ตอนที่4
หลังจากนี้
วันต่อมา
หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากข้างนอกหน้าต่าง…
มันเป็เสียงของนก
เธอขยี้ตาก่อนจะลุกขึ้นนั่งและหันไปมองผู้ชายที่นอนคว่ำหน้าอยู่ด้านข้างจันทร์เ้าจำเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้ชัดเจนมันเป็อะไรที่ร้อนแรงและไม่คุ้นเคย ความสุขสมที่ไม่เคยเจอสามารถทำให้เธอโหยหามันอีกครั้งได้อย่างหน้าไม่อายหางตาเห็นบางอย่างเป็รอยเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอน ถ้าจำไม่ผิดนั่นคงเป็เืพรหมจรรย์ของเธอ
น่าอายชะมัด!! ทำไมปล่อยตัวขนาดนี้นะ!!
ครืดครืด ครืด ครืด
เสียงโทรศัพท์สั่นทำให้จันทร์เ้าตั้งสติหันไปหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียงขึ้นมาดูแต่ก็เห็นกระดาษใบหนึ่งวางอยู่ที่โต๊ะเธอหยิบขึ้นมาดูเห็นประโยคถูกเขียนด้วยปากกาสีดำ ‘ติดต่อกลับหาผมด้วยครับ’พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์
เขาตื่นขึ้นมาก่อนเธอเหรอถึงได้มีเวลาวางกระดาษทิ้งไว้ตรงนี้
ครืดครืด ครืด ครืด
เสียงโทรศัพท์เรียกให้เธอละความสนใจจากกระดาษใบนั้นเพื่อให้ความสำคัญกับเวลาตรงหน้า
ให้ตายสิ!!สิบโมงแล้ว!!
จันทร์เ้ารีบลุกขึ้นลงจากเตียงเร็วไปหน่อยทำให้เห็นสภาพเนื้อตัวเปลือยเปล่าจึงคว้าเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมาแนบอกเพื่อปกปิดส่วนสำคัญก่อนจะวิ่งไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
เธอใช้เวลาแค่แป๊บเดียวก็อาบน้ำสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยจากนั้นก็เดินไปหยิบกระเป๋าที่เก้าอี้แล้วค่อยๆก้าวเท้าช้าๆเดินให้เบาที่สุดเพื่อออกจากห้อง ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูเธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังทิ้งอะไรบางอย่างไว้ที่นี่ใบหน้าเรียบเนียนหันไปมองผู้ชายที่นอนหันหลังอยู่บนเตียงด้วยความอาลัยอาวรณ์มันเป็ความเ็ปที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้
ก็เพราะเขาคือคนแรกของเธอจะให้ตัดใจทิ้งค่ำคืนในวันนี้ไปโดยไม่รู้สึกอะไรได้ยังไงทั้งที่ความจริงก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นมันจะกลายเป็เพียงหนึ่งวันที่ผ่านไปโดยไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขาแม้แต่นิดเดียว
แต่กับเธอมันคือความทรงจำที่ไม่มีวันลืม…
หญิงสาวหันหน้ากลับมาและรีบเดินออกไปจากห้องก่อนที่ตัวเองจะใจอ่อนไม่อยากไป
ข้างล่างคือผับที่พวกเขาสองคนนั่งคุยกันเมื่อวานเดินผ่านความทรงจำที่เลือนรางเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเพียงแค่วินาทีเดียวจันทร์เ้าสูดลมหายใจลึกๆแล้วเดินไปเปิดประตูเพื่อออกจากร้านแล้วข้ามทางม้าลายไปฝั่งตรงข้ามที่เป็โรงแรม…
เดี๋ยวนะ…จะให้กลับขึ้นไปตอนนี้ก็ไม่ได้ไม่อย่างนั้นพ่อคงได้จับผิดถามเธอทั้งวันแน่
ครืดครืด ครืด ครืด
นั่นไงพ่อโทรมาแล้ว จะไม่รับก็ไม่ได้…
“ฮัลโหล”
[อีหนูอยู่ไหน]
“ป๊าหนูอยู่ร้านค้าใกล้ๆ ลงมากินกาแฟค่ะ”
[แล้วทำไมไม่บอกหมวยว่าลงไปข้างล่างป๊าเป็ห่วงนะ]
“ขอโทษค่ะป๊าป๊าอยากได้อะไรคะ”
[หนูซื้ออะไรแก้แฮงค์มาให้ป๊าด้วยก็แล้วกัน]
“ได้ค่ะ”
เธอวางสายเอาโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าจากนั้นก็เดินตรงไปร้านค้าที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น
ชายหนุ่มวัยกลางคนวางสายจากลูกสาวรอยยิ้มที่มีพลันจางหายไปเหลือเพียงคิ้วที่ขมวดแน่นเข้าหากันสายตาคมกริบมองไปยังหนุ่มสาวที่ยืนหน้าเสียอยู่ตรงประตู
ให้ตายสิไอ้พวกนี้ใช้ไม่ได้เลยกล้าปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักของเขาออกไปค้างคืนข้างนอกได้ยังไง
“พวกแกนี่นะ…แทนที่จะอยู่เป็เพื่อนอีหนู”
“ก็เฮียเมาน้องจันทร์เ้าให้พวกเราพาเฮียขึ้นมาก่อนแล้วน้องจะตามมานี่นา” ไม้ตอบ
“แล้วลูกสาวฉันมาไหมล่ะ! หายไปไหนทั้งคืนก็ไม่รู้!”
“เฮียอย่าลืมสิน้องจันทร์เ้ามีศิลปะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่มีใครรังแกหรอกค่ะ”หมวยตอบด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ
เฮียชัยหันไปมองเลขาคนสนิทอีกด้านก่อนจะหรี่ตามองด้วยสายตาอันตราย
“ไอ้แช่ม!!…แกก็เมา!!”
“เอ้า”
“เอ้าอะไร!! จะตัดเงินเดือนให้หมดเลยไอ้พวกนี้!!”
เขาเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวยาวอย่างหัวเสียเมื่อคืนไม่น่าดื่มจนเมาแล้วทิ้งลูกสาวไว้คนเดียวเลย ตอนแรกคิดว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนจะโดนใครลักพาตัวไปเสียอีกยิ่งต่างที่ต่างถิ่นยิ่งอันตราย จนกระทั่งได้ยินเสียงของเธอเมื่อกี้หัวใจที่เต้นแรงไม่เป็จังหวะเพราะความกังวลเริ่มดีขึ้น แต่ที่น่าห่วงคือทำไมลูกสาวต้องโกหก แล้วอีกอย่างเธอหายไปไหนมากันแน่…
จันทร์เ้าหยิบกาแฟกระป๋องใส่ตะกร้าพร้อมกับขนมถุงที่ดูน่ากินก่อนจะเดินไปคิดเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ขณะที่กำลังหยิบเงินออกจากกระเป๋าก็ัักระดาษคล้ายนามบัตรยับยู่ยี่จนเหมือนขยะอยู่ในมือเธอหยิบเงินให้พนักงานทั้งที่สายตายังคงไม่ละออกจากกระดาษใบนั้น
หญิงสาวเดินออกมาจากร้านหาที่นั่งใกล้ๆเพื่อหยิบขึ้นกระดาษใบนั้นขึ้นมาคลี่ดูอีกครั้งนั่นคือข้อความเมื่อเช้าที่เขาเขียนทิ้งไว้ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้พร้อมทั้งเบอร์โทร…
ไม่รู้ว่าเขาตื่นหรือยังจะหิวอะไรหรือเปล่า
เดี๋ยวนะ
จะมาห่วงอะไรเนี่ยมันไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อยว่าเขาจะหลับจะตื่นจะนอนตอนไหน พอเลยจันทร์เ้า!!
ตัดใจซะเถอะต่อไปนี้เราจะกลายเป็แค่คนแปลกหน้าต่อกันเท่านั้น
-------------------------
‘ที่รัก คุณอยู่ที่ไหน’
[พอร์ชคะ คือ ตอนนี้ชามาหาแม่นะคะ]
‘ทำไมไม่บอกผมก่อนครับ ผมจะได้ไปส่งคุณ’
[ไม่เป็ไรค่ะ ชาไม่อยากรบกวนคุณ อีกอย่างคุณคุยงานอยู่ในเมืองไม่ใช่เหรอคะ]
‘แล้วคุณจะกลับวันไหนครับ’
[ชา…จะกลับพรุ่งนี้ค่ะ]
‘ให้ผมไปรับไหม’
[ไม่…ไม่ต้องค่ะ]
‘คิดถึงคุณนะครับ’
[ชาก็คิดถึงพอร์ชนะคะ]
‘กลับตอนไหนก็โทรบอกผมด้วยนะครับ’
[ค่ะ]
ชายหนุ่มวางสายจากภรรยาสาวก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง รอยยิ้มมีแต่ความอ่อนโยนความสุขเอ่อล้นเต็มหัวใจ ขณะนั้นเองหางตาก็ดันไปเห็นใครบางคนที่คุ้นเคย
เขาจึงตัดสินใจเดินตามผู้ชายคนนั้นเข้าไปในโรงแรมจ้องมองดูตัวเลขหน้าลิฟต์และวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟไปที่ชั้น 5 อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เห็นผู้ชายคนนั้นเดินออกมาจากลิฟต์และตรงไปตามทางเดินยืนอยู่หน้าห้องๆหนึ่ง ที่น่าใที่สุดคงเป็ใครบางคนที่เปิดประตูออกมาและใครคนนั้น ก็คือภรรยาของเขาเอง…
ชายหนุ่มขยับตัวนอนหงายค่อยๆลืมตาขึ้นเพราะความฝันที่โหดร้ายกำลังจะกลืนกินตัวตนของเขา แสงจากด้านนอกสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องทำให้ภายในอบอุ่นหลังจากปรับโฟกัสสายตาสักพัก ก็หันไปมองเตียงข้างกายซึ่งตอนนี้ว่างเปล่าไม่มีใคร
เธอลุกไปั้แ่เมื่อไหร่กันทำไมเขาแทบไม่รู้สึกตัวเลยเหมือนกับคนหลับตาย
ครืดครืด ครืด
เขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่บนพื้นก่อนจะกดรับสาย
“ฮัลโหล”
[คุณพอร์ชครับ]
“ครับ”
[ผมจัดการเื่นั้นให้เรียบร้อยแล้วครับ]
“ขอบคุณมากครับ”
[แล้วคุณพอร์ชจะกลับวันไหนครับ]
“อีกสักสองวันผมจะบินกลับไป”
[ได้ครับผมจะจัดการเตรียมเครื่องบินไว้ให้พร้อม]
“ขอบคุณครับ”
ชายหนุ่มกดวางสายก็มีเสียงข้อความเข้ามาพอดี
‘ชารักพอร์ชนะคะ ชาขอโทษพอร์ชอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ กลับมาได้ไหม รับสายชาที ชาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพอร์ช’
เขาบีบโทรศัพท์ไว้แน่นก่อนจะโยนไปอีกฟากของเตียงอย่างหัวเสียแขนก่ายหน้าผากพลางครุ่นคิดถึงเื่ราวเมื่ออาทิตย์ก่อน…
ทุกอย่างเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวานทั้งที่เื่นี้ดำเนินมาจนจะครบเดือนแล้วความรู้สึกแย่ๆ ความทรงจำต่างๆ ยังวนเวียนในสมองไม่รู้จบ
แต่สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องนึกถึงเป็อันดับแรกคือพี่ชายคนเดียวของเขาชายหนุ่มสามารถเลือกได้โดยไม่ลังเลเลยสักนิด
“แต่ก่อนฉันก็เคยมองว่าความรักไม่มีจริง แต่พอนานวันเข้าถึงได้เข้าใจความจริงสิ่งที่ทำร้ายเราอยู่ไม่ใช่ความรัก แต่เป็ความคิดเราเองต่างหากคุณเป็คนดีคนหนึ่ง สักวันต้องเจอความรักดีๆแน่ค่ะ”
“คุณเป็คนดีค่ะขนาดเธอคนนั้นทำแบบนี้กับคุณคุณยังไม่ทำอะไรซ้ำต้องมานั่งร้องไห้โดดเดี่ยวคนเดียวแบบนี้อีก”
“คุณยังมีครอบครัวกับตัวคุณอยู่นะคะ…การที่คุณจะรักใครสักคนได้ คุณต้องรักตัวเองให้เป็ก่อน จากนั้นความรักดีๆจะเข้ามาหาคุณเองค่ะ”
“ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวบนโลกนะคะอย่าจมปลักนานนัก”
คำปลอบโยนของผู้หญิงคนนั้นทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้จริงๆด้วย