“ใช่ค่ะคุณที มาลองทานของว่างฝีมือแม่ครัวเราก่อนสิคะ รับรองจะติดใจ”
จิรนันท์เองก็รีบสมทบด้วยกลัวจะเสียหน้า เมื่อเลขาแม่มีหนุ่มตามมาถึงบ้าน ผิดกับตัวเองที่มีคนมองมากมายแต่ไม่เคยมีใครกล้าบุกแบบนี้มาก่อน หรือถ้ามีใครคิดจะบุกก็จะถูกผู้เป็แม่สกัดดาวรุ่งเอาไว้ก่อน
หากพบว่าเป็พวกโนเนม หรือคุณสมบัติไม่เข้าตาต้องใจ ด้วยผู้เป็ลูกสาวนั้นทั้งสวย หุ่นดี สมบูรณ์แบบทุกอย่าง คนจะมาเป็เขยก็ต้องมีทุกอย่างเหนือกว่าหรืออย่างน้อยก็ต้องทัดเทียมกัน ชมจันทร์จึงจะเปิดประตูบ้านต้อนรับ
“ครับคุณป้า”
หนุ่มหล่อรับคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเห็นว่าการมาตามสาวคล่องงานไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะดูเหมือนงานจะรัดตัวจนไม่มีเวลาให้เขาเอาซะเลย
หรืออีกนัยก็คือสาวเ้ายังไม่ปิ้งเขามากพอจนจะลากเขาตามติดไปให้อยู่ใกล้ชิดเวลาทำงาน หรือจะอีกนัยคือกลัวเ้านายจะตำหนิเมื่อมีหนุ่มตามเจ๊าะแจ๊ะก็เป็ได้
“เราสองคนจะไปร้านทำผม พ่อทีสนใจจะไปด้วยมั้ยจ้ะ”
แต่หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง นนนทีก็ได้โอกาสทองดอดไปหาเลขาคนสวยที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดดอกไม้อยู่กลางสนามอีกครั้ง เมื่อยอมเสียมารยาทเอ่ยปากปฏิเสธสองแม่ลูกอย่างสุภาพไป
เพราะดูเวลาแล้วกว่าปาร์ตี้จะเริ่มก็เกือบสามชั่วโมงเชียวที่คนทั้งคู่ต้องเสียไปให้กับการแปลงโฉมให้สวยงาม ใช่ว่าเขาจะไม่ชอบอาหารหูอาหารตาแบบนี้ แต่ก็ี้เีไปนั่งรอ
“ถ้าคุณทีอยากจะช่วยจริงๆ ก็รบกวนเลาะเอาใบออกจากดอกไม้พวกนี้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่ถนัดก็นั่งดูเฉยๆ พอค่ะ รับรองว่าตะวันจะไม่ตำหนิเลย”
อาทิตยาเสนองานให้อีกวาระนับั้แ่สองแม่ลูกขับรถออกจากบ้านไป
“ช่วยดีกว่าครับ จะได้มีอะไรอ้างคุณหญิงป้าหน่อยว่ามาแล้วได้งานบ้าง”
อาทิตยายิ้มบางๆ ให้แล้วสอนงานง่ายๆ ที่ผู้ชายมักมองข้ามอย่างอารมณ์ดี ส่วนคนถูกสอนเขาคอยถามโน่นถามนี่ไม่หยุดหย่อน ทั้งเื่งานและเื่ส่วนตัว แม้อีกคนจะตอบบ้างไม่ตอบบ้างเขาก็ไม่ละความพยายามแต่อย่างใด
แถมไม่ยอมให้สาวสวยคลาดสายตาไปไหนอีก กระทั่งจิรเดชกับจิณณวัตรกลับจากออฟฟิศในเวลาใกล้งานเริ่ม และอาทิตยาจะต้องผละไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เขาถึงได้หอบหิ้วชุดสำหรับใส่งานไปอาบน้ำห้องรับรองตามหลังจิณณวัตรไปบ้าง ลงมาอีกทีก็ถูกเ้าของงานเรียกไปคุยด้วย ระหว่างรอต้อนรับแขก แล้วก็ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเลขาสาวอีกเลย
เมื่อคุณหญิงป้าเดินเข้างานมา พร้อมคุณลุงและพ่อกับแม่เขา การถูกดึงตัวไปทำความรู้จักคนนั้นคนนี้จากผู้เป็แม่จึงเกิดขึ้น
ไม่แตกต่างจากจิณณวัตรเลยสักนิด ที่ต้องคอยยกมือไหว้แขกในงานทั้งพอจะจำได้หรือไม่รู้จักเลย แต่ผู้แม่ก็เป็คนจัดแจงแนะนำด้วยใบหน้าอิ่มเอมหัวใจไม่น้อยเมื่อลูกชายไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักนิด
“อิจฉาคุณเอ้จังเลยค่ะ มีลูกชายทั้งเก่ง ทั้งหล่อ ต่อไปคงจะเป็เสาหลักของบ้านให้พ่อแม่หายเหนื่อยแล้วสินะคะ”
“อุ๊ย!!! ชมเกินไปแล้วล่ะค่ะ ลูกคุณนารถก็เก่งใช่ย่อยคะ ว่าแต่คนนี้ใช่ไหมคะที่เพิ่งจบจากออสเตรเลีย ได้ข่าวว่าลงทุนไปอยู่ยงเฝ้าั้แ่วันแรกจนเรียนจบปริญญาเลยใช่มั้ยคะ”
ชมจันทร์ปรายตามองสาวสวยท่าทางเรียบร้อยยืนอยู่ข้างวรนารถกับภานุผู้เป็สามี
“ไม่ได้หรอกค่ะรายนี้คุณนุหวงมาก ขืนปล่อยให้ห่างหูห่างตา เดี๋ยวได้สามีฝรั่งกลับมาเหมือนพี่สาวสองคนล่ะแย่เลยค่ะ น้องเนมไหว้คุณป้าเอ้ คุณลุงเดชแล้วก็พี่จิณสิจ๊ะ”
วรนารถรีบหันไปสั่งลูกสาวผู้น่ารักและเรียบร้อยประหนึ่งผ้าพับไว้ก็ไม่ปาน
“ไหว้พระเถอะจ้ะหนูเนม”
ทั้งสามรับไหว้สาวสวยด้วยรอยยิ้ม
“ว่าแต่จะแย่ตรงไหนล่ะคะคุณนารถ ลูกเขยทั้งสองรวยออกปานนั้น”
ชมจันทร์รีบคุยกับแขกต่อ
“ไม่ไหวค่ะ ขอลูกเขยคนไทยกับเขาบ้างสักคน นารถเลยต้องไปคุมเข้มแบบริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยนะคะ นี่ก็กำลังหาที่ฝึกงานให้ก่อนจะเข้าไปรับตำแหน่งที่คุณนุวางไว้ให้ ถ้าจะฝากคุณเดชกับคุณจิณช่วยรับไปสอนงานให้สักสองสามเดือนก็จะดีนะคะ นารถจะได้หมดห่วง”
จิณณวัตรหันไปยิ้มให้พ่อเป็เชิงเกี่ยงให้ตอบ
“ไม่มีปัญหาครับ ผมเพิ่งจะโอนผู้ช่วยเลขาไปให้นายจิณ และรับผู้ช่วยคนใหม่ หนูเนมไปก็จะให้เลขาผมสอนงานด้วยเลย พร้อมเมื่อไหร่ก็โทรบอกนะครับ”
จิรเดชไม่ได้ถือเป็เื่ใหญ่ ชมจันทร์เองก็ชอบใจไม่น้อยที่แอบมองการณ์ไกลไว้ให้ลูกชายด้วย
“จริงเหรอคะ ขอบคุณมากเลยค่ะคุณเดช น้องเนมขอบคุณคุณลุงเร็วเข้า” สาวน้อยทำตามอย่างว่าง่าย
“งั้นก็ไปพรุ่งนี้เลยดีมั้ยคะคุณนารถจะได้ไม่เสียเวลา เดี๋ยวเอ้จะกำชับให้ตาจิณดูแลน้องอีกทีค่ะ” ชมจันทร์รีบสรุปเสร็จสรรพโดยไม่ได้หันไปถามลูกกับสามีด้วยซ้ำ
“ได้เลยค่ะคุณเอ้ เฮ้อ! หมดห่วงไปอีกเื่แล้วค่ะ แต่นารถฝากคุณเดชกับคุณจิณดูแลใกล้ชิดให้หน่อยนะคะ อย่าให้หนุ่มที่ไหนมาใกล้ได้ ลูกคนนี้เราหวงค่ะ อยากให้เจอคนดีๆ และเหมาะสมและต้องเป็คนไทยด้วยนะคะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณนารถ รับรองตาจิณจัดการให้ได้แน่นอนค่ะ แต่จะพูดไปก็ใจหายนะคะถ้าเกิดได้ฝรั่งเป็เขยทั้งสามคน เป็เอ้คงเสียดายแย่ นี่ก็ดีหน่อยตาจิณไม่หอบเมียหัวแดงมาฝาก ยังแอบกลัวอยู่เลยค่ะ ก็เรียนจบแล้วไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง พอโผล่มาคนเดียวเอ้ค่อยโล่งอกค่ะ ตายจริง! ชวนคุยจนเพลิน ตาจิณพาคุณนารถไปนั่งทีสิลูก แล้วรีบกลับมารอต้อนรับแขกนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะเรียกให้ตะวันมาคอยช่วย”
ชายหนุ่มทำตามคำแบบด้วยท่าทีสุภาพ แขกมางานหลายต่อหลายคนจนเขาไม่มีเวลาได้เมียงมองไปหาเลขาสาวสวยของแม่ คืนนี้มาในชุดราตรีผ้าซาตินสีน้ำเงินแขนตุ๊กตาสั้นเหนือเขาเล็กน้อย
ตรงเอวมีเข็มขัดผ้าแบบเดียวกันคาดไว้ ด้านหลังเว้าเป็ตัววีเล็กน้อยมีโบอันใหญ่ประดับอยู่ ส่วนผมก็ยังเห็นรวบขึ้นไปเปียก้างปลาครึ่งหัวเหมือนครั้งก่อนอยู่ดี
ซึ่งนั่นก็ดูสุภาพเรียบร้อยไม่โอเวอร์เหมือนสาวในงานหลายๆ คน ที่ต่างมากับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ด้วยชุดราตรีสวยหรู ราคาแพงลิบ เว้าหน้าเว้าหลัง
สั้นบ้างยาวบ้างให้คอยเป็อาหารตาให้เขากับผองเพื่อนที่เพิ่งจะกลับมารวมตัวกันเป็กลุ่มเป็ก้อนได้ก็ตอนไล่โทรตามให้มางานเลี้ยงของเขานี่เอง
“โห! จิณดูคนนั้นสิ คนใส่ชุดสีชมพูสั้นๆ บานๆ น่ะ ขาขาวชะมัดเลย เห็นแล้วน่าหม่ำว่ะ”
“คนโน้นเจ๋งกว่า ผ่าหลังจนจะเห็นร่องก้นอยู่แล้ว ฉันจะกระอักเืตายก็คราวนี้ล่ะวะ”
“แต่ดูคนโน้นสิใส่สีขาวปิดซะมิดจนจะไม่เห็นอะไรเลยล่ะ สงสัยจะเป็พวกคุณหนู พ่อแม่คุมไม่ให้ห่าง แบบนี้คงจะหาทางแอ้มยากหน่อยนะแก ขืนเผลอลืมตัวได้แต่งโดยไม่ตั้งใจแหงๆ”
บรรดาผองเพื่อนของเขาต่างนั่งมอง นั่งวิจารณ์จนน้ำลายหกไปตามๆ กัน ส่วนเขาก็หันซ้ายแลขวาไปตามทิศทางของสายตาอย่างไม่เกี่ยงงอน แต่ไม่ยักกะมีใครชี้ไปหายัยถั่วงอกเลยแฮะ
ก็ใครจะมีเวลาได้เห็นแม่คุณกันนักหนา มัวแต่เดินไปโน่นมานี่อยู่ไม่หยุด แถมพอตกดึกก็มีพ่อนักเรียนนอกคอยตามแจ ยังกับอยากจะประกาศให้คนรู้ทั่วงานว่า ‘ข้าจอง’ ด้วยแล้ว ใครจะไปกล้า
“จิณ! ตกลงแม่แกจัดงานนี้ขึ้นเพื่อต้อนรับแก หรือจัดมาเพื่อให้แกดูตัวเ้าสาวในอนาคตกันแน่วะ”
สารวัตรทรงกลดเพื่อนผู้ตรงฉินเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ แต่จะว่าไปมันก็น่าคิดไม่น้อย เพราะงานนี้สาวๆ มาเยอะเป็พิเศษ เรียกว่าแขกแต่ละบ้านก้าวลงจากรถก็มักจะมีลูกสาวติดมาด้วย
อายุอานามก็ั้แ่สิบหกถึงสี่สิบ ไม่รู้ว่าโสดสนิทหรือมีหลบๆ ซ่อนๆ ไว้อันนี้เขาก็ไม่ใคร่จะสนใจนัก ส่วนเื่ความสดเขาเลิกหวังแล้ว ความบริสุทธิ์คงจะหาได้จากเด็กแรกเกิดกระมังสมัยนี้
“ไม่ดีหรือไงล่ะท่านสารวัตร จะได้อาศัยบารมีเพื่อนหาเมียไปด้วยเลยไง แกก็อย่าปล่อยโอกาสให้หลุดลอยนะจิณ เลยเลขสามเข้าไปแล้วขืนชักช้าสเปิร์มฝ่อฉันไม่รู้ด้วยนะ”
แสงพลเอ่ยแซวด้วยใบหน้าระรื่น สายตาก็สอดส่องเมียงมองไปยังสาวๆ ในงาน ต่างสวยๆ ด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะกลุ่มว่าที่นางแบบเพื่อนๆ ของจิรนันท์ล้วนแล้วแต่หุ่นดีๆทั้งนั้น
“โอเคๆ เดี๋ยวจัดให้ไม่นานเกินรอ แต่ตอนนี้ขอคัดสรรก่อนก็แล้วกันนะ”
เขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ เพราะถึงเวลาจะต้องมองหาใครสักคนมาไว้เป็เพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกัน สร้างครอบครัวด้วยกันแล้ว หลังจากใช้ชีวิตวัยหนุ่มอย่างคุ้มค่าและสุดเหวี่ยงมาแล้ว
แต่ใครจะเตะตาต้องใจนั้นเขาเองก็วาดภาพไม่ออก และบอกไม่ถูกว่าอยากได้คนแบบไหน หรือจะมีใครตรงใจบ้าง เพราะรู้ดีว่าเื่แบบนี้กำหนดไม่ได้ จะมาจะไปมันไม่บอกไม่กล่าวเลย
แต่เขาคงจะบอกได้คำเดียวว่าผู้หญิงคนนั้นไม่น่าจะเป็ยัยถั่วงอก ผู้กำลังวุ่นอยู่กับการจัดการอะไรต่อมิอะไรกับคนในบ้านอย่างแน่นอน และไม่รู้ว่าเ้าหล่อนมีเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา
เห็นวุ่นอยู่ตลอดเวลาั้แ่เช้าแล้ว จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นนั่งนิ่งๆ เหมือนคนอื่นเลย เอาแต่จดนั่นจดนี่ บอกคนนั้นบอกคนนี้ไม่หยุดหย่อน เ้านนนทีนั่นเขาก็ไม่เข้าใจว่าจะตามเ้าหล่อนไปแทบจะทุกฝีก้าวทำไมกันนักหนา
“เอารถเข้ามาได้ค่ะ แต่อย่าเปิดไฟนะคะ พอได้เวลาตะวันจะโทรบอกให้ขับมาจอดหน้าซุ้มเลยค่ะ”
และคนที่กำลังถูกใครบางคนนินทาอยู่ในใจนั้นก็กำลังยุ่งกับการเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยรถคันโตให้เ้าของงาน ตามคำสั่งของเ้านายอยู่ ทั้งที่ใจนั้นอยากจะให้งานรีบๆ จบสิ้นลงโดยเร็ว
เพราะเหนื่อยล้าอ่อนแรงเต็มที ส้นสูงที่ใส่มาเมื่อชั่วโมงแรกก็ถูกสลัดทิ้งมาเป็โมโนโบ้คิมเบอร์รีเรียบร้อยแล้ว ผ่อนกับเด็กในบ้านไม่เว้นแม้แต่เด็กเสิร์ฟมูลนิธิ ‘เลิศวิริยะ’ ที่ถือเป็ศูนย์กลางแรงงาน
เวลาจัดเลี้ยงของคนในมูลนิธิจะต้องเรียกใช้ประจำ เป็การช่วยสร้างงานอีกทางหนึ่งก็ต่างเหนื่อยไม่แพ้กัน เพราะแขกในงานเกือบสามร้อยคนเลยทีเดียว เพราะต่างก็วิ่งวุ่นมาแต่ตอนบ่าย
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ



















