-17-
เชียร์บาส
ฉันมองเขาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้…เข้ามาใกล้…เข้ามาใกล้เรื่อยๆ จน…
“ขอนั่งด้วยนะ” ฐานัสนั่งลงข้างฉันและใช้เสื้อยีนที่เขาถือติดมาด้วยคลุมขาฉันไว้ “มันโป๊ คนข้างล่างจะเห็น”
“โอ๊ย ฉันจะเป็ลม” ดรีมซบมาที่ไหล่ของฉันและใช้ดวงตาคมกริบจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างฉันพลางกระซิบเสียงเบา “แกกับฐานัสเหมาะสมกันที่สุด”
“เงียบไปเลย” ฉันหันไปเอ็ดใส่เพื่อนสนิทก่อนจะรั้งสายตากลับไปมองสนามบาสตามเดิม
ทำไมเขาต้องทำตัวเด่นให้คนอื่นมองด้วยนะ แล้วยิ่งทำแบบนี้พวกผู้หญิงของเขาไม่อยากจะฆ่าฉันตายเลยเหรอ
“วันนี้คุณจะไปไหนต่อ”
“กลับคอนโด”
“เมื่อวานคุณโกรธอะไรผมหรือเปล่า”
ลืมไปเลย ั้แ่ที่อาติกดวางสายฐานัสไปเมื่อวาน ฉันก็ยังไม่ได้โทรกลับไปหาเขา ข้อความไลน์ก็ไม่ได้ตอบ
“ไม่ๆ พอดีฉันต้องทำงานนะก็เลยไม่ได้จับโทรศัพท์”
“อ่อ”
“นายไม่ไปแข่งต่อเหรอ” ฉันถาม
“ผมแข่งแค่ครึ่งแรก”
“อ่อ”
‘การแข่งขันครึ่งหลังได้เริ่มต้นขึ้นแล้วครับ’
ตอนนี้ กลุ่มใหม่กำลังเตรียมตัวแข่งบาสอย่างกระตือรือร้น มีแต่คนตัวสูง ขายาว ผิวขาว มีกล้าม เป็ผู้ชายที่ดูแลตัวเองดีมาก นักกีฬาก็เป็แบบนี้เกือบหมดทุกคน
ฐานัสนั่งอยู่ข้างฉันจนจบการแข่งขัน เราคุยกันบ้างถึงเื่กีฬาที่ชอบ คุยไปคุยมาก็ได้ยินเสียงเป่านกหวีดจบพอดี
รอบข้างของฉันยังพอได้ยินเสียงคนบางกลุ่มนินทาฉันกับฐานัสอยู่บ้างแต่จะไปห้ามปากใครได้ คนเห็นก็พูดอะไรไปตามที่เห็นโดยไม่ได้รับรู้อะไรหรอกว่าเื่จริงเป็ยังไง
ฉันลุกขึ้นพร้อมดรีมเตรียมลงจากสแตนด์ โดยมีฐานัสเดินตามหลังมาด้วย
ขณะกำลังเดินอยู่ ฉันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยเรียกฐานัส
“พี่ฐานัสคะ นี่ค่ะ” ฉันหันไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผู้หญิงคนนั้นกำลังยื่นกล่องบางอย่างให้เขา ดูเหมือนจะเป็ขนมมั้ง
“ขอบคุณครับ” ฐานัสรับมาและยิ้มให้เป็มารยาทก่อนจะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันอึ้งไปเลย “ทีหลังไม่ต้องเอามาให้หรอกนะ”
“ทำไมล่ะคะ”
“เพราะผมไม่ชอบขนมและก็ไม่ชอบคุณด้วย”
ถ้าฉันเป็ผู้หญิงคนนั้นคงรีบกลับบ้านไปนั่งร้องไห้แล้ว เขาใช้คำพูดเหมือนมีดกรีดลงกลางหัวใจได้อย่างน่าเ็ปที่สุด…
และฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจับแขนของฉันแล้วพาเดินออกมาหน้าโรงยิมั้แ่เมื่อไหร่จนกระทั่งได้ยินเสียงดรีมเรียกถึงได้ดึงสติกลับมา
“อาเจียว”
“เออ”
“อึ้งไปเลยนะสิ ฉันก็อึ้ง ไม่นึกว่าฐานัสจะพูดจาได้ร้ายกาจขนาดนี้”
ฉันพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเงยหน้ามองเขาอย่างจับผิด
“นายจำเป็ต้องพูดจาแบบนั้นด้วยเหรอ”
“ผมไม่ชอบให้ความหวังใคร”
“แต่ก็ไม่เห็นต้องพูดทำร้ายจิตใจกันขนาดนั้น”
“แต่ถ้าไม่พูดให้เด็ดขาด เธออาจจะหวังไปมากกว่านี้ก็ได้นะ”
เขามีหัวใจไหมเนี่ย ทำไมเ็าได้ขนาดนี้ ไม่นึกถึงหัวจิตหัวใจของผู้หญิงบ้างหรือไง
“เห้อ…”
“แต่ผมไม่มีวันทำร้ายจิตใจคุณหรอก ไม่ต้องห่วง”
“ไม่ต้องมาหยอด…” ฉันถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างระแวดระวังจนเขาหัวเราะในลำคอ “ฉันไม่หวั่นไหวหรอก”
“พวกคุณจะกลับกันเลยใช่ไหมครับ”
“ใช่ เดี๋ยวฉันไปส่งดรีมที่ห้องก่อน”
“เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ขอบใจ”
ฐานัสก้าวเท้ามาหาฉัน ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะจุมพิตที่กลางหน้าผากของฉันเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป
เดี๋ยวนะ!!
“นั่น!!” ฉันยกมือขึ้นชี้ไปที่เขาเตรียมจะะโด่าแต่เป็เพราะมีคนอยู่เยอะเกินไป ฉันก็เลยได้แต่หุบปาก “ไอ้บ้าเอ้ย!!”
“แกโดนผู้ชายจูบ”
“ไม่ใช่จูบ!!”
ฉันขมวดคิ้วและรีบเดินไปที่รถ เหตุการณ์เมื่อกี้ไม่ได้มีแค่ฉันที่ยืนอยู่ แต่มีใครอีกหลายคนยืนมองด้วยสายตาไม่ค่อยเป็มิตรเท่าไหร่ คาดว่าคงเป็ประเด็นให้พูดถึงในมหาลัยอีกหลายวัน
ขณะที่ฉันกำลังเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ ก็ได้ยินเสียงของคนกลุ่มหนึ่งพูดคุยถึงเื่อะไรบางอย่าง…ไม่สิ…เื่เกี่ยวกับฉันนี่แหละ
“เหอะ เบื่อคนตอแหลเนอะ”
“ทำไมวะ”
“ก็คนตอแหลชอบยั่วผู้ชาย”
“อุ้ย จริงเหรอ”
“คิดว่าตัวเองสวยมากมั้ง”
“อืม สวยตาห่าแหละ เห็นตามจีบผู้ชายแก่คราวพ่อมาสิบปี เขายังไม่เอาเลย”
“แก่เหรอ ยัยนั้นไปชอบคนแก่ได้ไง”
“อายุ 32 ก็แก่อยู่นะ”
“หรือว่าเร้าใจไม่พอก็เลยกลับมาสนใจคนรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ทำไมต้องเป็ฐานัสของฉันด้วยนะ อารมณ์เสีย”
“เออ น่าหงุดหงิด”
“ไม่นานก็คงจะโดนเขี่ยทิ้ง”
“ทำไมคะ ไหนบอกดังๆ สิ”
“เพราะของหล่อนคงหลวมแล้วแหละ ฐานัสอาจจะไม่ถึงใจ”
“ฮ่าๆๆ”
มันน่าตบปากจริงๆ ด่าฉันยังไม่โกรธเท่าด่าอาติด้วย อายุ 32 แล้วหนักหัวพวกหล่อนหรือไง
“นี่!!” ฉันกอดอกแล้วะโเสียงดังใส่กลุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ทำไมยะ!!”
“ถ้าว่างมากนักก็หัดไปหาความรู้ใส่สมองบ้างนะ ใกล้จะสอบล่ะ อย่ามัวแต่เสือกเื่ของคนอื่นอยู่ เื่ของตัวเองเอาให้รอดก่อนเถอะ”
“อีอาเจียว!! แกว่าใคร!!”
“ว่าหมามั้ง!! เห็นอยู่ว่าแถวนี้มีแต่คน สมองฝ่อหรือไง ดูแลเพื่อนหน่อยสิ”
“อี!!”
“ตบไหมล่ะ!!” ดรีมกอดอกะโเสียงดัง
“ไม่ต้อง!! ขึ้นรถ!! รำคาญพวกปากหมา!!” ฉันพูดจบก็เดินขึ้นรถไปพร้อมกับดรีมด้วยความหงุดหงิด
“ผู้ชายไม่เอาแล้วเห่าไม่เลิก” ดรีมบ่นพึมพำ
“ช่างแม่ง”
ฉันขับรถไปส่งดรีมที่คอนโดและรีบขับกลับบ้านทันทีก่อนที่ป๊าจะกลับมา มีของหลายอย่างต้องไปเอารวมทั้งเสื้อผ้าด้วย
ขณะที่รถกำลังจอดติดไฟแดงอยู่นั้น สายตาก็พลันไปเห็นผู้ชายใส่แว่นคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ในรถยนต์อีกคัน มันจะไม่มีอะไรหรอก ถ้าฉันไม่เห็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านข้าง…ผู้หญิงคนนั้นคือโยลี
เขียนจบเล่มแล้วนะ เหลือดูคำผิดค่ะ สิ้นเดือนคงออกเป็อีบุ๊ก สำหรับคนที่รออ่านในเว็บก็อ่านได้ต่อนะคะ แต่อาจไม่ได้ลงทุกวัน รักค่าาา