ณ บ้านตระกูลหลิน บ้านตระกูลหลินนั้น เป็บ้านที่สร้างจากอิฐดินเหนียวหลังคามุงด้วยหญ้าฟางไม่ต่างจากบ้านหลังอื่นๆ ในหมู่บ้าน แต่เดิมเป็เพียงบ้านห้องเดียวอยู่รวมกัน เดิมทีสมาชิกในครอบครัวก็มีเพียงสองสามีภรรยา หลินปู้และนางจ้าว บุตรชายสองคน หลินต้าหลาง หลินเอ้อหลาง และบุตรสาวคนเล็ก หลินกุ้ยเหมย ต่อมา เมื่อหลินต้าหลาง และหลินเอ้อหลางต่างก็มีครอบครัว บ้านก็ถูกขยายออกไปเพิ่ม อีกสามห้อง เพื่อแบ่งให้ลูกทั้งสามคน
"เอ๊ะ! เกิดอะไรขึ้น นั่นไม่ใช่เสี่ยวหว่านหรือ โจวลิ่วเ้าอุ้มนางเช่นนั้นได้อย่างไร หญิงชายไม่ควรใกล้ชิด เ้าไม่รู้หรือ กล้าทำเื่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน " ทันทีที่ก้าวเข้าประตู เสียงแหลมแสบแก้วหูของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้น นั่นก็คือ นางิซื่อผู้เป็อาสะใภ้ของหลินเสี่ยวหว่าน เสียงนั้นดังราวกับ้าประกาศให้ทั้งหมู่บ้านได้รับรู้
โจวลิ่วที่อุ้มร่างของหลินเสี่ยวหว่านเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ถึงกลับชะงักฝีเท้า เกิดความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
" ท่านอาสะใภ้ ไม่ใช่นะขอรับ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่หมดสติไป พี่โจวลิ่วจึงช่วยพานางมาส่ง " เสี่ยวเฉิน แม้จะไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของนางิซื่อ แต่ก็ยังพอรู้จักสังเกตสีหน้าคน มองดูท่าทีของพี่โจวลิ่วแล้วเขาก็เข้าใจว่าสิ่งที่อาสะใภ้พูดนั้นคงไม่ใช่เื่ดี
โจวลิ่วชะงักเพียงครู่ ก็ได้สติ เขาไม่สนใจคำพูดของนางิซื่อ ทำเพียงก้าวเดินต่อไปยังห้องห้องหนึ่งของบ้าน
เพราะเสียงเอะอะโวยวาย ทุกคนที่อยู่ในบ้านจึงเริ่มออกมาดู รวมถึงชาวบ้านระแวกใกล้ๆ ก็ตามมาดูเหตุการณ์ที่หน้าบ้านหลินด้วยเช่นกัน
หลินเสี่ยวชิงที่กำลังรดน้ำผักอยู่ที่สวนหลังบ้าน หลังได้ยินเสียงนางิซื่อ ก็รีบเดินออกมาดูเช่นกัน ภาพที่เห็นทำให้เด็กหญิงอายุ เจ็ดปีถึงกับหน้าขาวซีด พี่ใหญ่ของเธอถูกอุ้มเข้ามา แขนข้างหนึ่งตกลู่ลงด้านข้างอย่างไร้การควบคุม พี่รองเองก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น
เด็กสาวใสุดขีด เธอพุ่งตัวเดินตามเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว โจวลิ่ววางร่างของหลินเสี่ยวหว่านไว้บนเตียงเก่าๆ ที่ตั้งอยู่ในห้อง ข้างๆกันนั้นยังมีร่างของชายอีกคนที่นอนไม่ได้สติเช่นกัน
"พี่ใหญ่ " หลินเสี่ยวชิงที่กำลังตื่นตระหนก ทรุดนั่งลงข้างพี่สาว "พี่รอง เกิดอะไรขึ้นทำไมพี่ใหญ่เป็แบบนี้ "
" ข้า ข้า ข้าก็ไม่รู้ ข้ากับพี่ใหญ่ช่วยกันเก็บฟืน พอหันมาอีกทีพี่ใหญ่ก็นอนไม่ได้สติอยู่ที่พื้นแล้ว ฮือๆๆ "
" เสี่ยวเฉิน เสี่ยวชิงไม่ต้องกังวล พ่อของข้าไปตามหมอหลู่มาแล้วไม่นานก็คงจะมา " โจวลิ่วเห็นทุกคนมีสีหน้ากังวลก็รีบเอ่ยปลอบใจ
" นี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วจะตามหมออะไรกัน " เสียงสตรีผู้หนึ่งดังออกมาจากด้านหน้าประตู ทุกคนในห้องจึงหันไปมอง และเพราะเป็การมองย้อนแสง ภาพของหญิงตรงหน้าประตูจึงเห็นเพียงเงาทะมึนเงาหนึ่ง ซึ่งฟังจากเสียงก็บอกได้ว่านั่นก็คือ นางจ้าว ผู้เป็ย่าของเด็กทั้งสาม
" ท่านย่า พี่ใหญ่หมดสติไป ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลยขอรับ ลุงโจวบังเอิญไปพบเข้าเลยไปช่วยตามหมอหลู่ให้ " เสี่ยวเฉินเป็คนอธิบาย
" หมดสติงั้นหรือ! " นางจ้าวตวาดลั่นน้ำเสียงแสดงความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะเอ่ยต่อว่า
" พ่อเ้าก็หมดสติ พี่ใหญ่เ้าก็หมดสติ นี่ยายแก่อย่างข้า ต้องเลี้ยงดูพวกไร้ประโยชน์อย่างพวกเ้าไปถึงเมื่อใดกัน " นางจ้าวเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเป็ทุกข์หนักหนา
" ไร้ประโยชน์ ครอบครัวข้าไร้ประโยชน์อย่างใด ที่พ่อข้าต้องเป็แบบนี้ก็ไม่ใช่เพราะท่านย่าหรอกหรือ ครอบครัวของเราทำงานทุกอย่าง ทำมากกว่าครอบครัวอารอง ทำมากว่าอาเล็กด้วยซ้ำ " หลินเสี่ยวชิงเมื่อได้ยินผู้เป็ย่าพูดเช่นนั้นก็เอ่ยแย้งทันที
" นี่ เ้า ๆ พูดจากับผู้ใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร อกตัญญูๆจริงๆ " นางจ้าวถูกหลานสาวพูดย้อนเช่นนั้นก็โมโหเดือดดาล ชี้หน้าเด็กสาวอย่างเอาเื่ตั้งท่าเตรียมเข้ามาในห้องหมายจะทุบตี
จังหวะเดียวกันก็มีคนะโขึ้นเสียก่อน " ท่านหมอหลู่มาแล้ว " เพราะเสียงะโของนางิซื่อในตอนแรก ทำให้ตอนนี้มีคนมุงดูอยู่ที่หน้าบ้านนับสิบคน เมื่อเห็นหมอหลู่มาผู้คนก็แหวกทางให้
ไม่นานหมอหลู่ที่ผู้คนพูดถึงก็เดินแบกกล่องยาเข้ามาในลานบ้าน ด้านหน้าที่เดินนำมา ก็คือ ลุงโจวซาน ผู้รับหน้าที่ไปตามหมอ
หมอหลู่นั้นเป็ชายอายุราวสี่สิบกว่าๆ เดิมทีเป็ลูกจ้างในโรงหมอเล็กๆ ต่อมาเ้าของโรงหมอกลัวในาจึงปิดร้านอพยพไป หมอหลู่จึงมาจั้งรกรากอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ อาศัยความรู้เล็กน้อยด้านสมุนไพรและการรักษา รับรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ของคนในหมู่บ้าน บางครั้งก็เข้าป่าเก็บสมุนไพรเพื่อนำไปขาย
หมอหลู่เดินเข้ามาในห้องอย่างคุ้นเคย ก่อนหน้านี้เขาก็เคยมาดูอาการหลินต้าหลาง ที่พลัดตกจากหลังคาจนสลบไป เดิมทีคิดว่าเพียงแค่แขนหัก แต่น่าแปลกที่ผ่านมาหลายวันก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น หมอหลู่เองก็จนปัญญาน่าเสียดายที่เขาไม่ได้มีความรู้ความสามารถมากพอที่จะรักษาได้ วันนี้ถูกไปตามว่าเด็กสาวบ้านหลินหมดสติเขาจึงต้องรีบมา
เดิมทีได้ยินว่ามารักษาคนที่บ้านหลิน หมอหลู่ก็ไม่อยากมา เนื่องจากรำคาญปากของนางจ้าว แต่ที่มาก็เพราะเห็นแก่โจวซานที่ไปตาม อีกอย่างหลินต้าหลางก็นับว่าเป็คนดีคนหนึ่งเขาจึงยอมมา
เมื่อเห็นหมอหลู่เดินเข้ามา เสี่ยวเฉิน เสี่ยวชิง ที่นั่งล้อมรอบเตียงอยู่ก็หลบไปอยู่ด้านข้างเพื่อให้หมอหลู่เข้ามาตรวจอาการพี่สาว
เสียงบ่นด่าพึมพำของนางจ้าวก็ยังได้ยินมาเป็ระยะ แต่เพราะมีชาวบ้านหลายคนมามุงดูอยู่ นางจ้าวจึงไม่ได้ส่งเสียงดังมากนัก
ผ่านไปครู่หนึ่ง หมอหลู่ก็ตรวจอาการเสร็จเรียบร้อย
" ท่านหมอ พี่ใหญ่ของข้าเป็เช่นไรบ้าง " เสี่ยวชิงสาวน้อยที่ใจร้อนที่สุดเอ่ยถามขึ้นก่อนใคร เสี่ยวเฉินเองก็จ้องไปที่หน้าหมอหลู่อย่างอยากรู้เช่นกัน โจวซานกับโจวลิ่วสองพ่อลูก ก็มองไปที่หมอหลู่อย่างรอคำตอบไม่ต่างกัน
หมอหลู่ถูกทุกคนในห้องจับจ้องเป็ตาเดียวเช่นนั้น ก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ได้แต่ต้องรีบบอกว่า
" เอาล่ะๆ เลิกจ้องข้าเสียที แม่หนูเสี่ยวหว่านนี้ไม่เป็อะไรมาก เพียงร่างกายอ่อนแอและพักผ่อนน้อยเท่านั้น ให้นางพักผ่อนให้มากหน่อย แล้วก็บำรุงร่างกายให้ดีเดี๋ยวก็แข็งแรงเหมือนเดิม " หมอหลู่ตอบอย่างใจเย็น ก่อนจะเหลือบตามองดูร่างกายซูบผอมของสามพี่น้องก็ให้นึกเวทนา
" ขอบคุณท่านหมอ ๆ " เสี่ยวเฉินได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกยินดี รีบเอ่ยขอบคุณเป็การใหญ่ เสี่ยวชิงเองก็เช่นกัน
"ท่านย่า พี่สาวข้าทำงานเหน็ดเหนื่อย จนหมดสติไป ท่านรีบจ่ายค่ารักษาให้ท่านหมอหลู่ซิ " เสี่ยวชิง รีบเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเหลือบไปเห็นว่านางจ้าวทำท่าจะหันหลังหลบไป
" จ่ายค่ารักษางั้นหรือ เพียงหมดสติไป ใครให้พวกเ้าตื่นตูมไปตามหมอ แค่ค่ารักษาพ่อเ้าก็สูบเอาสมบัติที่ยายแก่อย่างข้าเก็บสะสมไว้จนหมดแล้ว ใครเป็ผู้ไปตามมา ก็รับผิดชอบเองเถอะ " พูดจบนางจ้าวก็หันหลังกลับเข้าไปในห้องของตนเองทันที
นางิซื่อที่คอยเป็ลูกคู่อยู่ข้างกันก่อนหน้า ก็หันมาพยักหน้ารับ " ใช่ ผู้ใดไปตามหมอมาก็รับผิดชอบเองเถอะ " พูดจบก็สะบัดหน้าหนีเดินจากไปเช่นกัน
เสี่ยวเฉิน เห็นทุกคนจากไปก็หน้าเสีย เขาหันมามองหน้าหมอหลู่ กับลุงโจวอย่างรู้สึกผิด
" ท่านหมอหลู่ เื่ค่ารักษาพวกเราขอติดไว้ก่อนได้หรือไม่ หากมีเงินข้าจะรีบชดใช้ให้ท่านหมอทันที " เสี่ยวเฉินรีบเอ่ยกับหมอหลู่อย่างละอาย
หมอหลู่ยิ้มน้อยๆ ยกมือไปลูบหัวของเสี่ยวเฉินอย่างเอ็นดู "ไม่เป็ไรหรอก เพียงตรวจรักษาเล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้จ่ายยาอะไร ว่าแต่ยาของพ่อเ้า กินหมดหรือยัง"
" ขอบคุณท่านหมอ ยาของท่านพ่อ ยังไม่หมดเ้าค่ะ " เสี่ยวชิงเอ่ยตอบน้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจ พูดคุยกันไม่นานหมอหลู่ และ สองพ่อลูกตระกูลโจวก็ลากลับไป