บทที่10.1 หัตถ์ปะา์
จิวเฉินจ้องมองปราการอนันต์กาล์อยู่ชั่วครู่ก่อนจะหันไปมองเจียวเฟิ่งอี้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง
"สาวน้อย! เ้าถอยออกไปก่อนให้ห่างจากที่นี้ยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี"
"ท่านคิดจะทำอะไร? คงมิได้คิดทำลายม่านพลังอันแข็งแกร่งนี้หรอกใช่หรือไม่?"
เจียวเฟิ่งอี้อดตื่นตระหนกมิได้นางมิคาดคิดเลยว่าจิวเฉินจะมีความคิดอุกอาจเช่นนี้
"เ้าคิดถูกแล้วข้าจะลองทำลายมันดู!"
"ท่านก็รู้ว่ามันทรงพลังและแข็งแกร่งถึงเพียงใด! ท่านยังจะเสี่ยงทำลายมันอีก...อาจบางที...อาจบางทีท่านอาจได้รับาเ็จากมันข้าว่าเราไปดูสถานที่อื่นกันเถอะ"
เจียวเฟิ่งอี้พูดออกมาอย่างเป็ห่วงเมื่อรู้ความคิดที่จะทำลายม่านพลังสีทองของจิวเฉินจิวเฉินยิ้มอย่างอ่อนโยนให้นาง เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจเป็อย่างมากเมื่อเจียวเฟิ่งอี้ห่วงใยเขาแต่เมื่อเขาตั้งมั่นแล้วเขาจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด
"ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่เป็ไร! เ้ารีบล่าถอยไปเถอะมิเช่นนั้นข้ามิอาจรับประกันความปลอดภัยของเ้าได้"
เจียวเฟิ่งอี้เมื่อเห็นว่ามิสามารถห้ามจิวเฉินได้นางก็ทะยานร่างจากไปจนไกลถึงสิบกิโลเมตรก่อนหยุดเท้าลงจ้องมองมาทางจิวเฉินอย่างเป็ห่วง
'แม้ปราการ์อนันต์กาลนี้จะแข็งแกร่งก็จริงแต่มันคงถูกใช้งานมาเป็เวลานานมากแล้ว ตอนนี้มันสมควรมีพลังอ่อนลงไปมากแล้ว'
จิวเฉินสืบเท้าไปเบื้องหน้าม่านพลังสีทองอันแข็งแกร่งเขาจ้องมองมันอย่างมุ่งมั่น จิวเฉินเริ่มรีดเค้นพลังทุกส่วนในร่างกายจนถึงขีดสุด มวลอากาศโดยรอบตัวเขาล้วนสั่นไหวเล็กน้อยพื้นดินที่เขายืนอยู่ยุบตัวลงไปเป็รอยเท้าสองรอย
"ปราการดาบคมข่าย์!"
ตู้ม!
จิวเฉินใช้ทักษะระดับสูงปราการดาบคมข่าย์ในทันทีเกิดเสียงะเิขึ้นดังก้องม่านพลังล้วนสั่นะเืเล็กน้อยแต่ก็มิสามารถสร้างความเสียหายให้ปราการ์อนันต์กาลได้แม้เพียงน้อยนิดจิวเฉินใช้ทักษะปราการดาบคมข่าย์อย่างต่อเนื่องแต่ก็มิสามารถพังทลายม่านพลังอันแข็งแกร่งลงได้
'บัดซบ!นี้มันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว! เห็นทีคงต้องใช้วิธีสุดท้ายแล้ว'
จิวเฉินสบถลั่นขณะหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อยล้าและทั่วชุดและตัวของเขาล้วนประดับด้วยเหงื่อ จิวเฉินเหลือตัวเลือกไม่มากนักแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าไปด้านในวิหารให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
จิวเฉินสูดลมหายใจเข้าทั่วปอดเส้นเืสีแดงสายหนึ่งปรากฏขึ้นที่แขนขวาของเขา มันราวกับเป็อสรพิษที่มีชีวิตมันเรื้อยมาพลันรอบแขนของจิวเฉินไว้และรัดอย่างแน่นลงบนลำแขนของเขา พลันเวลาที่มันรัดลงที่แขนของจิวเฉินโลหิตสีแดงต่างซึมออกมาจากแขนของเขาความเ็ปอย่างมากล้นสายหนึ่งปรากฏขึ้นสีหน้าจิวเฉินบัดนี้ล้วนซีดขาว ปรากฏเม็ดเหงื่อหลายจุดอยู่บนหน้าผากของเขา
"หัตถ์ปะา์!!"
ครืน!!
จิวเฉินคำรามลั่นมวลอากาศรอบตัวของเขายิ่งมายิ่งสั่นไหวอย่างหนักหน่วง ฝ่าเท้าของเขายุบลงไปในดิน ดวงตาของจิวเฉินพลันกับกลายเป็สีแดงฉานราวปีศาจร้าย!ชกหมัดอันมีออร่าสีแดงอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงและทรงพลังยิ่งออกไปปะทะกับม่านพลังปราการ์อนันต์กาลอย่างบ้าคลั่ง!
ตู้ม!
เสียงปะทะดังก้องขึ้นจิวเฉินเพียงเวลาแค่หนึ่งนาทีเขาชกออกไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบหมัด
ตู้ม!!
หมัดที่สิบเอ็ดปะทะกับปราการ์อนันต์กาลอย่างรุนแรง
แกร่ก!
ด้วยพลังอันรุนแรงของจิวเฉินในที่สุดบนม่านพลังสีทองก็เกิดรอยร้าวสายหนึ่งขึ้นจิวเฉินหยุดโจมตี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยขนาดที่หอบอย่างหนักหน่วง
"แหลก!ไปซะ!"
ตู้ม!
จิวเฉินคำรามก้องหัตถ์ประหาญ์ะเิพลังออกมาอย่างมากล้นพุ่งเข้าประทะกับปราการ์อนันต์กาลอีกครา
เพล้ง!
เสียงราวกับผนังแก้วถูกพังทลายลงม่านพลังสีทองล้วนพลันแตกละเอียดออกจากกันเป็เสี่ยงๆ บังเกิดลมดูดสายหนึ่งจากด้านในวิหารดูดร่างอันแทบไร้เรี่ยวแรงของจิวเฉินเข้าไปอย่างมิอาจขัดขืนได้
____________________________________________________________________
บทที่10.2 นามนั้นคือหวงหลง?
จิวเฉินเปิดเปลือกตาขึ้นหลังจากที่ถูกดูดเข้ามาในวิหารสิ่งที่เขาพบคราแรกหลังจากเปิดตานั้นมีเพียงความมืดมิดเท่านั้น
'ที่นี้คือภายในวิหารรึ?'
จิวเฉินนั่งงงงันอย่างมิอาจเคลื่อนไหวกระบวนท่าเมื่อครู่ส่งผลให้ร่างกายของเขาแทบสิ้นเรี่ยวแรงแทบหมดสติ
อั่กก!
จิวเฉินกระอักเืออกมากองใหญ่พลันทั่วร่างบังเกิดความเ็ปสุดพรรณนาเกิดขึ้น สีหน้าของจิวเฉินที่ซีดขาวไร้ฝาดเือยู่แล้วกลับกลายพลันเป็ซีดขาวราวคนตาย! จิวเฉินแม้ร่างกายเ็ปสุดทานทนยังมิมีแม้เสียงร้องโหยหวนแห่งความเ็ปออกมาแม้เพียงครึ่งเสียง!
'เริ่มแล้วสินะ!ผลข้างเคียงของทักษะต้องห้าม!'
จิวเฉินนั่งโคจรลมปราณทั่วร่างเพิ่มบรรเทาอาการอันเ็ปอย่างเชื่องช้าเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าผลข้างเคียงของทักษะต้องห้ามเป็เช่นไร! ทั่วร่างของจิวเฉินบัดนี้ราวกับจะแตกสลายออกเป็เสี่ยงๆเสียงกระดูกลั่นแกร่กๆอย่างต่อเนื่อง
ผ่านไปสองชั่วยามจิวเฉินก็กลับมามีสีหน้าเป็ปกติหากแต่ในตอนนี้เขามิเหลือพลังในการโจมตีหรือป้องกันอีก สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าพลันเมื่อเขายืนขึ้นกลับมีซุ้มเสียงอันเก่าแก่ชราอันทรงพลังเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นในความมืดมิด
"มนุษย์? เ้าเป็มนุษย์!"
ซุ้มเสียงอันเก่าแก่ชราพูดราวกับพึมพรำกับตนเองมันรู้สึกแปลกใจเป็อย่างยิ่งที่รู้ว่ามนุษย์สามารถทำลายปราการ์อนันต์กาลอันแข็งแกร่งที่กังขังมันมานานนมได้!
"ผู้ใดกัน?"
จิวเฉินคราที่ได้ยินซุ้มเสียงอันเก่าแก่ชรานั้นเขาก็สะดุ้งด้วยความตื่นตัวภายใต้ความมืดมิดเช่นนี้นอกจากเขาแล้วยังจะมีผู้ใดอยู่อีกกัน? จิวเฉินร้องถามออกมาด้วยท่าทีสงสัย!
"ฮ่าฮ่าฮ่า! เ้าเป็มนุษย์จริงๆ! มิน่าเชื่อว่ามนุษย์ผู้หนึ่งเฉกเช่นเ้าจะสามารถทำลายปราการ์อนันต์กาล!ที่เหล่าราชันย์เทพมากกว่าร้อยตนสร้างขึ้นมาได้ ถึงแม้ใน่หลายพันล้านปีมานี้มันจะอ่อนกำลังลงอย่างมากก็ตามที!"
เสียงอันเก่าแก่ชราหัวเราะดังก้องในความมืดด้วยความตื่นตระหนกอันมากล้นมันมิคาดว่ามนุษย์ผู้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินจะสามารถพังทลายม่านพลังลงได้
จิวเฉินต้องขมวดคิ้วเป็ปมกับสิ่งที่เสียงอันเก่าแก่ชราพูดออกมาหากมันพูดเป็ความจริงว่าตนถูกเหล่าราชันย์เทพหลายล้านตนผนึกไว้ ณ ที่แห่งนี้มันย่อมต้องเป็ตัวตนอันสุดแสนอันตรายอย่างแน่นอนหนำซ้ำมันยังบอกอีกว่าผ่านวันเวลามากกว่าหลายพันล้านปีแล้ว
"เ้าเป็ใคร?"
จิวเฉินถามออกมามิเกรงกลัวต่อเสียงอันแก่ชราแม้แต่น้อย
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! มนุษย์ผู้เยาว์วัย! แม้อยู่ต่อหน้าเสียงอันทรงพลังของข้าแล้วยังมิมีความเกรงกลัวแม้เพียงน้อยนิด!ย่อมได้เมื่อเ้าประสงค์รู้นามของข้า! นามอันยิ่งใหญ่ะเืทั่วโลกหล้า! แม้แต่์นรกยังต้องสั่นกลัวเมื่อได้รับฟัง!นามของข้าคือ 'หวงหลง' "
เสียงเก่าแก่ชราหัวเราะขึ้นอย่างดังลั่นอีกคราเมื่อพบมนุษย์ที่มิสั่นกลัวเมื่อได้ฟังเสียงของมัน!ทันทีที่ซุ้มเสียงอันเก่าแก่ชราเงียบลง จิวเฉินต้องครุ่นคิดในใจว่าเสียงอันแก่ชรานี้พูดจาโอดอวดยกตนมากเกินไปแต่เขาก็มิได้คิดว่ามันอวดเก่งหรือโอหังแม้แต่น้อยเสียงอันแก่ชรานามหวงหลงนี้ มันสามารถทำให้นรก์สั่นกลัวได้จริงอย่างแน่นอนจิวเฉินรู้สึกได้เช่นนั้น
"แล้วนามของเ้าเล่ามนุษย์ผู้เยาว์วัย! ไม่สิ! จิติญญาอันทะนงแห่งยุคา!ผู้ก้าวผ่านซากศพของเหล่าเทพ์มานิมิถ้วน!"
ร่างของจิวเฉินสั่นสะท้านอย่างหนักสีหน้าพลันตกตะลึงที่เสียงอันเก่าแก่ชรานี้ล่วงรู้ความลับของตน หนำซ้ำมันยังสามารถรู้ถึงการที่เขาเคยหลงมือสังหารเทพไปมากมายอีกทั้งยังสามารถระบุถึง่เวลาที่เขามีชีวิตอยู่ว่าอยู่ในยุคสมัยใด จิวเฉินยิ่งมากยิ่งสงสัยเขาพลันพูดถามออกมา
"เ้ารู้? เ้าเป็ตัวตนเช่นไรกันแน่?"
____________________________________________________________________
บทที่10.3 ตำนานทีถูกเล่าขาน!
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าเป็ใครรึ? แน่นอนว่าข้าย่อมเป็ตัวตนที่แม้แต่เหล่าราชันย์เทพ์ยังหวาดกลัว!จนถึงทำให้พวกมันผนึกข้าเอาไว้ในที่แห่งนี้!"
เสียงอันเก่าแก่ชรายังคงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจิวเฉินยังคงถามย่ำเช่นเดิม เขาสามารถััได้ว่าเสียงอันเก่าแก่ชรานามหวงหลงนี้นั้นพลังที่มากล้นสุดจะหยั่งถึง
"เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่? ข้ารู้สึกได้ว่าตัวตนของเ้านั้นน่ากลัวกว่าเหล่าราชันย์เทพ์เป็หลายเท่านัก"
"เ้าอยากรู้งั้นรึ? จิติญญาแห่งา!"
จิวเฉินไม่ตอบคำเขาพยักหน้าอย่างเงียบงันในความมืดมิดไม่นานแสงสีทองคู่ใหญ่ก็เบิกกว้างขึ้นในความมืดมิด ดวงตาสีทองคู่ใหญ่น่าเกรงขามอันทรงพลังปรากฏแก่สายตาของจิวเฉิน
"ข้าคืออสูรศักดิ์สิทธิ์แห่งยุคแรกเริ่มโลก ข้าเกิดจากความว่างเปล่าในห่วงแห่งกัปกันอันไร้ที่สิ้นสุด...ข้าถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับโลกใบนี้...
พลังของข้านั้นล้วนเป็พลังที่สามารถบดขยี้แดน์!แดนนรก! แดนมนุษย์! ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่หายใจ!
ข้าคือราชันย์ัในเหล่าราชันย์ัทั้งสิบสองตน!ตัวข้าเคยพำนับอยู่ที่ศูนย์กลางของแดน์ 'ตำหนักศักดิ์สิทธิ์์' แต่ทว่าเหล่าเทพ์ล้วนต่างหวาดกลัวในพลังของข้า
พวกมันจึงรวมพลังกันเพื่อจองจำข้าไปตลอดกาลและพวกมันยังจองจำอสูรปกครองศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ เฉกเช่นเดียวกับข้าเนื่องเพราะพวกมันหวาดกลัวต่อพวกเราเหล่าอสูรศักดิ์สิทธิ์"
เมื่อเสียงอันเก่าแก่ชราเงียบลงร่างของจิวเฉินก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เื่ที่เขาคิดก่อนหน้าลงมือทำลายม่านพลังล้วนเป็เื่จริงที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในยุคแรกเริ่มโลก จิวเฉินเคยอ่านเทวะตำนานของยุคแรกเริ่มของโลกมาเช่นกันและจากที่หวงหลงเล่าเื่อสูรศักดิ์สิทธิ์ปกครองทั้งสี่นั้นต้องหมายถึง อสูรศักดิ์สิทธิ์ปกครองแห่งทิศทั้งสี่แน่นอน
ัฟ้า(ชิงหลง) ทิศตะวันออก
หงส์แดง(จูเชว่) ทิศใต้
พยัคฆ์ขาว(ไป๋หู่) ทิศตะวันตก
เต่าดำ(เสวียนอู่) ทิศเหนือ
จิวเฉินมิอาจสะกดความตื่นเต้นที่ได้รู้เื่ในตำนานเช่นนี้ได้อีกเขาพูดถามออกมาอย่างร้อนรน
"แล้วสถานที่จองจำของเหล่าอสูรปกครองศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่อยู่ที่ใด?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเ้าต้องสนใจแน่นอน!แต่ข้าไม่บอกเ้าง่ายๆหรอก! มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันบ้าง"
เสียงอันเก่าแก่ชราของหวงหลงดังขึ้นอีกคราพร้อมกับยืนข้อเสนอแก่จิวเฉินที่หวังว่าจะไปยังสถานที่จองจำของอสูรปกครองศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เพื่อจะได้รับพลังของเหล่าสัตว์เทวะในตำนานจิวเฉินขมวดคิ้วแน่น
"เ้า้าอะไร?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ง่ายดายยิ่งเพียงแค่ให้ข้าได้สิ่งสู่อยู่ในร่างของเ้า"
จิวเฉินสีหน้าพลันกับกลายเป็เคร่งเครียดอย่างถึงที่สุดเมื่อได้รับฟังเงื่อนไขของหวงหลงจิวเฉินพลันครุ่นคิดในใจ
'มาอยู่ในร่างข้างั้นรึ?มันมีจุดประสงค์อะไรกันแน่'
หวงหลงเมื่อเห็นจิวเฉินครุ่นคิดอย่างหนักด้วยความกังวลดวงตาสีทองคู่ใหญ่ของมันล้วนหรี่ลงเล็กน้อย
"มิต้องกังวลไป! ข้ามิได้คิดยึดครองร่างกายของเ้า!จิติญญาของข้าล้วนใกล้แตกดับแล้ว! ร่างของข้าเองล้วนกลายเป็เศษทุลีไปตามยุคสมัยที่ผ่านมาข้าเพียงขออาศัยร่างของเ้าเพื่อรอวันแก้แค้นพวกเหล่าราชันย์เทพ์ที่แสนชั่วช้าพวกนั้น!"
จิวเฉินพอได้ฟังเช่นนั้นเขาก็คิดสักพักจึงแหงนศีรษะขึ้นมองไปยังดวงตาคู่ใหญ่สีทองเบื้องหน้า
"ตกลง! แต่ข้าขอวาง 'ผนึกสองแดนอาสันต์' ได้หรือไม่? หากเ้ายินยอมข้าเองก็ล้วนยินยอมเช่นกัน"
ดวงตาของหวงหลงคู่ใหญ่สีทองพลันเบิกโพล่งขึ้นด้วยความตื่นตระหนกมิคาดว่ามนุษย์ผู้นี้จะรู้ทันเล่ห์กลของมันที่คิดยึดครองร่างของจิวเฉิน เนื่องด้วยผนึกสองแดนอาสันต์นั้นเป็ผนึกเขตแดนอันสูงส่งที่สุดในโลกใบนี้มันสามารถสะกดข่มสิ่งใดก็ตามที่เข้าสิงสถิตร่างของผู้ใช้ผนึกสองแดนอาสันต์นี้ได้อย่างมิมีข้อแม้ต่อให้เป็อสูรศักดิ์สิทธิ์แห่งยุคแรกเริ่มของโลกก็ตามที
จบบทที่10