เฉินเหมียวเหมี่ยวรับรู้ได้ถึงเจตนาร้ายของตระกูลเฉินแห่งฟ่านเฉิง เฉินเหวินเองก็ย่อมรับรู้ได้เช่นกัน เขากำลังะโด่าอยู่ในใจถึงความไร้ยางอายของคนตระกูลหลัก เอาคนของตัวเองมามอบให้เป็เครื่องบรรณาการเช่นนี้ก็ยังสามารถทำได้ ช่างน่าละอายใจต่อบรรพบุรุษจริง ๆ
แต่ผู้าุโชุดขาวชมชอบบุรุษจริง ๆ นี่นา ไม่เห็นหรือว่าก่อนจากมายังเรียกหม่าจิ๋งอวี่ไปพบอยู่เลย
หม่าจิ๋งอวี่มีหน้าตาธรรมดาเช่นนั้นยังเข้าตาผู้าุโได้ ไม่ต้องพูดถึงบุรุษรูปงามมากมายเช่นนี้เลย!
จบกัน!
บัดนี้เพื่อรักษาความเป็พันธมิตรระหว่างเขาและเฉินเหมียวเหมี่ยวเอาไว้ เฉินเหวินจึงต้องตัดสินใจใช้แผนที่อันตรายเสียแล้ว
เขากระแอมเบา ๆ ก่อนจะเอ่ย “ผู้าุโขอรับ การเดินทางครั้งนี้ฉุกละหุก ผู้น้อยจึงลืมเื่สำคัญเื่หนึ่งไปขอรับ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม “เื่อะไรงั้นหรือ?”
“เื่ที่ผู้น้อยรับปากผู้าุโเอาไว้ บัดนี้ผู้น้อยทำสำเร็จแล้วนะขอรับ”
เฉินเหวินเอ่ยขึ้น ก่อนจะหยิบกล่องหยกกล่องหนึ่งออกมาจากถุงเฉียนคุนด้วยรอยยิ้ม บนกล่องหยกสลักสัญลักษณ์ป้องกันการสูญเสียไอิญญาเอาไว้ แค่ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ของธรรมดา เขาใช้สองมือประคองส่งกล่องนั้นให้เฉินเหมียวเหมี่ยว
ต่อให้เฉินเหมียวเหมี่ยวใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้ได้ว่าสิ่งนี้คืออะไร
โอสถระดับสี่!
เพื่อเพิ่มความน่าเกรงขามให้แก่ตนเอง ต้องดึงผู้าุโชุดขาวมาอยู่ฝ่ายตนเองให้ได้ ดังนั้นเฉินเหวินจึงทำได้เพียงใช้ฐานะนักหลอมโอสถของตนเท่านั้น
เฉินเหมียวเหมี่ยวยิ้มออกมาด้วยความยินดี นางค่อย ๆ รับกล่องหยกจากมือของเฉินเหวินมาก่อนจะเอ่ยขึ้น “ที่แท้สหายเฉินก็บรรลุแล้วสินะ ช่างน่ายินดียิ่งนัก”
เฉินเหวิน “ขอบคุณผู้าุโขอรับ”
เฉินเหวินคิดว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวจะเก็บกล่องหยก และไม่ทันสังเกตเห็นประกายเ็าที่พาดผ่านดวงตาของนางเลยแม้แต่น้อย ทว่าเพียงพริบตา เฉินเหมียวเหมี่ยวกลับเปิดกล่องหยกออกต่อหน้าทุกคน
เฉินเหวินตื่นตระหนกขึ้นมาทันที ผู้าุโคิดจะทำอะไรกันแน่?
พวกเขาอยู่ฝ่ายเดียวกันไม่ใช่หรือ เหตุใดต้องเปิดกล่องต่อหน้าทุกคนด้วยล่ะ!
ทันทีที่กล่องหยกถูกเปิดออก กลิ่นโอสถที่รุนแรงก็แผ่กระจาย แทรกซึมเข้าไปถึงหัวใจ ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า โอสถสีขาวเม็ดหนึ่งวางนิ่ง ๆ อยู่ในนั้น เปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวก็มิปาน
แต่เท่านี้ยังไม่จบ เมื่อเฉินเหมียวเหมี่ยวใช้มือหยิบโอสถขึ้นมา ก่อนจะแสดงท่าทางภาคภูมิใจ พลางชื่นชมโอสถไปด้วย “เฉินเหวิน จากตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัว ช่างเป็สุดยอดอัจฉริยะจริง ๆ ระยะเวลาเพียงสามปีสามารถบรรลุพันธนาการของนักหลอมโอสถได้ถึงสามระดับ บัดนี้กลายเป็นักหลอมโอสถระดับสี่แล้ว อีกทั้งยังสามารถหลอมโอสถระดับสี่ออกมาได้ในครั้งเดียว ดูโอสถเม็ดนี้สิ ช่างงดงามจนน่าหลงใหลจริง ๆ เฉินเหวิน อ้อไม่ใช่สิ น้องชาย ข้าเลื่อมใสเ้ายิ่งนัก”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเฉินเหมียวเหมี่ยว เฉินฉีก็พุ่งตัวเข้ามาทันที ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่โอสถเม็ดนั้น ก่อนจะหายใจเร็วรัว และเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก
“โอ...โอสถเจี๋ยอิง”
เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่มีความรู้เกี่ยวกับชนิดและฤทธิ์ของโอสถระดับสูงแต่อย่างใด นางเพียง้าลอบกัดเฉินเหวินก็เท่านั้น เพราะคนเรายิ่งปีนสูงขึ้นไปเท่าใด ตกมาก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น อิอิอิ
ทว่าเฉินฉีเป็ถึงผู้าุโของหอไป๋เฉ่า เห็นได้ชัดว่าเป็คนที่มีความรู้ เพียงแค่เห็นก็สามารถบอกชื่อของโอสถชนิดนี้ได้ทันที
โอสถเจี๋ยอิงที่มีชื่อเสียง!
โอสถเจี๋ยอิงเป็โอสถที่สามารถเพิ่มโอกาสกำเนิดแดนก่อกำเนิด ให้แก่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนสร้างแก่นขั้นสูงสุด นับเป็สุดยอดโอสถระดับสี่ และเป็โอสถที่มีโอกาสหลอมได้สำเร็จน้อยมาก!
การบำเพ็ญเพียรนั้นจะมีกำแพงอยู่สามด้าน
หนึ่ง การกำเนิดแดนก่อกำเนิด
สอง การรับทัณฑ์์
สาม บรรลุเป็เซียน
ในสามด้านนี้ การกำเนิดแดนก่อกำเนิดถือเป็รากฐาน และต้นกำเนิดของผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหมด และผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพร์โดดเด่นต่างก็ดับสูญไประหว่างก่อเกิดแดนก่อกำเนิดนี้มากมายเช่นกัน
ดังนั้นต่อให้โอสถเจี๋ยอิงจะเป็เพียงโอสถระดับสี่ แต่กลับมีค่ายิ่งกว่าโอสถระดับห้า…ไม่ใช่สิ กว่าโอสถระดับหกเสียอีก โอสถเจี๋ยอิงขั้นกลางเม็ดนี้ยิ่งเป็ของล้ำค่าในบรรดาของล้ำค่าอีกด้วย!
เฉินเหวิน...เฉินเหวินหลอมโอสถเจี๋ยอิงขั้นกลางได้แล้วจริง ๆ!!!
เฉินฉีในเวลานี้อยากจะย้อนเวลาไปก่อนที่เฉินเวยจะไปตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัว แล้วตบหน้าเขาแรง ๆ สักฉาด!
เ้าคนไร้ความสามารถ ดีแต่ก่อเื่จริง ๆ!
ชาวเมืองฟ่านเฉิงที่มุงดูกันอยู่ต่างก็โวยวายขึ้นเสียงดัง “์ โอสถเจี๋ยอิงจริง ๆ ด้วย อีกทั้งยังเป็โอสถเจี๋ยอิงขั้นกลางอีก!”
“ตระกูลรองของตระกูลเฉินมีอัจฉริยะเช่นนี้ด้วยงั้นหรือ?”
“ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
“พร์สูงส่งจริง ๆ!”
ด้านนี้ผู้คนต่างวิจารณ์ด้วยความยินดี ส่วนอีกด้านก็มีคนรีบเอาข่าวไปกระจายต่อทันที
บัดนี้ตระกูลเฉินมีนักหลอมโอสถที่สามารถหลอมโอสถเจี๋ยอิงขั้นกลางได้ ศาสตร์ด้านโอสถทั่วทั้งเมืองฟ่านเฉิง เกรงว่าต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน...
ทว่ากลับไม่มีใครสังเกต
ว่านักหลอมโอสถระดับสี่ขั้นกลางที่ได้รับการชื่นชมนั้น เวลานี้ที่ขมับกำลังมีเหงื่อผุดพรายจนเปียกชุ่ม
แต่ไม่นานเขาก็สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้ และยืดตัวตรงอีกครั้ง พลางวางท่าเย่อหยิ่งและเ็าเช่นเดิม
เฉินเหมียวเหมี่ยวเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมา คำโกหกบางครั้งหากเอ่ยออกมาบ่อย ๆ แม้แต่ตัวเองก็หลงเชื่อเช่นนั้นไม่ใช่หรือ?
นางพอใจกับความวุ่นวายที่ตัวเองก่อขึ้นอย่างมาก จากนั้นจึงค่อย ๆ เก็บโอสถลงไป ก่อนจะหันไปทางเฉินฉีแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “โอ๊ะ ดูความจำข้าสิ ไม่ต้องรบกวนสหายนำทางให้หรอก ข้าไปกับคนตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวได้ แต่หากพวกเ้ามีเวลา ไม่สู้ไปหานักหลอมโอสถดี ๆ ให้เฉินเวยคนของพวกเ้าจะดีกว่า เฮ้อ! จะว่าไปแล้วก็ต้องโทษข้า แต่ตอนนั้นเขาทำตัวไร้มารยาทต่อน้องชายของข้า ทั้งยังลงมือทำร้ายคนตระกูลรองของเรา ข้าก็แค่สั่งสอนเขาเล็กน้อยเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าเขาจะอ่อนแอถึงเพียงนี้ ข้าเพียงแค่ตบเขาไปเบา ๆ ครั้งเดียวเท่านั้นเอง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น ต้องขออภัยด้วย เฉินหง”
“ผู้น้อยอยู่นี่ขอรับ”
“ยังไม่รีบพาตัวท่านเฉินเวยมาคืนให้แก่ผู้าุโท่านนี้อีก”
“ขอรับ!”
ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือหามคนผู้หนึ่งลงจากรถอสูรมาร ผู้ที่ถูกหามก็คือเฉินเวยที่ยังไม่ฟื้นนั่นเอง
ทันทีที่เห็นว่าเป็เฉินเวย ชาวเมืองฟ่านเฉิงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ต่างก็ตื่นตระหนกกันอีกครั้ง
“์ นี่มัน...รองหัวหน้าเฉินเวย ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนสร้างแก่นไม่ใช่หรือ?”
“นาง ๆ ๆ...เมื่อครู่นางบอกว่านางเพียงแค่ตบเขาเบา ๆ หนึ่งที...”
“ช้าก่อน ระดับแดนก่อกำเนิดและระดับแดนสร้างแก่นแตกต่างกันมากเพียงนี้เชียวหรือ?” แค่ตบเบา ๆ ก็สามารถทำให้คนสลบได้แล้วงั้นหรือ?
“นี่...หรือว่านางจะเป็...” ผู้าุโระดับไร้ิญญาอย่างนั้นหรือ?
“ไม่ใช่กระมัง...”
สตรีที่งดงามเช่นนี้เป็ถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับไร้ิญญาเชียวหรือ?
มิน่าล่ะ นางทำร้ายเฉินเวยเช่นนี้ แต่คนของตระกูลเฉินไม่เพียงไม่โกรธนาง ยังให้คนมารอต้อนรับนางที่หน้าประตูจวนอีกด้วย!
ระดับไร้ิญญา!!!
คนกลุ่มนี้เป็ตัวประหลาดอะไรกันแน่ มีทั้งนักหลอมโอสถเจี๋ยอิง ผู้บำเพ็ญเพียรระดับไร้ิญญา...จะน่ากลัวเกินไปแล้วกระมัง!?
กล่าวกันว่า ‘ทำร้ายร่างกายได้ แต่อย่าทำลายศักดิ์ศรี’ ทว่าคำพูดเมื่อครู่ของเฉินเหมียวเหมี่ยวกลับเป็การเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลเฉินแห่งฟ่านเฉิงเสียจมดินเลยก็ว่าได้
แต่เฉินฉีเองก็สมกับเป็ผู้ที่มากประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน เขารู้ว่าได้ล่วงเกินเฉินเหวินจนยากจะแก้ไขได้แล้ว ตอนนี้เื่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องดึงผู้าุโท่านนี้มาเป็พวกให้ได้
ระดับแดนก่อกำเนิดก็ดี ระดับไร้ิญญาก็ดี ไม่ว่าระดับใด พลังของนางจะต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอน
โชคดีที่พวกเขาได้เตรียมการเอาไว้แล้ว!
เฉินฉีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะคารวะเฉินเหมียวเหมี่ยวอีกครั้ง พลางเอ่ย “ผู้าุโ ผู้น้อยได้ทราบถึงสาเหตุแล้ว เป็เฉินเวยที่ไร้มารยาทก่อน ผู้าุโลงมือสั่งสอนก็นับว่าสมเหตุสมผลแล้ว หากมีคนผิดนั่นก็เป็เพราะเฉินเวย และตระกูลหลักของเราที่เป็ฝ่ายผิด ดังนั้นเพื่อเป็การขอขมาผู้าุโแทนเฉินเวย ท่านผู้นำได้สั่งผู้น้อยให้เตรียมของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ มามอบให้ ขอผู้าุโได้โปรดดูก่อนขอรับ”
เฉินฉีปรบมือหนึ่งครั้ง บรรดาบุรุษรูปงามเ่าั้ต่างก็นำกล่องผ้าไหมออกมาจากถุงเฉียนคุน และเปิดกล่องออกต่อหน้าเฉินเหมียวเหมี่ยว
ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาสะท้อนจนเกิดแสงระยิบระยับ ส่องเข้าตาของเฉินเหมียวเหมี่ยวจนตาแทบบอดเลยก็ว่าได้!