ตอนที่ 19 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (45)
เดือนอ้ายวันที่ยี่สิบเจ็ดต้องวางพู่กันหยุดงานหลวง ทุกงานที่มอบหมายต้องเสร็จสิ้น ช่วงสิ้นปีทุกแห่งหนล้วนงานยุ่ง ประสิทธิภาพในการจัดการงานต่ำยิ่ง หลายเรื่องลากยาวไปจนถึงขึ้นปีใหม่
อี้เหยียนเจ๋อเองก็จนใจ คนพวกนี้เห็นแก่หน้าจวนสกุลจี้จึงพยายามจัดการให้เขาก่อนแล้ว แต่ประสิทธิภาพการทำงานก็ยังไม่สูง
ยุ่งไปยุ่งมาจนช่วงนี้เขาได้เจอคุณชายของเขาเพียงสองหน! คิดมาถึงตรงนี้บรรยากาศรอบกายอี้เหยียนเจ๋อก็เคร่งเครียดขึ้น ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นเขาอารมณ์ไม่ดีจึงทำงานอย่างระมัดระวัง
ขันทีที่แววตาเฉียบคมผู้หนึ่งเสนอแนะอย่างนอบน้อมว่าอี้เหยียนเจ๋อสามารถไปขอราชโองการ วันเฉลิมฉลองปีใหม่ให้เขาไปรับเหอหรงเข้าวังด้วยตัวเอง
ข้อเสนอนี้ทำอี้เหยียนเจ๋อตาเป็นประกาย สีหน้าดีขึ้นไม่น้อย
เขาตั้งใจจัดการลดกิจธุระทั้งหลายลง เจียดเวลาไปจวนสกุลจี้เที่ยวหนึ่งและอยู่จนเกือบข้ามคืนเป็นครั้งแรก
“ปีนี้งานเฉลิมฉลองข้ามปีในวัง ต่อหน้าเสด็จพ่อท่านต้องอยู่ใกล้ชิดข้าหน่อย” อี้เหยียนเจ๋อน้ำเสียงอ่อนโยน คำพูดกลับล้วนเป็นกลกับดัก “ต้องทำให้เขาเชื่อว่าเราสองคนมีความรู้สึกล้ำลึก เช่นนี้จึงเป็นผลดีต่อสถานะที่มั่นคงของพวกเราในปัจจุบัน”
“ได้ วางใจเถอะ” เหอหรงรู้สึกว่าเขาพูดจามีเหตุผล ต้องไว้หน้าฮ่องเต้ อีกทั้งคนภายนอกล้วนมองอยู่ หากถูกพบว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ถูกต้องจะอธิบายได้ยาก
2333 “...” ไมตรีพี่น้องนี้ เขากล้าพนันด้วยไอคิวของโฮสต์ว่า ในหัวของอี้เหยียนเจ๋อกระทั่งท่าตอนเข้าหอก็คิดไว้ดีแล้ว!
1007 มองภาพที่ถูกเซนเซอร์เป็นกองๆ ในหัวอี้เหยียนเจ๋อแล้วหลุดขำเสียงหนึ่ง แค่ท่าเข้าหอที่ไหน ภาพขยะในสมองนี้แทบจะสร้างยานแม่ลำหนึ่งได้แล้ว
อี้เหยียนเจ๋อมองคอของเหอหรงแล้วถาม “ครั้งก่อนท่านเอาหนังกระต่ายจากข้าไปทำผ้าพันคอ เหตุใดข้าจึงไม่เห็นท่านใส่เล่า”
เหอหรงคิดว่าอย่างไรอี้เหยียนเจ๋อก็นับเป็นอัจฉริยะที่เขาฝึกฝนมา เด็กน้อยเก่งกาจแล้ว รางวัลจากสงครามครั้งแรกผู้ปกครองล้วนต้องเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี จะกล้าเอาออกมาใส่ได้อย่างไร
ทว่าเขาก็ไม่อาจให้อี้เหยียนเจ๋อรู้ความคิดที่แท้จริงได้ ประเดี๋ยวคนผู้นี้จะหางโผล่คิดทำอะไรแผลงๆ อีก บ่นกระปอดกระแปดว่า “ให้ข้าแล้วก็เป็นของข้าสิ เจ้าจะสนใจไปทำไมว่าข้าจะใส่เมื่อใด”
อี้เหยียนเจ๋อลูบลำคอของเหอหรง “งานเฉลิมฉลองปีใหม่ ข้าจะใส่ของข้าอันนั้น”
เหอหรงถูกปลายนิ้วเย็นวาบของอี้เหยียนเจ๋อสัมผัสก็พลันหดคอลง “เจ้าจะสวมก็สวมสิ บอกข้าทำอันใด”
เขาแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจความนัยของอี้เหยียนเจ๋อ “ใช่แล้ว หลายวันก่อนท่านพ่อส่งหนังดีๆ ให้ข้ากับเตียเตียหลายผืน เอามาทำผ้าพันคอสวมใส่ได้หลายผืนเชียวล่ะ”
ท้ายที่สุดอี้เหยียนเจ๋อก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามเหอหรงไม่ให้สวมหนังที่บิดาเขาส่งมาให้ หนังที่จี้โหวส่งกลับมาย่อมเป็นหนังชั้นดี กระต่ายสองตัวนั้นของเขาจะเทียบได้อย่างไร
“กระต่ายที่ข้ายิงได้ครั้งแรกไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูที่ดี ขนไม่นุ่มพอ ท่านไม่ใส่ก็ดี” อี้เหยียนเจ๋อฝืนข่มความผิดหวังในแววตา
เหอหรงกลั้นขำจนท้องแข็ง ทำเป็นไม่รู้ว่าอี้เหยียนเจ๋อผิดหวัง “นั่นสิ หนังนั่นไม่ดี ประเดี๋ยวข้าจะส่งอันดีๆ ไปให้เจ้า”
อี้เหยียนเจ๋อเหนื่อยใจยิ่งนัก คุณชายของเขายังเห็นเขาเป็นเด็กที่ยังไม่มีอะไรอยู่หรือ
เรือสมุทรของเขากอบโกยกลับมามากมายแล้ว ยามนี้เขาไม่เหมือนตอนแรกที่กระทั่งหนังสัตว์ดีๆ ก็เอามาไม่ได้ แต่ในใจเขาสุดท้ายก็ยังรู้สึกว่าหนังกระต่ายที่เหอหรงทำให้ล้ำค่าที่สุด
อี้เหยียนเจ๋อไม่ใช่ไม่รู้ แม้จะบอกว่าผ้าพันคอผืนนั้นเหอหรงเป็นคนทำ แต่ก็เพียงช่วยตัดหนังเท่านั้น เหอหรงเย็บปักเป็นที่ไหนกัน
แต่เขายังคงมองว่าผ้าพันคอผืนนี้เป็นของล้ำค่า เขาล่าเองกับมือ เหอหรงตัดเองกับมือ ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นของแทนใจแล้ว
อี้เหยียนเจ๋อกลับวังไปแล้วให้คนส่งลังหนังสัตว์ชั้นดีไปให้เหอหรง พยายามแสดงออกว่าเขาไม่ขาดแคลนหนังสัตว์ เหอหรงไม่ต้องส่งหนังสัตว์ให้เขา
เหอหรงยิ้มตาหยีเก็บของไว้ รู้สึกว่าอี้เหยียนเจ๋อที่ลอบแข่งกับเขาอย่างลับๆ น่ารักเป็นที่สุด
ตั้งแต่ตอนที่ 20 เป็นต้นไปติดตามต่อไปได้ที่ https://www.readawrite.com/a/262e62dd6afc5fb6faf015552ac2be97