ปกรฌัมตำนานวีรบุรุษ MLH Online

    ตอนที่1 ท่านคือพระเจ้า

    คริสต์ศักราช2030 สายลมอ่อนๆกลางฤดูหนาวของใครหลายคน กลับกลายเป็นกระแสลมหนาวของบุรุษผู้หนึ่ง
    ชายวัยกลางคนอายุราวๆ40ปีเศษ สวมใส่ชุดเอกซ์อีเอ็มยูรุ่นใหม่ล่าสุด กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้รัดด้วยอุปกรณ์เซฟตี้กันกระแทกทั้งตัว ดวงตามุ่งมั่นจ้องมองไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ
    ภายในห้องรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ประกอบไปด้วยเทคโนโลยี อุปกรณ์ไฮเทคและจอมอนิเตอร์สั่งการจำนวนมาก ชายผู้นี้กำลังทำในสิ่งที่มนุษยชาติไม่เคยคิดฝัน เขากำลังจะดำดิ่งลงสู่ท้องสมุทรเพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ว่า 'แก่นกลางของโลกคือที่พำนักของพระเจ้าผู้สร้าง'
    การเดินทางครั้งนี้ถูกโลกมองว่าเป็นการกระทำของคนบ้า ทั่วทั้งยานจึงมีหยางหลี่หยาง นักวิทยาศาสตร์ระดับสูงของประเทศเพียงคนเดียว หลี่หยางถูกเรียกเป็นอัจฉริยะที่มีค่าไอคิวสูงกว่าคนทั่วไป หากแต่ความฉลาดนั้นถูกใช้ในเรื่องเปล่าประโยชน์ จึงได้สมญาจากเพื่อนร่วมอาชีพว่า อัจฉริยะเพี้ยน


    เริ่มจากที่หยางหลี่หยางได้คนนี้ค้นพบทฤษฎีรูหนอนข้ามเวลาด้วยเหตุนี้สำหรับเขาแล้ว อดีตและอนาคตไม่ใช่เรื่องที่ผ่านเลยมาหรือยังมาไม่ถึง ทุกสิ่งต้องมีคำตอบ เขาอาจเป็นอดีตของใครบางคนหรือเป็นอนาคตของใครอีกหลายคน แต่นั้นไม่ใช่คำถาม...
    คำถามที่หลี่หยางคิดสงสัย คือสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าพระเจ้าเป็นผู้ใช้ทฤษฎีรูหนอน ข้ามผ่านมิติกาลเวลา เพื่อควบคุมอดีตและปัจจุบันตามใจนึก?? หนทางเดียวที่จะรู้คำตอบ คือเขาจะต้องหาตำแหน่งที่อยู่อาศัยของพระเจ้าให้พบ
    ความเชื่อมั่นที่เหมือนเป็นคนสติไม่ดี ทำให้เวลานี้ยานขุดเจาะของหยางหลี่หยางกำลังผ่านร่องลึกของก้นสมุทรมาเรียนา มุ่งตรงสู่แกนกลางโลหะแข็งหรืออีกชื่อหนึ่งก็คือใจกลางโลกหยางหลี่หยางเหยียดมือยื่นกำปั้นไปด้านหน้าด้วยรอยยิ้ม “หากไม่เจอพระเจ้า เราก็จะเจาะให้โลกใบนี้เป็นรูโบ๋จนไปทะลุอีกฝั่งหนึ่งของโลกซะเลยและถ้าพระเจ้ามีอยู่จริง ไม่ต้องการให้โลกของท่านเป็นรูพรุนละก็ ภวนาให้เราเจอกันไวๆด้วยเถอะ”
    ............
    “ข้านะแข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดิน!!!” บุรุษในชุดเกราะแดง สวมเครื่องรัดผมทองคำยาวถึงเอว ฟาดง้าวกรีดนภาในมือเข้าใส่ศัตรูตรงหน้า
    เปรี้ยงงง!!!!
    บุรุษร่างใหญ่บึกบึน ไว้หนวดไว้เครายาว ชักดาบใหญ่ขนาดมหึมาฟาดลงไปที่ง้าวของอีกฝ่ายอย่างแรง “ไอ้หนู ฉายาของเจ้ามันได้หลังจากที่ข้าตายแล้วต่างหากละ??”
    ตูมมมม!!!!
    “อะ...อีกแล้วรึ!!! ระ...เร็วเข้า รีบไปรายงานท่านราชันวิญญาณด่วนเลย” ทหารปีศาจผู้ดุร้ายและทรงพลัง แต่เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางการทะเลาวิวาทของสองดวงวิญญาณแล้วนั้น น้ำเสียงของมันขัดกับใบหน้าและท่าทางอย่างสิ้นเชิง
    “พะ..พวกเจ้ากลายเป็นผีแล้วนะ ยะ..ยะ...อย่าได้สร้างเรื่องอีกเลย มิเช่นนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดกัน!!!!” ทหารปีศาจอีกนายหนึ่งพยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว
    สองบุรุษที่ถูกกล่าวถึง ตวาดกลับด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ใครมันจะไปสนเรื่องพวกนั้นกัน!!!” จากนั้นสองศาสตราวุธในมือของพวกมันเข้าปะทะกันจนเกิดเสียงดัง แม้จะไม่เหลือกายหยาบให้สัมผัส แต่ด้วยพลังวิญญาณที่เอ่อล้นออกมาจากดวงจิต รุนแรงและแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ทำให้การต่อสู้ของทั้งคู่เพียงพอที่จะทำให้ดวงวิญญาณที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถูกลูกหลงสูญหายไม่ได้ผุดได้เกิดอีก

    ภายในราชวังสีขาวบริสุทธิ์ บนบัลลังก์ที่มีความสูงระดับเขาหัวซาน เบื้องหน้าปรากฏโต๊ะทองคำประดับด้วยขวดแก้วสีใสอยู่มากมายเด็กหนุ่มร่างเล็กวัย ผมสีขาวบริสุทธิ์ สวมใส่เสื้อผ้ารุงรังใหญ่กว่าขนาดตัวกำลังคว่ำหน้าลงบนโต๊ะ มุมปากปรากฏคราบน้ำลายเป็นทาง
    ตึก ตึก ตึก ... เสียงย้ำเท้ารวดเร็วและเร่งรีบตรงมาที่ เด็กหนุ่ม ไม่นานนักเด็กหนุ่มต้องสะดุ้งตัวตื่นขึ้นด้วยความตกใจ เสียงร้องตะโกนโหวกเหวกของทหารปีศาจราวกับจะทำให้ราชวังแห่งนี้พังทลาย“กะ...เกิดอะไรขึ้น ระ..หรือว่า!!! ไฟไหม้บ้านของข้า” เด็กหนุ่มรีบกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความตกใจ
    ทหารปีศาจวิ่งหน้าตั้งเขามาด้วยใบหน้าแตกตื่น “ระ...รายงานราชันวิญญาณ ดะ...ดวงวิญญาณเหล่านั้นทะเลาะวิวาทกันอีกแล้วขอรับ”
    เด็กหนุ่มผู้ถูกเรียกเป็นราชันวิญญาณถอนหายใจที่ราชวังของมันไม่ได้ถูกไฟไหม้ จากนั้นมันถามกลับอย่างเรียบเฉย ราวกับว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งจนชินชา “คราวนี้เป็นคู่ไหนอีกละ??”
    “ยอดบุรุษเฟิ่งเซียน กำลังต่อสู้กับ ซีฉู่ป้าหวัง ขอรับ!!!!” ทหารปีศาจรีบกล่าวรายงาน
    ได้ยินชื่อของทั้งสองคน จากใบหน้าที่ยังคงความง่วงเอาไว้ กลายเป็นตื่นเต็มตาในฉับพลัน“บ้าเอ๊ย!! เหตุใดเจ้าพวกที่อยู่ต่างยุคต่างสมัยถึงทะเลาะกันได้นะ!!! ไม่ได้การถ้าเป็นเจ้าสองคนนั้นละก็ พัง...วังของข้าได้พังพินาศกันพอดี!!!”
    ทหารปีศาจรีบกล่าวถาม “ท่านราชันแล้ว เราสามารถส่งพวกเขาไปผุดไปเกิดได้หรือไม่???”
    “ได้...ถ้าพวกมันยินยอม แต่หากไปบังคับละก็ เกิดพวกมันสี่กลุ่มรวมหัวกันขึ้นมาก็เรียบร้อย โดนปฏิวัติยึดวัง”
    “ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเชียว!!!” ทหารปีศาจกล่าวถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
    เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆในลำคอ “ยอดคนของแผ่นดินจีน มีมากเพียงใด แค่ชื่อของลิโป้และฌ้อปาอ๋อง ยังทำให้เจ้าหวาดกลัวได้ นี่ยังไม่นับรวมหวังเจี้ยน หานซิ่น ไป๋ฉี่ กวนอู หลี่จิ้งและอีกมากมาย ถ้าพวกมันรวมพลังกันละก็ ไม่ต้องเอารถถังหรือเรือดำน้ำไปสู้เลย คนควบคุมตายก่อนจะได้ขึ้นไปบนสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นเสียอีก”
    ทหารปีศาจกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงคล้ายคนหมดหวัง “แล้วพวกเราไม่สามารถทำอะไรได้เลยหรือขอรับ??”
    ขณะนั้นเองประตูค่อยๆแง้มเปิด ดวงวิญญาณสีขาวไร้เท้าร่องรอยตรงมาที่หน้าบัลลังก์ของราชันวิญญาณ
    เห็นเช่นนั้น เด็กหนุ่มยกยิ้มขึ้นอย่างผ่อนคลาย “ผู้คุมวิญญาณเจ้ากลับมาแล้ว ได้เรื่องไหม??”
    ดวงวิญาณสีขาวแย้มยิ้มและกล่าวตอบ “หลังจากพยายามอยู่นาน ในที่สุดข้าก็หาเจอ สิ่งที่จะช่วยแก้วิกฤตให้พวกเราอยู่ห่างไกลจากสัตว์ประหลาดเหล่านั้นได้เสียที” สิ้นเสียงกล่าว วิญญาณขาวนำขวดแก้วสีใสออกมา ด้านในอัดแน่นด้วยพลังงานล่องลอยคล้ายกลุ่มควัน
    เด็กหนุ่มเห็นเช่นนั้น ได้ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “สุดยอด!! นั้นคือปราณวิเศษพันปีใช่หรือไม่?? ในที่สุดเจ้าก็หาเจอแล้ว” จากนั้นเขารีบวาดมือนำขวดแก้วมาถือไว้และถูไปที่แก้มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเก็บเข้าไปในกระเป๋าและตบซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่ามันอยู่ดี “ด้วยปราณวิเศษพันปีขวดนี้ เพียงพอที่จะบังคับให้สัตว์ประหลาดพวกนั้นไปเกิดใหม่ได้ พวกเจ้าทุกคนทำงานเหนื่อยมามากแล้ว นับจากนี้พวกเราจะได้สบายกันแล้ว”
    ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นออกจากปากของราชันวิญญาณ สีหน้าของทหารปีศาจและดวงวิญญาณขาวยิ้มอย่างผ่อนคลายราวกับว่าภูเขาที่กดทับเหนือร่างพวกมันถูกยกออกไป
    ทว่าหนึ่งนายสองบ่าวจมอยู่กับภวังค์แห่งความสุขได้ไม่นาน ทหารปีศาจอีกนายหนึ่งวิ่งตรงมายังหน้าบัลลังก์ด้วยความเร็วสูง
    เด็กหนุ่มเห็นเช่นนั้น ได้ถามกลับ “ยังไงอีก? คราวนี้คู่ไหนตีกันละ??”
    ทหารปีศาจส่ายหน้าไปมา พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “อะ...เอ่อ...คือว่ามีวัตถุประหลาดกำลังพุ่งตรงมาที่วังวิญญาณขอรับ”
    เด็กหนุ่มทวนคำพูดช้าๆ “วัตถุประหลาด ระ...หรือว่าจะเป็นยานพาหนะของพวกยุคสมัยใหม่???” จากนั้นรอยยิ้มของราชันวิญญาณได้หายไป และเมื่อเขาคิดถึงคำพูดของราชันวิญญาณคนก่อน ดวงตาได้เปิดกว้างด้วยความตกใจ
    ‘ห้ามให้มนุษย์รู้ถึงตัวตนของพระเจ้าเด็ดขาด’‘ห้ามให้มนุษย์รู้ถึงตัวตนของพระเจ้าเด็ดขาด’‘ห้ามให้มนุษย์รู้ถึงตัวตนของพระเจ้าเด็ดขาด’
    คำพูดเหล่านี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเด็กหนุ่มซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง จนได้เสียงของเหล่าบริวารปลุกให้ตื่นจากภวังค์
    เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง น้ำเสียงของเขารุกลี้รุกลนเป็นอย่างมาก “ไป...เร็วเข้า รีบไป สกัดไว้ อย่าให้วัตถุนั้นมาถึงที่นี่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นข้าได้กลายเป็นคนบาปอย่างแน่นอน”
    ได้ยินเช่นนั้นทหารปีศาจถามกลับ “แล้วเรื่องของเฟิ่งเซียนกับซีฉู่ป้าหวังละขอรับ??”
    “เรื่องนั้นมันสำคัญเท่ากับการสิ้นเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือไงฟะ!!” เด็กหนุ่มรีบตอบกลับ จากนั้นเขาได้เรียกกำลังทั้งหมดของวังวิญญาณออกไปเพื่อสกัดการเข้าถึงของวัตถุประหลาด


    อีกด้านหนึ่งของวัตถุประหลาด หยางหลี่หยางควบคุมยานขุดเจาะอย่างอารมณ์ดี เขาฮัมเพลงอย่างมีความสุข มือไม้ชี้ไปทางโน้นทีทางนี้ที“ชาลาลาลาล่า ชาลาลาลา ล่าล๊า อินเดอะโน้น...ก๊อค นี่...ก๊อด เฮเฮ้”
    ที่หยางหลี่หยางมีความสุขขนาดนี้ เกิดจากเอไอของยานได้ตรวจพบบางสิ่งเบื้องหน้า ลึกลงมาจากใต้ร่องสมุทรมาเรียนาหลายพันกิโล ในที่สุดแสงแห่งความหวังท่ามกลางความมืดมิดของใต้ผิวดินกำลังจะปรากฏให้เห็น มันกำลังจะพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าทฤษฏีสมมติฐานเรื่องพระเจ้าอยู่บนพื้นฐานของความจริง
    และแล้วเหตุการณ์ตรงหน้า ได้ทำให้คำตอบของเรื่องราวเด่นชัดขึ้น ระหว่างที่ยานขุดเจาะกำลังขับเคลื่อนท่ามกลางความร้อนสูงของแก่นโลก สิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรปรากฏ ได้เผยตัวออกมาให้เห็น
    เด็กหนุ่มผมสีขาวเดินนำหน้ากองทัพของเขาออกมา ประหนึ่งว่ากำลังทำการสู้รบที่ไม่สามารถแพ้ได้ หากแต่ด้านหลังของเด็กหนุ่มปรากฏทหารปีศาจ2นายและดวงวิญญาณขาว1ตนเท่านั้น
    เด็กหนุ่มหันมองลูกน้องของตัวเองอย่างห่อเหี่ยว มันถามออกไปทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่ในใจ“นี้คือกำลังทั้งหมดของเราแน่หรือ??”
    ทหารปีศาจตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขอรับ ทั่วทั้งแดนวิญญาณพวกเราเหลือกันแค่สี่คน”
    ดวงวิญญาณขาวกล่าวเสริม “ก็ช่วยไม่ได้นี่นา โลกปัจจุบันมีของวิเศษมากมาย คนอื่นๆเลยหนีไปเกิดใหม่กันหมดแล้ว”
    ทหารปีศาจอีกนายกล่าวสวนอย่างรวดเร็ว “ท่านวิญญาณขาวไม่รู้เรื่องเลยสินะ เขาไม่ได้เรียกว่าของวิเศษแต่เรียกว่าอุปกรณ์ไฮเทคต่างหาก”
    ระหว่างที่ทั้งสี่กำลังคุยกัน จู่ๆยานของหยางหลี่หยางเกิดการเปลี่ยนแปลง จากพาหนะเคลื่อนที่ได้เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นหุ่นยนต์เพรียบพร้อมด้วยอาวุธสงครามทุกรูปแบบ จากนั้นคลื่นเสียงความถี่ต่ำที่สร้างจากการบันทึกเสียงของปลาวาฬถูกส่งออกมาจับใจความได้ว่า
    “สะ...สุดยอดเลย พวกท่านคือพระเจ้าใช่ป้ะ??? ต้องใช่แหละ เดินตัวเปล่าโดยไม่สวมชุดป้องกันในแก่นโลกแบบนี้ คนทั่วไปไม่มีทางทำได้อยู่แล้ว”
    ได้ยินเช่นนั้นเด็กหนุ่มผมขาวตกใจหนักขึ้นไปอีก ไม่คิดว่าความที่ตัวเองเป็นราชันวิญญาณหรือที่มนุษย์เรียกว่าพระเจ้าจะแตกเร็วขนาดนี้ มันรีบร้อนกล่าวปฏิเสธ “มะ...ไม่ใช่นะ ข้าไม่ใช่พระเจ้า ข้าเป็นมนุษย์”
    “โอ้...เป็นมนุษย์งั้นรึ แล้วท่านใช้อุปกรณ์ใด ในการหายใจ รักษาอุณหภูมิและป้องกันความร้อน ท่านสร้างมันด้วยอัลกอริทึมหรือทฤษฏีใด??”
    คำถามที่ยากจะตอบได้ถูกยิงออกมาจากหุ่นยนต์ขุดเจาะที่หยางหลี่หยางควบคุม เด็กหนุ่มไร้ซึ่งวิธีจะบอกปัดหรือตอบคำถามอีกฝ่ายได้ มันยอมจำนน ถอนหายใจยาวและกล่าวยอมรับ“ตกลง ข้าเป็นพระเจ้าก็ได้ เป็นพระเจ้าก็พระเจ้า...ตอนนี้เจ้าได้รู้ความลับสุดยอดของโลกแล้ว พวกเราจำต้องเจรจาหาทางออกที่ถูกต้อง” กล่าวจบเงาร่างทั้งสี่หายไป และในอึดใจต่อมาทั้งสี่ปรากฏขึ้นอีกครั้งในยานของหลี่หยาง
    เห็นอีกฝ่ายแสดงความสามารถออกมา หัวใจของหยางหลี่หยางพองโตด้วยความตื่นเต้น!!!“นะ..นั้นคืออะไร?? พวกท่านสามารถแปลงอนุภาพร่างกายให้เข้ากับโมเลกุลของอากาศ และทำการสร้างรูหนอนเพื่อใช้ในการเคลื่อนที่ด้วยรวดเร็วสูงใช่ไหม???”
    ดวงวิญญาณขาวกระซิบถามเด็กหนุ่มผมขาว “ท่านราชัน การเคลื่อนที่ของพวกเราจำเป็นต้องใช้สิ่งยากๆเหล่านั้นด้วยหรอ??”
    เด็กหนุ่มกล่าวตอบ “ข้าจะไปรู้ได้ไงเหล่า!!!”
    หยางหลี่หยางเผยแสดงสีหน้าตื่นเต้นระปนความสงสัยออกมาอย่างเด่นชัด เขาจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มอย่างไม่วางตา“แต่ว่าผิดคาดจริงๆแฮะ นึกว่าพระเจ้าจะดูภูมิฐานกว่านี้เสียอีก ไหงกลับเป็นเด็กตัวเล็กๆไปได้...ทฤษฏีของเราผิดถนัดไปเลย”
    ได้ยินเช่นนั้นดวงวิญญาณขาวกล่าว “เจ้ากำลังดูถูกราชันวิญญาณของเรา!!! วัฏจักรชีวิตของราชันวิญญาณไม่เหมือนกับมนุษย์ที่เกิดและแก่ แต่เป็นแก่และเกิดต่างหาก เมื่ออายุต่ำลงจนถึงจุดกำเนิดหน้าที่ของราชันวิญญาณก็จะหมดลงและสามารถส่งต่อให้รุ่นหลังรับตำแหน่งได้”
    “โอ้โห เป็นความรู้ใหม่เลย แสดงว่าพระเจ้าที่ยังเด็ก ต้องแก่พรรษาสุดๆไปเลยสินะ” หยางหลี่หยางอุทานออกมาด้วยความยินดี
    ได้ยินเช่นนั้น เด็กหนุ่มผมขาวมองค้อนดวงวิญญาณขาว “แล้วเจ้าไปเล่าให้เขาฟังทำไมกัน!!!” ก่อนจะเปลี่ยนสายตามองตรงไปที่หยางหลี่หยาง มันได้กล่าวทำลายความยินดีและเล่าถึงความจริงตรงหน้า“มนุษย์ เจ้าทำเกินอำนาจและหน้าที่ของตัวเองไปแล้ว ตัวตนของวังวิญญาณเป็นเรื่องต้องห้ามที่พวกเจ้าไม่ควรรู้ ในโลกสมัยใหม่ความเชื่อในเรื่องพระเจ้าถูกลดทอนลง เมื่อความศรัทธาถึงขีดต่ำสุด จะทำให้มนุษย์เกิดความพยายามและอุตสาหะสองสิ่งนี้ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ข้าไม่ได้น้อยใจที่พวกเจ้าไม่ได้ศรัทธาในพระเจ้า ข้ากลับยินดีที่พวกเจ้าเลิกสวดวิงวอนร้องขอเรื่องต่างๆกับข้า แต่หากเรื่องของพระเจ้ากลายเป็นความจริงและถูกยืนยันได้ละก็ความพยายามและความอุตสาหะจะหายไป มนุษย์จะหยุดการพัฒนาและกลับมาวิงวอขอความเมตตาให้พระเจ้าช่วยเหลือ เจ้าเข้าใจหรือไม่??”
    หยางหลี่หยางไม่ใช่คนโง่ มันทำความเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดได้ทันที ทฤษฎีของเขาแค่พิสูจน์ว่า 'มีอยู่จริงหรือไม่' แต่ไม่ได้คิดถึงผลดีผลเสียที่ตามมา ถ้าข้อเท็จจริงเรื่องพระเจ้า ส่งผลให้มนุษย์ขี้เกียจ ปรารถนาสิ่งใดก็ประสานมืออ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วละนั้น การพัฒนาจะหยุดชะงักและมนุษย์จะถึงกาลอวสาน
    “ให้ตายสิ นี้ความพยายามของเราได้เปิดกล่องแพนโดร่าเข้าให้แล้วรึเนี้ย!!” หยางหลี่หยางพึมพำกับตัวเองจากนั้นเขากล่าวแก่อีกฝ่าย “สิ่งที่จะปกปิดความลับในตัวคนได้ดีที่สุด คือความตาย หรือว่าพระเจ้า ท่านกำลังคิดจะฆ่าผม???”

    นิยายแนะนำ