ณ บ้านหลังเล็กสีเทาเข้ม...
แสงแดดยามเย็นสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้กระทบเรือนร่างของพิมพ์รดาที่เพิ่งรู้สึกตัวตื่นขึ้นหลังเผลอหลับไปพร้อมกับหยาดน้ำตา หญิงสาวพยุงกายลุกขึ้นจากเบาะนุ่มขนาดเล็กเดินตรงไปเลื่อนปิดบานกระจกและดึงผ้าม่านลง เพื่อบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดเข้ามา
ฝ่ามือบางค่อยๆ เลื่อนขึ้นมากุมอกข้างซ้าย...ตรงหัวใจที่ยังคงเ็ปจนจุกแน่นภาพเหตุการณ์และสายตาผิดหวังในคืนวันนั้นย้อนกลับมารังควานในหัวอย่างไม่อาจหลบเลี่ยงสุดท้าย หยาดน้ำตาอุ่นๆ ก็ร่วงหล่นลงมาตามแก้มอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
เธอกล้ำกลืนความปวดร้าวแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานเลื่อนนิ้วแตะแป้นพิมพ์เพื่อปลุกหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ตื่นขึ้นจากโหมดพัก
ที่ผ่านมา เื่ราวในนิยายของเธอเต็มไปด้วยความสดใสงดงาม...ทว่าเนื้อหาทั้งหมดนั้น ล้วนเป็ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่มีตรีภพอยู่เคียงข้างเธอหยิบยกเอาเศษเสี้ยวแห่งความสุขเ่าั้มาถักทอไว้ผ่านตัวอักษรแต่นิยายทุกเื่ของเธอมักจะจบลงด้วยประเด็นการนอกใจ จนทำให้นักอ่านพากันคอมเมนต์ด่าทอนางเอกอย่างยับเยิน...
เพราะทั้งหมดนั้น ไม่ใช่นิยายแต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงแต่มันคือตราบาปในชีวิตจริงของเธอเอง พิมพ์ถอนหายใจยาวก่อนจะลงรหัสนิยายเื่ใหม่ลงบนหน้าจอ...
เื่ราวการไถ่บาปของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยทำผิดพลาดไว้ในอดีตพร้อมกับจุดจบอันแสนเ็ปที่เธอสมควรได้รับ หญิงสาวเริ่มวางโครงเื่นามสมมติของตัวละคร และเขียนคำบรรยายฉากเริ่มต้น...จุดเริ่มต้นที่เคยงดงามและแสนหวาน ก่อนที่ฟ้าทั้งผืนจะพังทลายลงมาใส่ชีวิตเธออย่างไม่มีวันกลับ
*** ***
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน...
ตรีภพจัดเก็บข้าวของเสร็จก็รู้สึกเหนื่อยล้าชายหนุ่มเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมาเมื่อเดือนก่อนและไปอาศัยอยู่กับเพื่อนในตัวเมืองชั่วคราวเพื่อจัดการปลดล็อกบัญชีธนาคารและจัดการเื่มรดกของพ่อแม่ท่านทั้งสองเสียชีวิตลงในยามที่เขาถูกกักขังอยู่ในกรงขัง ไม่อาจออกมาทำหน้าที่ลูกเพื่อตอบแทนบุญคุณเป็ครั้งสุดท้าย
ยิ่งคิด อกข้างซ้ายก็ยิ่งโกรธแค้น... เขาเฝ้าถามตัวเองซ้ำๆ ว่าเขาทำผิดอะไร? ตลอดเวลาที่คบกันเขาถนอมเธอประหนึ่งไข่ในหิน ไม่เคยกระทำสิ่งใดรุนแรง แม้กระทั่งเื่บนเตียงเขายังทะนุถนอมเธอยิ่งกว่าสิ่งใด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา คือเธอมัวเมาในความสดใหม่ชอบความรุนแรงและความแปลกใหม่ที่ไม่เคยัั แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมาความรักความหวังดีที่เขาเพียรสร้างเพื่อใครกัน? ในเมื่อท้ายที่สุดเธอก็ยังออกไปไขว่คว้าหาผู้ชายคนอื่นข้างนอก... ทั้งที่หากเธอเอ่ยปากบอกเขาสักคำเขาก็ไม่เคยคิดจะขัดใจเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
“เฮ้ย... ไอ้ภพ คิดอะไรอยู่วะ”
เสียงของ นที ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดชายหนุ่มก้าวเข้ามาตบไหล่เพื่อนเบาๆ “บ้านหลังนี้เก่าไปหน่อยเพราะขาดการดูแล่นี้มึงคงต้องเหนื่อยหน่อยว่ะ... กูเองก็อยู่ในเมืองตลอดเลยไม่เคยรู้เลยว่าเมียเก่าที่มึงรักนักรักหนาแอบมาสร้างบ้านอยู่ข้างบ้านแม่มึงแบบนี้”
นทีเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อีกอย่างนะไอ้ภพ...ตอนที่มึงอยู่ในนั้น พิมพ์คือคนที่อยู่ดูแลลมหายใจสุดท้ายของพ่อกับแม่มึงนะเว้ยลองไปถามเธอเอาเองแล้วกัน ว่าพวกท่านฝากคำพูดสุดท้ายอะไรถึงมึงบ้าง”
ตรีภพยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ... ตลอดสิบปีที่ติดอยู่ในคุกยามที่พ่อแม่มาเยี่ยม พวกท่านมักจะพูดถึงพิมพ์เสมอแต่เขาปฏิเสธที่จะรับฟังมาโดยตลอด ชายหนุ่มเพิ่งจะได้มารับรู้ความจริงในวันนี้ว่าพิมพ์คือคนที่คอยดูแลพ่อและแม่ของเขามาตลอดจนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย
“นั่นคือสิ่งที่เธอควรทำต่างหาก...” ตรีภพแค่นเสียงแ่เบา
นทีถอนหายใจยาวด้วยความเข้าใจหัวอกเพื่อน “เฮ้อ...กูเข้าใจความเ็ปของมึงว่ะไอ้ภพ ความรักความห่วงใยที่มึงมีให้เธอ ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละ”
ชายหนุ่มทั้งสองขยับไปนั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเก่ากลางบ้านรินเบียร์ราคาถูกลงในแก้วที่มีน้ำแข็งเพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากการขนของมาทั้งวันแม้ว่า พัตร พี่ชายของพิมพ์จะเกณฑ์คนมาช่วยขนของและทำความสะอาดบ้านไม้หลังนี้ให้แล้วแต่มันก็ยังสูบเรี่ยวแรงไปไม่น้อย
“ไอ้ภพ... ความสามารถระดับมึง กลับมาทำงานที่บริษัทกูเถอะกูยกหุ้นเดิมให้สี่สิบเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมหรือถ้ามึงจะเอาครึ่งหนึ่งกูก็ให้นะขอร้องละ...อย่าตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาแข่งกับกูเลยว่ะ กูกลัวเจ๊ง!” นทีว่าพลางถอนหายใจยาวเขาไม่อยากให้เพื่อนต้องไปนับหนึ่งใหม่ และไม่อยากให้อนาคตของเพื่อนต้องดับลงเพราะสิบปีในคุกมันก็พราก่เวลาชีวิตของตรีภพไปมากเกินพอแล้ว
“มึงจะบ้าหรือไงไอ้ที...” ตรีภพยกแก้วเบียร์ขึ้นกระดกรวดเดียวหมด“กูมันคนเคยติดคุกนะเว้ย”
*** ***
เมื่อเวลาล่วงเลยจนสายลมเย็นย่ำค่ำพัดผ่าน และท้องฟ้าภายนอกมืดสนิทลงนทีได้ขอตัวขับรถกลับเข้าเมืองไปแล้วเหลือเพียงตรีภพที่นั่งดื่มเบียร์อยู่เพียงลำพัง
ตลอดสิบปีที่ต้องนอนกอดความขื่นขมอยู่ในคุก จนกระทั่งวินาทีนี้เขายังคงมีคำถามเดิมๆ วนซ้ำอยู่ในหัวอย่างน่าเบื่อหน่ายคำถามที่เขาไม่อาจสะบัดมันหลุดออกไปได้เลยสักครั้ง...ว่าทำไมพิมพ์รดาถึงต้องนอกใจเขา?
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ทำลายความเงียบ ตรีภพเอี้ยวตัวหันกลับไปมองพลันบรรยากาศรอบกายก็แผ่ความเย็นเยือกออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือหญิงสาวร่างอวบอัดคนเดิม “มีอะไร พิมพ์รดา”
พิมพ์ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านไม้หลังเก่าบ้านที่แสนคุ้นเคยแต่ก็น่าแปลกหน้าในเวลาเดียวกันในอดีตเธอกับตรีภพเคยอาศัยอยู่ร่วมกันที่นี่ใต้ถุนของบ้านไม้ทรงสูงที่ตรีภพตั้งใจต่อเติมดัดแปลงให้กลายเป็ห้องนอนเพื่อสร้างครอบครัวกับเธอหญิงสาววางถ้วยต้มปลานิลจากบ้านใหญ่ลงบนโต๊ะ “พี่พัตรบอกให้ยกมาให้...”
ตรีภพหลับตาลง ถอนหายใจแ่เบาก่อนเอ่ยปากไล่ “กลับไปเถอะ... ขอบใจ”
พิมพ์พยักหน้ารับคำอย่างสงบ เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับออกไปแต่ก่อนที่ส้นเท้าจะก้าวพ้นขอบประตู หญิงสาวก็ชะงักแล้วเอ่ยประโยคที่ติดค้างอยู่ในใจออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ… “แม่ของคุณป้าคำบอกว่าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด... คนผิดคือฉันที่ไม่รู้จักพอ”
เธอหยุดสูดหายใจลึก ก่อนพรั่งพรูความจริงที่กัดกินใจมาตลอดสิบปี “แม่บอกว่าคุณทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว...มีแต่ฉันเองที่ทำร้ายคุณ”
สิ้นเสียง พิมพ์ก็ออกวิ่งกลับบ้านไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลทะลักคำพูดสุดท้ายของ ป้าคำ แม่ของตรีภพ แม้จะกรีดลึกจนหัวใจเธอแหลกสลายแต่มันคือความจริงที่เธอต้องก้มหน้ารับ ทั้งหมดมันเป็เพราะเธอเองที่ไม่รู้จักพอทั้งที่เสพสุขอยู่บนความรักอันทุ่มเทของตรีภพแต่กลับยังเสือกไสตัวเองไปหาความตื่นเต้นชั่วครู่ชั่วคราวจากคนอื่นข้างนอก...
เพล้ง!
แก้วเบียร์ในมือของตรีภพถูกขว้างอัดข้างฝาจนแตกกระจายเศษแก้วเกลื่อนพื้น!
ชายหนุ่มขบฟันแน่นจนสันหมากนูน... สิ่งที่แม่พูดกับพิมพ์ในวันนั้นมันขัดแย้งกับคำพูดสุดท้ายยามที่แม่ไปเยี่ยมเขาในคุกอย่างสิ้นเชิงวันนั้นแม่กลับบอกว่า ‘เขาใจร้อนเกินไป และไม่ยอมรับฟังใคร’
ตรีภพทบทวนคำพูดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเฝ้าถามตัวเองในใจอยู่เสมอ...เขาเคยใจร้อนใส่เธออย่างนั้นหรือ? คำตอบที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด คือ ไม่เลย…ตลอดเวลาที่คบกัน พิมพ์รดาคือข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขามาโดยตลอด!
*** ***
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...
เมื่อแสงอาทิตย์ของวันใหม่สาดส่องเข้ามา พิมพ์ยกมือขึ้นนวดขมับแรงๆเพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งเขียนนิยายตลอดทั้งคืนเธอมีนิสัยชอบเขียนงานลงในโปรแกรมให้จบทั้งเื่เสียก่อนแล้วค่อยนำไปทยอยอัปเดตลงระบบออนไลน์ทีละตอน จากนั้นจึงค่อยเปิดขายอีบุ๊กหลังจากลงรายตอนไปได้ห้าตอน
ใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง...
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มสมเพชให้ตัวเอง ในตอนที่สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาเหตุผลเดียวก็คือเพื่อให้อยู่ใกล้พอที่จะดูแลป้าคำและลุงปัน ผู้เป็พ่อแม่ของตรีภพซึ่งต้องตรอมใจอย่างหนักหลังจากลูกชายเพียงคนเดียวต้องโทษติดคุกหน้าต่างบานนี้จึงมักถูกเปิดทิ้งไว้ตลอดคืน เพื่อที่เธอจะได้สังเกตความผิดปกติของพวกท่านได้ทันท่วงทีจนกลายเป็ความเคยชินที่ติดเป็นิสัยมาจนถึงทุกวันนี้
จังหวะนั้น คำพูดตอกย้ำจากพี่สะใภ้ร่วมรุ่นก็แว่วดังเข้ามาในหัวอีกครั้ง… ‘พี่ภพมันผิดอะไร? ชอบความแปลกใหม่... ตลกสิ้นดี! ทำไมเธอไม่ลองบอกให้พี่เขาล่ะ ว่าเธอกลัวไม่บอกเขาไปล่ะว่าใจเย็นลงหน่อย เธอมันก็แค่คนไม่รู้จักพอเท่านั้นแหละพิมพ์อย่าเอาความผิดไปโทษคนอื่น เธอมันเป็ผู้หญิงที่น่ารังเกียจ!’
หยาดน้ำตาใสไหลรินเลอะแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้ยามที่สายตาปะทะเข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่ของตรีภพซึ่งกำลังเปิดประตูบ้านไม้ออกมาชายหนุ่มพยายามหมุนเปิดวาล์วน้ำข้างบ้าน แต่ไร้ซึ่งหยดน้ำไหลออกมาเพราะเขายังไม่ได้ไปติดต่อผู้ใหญ่บ้านเื่ขอเดินสายน้ำประปา
พิมพ์เช็ดน้ำตากล้ำกลืนความรู้สึกทั้งหมดลงคอแล้วก้าวเดินไปหยุดที่ขอบหน้าต่าง ก่อนจะส่งเสียงเรียกร้องบอกเขาออกไป
“มาอาบน้ำที่บ้านนี้ก่อนสิ... สายๆค่อยไปทำเื่น้ำประปาที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน”
พูดจบ โดยไม่รอคำตอบ เธอรีบวิ่งไปที่หน้าประตูบ้านเพื่อปลดล็อกให้ชายหนุ่มได้เข้ามาใช้ห้องน้ำตามที่เธอเสนอ