บทที่ 19 เทียนซือปราบปีศาจ คนร้ายถูกจับ!
เมื่อเื่เล่าสยองขวัญของจางหยางดำเนินมาถึงจุดนี้ จำนวนผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็ทะลุเจ็ดล้านคนไปแล้ว
สวีเจียวที่อยู่ข้าง ๆ ทำสัญญาณมือบอกจางหยางเป็ตัวเลขเจ็ด จางหยางยิ้มและพยักหน้า แต่เขายังคงเล่าเื่ต่อไปด้วยท่าทางสงบนิ่งและมั่นคง
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดต่างส่งของขวัญกันอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนหนึ่งเป็เพราะจางหยางได้เปิดใช้งานทักษะ [การเร้าอารมณ์]
และอีกส่วนหนึ่งเป็เพราะการปรากฏตัวของนักพรตจางในเื่นี้ ได้ผลักดันให้เนื้อเื่ดำเนินไปถึงจุดสูงสุด
จางหยางรู้ดีว่า ไม่ว่าจะเป็ภาพยนตร์เื่ปกติ หรือ... ภาพยนตร์ประเภทอื่น ผู้ชมมักจะยอมจ่ายเงินให้กับจุดไคลแมกซ์ ทั้งสมัคร VIP และดาวน์โหลดมาดู
เพียงชั่วครู่เดียว ห้องไลฟ์สดของจางหยางก็ได้รับของขวัญระดับดยุกกว่าสิบชิ้น และระดับาาอีกสามชิ้น
ผู้บริหารระดับสูงของแพลตฟอร์มไลฟ์สดให้ความสนใจห้องไลฟ์เื่เล่าสยองขวัญยามดึกของจางหยางเป็อย่างมาก และยังได้เปิดการดันยอดการมองเห็นให้เป็พิเศษที่หลังบ้านด้วย
นี่เป็ครั้งแรกที่แพลตฟอร์มนี้ยอมมอบตำแหน่งแนะนำที่ดีที่สุดให้กับสตรีมเมอร์หน้าใหม่ที่ไม่ใช่สตรีมเมอร์แถวหน้า
ในขณะเดียวกัน ข้อความส่วนตัวในบัญชีไลฟ์สดของจางหยางก็ะเิจนแทบแตก
[คำขอเป็เพื่อน 99+]
[ข้อความส่วนตัว 99+]
จางหยางไม่มีเวลาเปิดดูหรอก แต่สวีเจียวมีความอดทนพอที่จะค่อย ๆ เปิดดูข้อความและคำขอเป็เพื่อนเ่าั้ทีละข้อความ
แม้ว่าสวีเจียวจะมีหน้าตาและรูปร่างที่โดดเด่นมาก แต่เธอไม่ใช่แค่แจกันที่สวยแต่รูป
ความสามารถในการทำงานของสวีเจียว ต่อให้เป็ในสถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิง เธอก็ถือเป็ระดับแนวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย
ในขณะที่จางหยางกำลังเล่าเื่สยองขวัญ สวีเจียวได้แยกประเภทคำขอเป็เพื่อนและข้อความเหล่านี้อย่างเป็ระเบียบ
เธอนำข้อมูลของผู้ที่้าร่วมงานทางธุรกิจทั้งหมดลงในตารางเอ็กซ์เซล และแบ่งระดับความสำคัญเป็ A B และ C
เธอไม่ได้อยู่เฉยเลย แม้แต่ปริมาณงานของเธอก็แทบจะไม่น้อยไปกว่าจางหยางที่เป็สตรีมเมอร์เสียด้วยซ้ำ
จางหยางไม่ได้สังเกตเห็นการทำงานของสวีเจียวอย่างชัดเจนในขณะที่เล่าเื่ เขาเห็นเพียงแค่สวีเจียวเปิดโน้ตบุ๊ก แล้วก้มหน้าก้มตาพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างวุ่นวาย
ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ยุ่งอยู่กับอะไร แต่จู่ ๆ เขาก็พบว่า สวีเจียวในเวลาที่ตั้งใจทำงานมีเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่ความยั่วยวนที่เย้ายวนใจ แต่เป็สง่าราศีที่ดูดีมีระดับ
เขามักได้ยินว่าความงามอยู่ที่โครงสร้างไม่ใช่แค่ผิวพรรณ แต่จางหยางกลับรู้สึกว่า สวีเจียวผู้เลอโฉมคนนี้ มีความงามทั้งผิวพรรณและโครงสร้าง
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดเลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนอยากให้จางหยางรีบเล่าตอนต่อไปของเื่นี้
ด้วยเหตุนี้ ยอดของขวัญจึงทะลุหลักหนึ่งล้านหยวนแล้ว
เร็วกว่าเมื่อวานที่ทำยอดทะลุหนึ่งล้านหยวนได้หลายสิบนาทีเลย!
[พระเ้า สตรีมเมอร์ เื่นี้ตื่นเต้นมากเลย]
[สตรีมเมอร์ครับ สตรีมเมอร์ ขอถามหน่อยว่าคุณมีคอนแทคของนักพรตจางไหม? ผมอยากจะไปเรียนวิชาเต๋าเหมือนกัน วันหลังจะได้เอาไว้ขิง... ไม่ใช่สิ เอาไว้สร้างประโยชน์ให้สังคม กำจัดสิ่งชั่วร้ายให้ประชาชน]
[ทุกคน สตรีมเมอร์พูดเื่จริงนะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นนักพรตคนหนึ่งในอารามเต๋าชื่อดังเตรียมจะะโหน้าผา นักพรตบอกฉันว่าให้เชื่อในวิทยาศาสตร์ แล้วก็หันหลังะโลงหน้าผาสูงสิบกว่าเมตรทันที]
[คนที่พูดข้างบนพูดมีเหตุผล ครั้งก่อนฉันก็เห็นนักพรตหนุ่มคนหนึ่งฝึกอสนีในฝ่ามืออยู่ที่ป่าหลังโรงเรียน ประกายไฟนั่นน่าจะหมื่นโวลต์ได้เลย]
[เหอะ ของพวกคุณน่ะอะไรกัน เมื่อคืนฉันใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องดู เห็นนักพรตคนหนึ่งกำลังข้ามทัณฑ์์อยู่ในชั้นเมฆ ร่างกายถูกปกคลุมด้วยแสงสีทอง สายฟ้าจาก์เก้าชั้นฟาดลงมาที่ตัวเขาดังเปรี้ยง ๆ เลยนะ!]
[บอกตามตรง คนที่ข้ามทัณฑ์์ก็คือฉันนี่แหละ ตอนนี้อยู่ที่ประตู์ทิศใต้ เพิ่งข้ามทัณฑ์สำเร็จ]
[แค่พวกมดปลวกข้ามทัณฑ์ กล้ามาสู้กับผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทวะอย่างฉันหรือ?!]
[ไก่กาขั้นจินตันสั่นประสาทแล้วครับ]
[ลูกน้องขั้นหยวนอิงไม่กล้าพูดครับ]
[พวกคุณอ่านนิยายจนเพี้ยนกันหมดแล้วมั้ง? จะตั้งใจฟังสตรีมเมอร์เล่าเื่ได้หรือยัง?]
[...]
พวกพี่ชายในคอมเมนต์เวลาเล่นมุกกันนี่ตลกกันคนละแบบ แถมยังพูดจาน่าฟัง ทุกคนล้วนเป็ผู้มีความสามารถ จางหยางชอบผู้ชมสายฮาแบบนี้มาก
สวีเจียวที่กำลังตั้งใจทำงานแอบชำเลืองมองคอมเมนต์ในไลฟ์แล้วหลุดยิ้มออกมา
เมื่อเห็นสาวงามยิ้ม เหล่าเพื่อนชายในคอมเมนต์ก็เริ่มอยู่ไม่สุขอีกครั้ง
[พระเ้าช่วย พี่สวีเจียวยิ้มแล้ว ฉันตกหลุมรักอีกรอบแล้ว]
[ผมที่ไข้ขึ้น 38 องศา รู้สึกว่าตัวเองกลับมามีแรงอีกครั้งแล้ว]
[เงินพันล้านก็ซื้อรอยยิ้มพี่สวีเจียวไม่ได้ ของขวัญระดับาาชิ้นนี้ผมจัดให้แน่นอน]
ตอนแรกจางหยางคิดว่าคอมเมนต์นี้แค่พูดเล่น ๆ ไปอย่างนั้น
ไม่นึกเลยว่าเพื่อนร่วมทางที่ส่งคอมเมนต์จะเติมเงินซื้อระดับาาให้จริง ๆ ภายในสามนาที กลายเป็าาคนที่สี่ในห้องไลฟ์ของจางหยาง
ของขวัญชิ้นเล็ก ๆ อย่างเครื่องบิน จรวด ปืนใหญ่ เรือสำราญ ก็ยังคงไหลมาไม่หยุด ไลฟ์ยังไม่ถึงสองชั่วโมง รายได้จากของขวัญทะลุสองล้านหยวนแล้ว จำนวนผู้ชมเองก็พุ่งขึ้นไปถึงแปดล้านคน
ในขณะเดียวกัน จำนวนผู้ชมในห้องไลฟ์เื่เล่ายามดึกของสถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิง กลับลดฮวบลงเหลือไม่ถึงหนึ่งหมื่นคน
เฉินชิ่งเฟิงผู้เป็ผู้อำนวยการสถานีโกรธจนกัดฟันกรอด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แทบจะกระอักเืออกมาคำโต
จางหยางเล่าเื่ต่อไป
"เมื่อนักพรตจางส่งกระบี่ออกไป และสะบัดแส้ปัดรังควานเบา ๆ หางสุนัขจิ้งจอกทั้งสามหางนั้นก็หดกลับไป พร้อมกับมีเสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากข้างใน
เถี่ยเอ้อร์เกอกับคุณยายของผมไม่กล้าเข้าไปลึก นักพรตจางจึงกล่าวว่า 'พวกคุณสองคนรออยู่ที่นี่ อย่าเดินไปไหน เดี๋ยวผมจะเข้าไปตรวจสอบดูสักหน่อย'
นักพรตจางแห่งเขาหลงหู่ท่านนั้นรวดเร็วราวกับสายลม ฝีเท้าเบาหวิว เพียงพริบตาเดียวก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย คุณยายของผมเห็นเพียงแค่เขาพลิ้วไหวเหมือนสายลมหายเข้าไปในถ้ำเท่านั้น
ไม่นานนัก ในถ้ำก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอีกสองครั้ง จากนั้นจึงเห็นนักพรตจาง มือซ้ายหิ้วสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย มือขวาหิ้วพังพอนเหลือง ค่อย ๆ เดินออกมา
คุณยายของผมจำได้ว่าพังพอนเหลืองที่นักพรตจางหิ้วอยู่ในมือขวานั้น คือตัวเดียวกับที่เคยเข้าสิงย่าหยางที่หลังบ้าน!
นักพรตจางไม่ได้โอ้อวดความสามารถ แต่กล่าวด้วยท่าทางเรียบเฉยว่า 'สัตว์เดรัจฉานสองตัวนี้คือตัวการ ผมจะนำพวกมันกลับไปยังูเาเพื่อเฝ้าดูแลให้ดี จากนี้ไปหมู่บ้านของพวกคุณก็จะสงบสุขแล้ว'
เถี่ยเอ้อร์เกอกล่าวด้วยความโมโหว่า 'จางเทียนซือ ได้โปรดให้ความเป็ธรรมกับพวกเราด้วยเถอะครับ ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต ให้ผมฆ่าพวกมันสองตัวนี้ เพื่อล้างแค้นให้หวังป้านเซียนและย่าหยางด้วย!'
จางเทียนซือถอนหายใจและส่ายหน้า กล่าวว่า 'การจะเอาชีวิตพวกมันย่อมไม่ใช่เื่ยาก แต่ถ้าฆ่าพวกมันแล้ว เพื่อนของคุณจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้หรือ?' เถี่ยเอ้อร์เกอกล่าวว่า 'คนตายไม่อาจฟื้น แต่อย่างน้อยก็ช่วยระบายความแค้นในใจของพวกเราได้'
จางเทียนซือตบไหล่เถี่ยเอ้อร์เกอเบา ๆ พร้อมอธิบายว่า 'ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ แต่การสร้างกรรมจากการฆ่าฟันนั้นไม่ควรทำ มิเช่นนั้นจะนำภัยพิบัติมาสู่ตัวได้ง่าย เื่นี้ ให้ผมเป็คนตัดสินใจเถอะ'
หลังจากพูดจบ จางเทียนซือก็เคลื่อนที่รวดเร็วราวกับมีลมหนุนใต้เท้า หิ้วสุนัขจิ้งจอกสามหางและพังพอนเหลืองเดินออกไปนอกถ้ำ และหายลับไปจากสายตาของเถี่ยเอ้อร์เกอกับคุณยายของผมในพริบตา
กว่าทั้งสองคนจะรู้สึกตัว ก็ไม่มีเงาของเทียนซือหลงเหลืออยู่แล้ว ต่อมา คุณยายของผมกับเถี่ยเอ้อร์เกอก็เดินกลับหมู่บ้านทางเดิม และเล่าเื่นี้ให้ทุกคนฟัง
แม้ชาวบ้านจะโกรธที่ไม่ได้ลงมือฆ่าพังพอนเหลืองและจิ้งจอกปีศาจตัวนั้นด้วยตัวเอง แต่อย่างน้อยจางเทียนซือก็ได้ช่วยแก้ปัญหาใหญ่ให้หมู่บ้าน จึงไม่มีใครตำหนิเขาได้แม้แต่น้อย
และั้แ่เทียนซือท่านนั้นมาเยือน ในหมู่บ้านก็ไม่เคยมีเื่ปีศาจหรือสิ่งชั่วร้ายมารบกวนอีกเลย เื่เล่าสยองขวัญ 'คุณว่าฉันเหมือนคนไหม' ก็จบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่รับฟังครับ
วันนี้ดึกมากแล้ว ทุกคนพักผ่อนกันเถอะครับ พรุ่งนี้คืนเวลาเที่ยงคืนเจอกันที่ 'ห้องไลฟ์เื่เล่าลี้ลับยามดึก' แล้วเจอกันครับ"
หลังจากพูดจบ จางหยางก็โบกมือลาผู้ชมในห้องไลฟ์ จากนั้นเขาก็ตบไหล่สวีเจียว ให้เธอเอียงคอเล็กน้อยเพื่อบอกลาผู้ชม
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย จางหยางก็ปิดห้องไลฟ์ ซึ่งในขณะนั้นจำนวนผู้ชมเพิ่งจะทะลุสิบล้านคนพอดี การไลฟ์จึงจบลงอย่างกะทันหัน