เมื่อได้เบาะแสจากพยานไร้เสียงพิมพ์นลินไม่รอช้า เธอติดต่อกับ ลุงหมาย ชายไร้บ้านผู้มีสายตาและเครือข่ายคนไร้บ้านอยู่ทั่วทุกมุมถนนลุงหมายรับเศษผ้าไปดูและพิจารณาลักษณะอย่างตั้งใจ ก่อนจะออกสืบข่าวในคราบคนเก็บขยะกวาดสายตาไปตามร้านยาดองและบ่อนไก่
เพียงไม่ถึงสองวัน ลุงหมายก็กลับมารายงานด้วยรอยยิ้ม
"เจอมันแล้วคุณนลิน!ชื่อไอ้ชาติ สมุนเสี่ยสุชาติ จู่ๆ วันนี้มันก็ใส่กางเกงยีนส์ตัวโปรดที่ขาดเป็นรอยฟันหมาตรงน่องแถมขาข้างนั้นยังเดินกะเผลก ไปซื้อยาที่ร้านขายยาในตลาด!"
ได้ตัวคนร้ายแล้วแต่พิมพ์นลินรู้ดีว่าการบุกไปลุยเดี่ยวหรือใช้กำลังมีแต่จะทำให้ไก่ตื่นเธอจึงเลือกใช้ เทคโนโลยีซ้อนกล และแผนการอันแยบยลซึ่งเสี่ยสุชาติติดกับทันที
พิมพ์นลินให้คนไปส่งกล่องของขวัญหรูหราถึงโต๊ะทำงานเสี่ยสุชาติพร้อมจดหมายไร้ชื่อที่เขียนข้อความแทงใจดำ
“ยินดีด้วยกับความสำเร็จในโครงการใหม่...เหล้ารสเลิศขวดนี้เหมาะสำหรับเอาไป 'รางวัล' คนทำงานเสี่ยงตาย เพื่อให้พวกมันสงบปากสงบคำและจงรักภักดีตลอดไป”
เสี่ยสุชาติเป็นคนอีโก้สูงและมีศัตรูกับหุ้นส่วนมืดเยอะเมื่อเห็นของขวัญลึกลับที่รู้ทันงานของตน เขาจะไม่กล้ากินเองเพราะระแวงแต่ความโลภและความฉลาดแกมโกงจะทำให้เขาคิดว่า
"ในเมื่อมีคนส่งเหล้ามาให้ฉลองงั้นก็เอาเหล้าขวดนี้แหละหิ้วไปให้ลูกน้องที่เซฟเฮาส์ ถ้าเหล้ามีพิษลูกน้องก็รับเคราะห์แทน ถ้าไม่มีพิษ ลูกน้องก็จะจงรักภักดีและไม่ปากโป้ง ได้ประโยชน์ทั้งคู่"
พิมพ์นลินนำเครื่องดักฟังและไมโครจีพีเอส(GPS) ขนาดจิ๋วเท่าเม็ดกระดุมแอบฝังไว้ใต้ขวดเหล้าต่างประเทศราคาสูง จากนั้นเธอจัดการปลอมตัวอย่างเนียนกริบด้วยชุดพนักงานขนส่งสินค้าสวมหมวกแคปและแมสก์ปิดบังใบหน้า ก่อนจะทำทีนำพัสดุ "เหล้าขวดหรูพร้อมคูปองชิมฟรี"ไปส่งให้ที่รังซ่อนตัวของไอ้ชาติและแก๊งลูกน้องตามที่อยู่ที่เสี่ยสุชาติให้มา
"พี่ครับมีผู้ใหญ่ใจดีส่งเหล้ามาฉลองผลงานให้ครับ!" พิมพ์นลินสวมรอยดัดเสียงปลอมเป็นคนส่งของแจ้งชื่อผู้ส่งแบบกำกวมแล้วรีบถอยออกมาทันที
++++++++++
ยามดึกในห้องทำงานของภาคิน พิมพ์นลิน ภาคิน และหมอทิวากรนั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์และหูฟังไร้สายที่เชื่อมสัญญาณตรงมาจากรังของคนร้ายเสียงหัวเราะครื้นเครงจากการกินเลี้ยงฉลองสลับกับเสียงแก้วกระทบกันดังผ่านลำโพงก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือของไอ้ชาติจะดังขึ้น
‘ฮัลโหลครับเสี่ย...ครับ เหล้าอร่อยมากครับเสี่ย!’ เสียงไอ้ชาติเอ่ยอย่างประจบประแจง
ลำโพงขยายเสียงปรับสัญญาณชัดเจนจนกระทั่งเสียงทุ้มเหี้ยมอันคุ้นหูของ เสี่ยสุชาติ ดังแทรกเข้ามาผ่านสายโทรศัพท์
‘เออ!กินกันให้เต็มที่ ผลงานเผามูลนิธินั่นทำได้ดีมาก กองเพลิงวายวอดสมใจกูจริง...พรุ่งนี้มึงมารับเงินค่าจ้างส่วนที่เหลืออีกสองแสนนะไอ้ชาติแล้วเก็บปากมึงให้เงียบที่สุด รู้ไหม!’
‘ขอบคุณครับเสี่ย!รับรองเงียบกริบแน่นอนครับ!’
พิมพ์นลินกดปุ่มบันทึกเสียงระบบดิจิทัลลงแฟลชไดร์ฟทันทีที่สิ้นสุดการสนทนาเธอหันไปยิ้มร่าให้ภาคินพลางชูหลักฐานไฟล์เสียงที่มัดตัวพวกมันขึ้นมา
"หลักฐานมัดแน่นทั้งพยานวัตถุพยานไร้เสียง และคลิปเสียงสารภาพเรื่องค่าจ้างเผามูลนิธิ..."
พิมพ์นลินยักคิ้วให้แฟนหนุ่มอย่างซุกซนอวดตัวนิดๆ
"ทีนี้เสี่ยสุชาติได้ย้ายไปนอนในคุกก่อนสามสิบวันแน่นอนค่ะพี่คิน!"
++++++++++
เส้นตายแห่งการย้ายออกถูกร่นให้กระชั้นชิดขึ้นเมื่อเสี่ยสุชาติ ก้าวเข้ามาพร้อมกับทนายความประจำตัวและตำรวจท้องที่คู่ใจชายวัยกลางคนร่างอ้วนฉุยิ้มเยาะอย่างถือดี สายตามองป้าย “มูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขา” ที่เหลือเพียงเศษซากด้วยความเหยียดหยาม
"ครบกำหนดผ่อนผันแล้วนะทนายภาคิน!"เสี่ยสุชาติส่งเสียงตะคอกพลางโยนเอกสารสิทธิ์และหนังสือสัญญาหนังสือยินยอมย้ายออกลงบนโต๊ะพลาสติกชั่วคราว
"เซ็นชื่อยอมรับการย้ายออกซะดีๆวันนี้กูพาเจ้าหน้าที่มาตรวจรับพื้นที่คืน ถ้าไม่เซ็นจะถือว่าขัดขืนและดำเนินคดีข้อหาบุกรุกทันที!"
ภาคินในชุดสูทเรียบหรูยืนเผชิญหน้าอย่างสงบนิ่งเขาพยายามใช้ข้อกฎหมายและระเบียบขั้นตอนการเวนคืนพื้นที่มาพูดคุยต่อรองกางข้อบังคับและกฎหมายแพ่งมาประวิงเวลาอย่างสุดความสามารถนัยน์ตาคมใต้กรอบแว่นฉายแววเครียดขึงเมื่อฝ่ายตรงข้ามมีตำรวจมาคอยหนุนหลังจนหมอทิวากรและพิมพิกาเริ่มหน้าเสีย
"ข้อบังคับการคืนพื้นที่ต้องมีคำสั่งศาลชั้นต้นอย่างเป็นทางการครับเสี่ยการพาเจ้าหน้าที่มาบีบบังคับให้เซ็นเอกสารแบบนี้ ถือเป็นการข่มขู่..."
ภาคินพยายามยื้อเวลาอย่างหนักแน่นแต่เสี่ยสุชาติกลับยกมือขัดขึ้นอย่างไม่แคร์
"ไร้สาระ!กูไม่รอศาลอะไรทั้งนั้น เซ็นซะ!"
"ไม่มีใครต้องเซ็นอะไรทั้งนั้นค่ะ!"
เสียงฉะฉานของพิมพ์นลิน ดังขึ้นทลายความตึงเครียด หญิงสาวก้าวเข้ามากลางวงล้อมอย่างเด็ดเดี่ยวโดยมี เจ้าดุ๊กดิ๊ก สุนัขพันธุ์ทางจอมซนเดินสะบัดหางคลอเคลียอยู่ข้างกายนลินชูไอแพดในมือขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
"คุณนลินอย่ามาเกะกะการทำงานของเจ้าหน้าที่!" ทนายฝ่ายเสี่ยสุชาติตะคอกสั่ง
"เกะกะเหรอคะ? แต่ดิฉันคิดว่าสิ่งที่อยู่ในไอแพดเครื่องนี้จะทำให้พวกคุณต้องเรียกรถพยาบาลมารับเสี่ยมากกว่านะ" พิมพ์นลินยักคิ้วก่อนจะกดเปิดไฟล์วิดีโอหลักฐานกลางโต๊ะ
ภาพแรกที่ปรากฏคือคลิปวิดีโอวงจรปิด จากร้านขายของชำไกลๆ ที่ ลุงหมาย ชายเร่รอนช่วยวิ่งวุ่นหามาให้เผยให้เห็นรถกระบะของไอ้ชาติ ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยสุชาติขับมาซุ่มจอดใกล้มูลนิธิตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุไฟไหม้
"แค่ภาพรถจะไปพิสูจน์อะไรได้!"เสี่ยสุชาติแค่นหัวเราะ แม้เหงื่อเม็ดโตจะเริ่มซึมตามซอกคอ
"ก็นั่นน่ะสิคะ...แต่ถ้าผสมกับ สัญญาณ GPS และไฟล์เสียงบันทึกการโทร ล่าสุดล่ะ?"
นลินกดเล่นไฟล์เสียงดักฟังทันทีเสียงของเสี่ยสุชาติดังลั่นผ่านลำโพงไอแพดชัดเจนจนตำรวจที่ยืนข้างๆ ถึงกับชะงัก ‘ผลงานเผามูลนิธินั่นทำได้ดีมาก...พรุ่งนี้มึงมารับเงินค่าจ้างส่วนที่เหลืออีกสองแสนนะไอ้ชาติ’
เสี่ยสุชาติหน้าเสียร่างอ้วนฉุสั่นสะท้าน
"นี่มัน...คลิปเสียงตัดต่อ! มโนขึ้นมาทั้งนั้น!"
"งั้นเจอหลักฐานเด็ดชิ้นนี้หน่อยเป็นไงคะ"