“แต่ต้องมีข้อแม้”ศุกลวัฒน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วถามเธอไปว่า
“ข้อแม้อะไร”
“หลังจากนี้ อีกสามปี …เราจะหย่ากัน”
“ได้…. อีกสามปีเราหย่ากัน” ศุกลวัฒน์ตอบตกลงทันที แต่เขาคิดว่าไม่มีการหย่าร้างแน่นอนเธอหายไปจากชีวิตของเขาถึง 7 ปีแล้ววันนี้หล่อนได้มาเป็ภรรยาของเขา เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปอย่างแน่นอน
หลังจากนั้น พิมฐาก็ได้ขอตัวกับบ้านเพื่อไปเก็บข้าวของต่าง ๆ ของเธอ ที่เธอจำเป็ต้องใช้ในบ้านใหม่กับสามีของเธอและไปเอาของสำคัญ
หลังจากพิมฐาได้ออกจากห้องนี้ไปได้สักพักศุกลวัฒน์ก็ได้โทรไปหาเลขาส่วนตัวของเขา
ตรู๊ด ตรู๊ด…… เสียงดังได้ไม่นานปลายสายก็รับ และยิงคำถามโดยไม่ให้อีกฝ่ายตั้งหลักได้เลย “ท่านประธานเป็ไงบ้างครับ พวกมันทำอะไรท่านประธาน และได้รับาเ็ตรงไหนไหมครับผมติดต่อไปท่านก็เงียบหาย ผมเป็ห่วงท่านนะครับ แล้ว…” คนปลายสายพูดไม่หายใจและน้ำเสียงที่ลนลานด้วยความเป็ห่วงท่านประธานของเขา
“พอ … ฉันไม่ตายง่าย ๆเหรอ คุณเลขา” ศุกลวัฒน์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ดูไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจสักเท่าไร
“ได้ยินแบบนี้ ผมก็สบายใจครับ”คนปลายสายน้ำเสียงดูสบายใจขึ้น เมื่อได้ยินคำตอบที่ทำให้เขาสบายใจขึ้นทันที
“ช่วยหาบ้านแถวถนน Aเป็บ้านขนาดกลาง มี 2 ห้องนอนเอาเฟอร์นิเจอร์ไม่ต้องหรู แบบบ้านธรรมดา สไตล์อบอุ่น และไม่ต้องถามอะไรทำตามที่ผมบอกก็พอคุณเลขา” ถึงแม้ใจจริงอยากได้แค่ 1 ห้องนอนแต่ศุกลวัฒน์ คิดเขาจะอดเปรี้ยวกินหวาน เมื่อถึงเวลาพิมฐาจะเป็ของเขาทั้งกายและใจ
“ได้ครับ … ท่านประธาน”เลขาตอบตกลงโดยไม่ถามอะไรท่านประธานของเขาสักอย่าง ถึงแม่ในใจมีคำถาม 108 ก็ท่านประธานดักทางเขาถูกซะงั้น
ศุกลวัฒน์อยากลองใจช็อกภรรยาในอนาคตของเขาดูว่าถ้าเขาไม่ได้รวยเหมือนเธอ เธอจะยังจะอยู่กับเขาได้อีกไหมและถ้าเธอรู้ว่าคนที่เธอแต่งงานด้วยเป็แค่คนธรรมดาหาเช้ากินค่ำเธอยังจะแต่งงานด้วยไหม
………
รถแท็กซี่มาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ที่คนภายนอกรู้ดีว่าบ้านแห่งนี้เป็บ้านของเศรษฐีเก่าแก่ มีลูกสาวสวยระดับนางเอกหนังคนในบ้านเป็คนดี เมตตา ชอบช่วยเหลือคนยากคนจนเสมอ แต่เมื่อไม่นานมานี้คุณนายเ้าของบ้านได้เสียชีวิตลงด้วยโรคร้ายทำให้คุณผู้ชายได้พาภรรยาและลูกติดมาอาศัยอยู่ด้วย ทำให้ใครที่เคยเดือดร้อนมาขอผึ้งใบบุญกับโดนคุณนายคนใหม่ไล่เหมือนหมูเหมือนหมา….เลยไม่มีใครกล้าจะมาขอความช่วยเหลืออีกเลย…..
พิมฐา ได้มายืมอยู่หน้าบ้านของเธอที่เธอเคยอาศัยั้แ่เกิด แต่ทำไมมันไม่เหมือนเดิมั้แ่แม่เธอได้เสียชีวิตลงความสุขที่หาได้จากทุกมุมของบ้านหลังนี้ ตอนนี้ไม่มีแล้ว ั้แ่พวกมันเข้ามา…..
“กริ่ง”
“มาแล้วค่ะ”เสียงพี่บัวพี่เลี้ยง ที่ดูแลพิมฐามาั้แ่เล็ก ร้องขานรับเมื่อกดกริ่งไม่นาน
“คุณหนูนน”เมื่อพี่บัวหันหน้าพิมฐา ก็ะโกอดเข้าใส่ ด้วยความคิดถึงเพราะั้แ่เกิดเื่วันนี้ คุณหนูของเธอ ก็ไม่เคยกลับมาบ้านอีกเลยตอนมันก็สามเดือนแล้ว
พิมฐากอดตอบพี่บัวด้วยความคิดถึงเหมือนกัน
“คุณหนูของบัวไปไหนมาค่ะ… แล้วนี่ผอมลงเยอะเลยย … คุณหมูรู้ไหมว่าคุณพ่อ คิดถึงคุณหมูมากเลยนะคะ จริง ๆวันนั้นคุณหนูไม่จำเป็ออกจากบ้านไปเลย พวกมันต่างหากที่ต้องไสหัวออกจากบ้านกล้าไปเอา สร้อยเพชรของคุณผู้หญิงมาใส่ แล้ว…” พี่บัวพูดพลอยจับพิมฐาหมุนรอบ เพื่อจะได้เห็นทุกสัดส่วน
“ช่างมันเถอะค่ะพี่บัว” แล้วพิมฐาก็ได้มองไปในบ้าน และเหมือนพี่บัวจะอ่านใจคุณหนูของเธอออก
“อ่อพวกของส่วนบุญก็อยู่ได้บ้านนั้นละคะ ทำเป็กิ้งก่าได้ทอง วันๆ นะคะไม่ทำอะไรมีแต่ใช้เงินคุณท่าน แล้ว...” พิมฐายกมือห้ามไว้ก่อน ไม่นั้นพี่บัวคงคุยถึงวีรกรรมพวกของส่วนบุญอีกเยอะ
“พิมมาหาคุณพ่อท่านอยู่ไหมคะ”
“อยู่คะคุณท่านเห็นคุณหนู คงดีใจ” พี่บัวได้เดินนำพิมฐาไปหาคุณพ่อของเธอและเมื่อผ่านห้องรับแขก ก็ได้เห็นสองแม่ลูก นั่งดูทีวี ที่โซฟาตัวโปรดของคุณแม่เธอ
“คุณแม่คะ … อลินตาไม่ได้ฝาดไปใช่ไหมคะ”
“แก กล้ามากนะที่กลับมา.. แล้วนี่กลับมาทำไม อ่อ ไม่มีทางไปแล้วซินะ ไม่เหมือนที่พูดไว้เลยถ้าอยากอยู่บ้านหลังนี้นะ แค่กราบตีนฉัน ฉันจะยกโทษให้ แล้วบอกให้พ่อเธอยกโทษให้”คุณนายจิตรีพูดกับพิมฐาอย่างคนชนะ
“นี้มันบ้านคุณหมูพวกคุณแค่พวกอาศัย แล้ว…..” พิมฐายกมือห้ามพี่บัว
“มึงกล้าดีอย่างไงห๊ามึงอย่างโดนไล่ออก กับบ้านนอกไปเลี้ยววัวเลี้ยวควายไหม” อลินด่าพี่บัวด้วยความโกรธ แค่คนรับใช้กล้ามาขึ้นเสียงกับเธอ
“ได้สิฉันจะกราบเท้าเธอ” พิมฐาตอบ แต่พี่บัวกับห้ามดึงมือเธอไว้
“อย่างนะคะคุณหมู”ทั้งสองแม่ลูกได้ยินที่พิมฐาบอกจะกราบเท้าเธอ พวกหล่อนก็พากันหัวเราะ ชอบใจ
พิมฐาเดินไปทีละก้าวแล้วหยุดตรงหน้าแม่เลี้ยงที่เธอเกลียดหน้ามากที่สุด คิดหรือว่าคนอย่างเธอจะกราบเท้าคนเลว ๆ แบบนี้
เป็จังหวะที่คุณนายจิตรีหัวเราะและหันหน้าไปมองหน้าลูกสาวคนโปรดพิมฐาได้จิกหัวคุณนายจิตรีอย่างแรงจนเธอเซลงมานอนกลองกับพื้น แล้วพิมฐาก็เอาเท้าเหยียบไปที่ผมของเธอแล้วขยำ ๆ อย่างแรงเหมือนคุณนายจิตรีจะตั้งสติได้ เธอเลยกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งและร้องเรียนให้ลูกรักมาช่วยเธอ
ส่วนอลินที่ช็อคกับเหตุการณ์เมื่อก่อนกับไม่ได้ทันระวังตัวพี่บัวได้เข้ามาล็อกเธอจากด้านหลังเธอไม่สามารถไปช่วยแม่ของเธอได้…. นั้นทำให้เกิดความวุ่นวายขนาด ย่อย ๆ ในบ้านหรูที่คนมองจากภายนอก คนเข้ามาในบ้านคงมีแต่ความสุขเพราะมีความร่ำรวย มีอันจะกินไม่เหมือนพวกเขาที่ อดมื้อกินมื้อ แต่ความเป็จริงแล้ว ไม่ว่ารวยหรือจนก็มีความทุกข์และสุขปนกันไป ไม่มีใครทุกข์ตลอดไป และสุขตลอดไปนี้คือสัจธรรมของโลกใบนี้
“หยุด” เสียงคำรามดึงขึ้นทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก พิมฐาที่กำลังตบคุณนายจิตรีอยู่ก็ได้หยุดและพี่บัวที่ล็อคคออลินอยู่ก็ได้ปล่อยเธอเป็อิสระ
“โอ้ยยย คุณคะช่วยจิตรีด้วยค่ะ นางง … น้องพิมกลับมาบ้านแล้วก็มาโวยวายบอกว่าจิตรีแย่งคุณจากเธอไป” แล้วคุณนายจิตรีก็ได้บีบน้ำตาออกมาเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร
“ช่ายคะ คุณพ่ออลินกับคุณแม่เราพยายามจะคุยด้วยดี ๆ แต่พี่พิมก็เกิดเป็บ้า ไล่ตบตีคุณแม่แล้วอลินจะไปช่วยคุณแม่ แต่พี่บัวก็เขามาล็อคอลินไว้ไม่ให้ช่วยคุณแม่คะ”อลินไม่ได้แค่พูดเท่านั้น หล่อนยังทำท่ากลัว พิมฐาและร้องไห้ออกมา
“ตอแหลทั้งแม่และลูก…คุณผู้ชายคะ คุณหนูกลับมาดี ๆ แล้วทั้งสองคนกลับมาด่ามาว่าคุณหนูอีคุณนายยังจะให้คุณหมูกราบตีนมันอีกแล้วว….”
“หยุด…….ไม่ต้องพูดแล้ว…บัวเธอเป็แค่คนใช้ ที่อยู่มานาน อย่างคิดว่าจะทำอะไร หรือพูดอะไรก็ได้นะนี่มันเมียและลูกของฉัน”
เมียกับลูกนั้นหรอนี้คงเป็ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบสินะส่วนฉันคงเป็ส่วนเกินของบ้านหลังนี้ไปแล้วสินะ พิมฐายิ้มเยาะในใจ
“แกกลับมาทำไมกลับมาก็สร้างแต่เื่ สร้างแต่ปัญหา”นี้หรือคือคำที่พูดกับลูกที่หายหน้าไปสามเดือน ตลกสิ้นดี
“หนูกลับมานี้ที่ก็เพราะจะมาเก็บของสำคัญ”
“แกจะไปไหนอีก”
“หนูจะแต่งงาน….”