ในตอนแรกเขาสงสัยคำว่าศึกษาไม่มากพอของนางหมายความว่าอะไรแต่เพราะเหตุใดนางถึงรู้ชื่อข้าทั้งๆ ที่ไม่ได้บอกเลยสักครั้ง
“เ้านี่เหมือนเมื่อตอนนั้นไม่มีผิดเลยนะ”
“ตอนนั้น? ท่านหมายถึ-”
“ถ้าหากอยากกลับมาโคจรลมปราณได้อีกครั้งเ้าจงฟังคำพูดของข้าให้ดี มันเป็วิธีเดียวที่จะนำพลังของเ้ากลับมา แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะสูญเสียพลังยุทธไปตลอดกาล”
“ในตอนนี้ข้ายังไม่นับว่าสูญเสียพลังยุทธอีกหรือหากความเสี่ยงมีเพียงแค่นั้น ข้าก็ขอรับมันเอาไว้ด้วยความยินดี”
“มันก็ต้องเป็แบบนั้นแน่อยู่แล้วใช่ว่าเ้ามีทางเลือกซะที่ไหนกันถ้าเช่นนั้นข้าจะพูดถึงสิ่งที่ข้าจะทำให้เ้าฟังก็แล้วกัน ตามทฤษฎีแล้ว...” จิวซื่อเริ่มอธิบายข้อสันนิษฐานของนางให้กับเหิงเยว่ฟัง
ผู้คนที่กำเนิดมานั้นย่อมมีสิ่งที่์ประทานให้ติดตัวมาแตกต่างกันมันเป็สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธทุกคนจะต้องมี นั่นก็คือ แกนกลางของพลังปราณจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบุคคล ในแต่ละบุคคลจะมีขนาดของแกนกลางไม่เหมือนกัน
ขนาดที่แตกต่างจะส่งผลถึงความยาก-ง่ายของการฝึกยุทธ ซึ่งการไหลเวียนพลังปราณของผู้ฝึกยุทธในยุทธภพนี้จะไหลเวียนไปในทางทิศเดียวกันนั่นก็คือแกนกลางสู่แขนและขา
ต่อมาผู้ฝึกยุทธรุ่นก่อนๆ ได้ค้นพบว่า แท้จริงแล้วแกนกลางจะถูกแบ่งครึ่งหนึ่งเป็หยินส่วนอีกครึ่งเป็หยางการฝึกยุทธจะสามารถฝึกได้เพียงด้านเดียวเท่านั้นและผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะละทิ้งเส้นทางของหยินเพราะมีความเชื่อว่าการบ่มเพาะพลังในด้านนี้จะทำให้มันผู้นั้นประสบเคราะห์ร้ายและร่างกายจะค่อยๆ พังทลาย
ความสามารถของวรยุทธจึงถูกส่งออกมาเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นยังไม่มีผู้ใดที่สามารถทำการประสานขั้วพลังปราณทั้งสองนี้เข้าด้วยกันสำเร็จเลยแม้แต่ผู้เดียว
หยินและ หยาง ทำหน้าที่กำหนดขั้วการไหลของปราณในร่างกาย หากฝึกคู่กันจะทำให้ร่างมันผู้นั้นไม่สามารถรองรับการโคจรได้
หยินคือการไหลจากแขน ขา เข้าสู่แกนกลาง ส่วนหยางเป็การไหลออกจากแกนกลางสู่แขนและขา
“แล้วข้าจะต้องทำเช่นไร” หลังจากนั่งฟังจิวซื่อสาธยายมาราวครึ่งชั่วยาม[1]จนทนไม่ไหวจึงถามขึ้นมา
“ขั้นแรกเ้าจะต้องทำลายแกนกลางครึ่งที่พังทลายเสียจากนั้นก็ซ่อมแซมเส้นพลังปราณและเข้าสู่เส้นทางของหยิน...หากสำเร็จข้าคิดว่าพลังยุทธของเ้าจะสูงขึ้นหลายเท่าตัว”
“แล้ว...” เหิงเยว่หันไปมองแขนเทียมด้านขวา “ข้าจะบังคับเ้าสิ่งนี้อย่างไรท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่”
“มันเป็แขนกลที่ใช้พลังปราณหาก้าควบคุมให้ได้ดั่งใจเ้าจะต้องทำให้การโคจรพลังปราณกลับมาเป็ปกติเสียก่อน”
และดูเหมือนการโคจรพลังปราณจะเป็สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้เหิงเยว่หวังว่าการทำตามของสตรีผู้น่าสงสัยนางนี้จะช่วยให้เขาสามารถกลับมาโคจรพลังปราณได้อีกครั้ง
นี่คงจะเป็สิ่งที่เรียกว่าการสูญเสียจะเป็จุดเริ่มต้นของบางสิ่ง
[1]ชั่วยาม เป็มาตรวัดเวลาของจีนซึ่ง 1 ชั่วยามจะเท่ากับ 2 ชั่วโมง