วันรุ่งขึ้นอู๋ซินหยางเดินออกมาจากห้องนอนตัวเองแต่ก็ต้องสะดุดกับตัวอะไรบางอย่าง
"โอ๊ย...เจ็บนะเดินดูทางมั้งดิ คนอุตส่าห์มาแอบตรงนี้เตะมาได้" กระต่ายน้อยจางลี่เจียงพูด
"น่ารำคาญ"อู๋ซินหยางพูดจบก็จะเดินหนีไปแต่ก็ถูกกระต่ายสีขาวะโขวางไว้
"อะไร" อู๋ซินหยางพูดด้วยความหงุดหงิด
"ผมจะช่วยคุณ แต่คุณเลิกแกล้งผมทำให้เป็ตัวนั้นตัวนี้เสียที" จางลี่เจียง
"ก็ได้ คิดจะช่วยจริง ๆ แล้วใช่ไหม" อู๋ซินหยาง
"ผมจะช่วยคุณจริง ๆ แต่เลิกทำกับผมแบบนี้ผมเหนื่อยที่จะหนีไอ้หมานั้น" จางลี่เจียง
"แต่อาเหย้าดูชอบเ้านะ" อู๋ซินหยาง
"แต่ผมไม่ชอบ ดูสภาพผมสิ มีแต่น้ำลายเต็มตัวไปหมดแล้ว" จางลี่เจียง
"อืม..." อู๋ซินหยางพยักหน้าก่อนที่จะใช้พลังร่ายเวทย์ทำให้ร่างจางลี่เจียงกลับมาเป็มนุษย์อีกครั้งแต่ที่แปลกไปคือครั้งนี้มีเสื้อผ้าครบจางลี่เจียงแต่งกายเรียบร้อยด้วยชุดจีนโบราณพอเหมาะกับตัว
"อ้าว...ทำไมรอบนี้มีเสื้อผ้าด้วยละ"จางลี่เจียงพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นมองดูชุดที่ตัวเองใส่
"ครั้งที่แล้ว...ลืม"อู๋ซินหยางยิ้มที่มุมปากและก็เดินผ่านไป
จางลี่เจียงเหมือนสมองถูกทุบ'เพี้ย...ไอ้มารเลว' ในสมองจางลี่เจียงคิด
"เลิกด่าข้าและตามมา"อู๋ซินหยางที่เดินเอามือไขว้หลังพูดโดยไม่ได้หันกลับมามองจางลี่เจียงที่ส่งสายตาเคียดแค้น 'ฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้ามีโอกาสจะจัดเต็มคาราเบลเลย'คิดเสร็จก็เดินตามอู๋ซินหยางไป
ณ.ห้องโถงใหญ่ ที่ถูกตกแต่งด้วยความโอ่อ่า วิจิตรงดงามภายในถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำสลับแดง ข้าวของเครื่องใช้จัดทำขึ้นด้วยทองมีเก้าอี้เรียงรายซ้ายขวา ตรงกลางถูกว่างเว้นไว้
อู๋ซินหยางเดินขึ้นไปบนแท่นนั่งตามมาด้วยจางลี่เจียงที่เดินตามหลังและเป็จุดสนใจของคนภายในห้องเป็อย่างมาก
จางลี่เจียงได้แต่เดินก้มหน้าไม่กล้ามองเพราะบรรยากาศที่ถูกคนอื่นมองเป็ตาเดียวกันมันอึดอัดเกินไป
ถึงชุดของจางลี่เจียงจะเหมือนคนอื่นแต่ทรงผมที่ตัดสั้นมันสะดุดตาเป็อย่างมากพออู๋ซินหยางนั่งลง จางลี่เจียงก็ยืนอยู่ตรงหน้าไม่รู้ว่าจะไปทางไหน
มือปริศนาจับไปที่แขนของจางลี่เจียงและดึงให้ไปยืนข้างๆจางลี่เจียงเงยหน้ามองก็พบกับเหย้าผิงส่งยิ้มมาให้เป็เหย้าผิงนั่นเองที่ดึงแขนเขา
แขนที่ถูกปล่อยถูกชายเสื้อคลุมอยู่ มือของเหย้าผิงก็เข้ามากอบกุมมือของจางลี่เจียงไว้เพื่อลดความประหม่า โดยที่ทั้งสองยืนติดกันจึงไม่มีใครมองเห็นซึ่งจางลี่เจียงก็ไม่ได้ปัดมือออกแต่อย่างใด เพราะตอนนี้เขารู้สึกกลัวจริงๆ
"คารวะท่านจอมมารผู้ยิ่งใหญ่แข็งแกร่งในปฐี" มารทุกตนในห้องลุกขึ้นกล่าวพร้อมเพรียงกัน
"นั่งลง" อู๋ซินหยางโบกมือให้ทุกคนนั่ง
"วันนี้เป็วันประชุมประจำเดือนท่านจอมมารจะบอกพวกเราได้หรือไม่ว่าท่านพาใครมา"หวงเลี่ยงเป็มารที่มีพลังพฤกษาถามขึ้น
"เขาคือที่ปรึกษาพิเศษของข้า" อู๋ซินหยาง
พอพูดจบเหล่าขุนพลฝ่ายมารทั้งหกก็ส่งเสียงอื้ออึง
ขุนพลทั้งหกของฝ่ายมารนั้นมีพลังต่างกัน ซึ่งได้แก่
1.มารแห่งไฟ ใช้ไฟในการโจมตี นามอู๋เจ๋อ
2.มารแห่งน้ำ ใช้น้ำและน้ำแข็งในการโจมตี นามซือซง
3.มารแห่งดิน ใช้ดินและทรายในการโจมตี นามเซิงเทา
4.มารแห่งสายฟ้า ใช้สายฟ้าในการโจมตี นามห่าวอี้
5.มารแห่งพฤกษา ใช้ต้นไม้ เมล็ดพืชในการโจมตี นามหวงเลี่ยง
6.มารแห่งลม ใช้ลมในการโจมตี นามหยูเฟย
ส่วนอู๋ซินหยางนั้นมีพลังมิติ พลังความมืดและเขาสามารถใช้พลังจากไฟในการโจมตีได้อีกด้วย
"ท่านจอมมารแต่เขาเป็มนุษย์มิใช่หรือ"หยูเฟย
"ใช่แต่ข้าจะให้เขามาเป็ที่ปรึกษาแล้วจะทำไม" อู๋ซินหยาง
"เหอะ..เอาแต่ใจสิ้นดีข้างกายท่านมีไอ้สุนัขหน้าโง่ที่เป็อสูรอยู่แล้วตนหนึ่งยังเอามนุษย์มาไว้กับตัวอีก ท่านเป็บ้าไปแล้วหรือไง"อู๋เจ๋อหนึ่งในขุนพลและเป็น้องต่างมารดาของอู๋ซินหยางพูดด้วยความไม่พอใจ
"พอๆๆๆ เลิกทะเลาะกันได้แล้วถ้าท่านจอมมารคิดว่ามนุษย์ผู้นี้มีประโยชน์จะเอาเป็ที่ปรึกษาก็ตามใจเถิด"เซิงเทา
"ท่านอาก็ตามใจเขาตลอด" อู๋เจ๋อพูดจบก็นั่งลง
เซิงเทาเป็คนเลี้ยงดูอู๋ซินหยางกับอู๋เจ๋อมาั้แ่เด็กทำให้อู๋เจ๋อที่เป็มารอารมณ์ร้อนค่อนข้างที่จะเชื่อฟัง
อู๋ซินหยางเมื่อก่อนก็ใจร้อนเช่นกันมักจะตบตีกับอู๋เจ๋อบ่อยๆแต่เหตุการณ์ในชาติก่อน ก่อนที่จะย้อนเวลากลับมาทำให้รู้ว่าอู๋เจ๋อเป็มารตนแรกที่ต้องตายจากการปกป้องเขาจากสำนักเซียนที่มาบุกวังมารอู๋ซินหยางจึงคิดว่าจะทำดีกับอีกฝ่ายเสียหน่อย
"ในเมื่อจบเื่มนุษย์ผู้นี้แล้วมาพูดเื่สำคัญกันเถอะ" ห่าวอี้เป็มารสายฟ้าตัวใหญ่พูดจาเสียงดังชาติก่อนเคยหักหลังอู๋ซินหยางโดยการวางยาพิษจนทำให้อู๋ซินหยางถูกสำนักเซียนจับตัวไป
'ต้องลดทอนอำนาจ และจัดการให้สาสม' อู๋ซินหยางคิด
"ท่านจอมมารตอนนี้พวกสำนักเซียนเหมือนกำลังตามหาอะไรสักอย่าง" หยูเฟย
"ตามหาคัมภีร์กระบี่ระดับา"อู๋ซินหยางพูดเสียงเรียบ
"ห๊ะ...ท่านจอมมารรู้หรือ"หยูเฟยทำท่าใและมารตนอื่นก็ใเช่นกัน
"จับตาดูแต่ไม่ต้องทำอะไรเพราะเดี๋ยวพวกมันก็ห้ำหั่นกันเอง" อู๋ซินหยาง
"แล้วเราไม่คิดจะแย่งมาหรือ" ห่าวอี้
"แย่งมาทำไม พวกเราใช้พลังเวทย์ หรือเ้าคิดจะฝึกกระบี่"อู๋ซินหยาง
"นั่นสิ ของไร้ประโยชน์เช่นนั้นพวกเราจะไปยุ่งเกี่ยวทำไมเปลืองกำลังพลเสียเปล่า รอดูพวกมันฆ่ากันเองดีกว่า"อู๋เจ๋อ
"ข้าก็เห็นด้วย" มารตนอื่นเสนอความคิดเห็นห่าวอี้จึงต้องหยุดคำโต้แย้งไป อู๋ซินหยางมองไปที่ห่าวอี้เห็นความไม่พอใจอยู่บ้างครั้งก่อนเพราะเขาเชื่อเ้านี่พาพวกมารไปแย่งคัมภีร์จนสูญเสียมารและอสูรไปหลายตนครั้งนี้เขาจะไม่ทำ
"ลูกน้องข้าไปเจอถ้ำลึกลับทางตอนเหนือแต่เข้าไปสำรวจไม่ได้ คิดว่าน่าจะมีของล้ำค่า" ซือซงพูดเสียงเรียบเอ่ยลอยๆขึ้นมา
"อืม...เดี๋ยวข้าให้ท่านอาเซิงไปสำรวจเ้าถอนกำลังพลของเ้าออกมา" อู๋ซินหยาง
"ท่านรู้หรือว่าในนั้นมีอะไร" ซือซง
"ไม่...แต่ท่านอาเซิงมีพลังแข็งแกร่งอยู่ระดับราชันตอนปลายน่าจะเข้าไปได้" อู๋ซินหยาง
"เช่นนั้นก็ตามแต่ท่าน ข้าจะถอนกำลังพลออกมา"ซือซงสงสัยว่าอู๋ซินหยางน่าจะรู้
"มีอะไรอีกไหม" อู๋ซินหยาง
"แล้วงานประลองประจำปี ที่จะจัดขึ้นอีกสองเดือนข้างหน้า" หยูเฟย
"เอาไว้ก่อน ประชุมครั้งหน้าค่อยว่ากันแค่นี้ใช่ไหมเช่นนั้นก็เลิกการประชุมท่านอาเซิงข้ามีเื่จะคุยด้วยไปพบข้าที่สระบัวโลหิต" อู๋ซินหยางพูดจบก็ลุกขึ้นและเดินออกไปทันที
จางลี่เจียงกับเหย้าผิงได้แต่เดินตามออกไป
จางลี่เจียงหันไปมองเหย้าผิงอีกครั้งเขากำลังคิดว่าเขาสร้างตัวละครนี้ด้วยหรืออสูรหมาป่าที่ใบหน้ามีปานดำรอบดวงตาเหมือนหมาบ้านมากกว่าจะเป็อสูรหมาป่าเสียอย่างนั้น
"เ้ามองหน้าข้าทำไม"เหย้าผิงสงสัยที่จางลี่เจียงเอาแต่มองเขาจนเขาต้องคอยดึงอีกฝ่ายให้เดินดีๆเพราะเดี๋ยวจะสะดุดล้ม
จางลี่เจียงได้ยินดังนั้นก็รีบหันหน้ากลับมาและทำตัวปกติ"พวกนั้นดูเหมือนไม่ชอบคุณนะ"
"คงใช้ เพราะข้าเป็เพียงอสูรพวกเขาเป็มารที่มีพลังแข็งแกร่งย่อมไม่พอใจที่ข้าได้อยู่รับใช้ข้างๆจอมมาร"เหย้าผิง
"แล้วคุณมาอยู่กับจอมมารได้ไงอะ" จางลี่เจียง
"เ้าพูดเหมือนพวกข้าได้ไหมคำว่าคุณกับผมฟังดูแปลกๆนะ ถ้าพูดกับมนุษย์ มารหรืออสูรคนอื่นเขาจะมองเ้าวิปลาส" เหย้าผิง
"เอ่อๆ ก็ได้ผมจะพยายามพูดแบบพวกคุณ" จางลี่เจียง
"......" เหย้าผิงหมดคำจะพูดได้แต่มองหน้าจางลี่เจียงอย่างเหนื่อยใจ
"ขอโทษๆ ก็จะพยายามไง" จางลี่เจียงยิ้มเจื่อน
"ช่างเถอะ เ้าถามอะไรข้านะ" เหย้าผิง
"อ๋อ เ้ามาอยู่กับจอมมารได้ไงอะ"จางลี่เจียง
"ท่านจอมมารเก็บข้ามาเลี้ยงนะั้แ่เด็กตอนนั้นอสูรหมาป่าได้ต่อสู้กับพวกเซียนเพราะพวกเซียนจะเอาขนของพวกเราไปทำเครื่องนุ่งห่ม" เหย้าผิงทำหน้าเศร้า
"ห๊ะ..จะเอาขนถึงขั้นสู้รบกันเลยหรอ"จางลี่เจียง
"ขนของอสูรหมาป่าสามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกรูปแบบนะ ไม่ว่าจะเป็ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า หรือกระบี่ยิ่งตัวไหนมีพลังบำเพ็ญเพียรมากก็ยิ่งมีคุณสมบัติป้องกันดีมากเช่นกัน"เหย้าผิง
"แล้วทำไมจอมมารเก็บเ้ามาเลี้ยง เขาจะเอาขนเ้าหรอ" จางลี่เจียง
"ท่านจอมมารนะไม่คิดจะทำแบบนั้นหรอก" เหย้าผิงมองตาเขียวใส่
"เอ่อๆ ขอโทษละกัน ข้าไม่ว่าจอมมารของเ้าแล้ว และเขาเก็บเ้ามาทำไม"จางลี่เจียง
"พ่อแม่ข้าและทุกคนตายหมดแล้วท่านจอมมารที่ตอนนั้นเป็เพียงนายน้อยได้ติดตามจอมมารคนก่อนไปเขาพบกับข้าที่ตอนนั้นใกล้หมดลมหายใจเขาจึงถ่ายพลังมาช่วยข้าไว้และพากลับมาเลี้ยงเป็อสูรข้างกาย" เหย้าผิงยิ้ม
"อ๋อ..."จางลี่เจียงกำลังคิดทบทวนว่าตัวเองเผลอเขียนเื่แบบนี้ด้วยหรอ
"พวกเ้าไม่ต้องตามข้ามาข้าอยากคุยกับท่านอาเซิงตามลำพัง อาเหย้าพาเ้านั่นไปหาอะไรกินก่อนไปอีกสักพักค่อยมา"อู๋ซินหยางพูดจบก็เข้าไปนั่งที่ศาลารอเซิงเทา
"ขอรับ"เหย้าผิงพูดจบก็พาจางลี่เจียงเดินออกมา
"ทำไมเ้าไม่แปลงร่างดีๆ ล่ะ" จางลี่เจียง
"ข้าดูไม่ดีหรือ" เหย้าผิง
"เปล่าๆ แต่ข้าแค่สงสัยทำไมต้องมีปานตรงหน้า"จางลี่เจียง
"เพราะข้าชอบนะซิและท่านจอมมารก็เคยบอกสมัยตอนเป็เด็กว่าน่ารัก"เหย้าผิง
"ดูเ้าจะชื่นชอบจอมมารมากเลยเนอะเ้าแอบรักเขาหรอ"จางลี่เจียง
"ข้าเคยสาบานกับตนเองว่าจะมอบชีวิตของข้าให้กับท่านจอมมารมันเป็ความซื่อสัตย์ต่อผู้มีพระคุณหาได้ชอบพอหรืออาจเอื้อมที่จะเป็คนรักไม่"เหย้าผิงทำหน้าจริงจังและส่งสายตาดุดันพร้อมจะขย้ำหัวจางลี่เจียงที่คิดแบบนั้น
"ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนั้นเลยแค่ถามเฉยๆ"จางลี่เจียงทำหน้าสลด