“ไฮด์ ไฮด์ ไฮด์” เสียงะโของบิลดังออกมาจากหน้าโดมรากไม้ทำเอาเ้าโดมชั่วคราวที่กำลังนอนกลับอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างไฮด์ต้องเปิดประตูออกมาดู
“มีอะไร ตอนนี้เขาให้พักผ่อนกันอยู่นะ” ไฮด์ตอบกลับมาด้วยเสียงที่กำลังงัวเงียอยู่
“หลับอยู่เหรอ ั้แ่บ่ายเลยนี้เนี่ยนะ” แซนดี้ทักขึ้น
“ก็กินอะไรอิ่ม ๆ เข้าไปแล้วมันแน่นท้องมันเลยง่วง”ไฮด์ตอบกลับมาก่อนจะหาวใส่พวกเพื่อนไป
“เอานะ นี่ไม่ใช่เวลามานอนไปสำรวจแถว ๆนี้กันเถอะนะ” แคลนพูดขึ้น
“หือ สำรวจอะไร” ไฮด์ทักท้วงต่อไป
“ก็สำรวจที่นี้ไงพ่อตาขี้เซาอุตส่าได้ออกมาจากโรงเรียนทั้งที” เจนที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังเพื่อนพูดขึ้น
“เจนก็มากับเขาด้วยเหรอเนี่ย” ไฮด์ร้องทัก
“คงไม่ได้มาละมั่ง ยืนคุยกันอยู่แบบนี้” เจนไม่วายพูดจากวนไฮด์ต่อ
“ไป ออกมาได้แล้ว” บิลพูดขึ้นก่อนเดินเข้าไปล็อกคอไฮด์ออกมาแล้วพาเดินออกไปด้วยกัน
ก่อนจะออกเดินสำรวจแซนดี้ได้เดินไปขออนุญาตจากอาจารย์เอิร์นที่ตอนนี้กำลังนอนพักอยู่ในเต็นท์สำเร็จรูปที่พกมาด้วยแล้วห้าคนก็เดินออกไปนอกเขตม่านพลังที่อาจารย์เอิร์นได้กางเอาไว้ ก่อนจะเดินลึกเข้าไปในป่าซึ่งภายในป่าที่พวกเขาเดินเข้าไปในนั้น มีลักษณะเป็ป่าทึบมีหมู่ไม้ขึ้นอยู่มากมาย มีต้นไม้ที่สูงคอยแผ่กิ่งก้านสาขาช่วยรับแสงแดดที่ร้อนจัดในยามบ่ายไว้ให้อีกทั้งต้นหญ้าที่เดินผ่านล้วนแต่ตั้งต้นสูงเกือบถึงเข่าอีกทั้งยังมีเสียงสัตว์น้อย สัตว์ใหญ่ร้องดังในป่าตลอดทาง
“สมกับเป็ป่าทึบ ทั้งต้นไม้ ทั้งสัตว์เยอะแยะเต็มไปหมดเลย” แซนดี้พูดขึ้น
“เพี๊ยะ” เสียงมือตกกระทบกับแขนดังขึ้นทำเอาทุกคนหันไปยังต้นตอของเสียง
“อย่าว่าแต่ต้นไม้เลยแซนดี้ ยุงแมลงก็เยอะไม่ใช่น้อยเลยนะ” เจนตบยุงที่มาเกาะแขนดูดเืเธอพูดต่อ
“ก็ถ้าไม่โดนอะไรบ้างก็เหมือนมาไม่ถึงป่านะ”แคลนพูดต่อ
“ไม่โดนอะไรกัด ต่อยคงจะดีกว่านะคิดว่าแค่มาซึมซับบรรยากาศพอหอมปากหอมคอนะ” ไฮด์พูดขึ้น
“แต่เสียงในป่านี่ดังอยู่ตลอดแบบนี้เลยเหรอหนวกจริง ๆ” บิลพูดขึ้นมาบ้าง
“ในป่าก็แบบนี้แหละ สิ่งมีชีวิตหลากหลายต่างกับในโรงเรียน” แซนดี้พูดเสริมต่อไป
แล้วทั้งห้าคนก็เดินลึกเข้าไปอีกก่อนจะมานั่งแวะที่โคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่มีรากไม้สูงกว่าตัวพวกเขาแถมต่อให้เอาคนมาซักเจ็ดคนก็ไม่น่าจะโอบรอบต้นไม้ต้นนี้ได้
“เห้อ เหนื่อยจังแถมอากาศก็ร้อนด้วย” เจนพูดขึ้นหลังจากนั่งพิงกายลงที่รากไม้แล้ว
“ใช่ ร้อนจริง ไม่คิดว่าอากาศมันจะร้อนแบบนี้”แคลนที่ตอนนี้เหงื่อออกชุ่มทั้งตัวพูดขึ้น
“ได้น้ำซักหน่อยก็คงดี” บิลที่ตอนนี้เหงื่อแตกไม่ต่างจากแคลนก็บ่นขึ้นมา
“นี่กี่โมงแล้วแซนดี้” จู่ ๆไฮด์ก็หันไปถามแซนดี้ที่ใส่นาฬิกาข้อมืออยู่คนเดียวทั้งกลุ่ม
“บ่ายสอง สิบเจ็ดนาที” แซนดี้มองที่หน้าปัดนาฬิกาก่อนจะหันมาตอบไฮด์
“ทำไมมีอะไรละไฮด์” แคลนหันไปถามไฮด์
“เปล่าแค่ถามเฉย ๆ นะ” ไฮด์หันไปตอบก็จะเอามือปาดเหงื่อที่ไหลลงมาที่ตาของเขา
หลังจากนั่งพักกันหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งแล้วทั้งห้าคนก็ลุกขึ้นโดยตกลงกันว่าจะออกไปสำรวจต่อจากนั้นจึงพากันเดินเข้าลึกไปในป่าอีก ระหว่างทางเดินก็เจอเส้นทางสัตว์ที่พวกสัตว์ใช้สัญจรไปมา พวกเขาจึงเดินไปตามทางนี้กัน จนได้มาเจอกับลำธารสายหนึ่งที่ไหลตัดผ่านป่าทึบไป น้ำใส แถมมองเห็นพวกปลาเล็ก ปลาน้อยว่ายน้ำกันอยู่
“น้ำเย็นดีจัง” เจนที่เอามือไปจุ้มลงในน้ำพูดขึ้นมาก่อนที่คนอื่น ๆ จะทำตามบ้าง
“อ่า สดชื่น” บิลอุทานขึ้นมาตอนที่เอาน้ำมาล้างหน้าแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
“น้ำเย็นแบบนี้ขอซักคำให้ลื่นคอเถอะนะ” บิลพูดต่อก่อนจะนำมือมาประกบกันแล้วตักน้ำใส่
“อย่านะ” แซนดี้ะโห้ามบิลไม่ให้ทำแบบนั้น
“ทำไมแซนดี้ มีอะไร” ไฮด์หันไปถามแซนดี้
“ถึงจะเห็นน้ำใส ๆ มีปลาว่ายน้ำอยู่ ก็ไม่แปลว่าน้ำในลำธารนี้จะดื่มได้เพราะอาจจะมีเชื้อโรคปะปนอยู่ แล้วอาจจะทำให้ท้องเสียได้นะ” แซนดี้อธิบาย ทำเอาบิลที่กำลังจะดื่มน้ำเทน้ำจากมือทิ้งทันที
“ถ้ายังไงเราก็กลับกันก่อนดีไหมขืนเดินนานกว่านี้น่าจะติดเย็นพอดี” แคลนเสนอความคิดเห็น
“เราก็เห็นด้วยกับแคลนนะ” เจนพูดเห็นดีเห็นงามกับความคิดแคลนด้วยเพราะตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อย และหิวน้ำเป็อย่างมาก
และไม่ใช่แค่เจนที่รู้สึกแบบนั้นทุกคนก็รู้สึกแบบเดียวกันจึงตกลงกลับกันไปที่ค่ายก่อน ในตอนที่กำลังจะกลับจากลำธารไฮด์ก็หันไปเห็นบางอย่างที่ลอยมาแต่ไกลจากต้นลำธารจึงชี้ให้เพื่อน ๆ หันไปดู
“คงจะเป็แค่กิ่งไม้นั้นแหละ” บิลที่หลี่ตาลงเพ็งเล็งไปที่ต้นลำธารสังเกตเห็นเป็เงาสีดำๆ แต่ก็มองไม่ชัดจึงพูดตามความคิดของตัวเองออกไป
“ไปกันเถอะไฮด์ อย่าไปสนใจเลย” เจนพูดขึ้นก่อนจะเดินนำคนอื่นออกไปจากลำธาร
“สงสัยเหรอไฮด์” แซนดี้ที่สังเกตเห็นไฮด์ยังยืมมองไม่ละสายตาจึงไปถามไฮด์
“ก็นิดหน่อยนั้นแหละดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่กิ่งไม้นะ” ไฮด์พูดขึ้น
“งั้นไปดูกันไหมละ” แซนดี้พูดขึ้น
ไฮด์หันมามองแซนดี้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรแซนดี้ก็สามารถเข้าใจได้ในทันทีว่าในใจไฮด์ก็สงสัยอยากไปดูว่ามันคืออะไรแต่อีกใจก็คงอยากกลับไปพร้อม ๆ กับพวกเพื่อน ๆ เหมือนกันเมื่อคิดดังนั้นแซนดี้จึงหันไปหาแคลน
“แคลน เดี่ยวช่วยพาพวกนั้นไปกลับไปที่ค่ายก่อนนะ เดี่ยวเรากับไฮด์จะไปดูที่ต้นน้ำกันหน่อย”แซนดี้หันไปบอกแคลน
“คาใจกันขนาดนั้นเลยสินะ งั้นเดี่ยวเราไปคุยกับสองคนนั้นก่อน” แคลนพูดขึ้น ก่อนแคลนเดินเข้าไปบอก เจน กับบิลถึงเื่ที่คุยกับแซนดี้ แต่แล้วบิล กับเจนก็เดินกลับมาพร้อมกับแคลน
“เราจะไปด้วย” บิลกับเจนพูดขึ้นพร้อมกัน
“หา ไหนว่าจะกลับค่ายกันก่อน” ไฮด์เอ่ยถามขึ้นมา
“มาด้วยกันก็กลับพร้อมกันดิ” บิลพูดต่อ
“เอาละ ไปกันเถอะจะได้รู้ว่านั้นคืออะไร” เจนพูดขึ้น
ในเมื่อทุกคนตัดสินใจแล้วทั้งห้าคนจึงเดินขึ้นไปยังต้นน้ำด้วยกัน โดยเดินลัดเลาะไปตามริมน้ำจนในที่สุดก็ทั้งห้าคนก็มาถึงจุดที่ไฮด์เห็นของที่ลอยในน้ำแล้ว แต่สิ่งที่ลอยกับไม่ใช่สิ่งที่บิลคิดกลับเป็ซากของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็ตัวอะไรร่างกายหายไปครึ่งนึง ส่วนอีกครึ่งมีหนอนตัวขาวเล็ก ๆ กำลังชอนไชอยู่อีกทั้งในส่วนที่เหลือก็เห็นในส่วนของเนื้อที่มีร้อนพุพองบางอันก็แตกเป็น้ำหนองไหลออกมา ชวนเป็ภาพที่น่าสะอิดสะเอียน
“อ้วก” เจนที่ทนเห็นภาพตรงหน้าไม่ได้จึงอ้วกออกมาโดยมีแซนดี้เข้ามาประคองให้ ส่วนคนอื่น ๆ ที่เห็นต่างก็รู้สึกคลื่นไส้เช่นกันยิ่งเห็นเจนออกด้วยแล้วความรู้สึกคลื่นไส้เริ่มมากระจุกอยู่ที่ลำคอทำเอาแคลนออกตามเจนไปเหมือนกัน ในขณะที่ไฮด์และบิลต่างกดความรู้สึกเอาไว้แล้วเข้าไปดูอาการของแคลน
“ยังดีที่เราตัดสินใจไม่ดื่มน้ำนั้นตามที่แซนดี้บอก”บิลพูดขึ้นมาพลางเอามือลูบหลังแคลนพลาง
“เรากลับไปบอกเื่นี้กับอาจารย์เอิร์นดีไหม”ไฮด์ถามขึ้นมา
“คงต้องบอกแกหน่อยนั้นแหละ แกจะได้รู้ว่าเราไปเจออะไรมาบ้าง”บิลตอบกลับไป
หลังจากที่ดูอาการของเจน และแคลนดีขึ้นแล้วทั้งห้าคนก็เดินกลับไปที่โดมรากไม้ โดยเดินตามทางที่พวกเขามาซึ่งตอนแรกทุกคนก็เกือบหลงแต่ก็โชคดีที่แซนดี้นั้นเดินตามท้าย ได้หักกิ่งไม้ระหว่างทางขามาด้วย ทำให้หาทางกลับออกมาจากป่าทึบได้จนในที่สุดทั้งห้าคนก็กลับอกมาจากป่าทึบได้ แล้วจึงตรงเข้าไปในโดมรากไม้จากนั้นจึงเข้าไปหาอาจารย์เอิร์นทันที ก่อนจะเล่าเื่ราวต่าง ๆที่เจอมาในป่าให้อาจารย์เอิร์นได้ฟัง
“น่าแปลกที่ท้องทุ่งแห่งชีวิตไม่น่าจะเื่อะไรแบบนี้เกิดขึ้นมาได้” หลังจากฟังจบอาจารย์เอิร์นก็พูดขึ้นมา
“พวกเธอไปพักผ่อนกันก่อน เดี่ยวใกล้มื้อเย็นแล้ว”อาจารย์เอิร์นบอกเหล่านักเรียนก่อนที่จะเดินจากไป
“อาจารย์จะไปไหนครับ” ไฮด์ที่เห็นอาจารย์กำลังจะเดินจากไปเลยเอ่ยถามขึ้นมา
“ไปกางม่านพลังเพิ่มอีกชั้น แล้วคิดว่าจะไปดูต้นน้ำของลำธารสายนั้นด้วย”อาจารย์เอิร์นกล่าวตอบไฮด์ไป
“ให้ผมไปด้วยนะครับ ผมนำทางไปให้อาจารย์ได้แถมน่าจะเร็วกว่าถ้าให้อาจารย์ต้องไปหาที่ที่เราเจอชิ้นเนื้อ” ไฮด์เสนอตัวเองเข้าช่วย
“ไม่ละพวกเธอพักผ่อนกันไประหว่างที่อาจารย์ไม่อยู่ก็อย่าพึ่งออกนอกเขตม่านพลังละ”อาจารย์เอิร์นพูดเสร็จก็เดินจากไปตรงที่ม่านพลังก่อนจะร่ายเวทย์มนต์เพิ่มม่านพลังอีกชั้นนึงเมื่อเห็นว่าม่านพลังทั้งสองชั้นไม่มีปัญหาอาจารย์เอิร์นจึงเดินออกไปแล้วตรงเข้าไปในป่า
“เห้ พวกนาย” ไฮด์หันไปหาเหล่าเพื่อนของเขา
“อ่า เข้าใจแล้วไปกันเถอะ แต่ฉันจะเป็เพื่อนนายด้วย”บิลพูดขึ้นโดยไม่ต้องรอให้ไฮด์บอกว่าคิดอะไรอยู่
“งั้นพวกเราก็จะไปด้วย เราก็เป็ห่วงอาจารย์เอิร์นแล้วก็สงสัยเื่ซากสัตว์นั้นเหมือนกัน” แซนดี้พูดขึ้น
“ซากสัตว์อะไร” จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากข้างหลังไฮด์ทำเอาทุกคนหันไปมองยังต้นเสียงกันเป็ทางเดียว
ปรากฏให้เห็นร่างของชายผิวสีคล้ำ ผมสั้นหยิก ริมฝีปากหนา และร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนมองมายังทั้งห้าคนที่กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่
“อดัม มาทำไมตรงนี้” แซนดี้หันไปถามอดัมที่ยืนจ้องมายังพวกเขาอย่างไม่ละสายตาอยู่
“ฉันเห็นพวกนายออกมาจากป่าทึบนั้นแล้ววิ่งตรงดิ่งไปที่อาจารย์เอิร์นทันทีหลังจากนั้นไม่นานอาจารย์เอิร์นก็กางม่านพลังเพิ่มอีกชั้นแล้วออกยังป่าทึบที่พวกนายพึ่งจะออกกันมา แสดงว่าจะต้องมีเื่อะไรในป่านั้นแน่ ๆ”อดัมอธิบาย
“ทีนี้ถึงเวลาที่พวกนายต้องตอบคำถามฉันบ้างแล้วซากสัตว์ที่พูดถึงเมื่อกี้คืออะไร” คราวนี้อดัมหันไปถามกลับเหล่าห้าสหายบ้างแล้วทั้งห้าคนก็มองหน้ากันก่อนตัดสินใจจะเหล่าให้อดัมฟังถึงเื่ที่เจอในป่าทึบนั้นจนถึงเื่ลำธาร และเหตุผลที่พวกเขาจะตามอาจารย์เอิร์นไป
“เข้าใจแล้ว แต่พวกเธอคงไปกันทั้งหมดไม่ได้หรอกนะ”อดัมแย้งขึ้นมา
“ทำไม” ไฮด์ถามไปเมี่อได้ยินอดัมแย้งขึ้นมา
“อย่างแรกเลยตอนนี้แคลนกับเจนก็อาการยังไม่พร้อมที่จะเดินเข้าป่าสองนายกับบิลยังควบคุมพลังเวทย์ไม่ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้นลืมเื่การป้องกันตัวโดยใช้เวทย์มนต์ไปได้เลยและแซนดี้เธอมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในส่วนของอาหารเย็นอยู่เพราะตอนนี้ขาดเจนไปคนนึงทำให้เหลือคนทำอาหารไม่พอถ้าเธอไปอีกคนทุกคนในค่ายต้องถามถึงสาเหตุที่คนครัวหายไปแน่ ๆถึงตอนนั้นเมื่อทุกคนรู้สาเหตุก็อาจจะทำให้เพื่อนของเราคนอื่น ๆ แตกตื่นแล้วอาจจะเกิดเื่วุ่นวายขึ้นได้” อดัมให้เห็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งห้าคนได้แต่ยืนเงียบไปจนไฮด์เริ่มพูดอีกครั้ง
“แต่ถึงแบบนั้นเราก็ปล่อยให้อาจารย์ไปคนเดียวไม่ได้”ไฮด์แย้งขึ้นมา
“ใช่ เพราะแบบนี้ฉันจะเป็คนไปเอง” อดัมเสนอตัว
“อะไรน่ะ” บิลอุทานขึ้นมา
“ทำไมละอดัม” แซนดี้ก็ถามขึ้น
“ก็เพราะในเื่ของการดูแลตัวเองแล้วฉันสามารถใช้เวทย์มนต์ได้คล่องกว่าพวกนายดังนั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ ฉันสามารถดูแลตัวเองได้” อดัมพูดตอบกลับมา
“แต่ยังไงนายก็ไปไม่ถูกอยู่ดี เราจะนำทางไปเอง”ไฮด์พูดต่อ
“งั้นนายไปกับฉันสองคน” อดัมพูดขึ้น
“เห้ ฉันก็จะไปด้วย” บิลที่ไม่ยอมก็จะพูดมาบ้าง
“ไม่ได้หรอกการควบคุมพลังเวทย์ของฉันอย่างมากสุดถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็สามารถดูแลได้เต็มที่ก็คนนึงเท่านั้นและก็ไม่รับประกันว่าคนที่ไปกับฉันจะปลอดภัยรึเปล่าด้วย” อดัมพูดต่อ
“ดังนั้นฉันคิดว่าให้ไฮด์ไปกับฉันส่วนนายคอยอยู่ที่นี้ดีกว่านะบิล” อดัมหันไปพูดกับบิล
“เื่อะไรทำไมต้องฟังนาย” บิลที่เริ่มโมโหลุกขึ้นมาเดินจะไปหาเื่อดัมแต่ก็ถูกไฮด์ห้ามไว้ทัน
“บิลนายเป็พวกใจร้อน ความใจร้อนของนายมีแต่จะทำให้เสียเื่แต่นายก็เป็คนกล้าหาญมากพอที่ฉันจะฝากให้นายดูแลเพื่อน ๆ คนอื่นในค่ายได้เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นที่ค่ายตอนฉัน ไฮด์ และอาจารย์เอิร์นไม่อยู่ฉันมั่นใจว่านายจะเข้าช่วยเพื่อนทุกคนให้ปลอดภัยแน่นอน หรือฉันมองนายผิดไปละบิล”อดัมพูดต่อทำให้บิลที่กำลังโมโหอยู่เริ่มสงบอารมณ์ลงมาบ้างแล้ว
“ได้ครั้งนี้ฉันจะยอมนายไปก่อน” บิลหันหน้าแล้วก็พูดกับอดัมก่อนจะหันไปพูดกับไฮด์ต่อ
“นายก็เดินทางปลอดภัย รีบไปรีบมานะอย่าให้พวกเราเป็ห่วงนาย”
“ฉันจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด ไม่ต้องเป็ห่วง”ไฮด์หันไปบอกบิล
“งั้นก็ตกลงตามนี้ นำทางไปเถอะไฮด์” อดัมพูดขึ้น
“โอเค ตามมาเลย” ไฮด์ตอบกับไป
แล้วทั้งสองก็ทะยานเข้าไปยังป่าทึบด้วยกันซึ่งอีกไม่นานก็จะพลบค่ำแล้ว