- ความเดิมตอนที่แล้ว -
“ถ้าอย่างนั้น...ขับรถดีๆนะคะ” ร่างบางกดวางสาย เงยหน้าส่งยิ้มมาที่รถ พร้อมกับโบกมือบ๊ายบายเพื่อนรักที่มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ มุกตระการสูดลมหายใจลึกๆ แล้วหันหลังเดินกลับไปทางเดิม
ปึง!! เสียงประตูรถถูกปิดดังสนั่น พร้อมกับเสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นดังกระชั้นเข้ามา ทำให้มุกตระการหันมามอง พอดีกันกับที่ข้อมือน้อยถูกคว้าหมับไว้
"พี่ขอโทษ...กลับบ้านกันนะ" รอยยิ้มหวานกับดวงตาเป็ประกายถูกส่งมาให้คนพูด ท่าทางเอียงคอที่มองมา ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเคืองใดๆ ยิ่งทำให้มัทกรรู้สึกผิดขึ้นไปเป็ร้อยเท่าพันเท่า
"มุกไม่โกรธพี่เหรอ" คำตอบคืออาการส่ายหน้าแถมยังยื่นนิ้วโป้งมาไล้แ่ๆที่ข้างขมับเขาเพื่อช่วยเช็ดเหงื่อให้
"จะโกรธได้ยังไงคะ ก็พี่จ๋าทำไปเพราะเป็ห่วงมุกนี่ มุกต่างหากที่พูดไม่ดี กะว่าถ้าถึงบ้านจะโทรไปขอโทษค่ะ" มุกตระการพูดยิ้มๆ ก่อนจะทำหน้าสงสัยเพราะแฟนหนุ่มแบมือออกมาตรงหน้า
"ตีพี่สิ ตีสักทีสองทีนะ พี่มันงี่เง่าเอง" มือน้อยวางลงไปบนมือหนา ประสานนิ้วเรียวไว้กับนิ้วของมัทกร กลายเป็จับมือกันแน่น
"ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ตีค่ะ กลับกันเถอะนะคะ กุญแจรอแย่แล้ว" พูดจบก็เดินจับมือชายหนุ่มแกว่งไปมาอย่างเบิกบาน พาเดินตรงมาที่รถ ซึ่งคนโดนจูงก็เอาแต่ยิ้มแป้น จนกระทั่งขึ้นนั่งประจำที่คนขับ
"อะไรเอ่ย ตอนไปหูตูบ ตอนกลับหูตั้ง" เสียงเล็กๆตั้งคำถามกวนประสาทลอยมา แต่ตอนนี้คนหูตั้งได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
"ไม่โกรธเว้ย อารมณ์ดี" มัทกรหันไปทำหน้าทะเล้นใส่น้องสาว
"กุญแจไปว่าพี่จ๋าเป็แมวทำไม" เสียงใสจากเบาะหลังขยี้ขึ้นมาพร้อมกลั้วหัวเราะน้อยๆ
"ฮ่าๆๆ แน่ใจนะว่ามุกคิดว่าเป็แมว" พูดจบ สองสาวก็ประสานเสียงหัวเราะกันอย่างถูกใจที่แกล้งคนตัวโตได้ ในขณะที่คนที่ถูกแซวเพียงแค่อมยิ้ม ไม่มีอะไรจะเถียงเพราะก็จริงอย่างที่น้องสาวพูดทุกอย่าง
เมื่อรถออกจากมหาวิทยาลัยได้สักพัก มัทนาจึงถามเพื่อนเื่การสัมภาษณ์
"แล้วพี่เขาสัมภาษณ์อะไรบ้างอ่ะมุก เซ้าซี้รึเปล่า"
"เขาก็ถามเื่ทั่วไปนะ ไม่มีอะไรแย่ พี่เขาบอกว่าจะเอาลงเพจพรุ่งนี้เช้าเลย"
"เออเร็วดี เราจะรออ่านนะ" มัทนาหันหน้ามายิ้มให้เพื่อนที่พยักหน้ารับ เลยไปมองหน้าเฮียก็ไม่เห็นมีปฏิกริยาอะไร นอกจากคอยส่งยิ้มให้แฟนสาวทางกระจกหลัง สาวน้อยจึงหันกลับมานั่งตัวตรงมองทางข้างหน้า ร้องเพลงคลอเบาๆ ตามเสียงเพลงที่เปิดในรถอย่างสบายใจ
วันถัดมา หลังคลาสเช้าผ่านไป แก๊งหนุ่มหล่อก็มารวมตัวกันที่โต๊ะประจำ มัทกรนั่งเท้าคางมองโทรศัพท์มือถือยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น
"ไหวป่ะเนี่ยเพื่อนกู กูว่าสองพันกว่าวิว นี่เป็ของมึงซะพันห้าแล้วไอ้มัท อ่านวนอยู่นั่นแหละ" จารุภัทรพูดขึ้นหลังจากเห็นเพื่อนเปิดเพจกิจกรรมนักศึกษาขึ้นมาอ่านอีกรอบ
"ไหนกูอ่านแป๊บ มันดีขนาดนั้นเลยเหรอวะ" ขุนเขาหยิบมือถือมาสไลด์ดูบ้าง
คอลัมน์ "รักน้องปีหนึ่ง"
วันนี้พี่ต่ายได้มีโอกาสสัมภาษณ์น้องมุก หรือมุกตระการ น้องปีหนึ่งจากคณะคหกรรมศาสตร์ หลังจากที่ได้น้องมาขึ้นปกวารสารฉบับล่าสุดคู่กับนายแบบหนุ่มสุดฮอทของมหาวิทยาลัยเรา วันนี้เรามาทำความรู้จักสาวสวยคนนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า
พี่ต่าย : สวัสดีค่ะน้องมุก คำถามแรกแบบเบสิคก่อนเนอะ ทำไมถึงเลือกเรียนคหกรรรมคะ
มุกตระการ : สวัสดีค่ะ ที่มุกเลือกเรียนคหกรรมเพราะมุกคิดว่าโภชนาการเป็สิ่งสำคัญสำหรับชีวิตคนเราค่ะ การเรียนคหกรรมไม่ใช่แค่ทำอาหารไปวันๆ แต่เราสามารถนำความรู้ไปช่วยเหลือผู้อื่นให้บริโภคอย่างถูกหลักโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ
พี่ต่าย : โห ตอบอย่างนี้ต้องมงลงแล้วนะคะน้องมุก
มุกตระการ : (หัวเราะเบาๆ)
พี่ต่าย : ได้ถ่ายปกวารสารเป็อย่างไรบ้างคะ เห็นว่าเป็การถ่ายแบบครั้งแรก ลองเล่าบรรยากาศการทำงานให้ฟังสักนิดได้มั๊ยคะ
มุกตระการ : ก่อนอื่นมุกขอบคุณพี่ๆที่สโมสรมากนะคะที่เลือกมุกมาขึ้นปก การทำงานก็สนุกมากค่ะ ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ พี่ๆทีมงานน่ารักมากเลยค่ะ
พี่ต่าย : รวมถึงพี่ขุนเขาด้วยรึเปล่าเอ่ย
มุกตระการ : รวมสิคะ พี่ขุนมืออาชีพมาก ช่วยมุกได้เยอะเลย ปกติพี่เขาจะเงียบๆนะคะ แต่พออยู่หน้ากล้องนี่คนละคนเลย
พี่ต่าย : แสดงว่าได้เจอกันบ่อยๆ อยู่แล้วใช่มั๊ยคะ รู้จักกันมาก่อนแล้วอะไรแบบนี้
มุกตระการ : ใช่ค่ะ รู้จักกันก่อนมาถ่ายปก ก็เจอกันบ้างแต่ไม่บ่อยนะคะ อย่างที่รู้พี่ขุนงานยุ่งมาก
พี่ต่าย : น้องมุกได้ยินเื่คู่จิ้นของตัวเองบ้างรึยัง
มุกตระการ : (หัวเราะ) ได้ยินค่ะ ก็งงๆเหมือนกัน ไม่รู้เป็ข่าวได้ยังไง
พี่ต่าย : แสดงว่าข่าวลือเื่น้องมุกกับพี่ขุนเขาแอบคบกันก็ไม่ใช่เื่จริงใช่มั๊ยคะ ปิดตำนานน้องปีหนึ่งคหกรรมกับพี่ปีสามบริหารเนอะ เอ้าหนุ่มๆเตรียมเฮได้
มุกตระการ : มุกกับพี่ขุนเขาไม่จริงเลยค่ะ เราเป็แค่พี่น้องกันเท่านั้น แต่เื่ปิดตำนาน อืม...มันเรียกว่าตำนานเลยเหรอคะ (หัวเราะเบาๆ เล่นเอาผู้สัมภาษณ์ตาโต)
พี่ต่าย : อะไรยังไงคะ หรือว่าหนุ่มบริหารคนนั้นมีจริงแต่ไม่ใช่พี่ขุนเขา
มุกตระการ : (ยิ้มเขิน)
พี่ต่าย : แสดงว่าน้องมุกมีคนคุยแล้ว และก็อยู่ปีสาม บริหารด้วยใช่มั๊ยคะ
มุกตระการ : (พยักหน้า)
พี่ต่าย : น้องมุกขา ต่อมเผือกของพี่สั่นไหวรุนแรงมากค่ะ เขาคือใคร เขาชื่ออะไร (ฮัมเป็เพลง)
มุกตระการ : (หัวเราะ) เอาเป็ว่ามุกมีคนคุยแล้วค่ะ ไม่ใช่พี่ขุนเขาแน่นอน ส่วนชื่ออะไรมุกขอไม่บอกแล้วกันนะคะ ที่จริงถ้าสังเกตก็น่าจะรู้ เพราะเราก็คบกันเปิดเผย ไม่ได้ปิดอะไร (ยิ้มหวานอีกรอบ)
พี่ต่าย : ใบ้หน่อยได้มั๊ยคะ สูง ต่ำ ดำ ขาว หล่อมั๊ย
มุกตระการ : (ยิ้มหวานมาก) คนที่มุกชอบก็ต้องหล่อสำหรับมุกสิคะ ที่สำคัญพี่เขาเป็คนใจดีมาก น่ารักมาก ที่จริงรูปร่างหน้าตาไม่สำคัญสำหรับมุกเท่าไหร่ ขอให้รักมุกคนเดียวก็พอค่ะ
พี่ต่าย : อันนี้เรารู้กันสองคนนะคะ ใช่คนที่งอแงจะมานั่งเฝ้าสัมภาษณ์เมื่อกี๊รึเปล่าคะ
มุกตระการ : (อึ้งนิดๆ)
พี่ต่าย : เสียใจด้วยนะคะหนุ่มๆ เพราะน้องพยักหน้ารัวๆ ยิ้มเขินไปแล้วตอนนี้ กระซิบนิดนึงว่า คนของน้องมุกหล่อม๊ากกก แถมยังดนตรีดี กีฬาเด่น ที่เหลือเดากันเองนะจ๊ะ
หลังจากนั้นก็เป็การสัมภาษณ์เื่ทั่วไป เช่น การเรียน ความชอบหรือการใช้เวลาว่างต่างๆ
ขุนเขาอ่านบทสัมภาษณ์จนจบจึงเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนที่นั่งฉีกยิ้มกว้างอย่างกับคนบ้าั้แ่ในคลาสแล้ว แต่ก็แอบดีใจที่เพื่อนกลับมายิ้มได้หลังจากโดนพิษความรักครั้งแรกทำร้ายจนแทบจะล้มทั้งยืน
"อ่ะเคลิ้มๆมึง ไอ้ห่ามัท ผิดกับเมื่อวานเลยนะ" อนิกเอ่ยแซว
"ว่าไป กูว่าน้องมุกโคตรเจ๋งอ่ะ สยบข่าวคู่จิ้นแบบคนจริง 2019 เลยมึง ไม่ห่วงเรทติ้งเลย ไม่เหมือนผู้หญิงบางคนแม่งชอบแทงกั๊ก" จารุภัทรชื่นชมแฟนเพื่อนอย่างจริงใจ
"คนเนี้ย รักจริงหวังแต่งได้เลยมึงเชื่อกู คนนี้อ่ะของมึง" ขุนเขาคอนเฟิร์มให้อีกครั้ง
"กูโคตรมีความสุขอ่ะมึง" มัทกรตอบเพื่อน หัวใจทำงานหนักเหลือเกินด้วยความตื้นตัน ทั้งๆที่เขาโวยวายใส่อารมณ์กับน้องก่อนสัมภาษณ์แท้ๆ แต่น้องกลับไม่โกรธไม่งอนอะไรเขาสักนิด แม่คุณของพี่
"กูอยากไปหาเขาตอนนี้เลย กูโดดบ่ายดีป่ะ" หนุ่มหล่อถามหาเสียงสนับสนุน
"โอ๊ย ไอ้โง่ มึงจะไปให้เขาด่าเหรอ" อ้าวไอ้ห่า แล้วมึงมาด่ากูทำไมไอ้โจ๋ ดีนะกูอารมณ์ดี มัทกรโวยเพื่อนในใจ แต่ใบหน้ายังคงยิ้มระรื่น
"เออ มึงไม่ต้องไปหรอก ถึงมึงไปน้องมุกก็ไม่โดดเรียนมานั่งคุยกับมึงหรอก คิดสิคิด" ขุนเขาตอกย้ำให้อีกครั้ง
"ก็จริง แต่กูคิดถึงเขาอ่ะ กูคิดถึง คิดถึงๆๆๆ" คนคิดถึงแฟนโวยวายกระทืบเท้าเร่าๆ ร่างกายปวกเปียกไปหมด
"ไอ้นิก มึงพามันไปรับยาดิ๊ แม่งจะพ้นบ่ายนี้มั๊ยเนี่ย อาการหนักสัส" จารุภัทรส่ายหัวให้กับอาการลงแดงของเพื่อน อนิกหัวเราะขำ ยื่นมือไปขยี้ผมคนโวยวายอย่างเอ็นดู
"ไปหาข้าวกินกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วพี่จะพาไปหาแฟนนะ อดทนไว้น้อง" อนิกแกล้งพูดปลอบใจ พลางลุกขึ้นสะพายเป้เดินนำไปยังโรงอาหาร โดยมีสามคนที่เหลือเดินตามไปติดๆ