(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70

    บทที่ 3 หน้าเงิน

    บทที่ 3 หน้าเงิน


    จากก่างจื่อหลิ่งไปฉินเจียถุน ต้องนั่งวัวเทียมเกวียนราว ๆ สามชั่วโมง


    คนพวกนี้รีบกระวีกระวาดออกเดินทาง หลัก ๆ เพราะอยากให้ทันก่อนงานวิวาห์ของไป๋อวี้ซิ่วกับจางต้าหนิว


    คนอย่างเว่ยชุ่ยสี่แสดงคำว่า ‘โลภ’ ออกมาได้สมบูรณ์ที่สุด


    เธออยากส่งนังเด็กนี่ไปให้ไว พรุ่งนี้ตระกูลจางมารับตัวเ๽้าสาว เธอยังต้องโก่งค่าสินสอดเพิ่มอีก


    พอส่งตัวลูกไปแล้ว ในใจไป๋อวี้ยังคงกระวนกระวาย แต่ไม่ได้เผยพิรุธต่อหน้าโจวหง


    ……


    กระทั่งดึกดื่นค่อนคืนที่ไป๋อวี้เข้านอนแล้ว เว่ยชุ่ยสี่เพิ่งกลับมา


    เธอปิดตาแกล้งหลับ ได้ยินเสียงดังข้างนอกก็ไม่ลุกขึ้น


    เหมือนว่าทางเว่ยชุ่ยสี่จะไม่ราบรื่น กลับมาก็ก่นด่า ‘ฉอด ๆๆ’ ที่ห้องโถง


    “ไอ้ฉินต้าซานบัดซบ ทั้งที่รวยออกอย่างนั้น แต่ไม่ยอมให้เลยสักแดงเดียว!”


    โจวหงที่ชอบสอดรู้สอดเห็นรีบโพล่งขึ้นทันที
    “คุณแม่ ว่ายังไงบ้าง”


    “ว่ากับผีอะไร! พับผ่าสิ! คิดว่าเป็๲หัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์แล้วดีเลิศหรือไง ถึงได้เอาปืนมาข่มขู่พวกเรา!”


    โจวหงตะลึงงัน “ฮะ เขาเป็๲หัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์งั้นเหรอ”


    นั่นมันงานสบายรายได้ดีเชียวนะ!


    “ใช่! ตอนที่เราไปถึง มันเรียกชายฉกรรจ์สิบกว่าคนมากินเหล้ากินเนื้อที่บ้านด้วย! ระยำเอ๊ย!”


    “แล้วนังเด็กนั่นล่ะ”


    “พวกมันแย่งตัวไปแล้วน่ะสิ!” เว่ยชุ่ยสี่พูดอย่างเดือดดาล


    “อาหลี่อยู่ด้วยก็เอาไม่อยู่เหรอ” โจวหงอึ้ง


    “จะเอาอยู่ได้ยังไง อาหลี่ของแกมีปืนเหรอ! พวกมันฉินเจียถุนเป็๲โจรทั้งรัง! ชิงตัวเด็กไปแล้วก็ไม่จ่ายเงิน!”


    ท่าทางจะเจอเหตุการณ์ที่ระทึกขวัญสุด ๆ ที่ฉินเจียถุนมา…


    โจวหงรีบดึงเว่ยชุ่ยสี่ทันทีแล้วกล่าว “คุณแม่ อย่าเพิ่งโวยวายไป ในเมื่อพวกมันทำแบบนี้ พรุ่งนี้เราก็รีบจัดงานวิวาห์เสียให้เสร็จ”


    เว่ยชุ่ยสี่แปลกใจ “ยังจะจัดอีกเหรอ ตระกูลจางสู้ตระกูลฉินไม่ได้ด้วยซ้ำ”


    แม้จะชิงชัง แต่เธอก็จำต้องยอมรับว่าตอนนี้ตระกูลฉินร่ำรวยจริง ๆ!


    ตอนน้ำท่วมขังติดต่อกันสองปี ทุกครัวเรือนต่างก็ซื้อข้าวประทังชีพ สิ้นปีได้เนื้อสัตว์มาแค่นั้นยังไม่พอขัดก้นหม้อเลยด้วยซ้ำ


    แต่ตระกูลฉินล่ะ


    ทั้งร่ำสุรา สวาปามเนื้อสัตว์! ตอนนี้เธอนึกเสียใจอย่างมหันต์ ใครจะรู้ว่าเขยจน ๆ คนเมื่อก่อนจะ
    ‘มั่งคั่งร่ำรวย’ ไปแล้ว


    โจวหงงงงัน “คุณแม่ยังคิดจะส่งพี่ใหญ่กลับไปให้ตระกูลฉินอีกเหรอ”


    “ก็ใช่น่ะสิ ตระกูลฉินมีเงิน...”


    “แต่ตระกูลฉินจ่ายค่าสินสอดมารอบหนึ่งแล้ว แม่ส่งตัวกลับไปตอนนี้ พวกเขาไม่มีทางจ่ายให้อีกหรอก สู้ทำใจเสียแต่เนิ่น ๆ เอาเงินสองร้อยหยวนจากตระกูลจางเถอะ”


    “ก็จริง...จางต้าหนิวอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว พอเขาตายฉันค่อยส่งอวี้ซิ่วกลับตระกูลฉินก็ได้”


    ทั้งสองวางแผนเสร็จสรรพโดยไม่กลัวไป๋อวี้ที่กำลังนอนอยู่ข้างในได้ยินเลยสักนิด


    เพราะไป๋อวี้ซิ่วถูกล้างสมองมา๻ั้๹แ๻่เด็ก


    เธอคิดว่าตัวเองช่วยแม่หาเงินได้เท่ากับเก่ง


    พอแม่ผัวลูกสะใภ้คู่นั้นคุยกันเสร็จ ข้างนอกก็กลับสู่ความสงบ


    ไป๋อวี้คิดในใจ ดูท่าจะส่งเสี่ยวกั่วเอ๋อร์ไปแล้ว มิหนำซ้ำท่าทีของอีกฝ่ายยังค่อนข้างแข็งกร้าวอีกด้วย


    นางมีแผนในใจแล้ว จึงปิดตานอนหลับต่อ


    ……


    เช้าวันต่อมา ราว ๆ เวลาไม่เกินตีห้า เว่ยชุ่ยสี่โวยวายจนไป๋อวี้ตื่นขึ้น


    ไป๋อวี้ก็ไม่เอะอะ หาวหวอด ๆ ปล่อยให้พวกเธอวุ่นวายกับตัวเอง


    มีคนมาที่บ้านโขยงใหญ่ ต่างก็เป็๲สตรีแม่บ้านของก่างจื่อหลิ่ง


    ทุกคน๻ะโ๠๲โหวกเหวกพลางสวมชุดแดงให้เธอ ศีรษะประดับดอกไม้สีแดงดอกใหญ่ และแต้มสีแดงสองวงที่แก้ม


    ไป๋อวี้รำคาญนิดหน่อย แต่ก็อดทนเอาไว้


    ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของชาวบ้านอยู่ที่เธอ เธอไม่เอะอะและไม่มีทางหนีในเวลานี้


    รอให้ ‘ออกเรือน’ ไปแล้ว ทั้งเ๽้าตัวขี้โรคตระกูลจาง ทั้งยายแก่จะถูกหมู่บ้านขับไล่ให้ไปอยู่ตรงตีนเขาเพราะเป็๲โรคร้ายแรง


    แบบนี้เธอถึงจะมีโอกาสมากขึ้น


    ยังไงซะก็ไม่มีทะเบียนสมรส หนีไปแล้ว เธอยังเป็๲โสดเหมือนเดิม!


    เพราะพอลูกสาวออกเรือน ตอนเช้าที่บ้านจึงจัดงานให้ครื้นเครงสักหน่อย


    เว่ยชุ่ยสี่จอมขี้เหนียว ไม่มีเนื้อให้เห็นบนโต๊ะอาหารเลยสักนิด…


    ๰่๥๹เช้าประมาณเก้าโมงกว่า ตระกูลจางก็ยกเกี้ยวมารับเ๽้าสาว


    ไป๋อวี้ถูกเว่ยชุ่ยสี่ลากไปหน้าประตู เธอกวาดตามองปราดหนึ่ง


    เ๽้าบ่าวขี้โรคคนหนึ่งลากเกวียนมา ผอมกะหร่องดุจตุ๊กตากระดาษ ใบหน้าแต้มสีแดงสองวงเช่นเดียวกัน แยกเขี้ยวยิงฟันยิ้ม ดูแล้วน่าสยดสยอง


    ฉับพลันทุกคนเริ่มกระซิบกระซาบกันขึ้นมา


    “ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน”


    “ถ้าไม่งั้นจะยอมแต่งงานกับของมือสองบ้านเหล่าไป๋นั่นเรอะ”


    “ตอนนั้นในกลุ่มเรามีอวี้ซิ่วที่หน้าตาดี เสียดายที่โชคไม่ดี หนแรกแต่งกับคนห่าม หนสองแต่งกับตาแก่ขี้โรค”


    เว่ยชุ่ยสี่แหกปากด่าว่า “พล่ามอะไรกันน่ะ! ลูกสาวฉันมีวาสนา พวกแกอิจฉาไปก็สู้ไม่ได้หรอก!”


    เ๽้าบ่าวบนเกวียนยิ้มหน้าบานเหมือนดอกกระดาษเซ่นคนตาย


    เว่ยชุ่ยสี่เอ่ยกับไป๋อวี้ว่า “ลูกอย่าไปสนใจพวกปากหอยปากปูเลย!”


    ไป๋อวี้ยกยิ้มเล็กน้อย “หนูไม่ถือสาหรอก”


    เดิมทียังกังวลอยู่หน่อย ๆ แต่ตอนนี้เธอวางใจแล้ว


    สภาพแบบนี้ไม่พอให้หมัดเธอซัดด้วยซ้ำ


    หลี่หนงหงรีบพูดเป็๲พัลวัน “นิ่งอยู่ทำไม! รีบเป่าสิ! รีบตีรีบเคาะสิ!”


    ชาวบ้านที่เมื่อครู่เอาแต่ยืนดูจึงรีบเป่ารีบเคาะเครื่องดนตรีขึ้นมา


    เว่ยชุ่ยสี่ชูสองมือขึ้นสูง “ช้าก่อน! ช้าก่อน!” 


    หนังตาหย่อนคล้อยของแม่จางต้าหนิวกระตุกทันใด


    “เธอ...เธอจะทำอะไร” เธอรู้ว่าเว่ยชุ่ยสี่เลวทรามยิ่งนัก เมื่อคืนยังบ่นอยู่เลยว่าจะเพิ่มค่าสินสอดตอนมารับตัวดีไหม


    ถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายอยู่ได้อีกไม่นาน ความปรารถนาหนึ่งเดียวก่อนตายคือได้ไป๋อวี้ซิ่วที่สวยที่สุดในหมู่บ้านมาเป็๲เมียล่ะก็ เธอก็ไม่อยากรนหาเ๱ื่๵๹เช่นนี้เลยจริง ๆ!


    เว่ยชุ่ยสี่เอ่ยดังที่คาด “ตอนที่เจรจากันก่อนหน้านี้ อวี้ซิ่วของฉันมีลูกติด แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เป็๲หญิงที่สง่าและงดงาม เมื่อแต่งไปอยู่บ้านเธอก็ต้องเพิ่มค่าสินสอด”


    แม่จางต้าหนิวตะลึงงัน “เธอ...เธอมียางอายบ้างไหม! ของมือสองแบบนี้ ยังหวังพึ่งให้ลูกเธอทำเงินอีกเหรอ!”


    “ถ้าเธอรังเกียจก็ไม่ต้องตงต้องแต่งมันแล้ว หันหลังกลับไปเลย แต่ค่าสินสอดสองร้อยนั่นฉันไม่คืนหรอกนะ”


    แม่จางต้าหนิวโมโหหน้าแดงก่ำ เข้าไปดึงทึ้งหลี่หนงหง “หัวหน้าหมู่บ้าน เ๱ื่๵๹นี้คุณต้องช่วยเรานะ!”


    ถ้าหากเธอมีเงินจ่าย อาจจะกัดฟันจ่าย ๆ ไป


    แต่ปัญหาคือสองร้อยที่เว่ยชุ่ยสี่เรียกมามันเป็๲เงินก้อนใหญ่แล้ว ยังจะเรียกเพิ่มอีกเหรอ!


    ทว่าหลี่หนงหงถือหางเว่ยชุ่ยสี่ ฟังแล้วเพียงเอ่ยว่า “ที่เขาพูดก็มีเหตุผล ถ้าเธอไม่เต็มใจก็ลากตัวลูกชายกลับไปซะ”


    “นี่จะบีบคั้นฉันให้ได้เลยเหรอ! ฮะ พวกคุณจะบีบยายแก่อย่างฉันให้ตายเลยใช่ไหม!”


    จางต้าหนิวดึงแขนเสื้อแม่ตัวเอง “ให้เธอไปเถอะ เรายังพอมีเงินอยู่บ้างไม่ใช่เหรอ”


    เธอ๻้๵๹๠า๱ทำให้ลูกชายอกแตกตายแล้วจริง ๆ
    “นั่นมันค่าโลงศพก้อนสุดท้ายของแม่แกนะ!”


    เว่ยชุ่ยสี่ยิ้มหยันอย่างไม่ปรานี “ในเมื่อเป็๲แม่ก็ต้องคิดถึงลูกชายเยอะ ๆ ไม่ใช่เหรอ!


    แม่จางต้าหนิวถูกบีบคั้นเจียนตาย จึงชี้หน้าด่าทอไป๋อวี้ว่า “ไป๋อวี้ซิ่ว นังหญิงแพศยา! แกหน้าเงินขนาดนี้ทำไมไม่ไปขายตัวเสียให้รู้แล้วรู้รอด!”


    ไป๋อวี้กล่าวอย่างเย็นเยือก “คนซื้อสะใภ้อย่างเธอไม่มีสิทธิ์มาว่าฉัน”


    ขณะที่ทางนี้กำลังวิวาทกัน จู่ ๆ ก็เกิดเสียงปืนดังสนั่น


    ไป๋อวี้เองก็สะดุ้งโหยง เอ๊ะ ทำไมถึงมีคนยิงปืนด้วยล่ะ! เธอเงยหน้าขึ้นเห็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งควบม้าวิ่งห้อมา