ตอนที่3 เหตุการ์ณสุดคับขัน
เวลาประมาณสิบนาทีบนลานหินแคบๆ ผ่านไปท่ามกลางเสียงนกแสกและเสียงสายน้ำไหลเชี่ยวที่สะท้อนมาจากก้นเหวเบื้องล่าง ริวใช้ไหวพริบดึงใบสาบเสือที่ขึ้นอยู่ใกล้แง่หินมาขยี้จนน้ำสีเขียวเข้มกลิ่นฉุนลอยคลุ้ง ข้อมูลสมุนไพรพื้นบ้านที่น้าหลินเคยสอนถูกนำมาใช้จริง
เด็กชายแปะสมุนไพรลงบนาแหน้าแข้งของตัวเองและช่วยทาลงบนรอยแผลลึกที่ท่อนแขนของน้าสาว ความแสบจี๊ดแล่นพล่านจนต้องสูดปาก แต่ในไม่ช้า เืสีแดงสดที่เคยไหลซึมก็เริ่มจับตัวแข็งและปิดสนิทลง
น้าหลินยืดกายลุกขึ้นยืน พลางดึงย่ามขัดตะกร้าหวายขึ้นสะพายหลังอีกครั้ง แววตาของเธอแสดงความซาบซึ้งในความเก่งและกล้าหาญของหลานชาย
“เอาล่ะริว าแแห้งดีแล้ว รวบรวมแรงฮึดกันอีกตั้งนะ ครึ่งทางหลังจากนี้แหละของจริง”
ทัศนียภาพหลังจากจุดพักครึ่งทาง เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เส้นทางบีบตัวกว้างขึ้นกว่า่แรกเล็กน้อยจนสามารถเดินขนานกันได้ในบางจุด ทว่าความน่ากลัวกลับทวีคูณเพราะมันเปลี่ยนจากทางลาดลงเป็เส้นทางไต่ระดับสูงชันขึ้นสู่ยอดสันเขา
สภาพพื้นผิวเต็มไปด้วยก้อนหินปูนทรงกลมขนาดมหึมาจำนวนนับไม่ถ้วนที่วางเรียงรายสลับซับซ้อน ดินป่าที่เปียกชื้นทำให้หินเหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีเขียวจัดจนมันวาว ราวกับถูกเคลือบด้วยน้ำมัน
เบื้องล่างของทางปีนป่ายอันลาดชันนี้ คือหน้าผาตัดตรงดิ่งสู่แอ่งน้ำวนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็จุดรองรับกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่ไหลมาจากต้นน้ำชั้นบน หากใครคนใดคนหนึ่งก้าวพลาด ลื่นไถลจากก้อนหินตะไคร่เหล่านี้ ร่างจะกลิ้งหล่นลงไปตามแรงโน้มถ่วงและร่วงกระแทกลงสู่สายนทีเบื้องล่างที่ไม่มีทางรอดชีวิตได้เลย
“ริว... ดูรอยเท้าบนก้อนหินที่น้าเหยียบนะ เลือกก้อนที่มีเศษดินปนอยู่ อย่าไปเหยียบตรงที่มีตะไคร้เขียวๆ เด็ดขาด”
น้าหลินเตือนเสียงพร่า สองมือของเธอเกาะเกี่ยวรากไม้ไผ่ป่า้าพยุงตัวไต่ขึ้นไปอย่างทุลักทุเล
ริวกัดฟันกรอด ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้ขาสองข้างหนักอึ้งเหมือนมีเหล็กถ่วง แต่สมองที่ฉลาดเฉลียวของเขายังคงทำงานด้วยความเฉียบคม
ริวใช้ไม้ไผ่คู่กายปักลงในช่องว่างระหว่างซอกหินเพื่อตรวจเช็กความมั่นคงก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวตาม ทุกก้าวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกดดัน เหงื่อเม็ดโตไหลหยดลงบนพื้นหินตะไคร่จนภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน ทั้งสองประคองช่วยเหลือกัน
ปีนป่ายคืบหน้าไปทีละคืบ ทีละเมตร อย่างยากลำบากกระสับกระส่าย จนกระทั่งขยับเข้าใกล้่ท้ายของเส้นทาง ร่องผาเสือเริ่มเปิดกว้างออกสู่ป่าโปร่งที่มีทัศนียภาพกว้างขวาง แสงแดดรำไรเริ่มสาดส่องลงมากระทบผิว กิโลเมตรสุดท้ายของการเอาชีวิตรอดอยู่ตรงหน้าแล้ว น้าหลินเอื้อมมือไปคว้าเถาวัลย์เส้นใหญ่เตรียมจะดึงตัวขึ้นสู่ลานดินราบเบื้องบน
“แปร๋นนนนนนนนนนนนนนน!!”
เสียงร้องแหลมสูงทรงพลังดังกึกก้องจนแผ่นดินรอบด้านสั่นะเื เืในกายของสองน้าหลานแทบหยุดหมุน ทันทีที่เสียงสิ้นสุดลง พุ่มไม้หนาบดบังสายตาที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเส้นทางดงกล้วยป่า่ปลายทางก็ถูกกระชากออกอย่างรุนแรง
เผยให้เห็นร่างมหึมาของช้างป่าเพศเมียขนาดใหญ่โตพ่วงพี งาคู่สั้นสีงาช้างชี้ตรงมา ท่าทางของมันส่ายหัวไปมาด้วยความหงุดหงิด แววตาดุร้ายจับจ้องตรงมายังผู้บุกรุกทั้งสองที่เพิ่งโผล่พ้นร่องผาขึ้นมา
มันคือช้างป่าแม่ลูกอ่อนจากฝูงเดิมที่คาดไม่ถึงว่าจะเดินตัดอ้อมร่องเขามาโผล่ดักหน้า ที่ปลายทางลัดนี้พอดี! สถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุด ด้านหลังคือหน้าผาหินตะไคร่ลาดชันดิ่งสู่แอ่งน้ำเชี่ยว ส่วนเบื้องหน้าในระยะไม่ถึงสิบเมตรคือสัตว์ใหญ่ผู้เกรี้ยวกราดที่พร้อมจะพุ่งเข้าขยี้ทุกสิ่ง!
ความเงียบงันอันน่าสยดสยองเข้าปกคลุมชั่วขณะ แววตาของช้างป่าแม่ลูกอ่อนตัวมหึมาจ้องเขม็งมาที่สองน้าหลานอย่างไม่วางตา มันขยับใบหูขนาดใหญ่กางออก น้าหลินเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุด หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ในสมองพยายามขบคิดหาทางหนีทีไล่อย่างเอาเป็เอาตาย ทว่าในสถานการณ์ที่หน้าผาหินตะไคร่อยู่ข้างหลังและสัตว์ร้ายอยู่ข้างหน้า มันแทบไม่มีทางออกใดๆ เลย
แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้น เด็กชายวัยสิบขวบผู้มีไหวพริบกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ริวไม่ยอมอยู่เฉยๆ ให้กลายเป็เป้าโจมตีพร้อมกับน้าสาว สัญชาตญาณและการประมวลผลอันรวดเร็วทำให้เขารู้ว่าถ้าอยู่ตรงนี้ด้วยกันจะตายทั้งคู่
ริวรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี ะโพุ่งตัวออกไปทางด้านข้าง เหยียบลงบนก้อนหินปูนก้อนใหญ่ที่ไม่มีตะไคร่น้ำอย่างแม่นยำ ก่อนจะเริ่มโบกไม้ไผ่ในมือไปมาและส่งเสียงะโลั่นป่า
“เฮ้! ทางนี้! มาทางนี้ไอ้ตัวใหญ่!” เสียงเล็กๆ ของเด็กชายดังสะท้อนก้องร่องผาเสือ
“ริว! อย่า! กลับมา!” น้าหลินหวีดร้องเสียงหลง พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าตัวหลานชายไว้ แต่ก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า
เสียงะโและท่าทางคุกคามของริวได้ผลชะงัด ช้างป่าแม่ลูกอ่อนหันขวับมาทางเสียงทันที มันร้องแปร๋นลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทาย ร่างมหึมาพุ่งทะยานเข้าหาเด็กชายวัยสิบขวบด้วยความเร็วที่น่ากลัว กิ่งไม้หนามและต้นกล้วยป่าหักระเนระนาดตามแรงปะทะของมัน
ริวรีบหันหลังแล้วออกวิ่งล่อ ช้างป่าไปด้วยสปีดทั้งหมดที่เขามี โดยขยับออกห่างจากทิศทางที่น้าหลินอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ
การวิ่งไล่จับระหว่างสัตว์ร้ายกับเด็กชายดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางภูมิประเทศอันโหดร้าย ริวอาศัยความคล่องแคล่วและไหวพริบ มุดลอดผ่านช่องหินและพุ่มไม้แคบๆ เพื่อถ่วงเวลา แต่ช้างป่าก็ยังคงตามติดเขามาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 200 เมตร
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมันที่เหยียบย่ำดินโคลนและหินดังใกล้เข้ามาในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นชื้นของมันแทบจะรดแผ่นหลังของเด็กชายอยู่รอมร่อ เบื้องหน้าของริวคือขอบหน้าผาชันที่ด้านล่างเป็แอ่งน้ำวนขนาดใหญ่
กระแสน้ำเชี่ยวกรากกำลังส่งเสียงคำราม สายตาของเด็กชายเหลือบไปเห็นเถาวัลย์เส้นโตที่ห้อยย้อยลงมาจากต้นไม้ใหญ่ริมหน้าผา สมองอันชาญฉลาดสั่งการให้เขาใช้มันเป็ทางรอด ริวสปริงข้อเท้าะโลอยตัวขึ้นกลางอากาศ มือทั้งสองข้างเอื้อมคว้าจับเส้นเถาวัลย์ไว้อย่างมั่นคงเพื่อตั้งใจจะโหนตัวข้ามไปยังชะง่อนหินอีกฝั่ง
ทว่าความจริงกลับไม่เป็อย่างที่เขาคิด
แกร่ก... ครืนนนน!
เถาวัลย์เส้นนี้เป็เถาวัลย์เก่าแก่ที่ยืนต้นตายและฝังรากอยู่ในดินปนทรายมานานจนรากของมันผุกร่อนอย่างขีดสุด เมื่อต้องรองรับน้ำหนักและแรงเหวี่ยงของเด็กชาย รากที่ยึดโยงอยู่บนยอดผาจึงขาดสะบั้นลงทันที ร่างของริวหลุดลอยและร่วงดิ่งลงสู่เบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วง
“อ๊ากกกกก!”