเวทย์ไปเสียแล้ว ทีนี้.. เขาจะต้องทำยังไง.. กันต่อไปดีล่ะ ใช่!! อาเทนติยูสก็จะต้องออกตามหากันน่ะสิ!!
‘ อะไรกัน!? เพียงแค่.. ข้าไม่อยู่เพียงไม่กี่วัน หนังสือศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ถูกขโมยไปอย่างนั้นรึ ? ไม่ได้การซะแล้ว ข้าต้องรีบไปหาท่านอาจารย์ผู้เฒ่าเสียแล้วล่ะสิเนี่ย!! ’
อาเทนติยูสและลาทส์พากันออกไปยังคอหอยเวทย์เพื่อไปสืบค้นว่า หนังสือศักดิ์สิทธิ์มันหายไปได้อย่างไร ?