หลังจากเหลียนจูสั่งให้คนรับใช้ออกจากบ้านพร้อมกับให้เงินจำนวนหนึ่งแล้ว นางกับเจียงเยี่ยนก็ออกเดินทางออกจากเมืองอู่โจวทันที
เมืองอู่โจวหากมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกจะเป็นป่าแห่งหนึ่งซึ่งเชื่อมไปยังหุบเขาอภิรมย์ ทั้งสองต่างเร่งรีบเดินทางจวบจนถึงยามค่ำคืน
ในคืนนั้นเป็นคืนเดือนมืดมองไม่เห็นดวงจันทร์ ทำให้รอบกายของเจียงเยี่ยนและเหลียนจูมืดสนิ เจียงเยี่ยนจึงหักกิ่งไม้มาท่อนหนึ่งให้เหลียนจูใช้ชุดไฟจุดไฟ
เจียงเยี่ยนยังคงพาเหลียนจูเดินเข้าป่าลึก เหลียนจูกล่าวว่า
“อีกไกลหรือไม่?”
“เมื่อเห็นลำธาร เดินเลียบลำธารขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ จะพบถ้ำใกล้บริเวณนั้น ที่นั่นจะเชื่อมต่อไปยังที่อยู่ของอาจารย์” เจียงเยี่ยนกล่าว
เหลียนจูพยักหน้า ทั้งสองต่างเดินทางโดยไม่พักผ่อน จนเหงื่อไหลโซมกาย
ทันใดนั้นได้ยินเสียงหัวร่อดังขึ้น
“เหลียนจู ไม่ว่าเจ้าไปอยู่ที่ใดก็หนีข้าไม่พ้น!”
เจียงเยี่ยนและเหลียนจูใจหายวาบ นึกไม่ถึงเสิ่นเฟิงจะตามมารวดเร็วถึงเพียงนี้ เจียงเยี่ยนรีบโยนคบเพลิงลงพื้นและกระทืบเท้าดับไฟอย่างรวดเร็ว
“หลบซ่อนตัว” เจียงเยี่ยนรีบบอกพร้อมจูงมือเหลียนจูไปหลบในพุ่มไม้
ไม่นานเสิ่นเฟิงก็ทะยานกายมาถึงบริเวณที่เจียงเยี่ยนซ่อนตัว มันมองซ้ายขวาหาตัวเหลียนจูแต่ก็ไม่พบสิ่งใด มันจึงพุ่งกายจากไป
เหลียนจูขณะจะลุกขึ้น เจียงเยี่ยนดึงมือนางไว้
“ทำไม?” เหลียนจูถาม
เจียงเยี่ยนใช้นิ้วชี้แนบปากเหลียนจู เป็นความหมายให้เงียบ เหลียนจูเป็นคุณหนูในห้องหอ ไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายถึงเพียงนี้มาก่อน แม้แต่ตอนเดินทางกับไป๋เหวินโจวก็ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวกัน จึงรู้สึกเขินอายอย่างยิ่ง
ไม่นานเสิ่นเฟิงก็ย้อนกลับมาอีก!
ที่แท้เจียงเยี่ยนระแวงว่าเสิ่นเฟิงไม่ได้ไปจริงจึงไม่ให้เหลียนจูออกจากดงไม้ เสิ่นเฟิงมองหาเหลียนจูอีกครั้งก็ไม่พบ คราวนี้จึงทะยานกายไปหาทางอื่นต่อ
“คงไปจริงๆ แล้ว” เจียงเยี่ยนบอกเหลียนจูพยักหน้า ทั้งสองวิ่งเข้าไปในส่วนลึกของป่าพบลำธารสายหนึ่งจึงเร่งวิชาตัวเบากระโดดเลียบไปตามลำธารจนพบถ้ำแห่งหนึ่ง
“ที่นี่หรือ?” เหลียนจูถามด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อย
“ใช่” เจียงเยี่ยนตอบ พร้อมจูงมือเหลียนจูที่แทบเดินไม่ไหวให้เข้าถ้ำไปทันที
ได้ยินเสียงกระแสลมดังหวืด จุดดำเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นแสดงว่ามีคนกำลังตามมา
“เจ้าหนีไม่รอดหรอก!!”
เสิ่นเฟิงตวาดดังลั่น ทำเอาเจียงเยี่ยนกับเหลียนจูใจหายวาบ โดยเฉพาะคุณหนูเหลียนถึงกับก้าวเท้าไม่ออก
เจียงเยี่ยนร้อนรุ่มใจยิ่ง อีกนิดเขาก็จะได้พบกับอาจารย์แล้ว นึกไม่ถึงกลับถูกศัตรูตามทันในช่วงสุดท้าย
เด็กหนุ่มรีบกระซิบใส่หูเหลียนจูทันที เหลียนจูแม้หวาดกลัวก็ได้แต่พยักหน้ารับ
เสิ่นเฟิงทะยานกายดุจพญาราชสีห์กระโจน ชั่วอึดใจเดียวก็พบกับเหลียนจูซึ่งยืนอยู่หน้าถ้ำ
“เหลียนจู ข้าบอกแล้วเจ้าหนีข้าไม่พ้น” เสิ่นเฟิงกล่าว
“เสิ่นเฟิง เจ้าตามราวีข้าทำไม?”
“เหลียนจู ข้าต้องการเจ้า ที่สำคัญข้าต้องการรู้ที่อยู่ของคนแซ่ไป๋” เสิ่นเฟิงตอบ
“ข้าไม่รู้ที่อยู่ของคนแซ่ไป๋”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าไปกับข้า”
เสิ่นเฟิงกล่าวจบก็ทะยานร่างเข้าหาเหลียนจู แต่เหลียนจูพลันซัดลูกดอกสีทองออกสามดอก เสิ่นเฟิงเพียงต่อยหมัดก็เกิดเป็นกระแสลมแรงกระแทกลูกดอกทั้งสามจนปลิวกระเด็นไป
เหลียนจูพลันวิ่งหนีเข้าไปในถ้ำ เสิ่นเฟิงทะยานกายตามติด ทันใดนั้นก็เห็นแสงสีขาวเล็กๆ แสงหนึ่งยิงออกมาจากในถ้ำ
เสิ่นเฟิงใจหายวูบ มันรีบปัดหมัดกระแทกใส่แสงสีขาวจนสลายไป แต่ชั่วอึดใจเดียวแสงสีขาวก็พุ่งมาเป็นสิบสายโจมตีใส่มันอย่างพร้อมเพียง
เทพยุทธเสิ่นเฟิงควงสองหมัดราวกับพายุเพื่อคุ้มครองตน แสงสีขาวรวดเร็วแหลมคม ยิงต่อเนื่องตามติดไม่พักหายใจ มีอยู่สองสามแสงกรีดเสื้อขนสิงโตของเสิ่นเฟิงขาดเล็กน้อย
“ดรรชนีกระบี่” เสิ่นเฟิงร้องด้วยความตื่นตระหนก มันจำวิชาที่ไป๋เหวินโจวเคยใช้ในโรงเตี๊ยมเอาชนะมันเพื่อสามปีก่อนได้!
“ท่านไป๋ จัดการมัน” เหลียนจูตะโกนขึ้น
ที่แท้เจียงเยี่ยนออกอุบายใช้วิชาดรรชนีกระบี่ของไป๋เหวินโจว เพื่อให้เสิ่นเฟิงเข้าใจผิดว่าไป๋เหวินโจวอยู่ในถ้ำเพื่อขู่ขวัญเสิ่นเฟิง ในถ้ำมืดมิด เสิ่นเฟิงอยู่หน้าถ้ำย่อมมองไม่เห็นเจียงเยี่ยน
เสิ่นเฟิงคล้ายหนูกลัวแมว มันทราบว่าปราชญ์มารบริสุทธิ์เจ้าเล่ห์เพทุบาย คราวที่แล้ววางยาพิษมันในโรงเตี๊ยม ครานี้ไม่ทราบมีอุบายอะไรอีก
“เหลียนจู เจ้าออกมา” เสิ่นเฟิงร้อง
“ท่านไป๋อยู่ที่นี่ ข้าไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังเจ้า” เหลียนจูตอบ
“เจ้าจะหลบซ่อนอยู่ในถ้ำชั่วชีวิตหรือ?” เสิ่นเฟิงถาม
“อยู่ในถ้ำดีกว่าอยู่กับสุนัขเช่นเจ้า เพียงแค่เจอดรรชนีท่านไป๋ เจ้าถึงกับก้าวไม่ออกเชียวหรือ” เหลียนจูกล่าวเพื่อยั่วโทสะ
เสิ่นเฟิงกลับมาที่จงหยวน (ภาคกลาง) จุดประสงค์ก็เพื่อล้างแค้นปราชญ์มารบริสุทธิ์อยู่แล้ว ตอนนี้มันได้พบศัตรูเก่าจึงคำรามก้องวิ่งเข้าถ้ำไป โดยไม่สนว่าศัตรูมีอุบายหรือไม่
ชั่วพริบตาที่มันก้าวเข้าถ้ำก็เกิดแสงสีขาวยิงออกมาอีกนับสิบสาย ครานี้แสงนั้นทั้งวกอ้อม ทั้งคดเคี้ยวเป็นรูปสายฟ้า ทั้งยิงขึ้นเพดานถ้ำแล้วหักเหตกลงมา บางส่วนก็ยิงลงพื้นแล้วดีดพุ่งหาเสิ่นเฟิง ซับซ้อนพิสดารอย่างยิ่ง
เสิ่นเฟิงร่ายรำหมัดคุ้มครองไม่หยุด แม้จะกันแสงสีขาวได้ทุกครั้ง แต่ก็ถูกแสงนั้นคุกคามจนต้องออกจากถ้ำไป
เสิ่นเฟิงไม่ทราบจะทำอย่างไรดี มันฉุกคิดได้ว่าเหลียนจูยังมีผู้ช่วยอีกคน
“เจ้าหนูที่ใช้ลมปราณเทพดับสูญนั้นเล่า มันอยู่ที่ใด?” เสิ่นเฟิงถาม
“อยู่ที่นี่ด้วย ท่านไป๋กับคุณชายเจียงหากร่วมมือกัน เจ้ายังจะหนีรอดได้หรือ?” เหลียนจูข่มขู่
เสิ่นเฟิงครุ่นคิดดูเห็นว่าไม่ผิด ลมปราณเทพดับสูญเป็นสุดยอดลมปราณลี้ลับหายากในรอบร้อยปี ไป๋เหวินโจวก็มีฝืมือสุดหยั่งคาด มันคงต้านสองคนร่วมมือกันไม่ไหวแน่
“ปราชญ์มารบริสุทธิ์ไม่ได้อยู่ในถ้ำ” เสียงกระซิบอันแผ่วเบาลอยมาตามสายลมเข้าหูเสิ่นเฟิง
เสิ่นเฟิงมีสีหน้าสงสัย พึมพำว่า
“เทพธิดา ท่านทราบได้อย่างไร?”
เสียงกระซิบนั้นกล่าวต่อว่า
“หากปราชญ์มารบริสุทธิ์อยู่ในถ้ำพร้อมกับเด็กน้อยที่มีพลังเทพดับสูญ พวกมันสองคนคงออกมาเอาชนะเจ้าแต่แรก ไม่จำเป็นต้องหลบอยู่ในถ้ำมืด”
“อ้อ” เสิ่นเฟิงคลายความสงสัย
เจียงเยี่ยนกับเหลียนจูเห็นเสิ่นเฟิงพึมพำคล้ายคุยอยู่คนเดียวก็สงสัยใจยิ่ง ทันใดนั้นได้ยินเสิ่นเฟิงตวาด
“พวกเจ้าอย่าได้ใช้อุบายทารกหลอกลวงข้า”
เสิ่นเฟิงพุ่งร่างอย่างรวดเร็วเข้ามาในถ้ำทันที ตัวมันปรากฏไอสีแดงครอบคลุมเป็นรูปพญาราชสีห์
เจียงเยี่ยนเห็นว่าไม่ได้การจึงเร่งพลังเทพดับสูญตนเองขึ้น มันตวาดก้องฟาดสองมืออกเกิดเป็นพลังสายฟ้าสีทองนับสิบสายจู่โจมใส่เสิ่นเฟิงในชั่วพริบตา
เสิ่นเฟิงต่อยหมัดออกหมัดหนึ่งทำลายสายฟ้าเหล่านั้น แต่พลังแห่งอัสนีบาตมีความรุนแรงมหาศาล ยังกระแทกเสิ่นเฟิงถอยกายไปสองก้าว เทพยุทธไม่กล้าเข้าถ้ำโดยพละการเพราะเกรงพลังเทพดับสูญ
เจียงเยี่ยนเห็นเสิ่นเฟิงยืนนิ่งก็จับมือเหลียนจูไว้ พวกเขาทั้งสองใช้โอกาสนี้หนีเข้าไปยังส่วนลึกของถ้ำทันที
เสิ่นเฟิงรออยู่เนิ่นนานก็ไม่เห็นพวกเหลียนจูทำอะไรอีก มันจึงตัดสินใจวิ่งเข้าถ้ำอีกครั้ง
“โอ๊ย” เสิ่นเฟิงร้องเสียงดังเล็กน้อย พร้อมกับพุ่งกายถอยออกจากถ้ำ
ที่แท้เท้ามันเหยียบใส่ลูกดอกสีทองที่เจียงเยี่ยนขอจากเหลียนจูมาแอบปักไว้เต็มพื้นถ้ำ ในถ้ำมืดมิด เสิ่นเฟิงไม่ทันระวังจึงถูกกับดัก
เสิ่นเฟิงเจ็บใจยิ่ง มันถอดรองเท้าตรวจดู พบว่าเลือดที่ไหลจากฝ่าเท้ายังเป็นสีแดง นับว่ายังดีลูกดอกไม่มีพิษ ไม่เช่นนั้นคงย่ำแย่แล้ว
สตรีชุดสีชมพูพลันลอยกายเข้ามาพร้อมกับชายชุดดำ สตรีชุดสีชมพูยิ้มพลางกล่าวว่า
“เด็กน้อยนั่นฉลาดไม่เลว”
“เทพธิดา ท่านได้เห็นพลังเทพดับสูญแล้วหรือไม่?” เสิ่นเฟิงก้มหน้าถาม
สตรีชุดสีชมพูพยักหน้ากล่าวว่า
“อัสนีแห่งทวยเทพเป็นเช่นนี้เอง”
คนชุดดำกล่าวขึ้นบ้าง
“เทพธิดา ท่านมีสติปัญญาลึกล้ำสุดยอด ในที่สุดท่านก็รู้ที่อยู่ของปราชญ์มารบริสุทธิ์ ที่คนทั้งแผ่นดินหานับสิบปีก็ไม่พบ”
เทพธิดาชุดชมพูนั้นยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก กล่าวอย่างถือดี
“แผนของข้าไม่เคยผิดพลาดมาก่อน”
เจียงเยี่ยนพาเหลียนจูวิ่งเข้าส่วนลึกของถ้ำ เมื่อถึงทางออกที่ปลายถ้ำก็พบทุ่งหญ้ากว้างเต็มไปด้วยหญ้าเขียวขจีส่งกลิ่นหอมเตะจมูก ยังมีบ่อน้ำใสสะอาดพร้อมรูปปั้นสัตว์ต่างๆ ตรงกลางทุ่งหญ้าคือบ้านสีขาวหลังขนาดกลาง
“บ้านของผู้มีพระคุณไป๋?” เหลียนจูถาม
“ใช่”
“ผู้มีพระคุณไป๋อยู่หรือไม่?” เหลียนจูถามอีก
“ข้าไม่แน่ใจ” เจียงเยี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงเสียใจเล็กน้อย เขาไม่ทราบว่าอาจารย์จะโกรธที่เขาหนีไปหรือไม่ อาจารย์จะออกตามหาเขาหรือไม่
“ไปเถอะ” เหลียนจูกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี
ขณะที่ทั้งสองรีบวิ่งเข้าไปยังบ้านหลังนั้น ทันใดนั้นเจียงเยี่ยนรู้สึกชาวูบกลางหลังเล็กน้อย
ที่แท้เหลียนจูจี้สกัดจุดเขา!
เจียงเยี่ยนตวาดถาม “เจ้าทำอะไร?”
เหลียนจูยิ้มแย้ม ลงมือดุจสายลมจี้สกัดจุดที่เจียงเยี่ยนบริเวณหน้าอกอีกสี่แห่ง จนร่างเขาล้มลงไปทันที!
เจียงเยี่ยนงุนงงยิ่ง เขาไม่เข้าใจแม้แต่น้อย แต่เขาไม่สามารถขยับปากถามได้ เหลียนจูรออยู่พักหนึ่งก็คุกเข่าลง
“เรียนเทพธิดา นี่เป็นที่อยู่ของไป๋เหวินโจวไม่ผิดแน่”
สตรีชุดชมพูโบกพัดจีบพร้อมชายชุดดำและเสิ่นเฟิงเดินออกจากปลายถ้ำมาถึงที่นี่เช่นกัน!!
จบตอนที่ 29ที่แท้เจียงเยี่ยนโดนหลอกใช้ บอกแล้วพาร์ทนี้อุบายช่างยอกย้อนยิ่งนัก เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อโปรดติดตามตอนหน้าจ้าตอนหน้าขอบริจาคสัก 3 กำลังใจนะคร้าบ เป็นตอนยาวเฉลยเรื่องทั้งหมด ขอบพระคุณมากที่ตามอ่านมาตลอด