เชอร์ : เช็คเอาท์ค่า
เกน : อ้าวพี่เชอร์จะกลับแล้วหรอคะ พึ่งมาแค่แปบเดียวก็กลับซะล่ะ
เชอร์ : พี่ลางานไว้แค่นี้น่ะ เลยต้องกลับไวหน่อย
เกน : ให้เกนไปส่งมั้ย? ฟรีนะ
เชอร์ : งั้นพี่รบกวนหน่อยนะ เออเกน
เกน : ว่าไงคะ?
เชอร์ : พี่ฝากเกนไปดูที่ห้องด้วยนะพี่อาจจะเก็บไม่ค่อยดีเท่าไหร่แล้วก็ดูแลพี่สาวเราด้วยละ
เกน : เอ๊ะ? พี่เกรซอยู่ที่บ้านหนิค่ะ แล้วทำไมพี่เชอร์ถึงพูดเหมือนพี่เกรซอยู่ที่นี่
เชอร์ : ป่าวหรอก ไม่มีอะไร เอาเป็ว่าไปส่งพี่เสร็จเดี๋ยวก็รู้เอง
เกนมาส่งเราที่สถานีขนส่ง เราร่ำลากันเสมือนว่าอยู่ด้วยกันมานานแต่อย่างว่านะเราก็รู้สึก๔ูกโชคชะตากับเกนั้แ่วันแรกที่เจอแล้วแหละ จนกระทั่งรถออก ผ่านบรรยากาศที่เราเคยผ่าน เคยเดิน เคยทำ ทำให้การนั่งรถครั้งนี้ของเรามันเต็มไปด้วยโหยหาอะไรบางอย่าง ที่ไม่ใช่ความตื่นเต้นเหมือนขามา มันรู้สึกแปลกๆ หน่วงๆที่ใจ คิดถึงใครคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าปานนี้เกรซจะเป็ยังไงบ้าง บ้าจริงคิดถึงแต่คนใจร้ายอยู่ได้
เชอร์ : ม๊าแม่เชอร์กลับมาแล้ว
ม๊าปาย : อ้าวกลับมาแล้วหรอ? ไหนบอกจะไปอยู่เดือนหนึ่งไง
เชอร์ : ถูกเรียกตัวกลับมาทำงานค่ะ
ม๊าปาย : อ้าวหรอ แล้วไหนของฝากม๊าอะ
เชอร์ : นี่ค่ะ องุ่นฉ่ำๆ
ม๊าปาย : น่าอร่อยนะเนี่ย
เชอร์ : แล้วแม่ล่ะค่ะ?
ม๊าปาย : ม๊าก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ เหมือนจะออกไปหาเพื่อนมั้งนะเดี๋ยวก็มา นั่นไงพูดปุ๊บมาปั๊บ
เชอร์ : แม่ค่า
แม่แก้ว : อุ้ย! ใหมดเลย มาั้แ่ตอนไหนเนี่ยทำไมไม่บอกแม่เลย
เชอร์ : เซอร์ไพร์สไงคะ
แม่แก้ว : เซอร์ไพร์สมาเกือบหัวใจวาย ปายกินไรอะ เอาองุ่นมาจากไหนทำไมไม่แบ่งเรา
ม๊าปาย : ของเรานะแก้ว เอามานะ
เรานั่งลงที่โซฟาพร้อมดูคู่รักวัยใกล้ห้าสิบกำลังแย่งองุ่นกัน ครอบครัวของเราก็มีแค่แม่แก้วกับม๊าปาย ออแล้วก็ลุงประชากับป้านิศาที่มาเยี่ยมครอบครัวเราอยู่บ่อยๆ ั้แ่จำความได้เราก็เห็นแค่ผู้หญิงสองคนนี้ในชีวิตไม่มีคำว่าพ่อในสมการ ไม่มีใครเล่าถึงความเป็มาของเราได้ชัดเจน เราเพียงรู้แค่ว่าม๊าเป็ทนายความ ส่วนแม่เป็อาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย แม่เคยเล่าให้ฟังแค่ว่าม๊าเป็เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยพออยู่ๆไปก็รักแล้วก็จับพลัดจับพลูเข้าป่าแล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยตั้งเกือบสิบสามปี แต่สุดท้ายก็มาเจอกันแล้วอยู่ด้วยกันจนเราเกิดมา เรานั่งอมยิ้มดูม๊าและแม่แย่งองุ่นกันมันเป็ภาพที่อบอุ่มมากจนกระทั่งม๊าทักเรา..........
ม๊าปาย : นั่งยิ้มขนาดนี้คิดอะไรรึเปล่า?
เชอร์ : ป่าวสักหน่อย
แม่แก้ว : ปายอย่าแซวลูก
ม๊าปาย : ก็ได้ๆ ว่าแต่มีอะไรล่ะถึงมานั่งจ้องม๊ากับแม่ขนาดนี้
เชอร์ : คือหนูมีเื่จะปรึกษา
ม๊าปาย : เื่อะไรหรอ?
เชอร์ : หนูถูกขืนใจที่รีสอร์ทตอนไปเที่ยว
ม๊าปาย : แก้ว เราขอคุยกับลูก
แม่แก้ว : ค่อยๆคุยกันนะปาย
สีหน้าของม๊าดูตึงเครียดอย่างมากและแสดงออกทางสีหน้าได้ชัดเจน ในขนาดที่แม่กลับไม่มีสีหน้าอะไรเลยมีแต่ความหน้าตายที่แสดงออกมาและรีบลุกออกไปตามคำสั่งของม๊า และตอนนี้โถงกลางบ้านก็มีแค่เสียงพัดลมที่หมุนไปมาแล้วชวนน่าเวียนหัวเหมือเราที่นั่งประจันหน้ากับม๊าอยู่
ม๊าปาย : ั้แ่เมื่อไหร่
เชอร์ : ตอนไปเที่ยวค่ะ
ม๊าปาย : โดนกี่ครั้ง?
เชอร์ : สองครั้ง
ม๊าปาย : ยอมเขารึเปล่า
เชอร์ : ครั้งแรกหนูไม่ยอม แต่ครั้งที่สองหนูยอม
ม๊าปาย : ที่มาบอกไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้ม๊ากับแม่เอาเื่เขาเมื่อรู้ความจริงเพราะว่ารักเขา?
เชอร์ : ใช่ค่ะ
ตามสไตล์ของม๊าที่เป็ทนายความทำให้การถามแต่ละครั้งดูเหมือนการสอบปากคำผู้ต้องหาทำความผิด เรานั่งอยู่นิ่งเฉยหลังจากที่หมดคำถามสุดท้าย ม๊าก็ได้แต่เดินไปเดินมาด้วยสีหน้ากังวล จนสุดท้ายก็เดินออกไปหาแม่ที่อยู่ตรงสวนนอกบ้าน แต่ดูเหมือนว่าคนที่อารมณ์จะกลายเป็.....
แม่แก้ว : ใครกันทำลูก บอกมาเดี๋ยวนี้แม่จะไปเอาเื่มัน
ม๊าปาย : ใจเย็นก่อนแก้ว ให้ลูกอธิบายให้หมดก่อน
แม่แก้ว : จะให้แก้วไม่โกรธได้ไงนี่ลูกของแก้วนะ มันทำลูกนะปาย มันทำลูกเรา
ม๊าปาย : แต่ลูกรักไปแล้ว เราจะทำอะไรได้
แม่แก้ว : นี่ลูกป่วยหรอ มันทำร้ายร่างกายลูกใช่มั้ย บอกแม่มามันเป็ใคร?
เชอร์ : เขาเป็ลูกเ้าของรีสอร์ทที่หนูไปพักค่ะ
แม่แก้ว : ตายแล้วเลวทรามที่สุด ทำแบบนี้ได้ยังไงกัน เป็ภัยสังคมแบบนี้แล้วถ้ายังปล่อยคนอื่นต้องเดือดร้อนกันแน่ๆ แล้วยิ่งเป็ผู้ชายไปทำกับผู้หญิงแบบนี้เรายิ่งปล่อยไม่ได้นะ
เชอร์ : เอ่อ แม่คะม๊าคะ เขาไม่ใช่ผู้ชาย...............
ม๊า/แม่ : อะไรนะ?
ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะคาดไม่ถึงว่าคนๆนั้นจะเป็ผู้หญิง เราไม่ได้อธิบายมากไปกว่านั้นก็ได้แต่ปล่อยให้แม่กับม๊างงอยู่อย่างนั้นไป แล้วเราก็กลับขึ้นห้องมาเก็บข้าวของให้เข้าที่ ทำความสะอาดห้อง อาบน้ำ แล้วนอนบนเตียงประจำ เรานอนมองเพดานที่แปะติดไปด้วยดาวสีแดง แต่ทำไมเราเห็นแต่หน้าเขา เพ้อถึงเขา คิดถึงแต่วันนั้นที่ถูกหักอกอย่างไร้เยื่อใยทั้งๆที่ยังไม่เป็อะไรกัน น่าตลกจัง น้ำตาหยดเล็กๆเริ่มไหลเป็สายจนเราทนไม่ไหว ได้แต่นอนกอดหมอนร้องไห้อย่างเดียว
ม๊าปาย : (ก็อกๆ) เชอร์เปิดประตูให้ม๊าหน่อยสิ ม๊าจะคุยด้วย
เชอร์ : (เปิดประตู) ม๊า! ฮือ.
ม๊าปาย : โอ๋ๆ ไม่ร้องนะคนเก่งของม๊า
เชอร์ : หนูจะทำยังไงดี หนูไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี หนูรักเขา แต่หนูก็เกลียดเขา หนูจะทำยังไงดรม๊า หนูไม่ไหวแล้ว
ม๊าปาย : หนูรักเขามากรึเปล่า
เชอร์ : ก็รักค่ะ
ม๊าปาย : แล้วเกลียดเขามั้ย?
เชอร์ : เกลียดค่ะ
ม๊าปาย : ลองค่อยๆคิด เดี๋ยวเราก็นึกได้เอง
เชอร์ : ม๊าเคยเจอปัญหาแบบนี้รึเปล่าค่ะ
ม๊าปาย : เคยสิ ก็แม่เรานั้นแหละคือรักแรกและรักครั้งเดียวของม๊า เป็คนแรกที่ม๊ารู้สึกว่ารักมากั้แ่เห็นหน้าครั้งแรก แม้ว่าจะเข้าใจผิดนึกว่าแม่เขามีแฟนแล้วอะนะ
เชอร์ : ยังไงต่อคะ
ม๊าปาย : ม๊างอนแม่เขาเกือบสามเดือน สุดท้ายก็เป็ม๊าเองที่สารภาพรักแม่เขาตอนไปค่ายอาสา
เชอร์ : แล้วทำไมม๊ากับแม่ถึงหายไปจากกันตั้งเกือบสิบสามปีละคะ?
ม๊าปาย : ่นั้นบ้านเมืองวุ่นวายอะไรก็ไม่รู้อิรุงตุงนังไปหมดแล้วตำรวจก็เข้ามาปราบนักศึกษาจนแพ้ ม๊ากับแม่แล้วก็ป้านิศาเลยหนีเข้าป่าไปเป็ฝ่ายต่อต้าน แต่โชคไม่ดีม๊าถูกส่งไปเรียนที่จีนหลังจากกลับมาม๊าก็ไม่เห็นแม่อีกเลยจนมาถึงปีสามเก้านั้นแหละม๊าถึงเจอกับแม่
เชอร์ : ความรักม๊ากับแม่นี่ยาวนานสุดๆไปเลยนะคะ
ม๊าปาย : นี่แหละสิ่งที่ม๊าอย่างแนะนำเรา ทำตามใจตัวเองอย่าให้เวลามาครอบงำ เพราะไม่งั้นเราอาจจะเสียทุกอย่างไปก็ได้ ลองคิดดูนะ
หลังจากที่ม๊าออกไปจากห้อง เราก็ได้แต่เก็บคำแนะนำสั้นๆที่ม๊าให้ไว้ จริงๆเราก้ไม่กล้านำมาใช้จริงหรอก กลัวเจ็บเหมือนรอบที่แล้ว ยังไงเราก็ควรทำงานเสียมากกว่าจะมาคิดเื่แบบนี้ ให้มันเป็เื่ที่เหลือที่เราจะทำดีกว่า
/////
เราตื่นเช้าขึ้นมาด้วยสภาพที่งงไปหมด เราถูกห่มผ้าไว้เพื่อป้องกันความหนาวจากแอร์ และเชอร์ที่นอนอยู่ข้างๆ แต่กลายเป็ว่าเราจะไม่เห็นเ้าตัวเลย เราเลยตัดสินใจหาเชอร์จนทั่วห้องก็ไม่เห็น และนั้นเริ่มทำให้เราเป็กังวล
เกรซ : คุณ คุณหายไปไหน คุณ
เรารีบวิ่งลงไปที่ชั้นล่างซึ่งเราคาดว่าเชอร์อาจจะอยู่ที่ไหนแต่แล้วก็ยังไม่มีอะไร ถามทั้งแม่บ้านแม่ครัวรปภ. ก็ไม่มีใครเห็นจนกระทั่งเกนเดินเข้ามา
เกน : อ้าวพี่มาที่นี่ั้แ่เมื่อไร
เกรซ : ไม่รู้แต่ไม่ใช่เช้า
เกน : พี่คงมาหาพี่เชอร๋ ใช่มั้ย?
เกรซ : แล้วเชอร์อยู่ไหน?
เกน : ออพี่เขากลับไปตั้งนานนแล้วค่ะ
"กลับแล้วจริงๆใช่มั้ย"