ตอนที่ 1 กระท่อมน้อยกลางป่าใหญ่
บ้านน้อยกลางป่าใหญ่ห่างไกลจากหมู่บ้าน ชายชราและหลานชายวัยเจ็ดปีอยู่อาศัยกันอย่างสงบสุข วิถีชีวิตบนที่ราบสูงสุดขอบดินแดนนั้นเรียบง่าย เก็บเกี่ยว สะสม แปรรูปเป็อาหารตามผลผลิตในป่าตามฤดูกาล ั้แ่หลานชายเริ่มจำความได้ ชายชราก็พร่ำสอนความรู้ต่างๆที่ตนเองมีให้แก่หลานชาย หากวันใดไม้ใกล้ฝั่งผุพังลงไป หลานชายตัวน้อยผู้น่าสงสารจะได้สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ ความใส่ใจของชายชราและความเฉลียวฉลาดของเด็กน้อย ด้วยวัยเพียงเจ็ดขวบปี มันก็เรียนรู้และจดจำทุกสิ่งที่ชายชราพร่ำสอนได้จนหมดสิ้น
"อาเค่อ รีบตามปู่มาเร็ว ชักช้าจะไม่ทันกาลแล้ว"ชายชราเรียกหลานให้ติดตามตนออกไปอย่างเร่งรีบ
"ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นด้วยซ้ำ ท่านปู่จะรีบร้อนไปทำไม"แม้เด็กชายจะบ่นอย่างเกียจคร้าน แต่กลับติดตามหลังชายชราไปอย่างรีบเร่งเช่นเดียวกัน
ชายชราและหลานชายออกเดินลัดเลาะขึ้นไปตามไหล่เขา ยิ่งเข้าใกล้พรห์มแดนฝั่งเทวะอากาศก็ยิ่งหนาวและเบาบางลง
"ท่านพาข้ามาทำอะที่นี่หรือท่านตา" ชายชรามิได้ตอบคำถามแต่กลับเร่งรีบนำถุงที่ประดิษฐ์จากเยื่อไผ่และยางไม้ชั้นดีออกมา เมื่อแสงแรกโผล่พ้นขอบฟ้า สายหมอกก็เข้ามาปกคลุมจนทั่วบริเวณ ทั้งสองกลั้นใจหยุดนิ่งเพียงไม่นานสายหมอกหนาก็จางลงไป
ทิวทัศน์เบื้องหน้าทั้งคู่ดุจดังสวรรงค์์ สายรุ้งกินน้ำพาดผ่านทุ่งดอกไม้ ป่าไม้นานาพรรณ อากาศเย็นจากสายหมอกก่อเกิดเกล็ดน้ำค้างแข็งขึ้นบนดอกไม้ที่กำลังแบ่งบาน
"สรวงสวรค์งดงามเช่นนี้ไหมท่านตา" ชายชรายิ้มให้กับคำถามไร้เดียงสาของหลายชายอันเป็ที่รัก
'ถ้าหาก์มีอยู่จริงๆและบนนั้นมีมารดาและบิดาของเ้าอยู่ คงไม่มีสิ่งใดงดงามยิ่งกว่านั้น' ชายชราถอดถอนใจก่อนตอบเด็กชายไปด้วยน้ำเสียงตลกขบขัน
"อาจจะสวยยิ่งกว่านี้ แต่ตายังไม่คิดไปชมดู"
"ฮ่าๆๆ"คำตอบของชายชราสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับอาเค่อ ถ้าเป็เป็ได้ชายชราก็อยากชมดูรอยยิ้มอันเป็สุขนี้ไปจนหมดอายุขัยเช่นกัน
"อาเค่อ เ้าจำเื่เกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิตที่ตาเคยเล่าให้ฟังได้หรือไม่" อาเค่อครุ่นคิดเพียงพริบตาเดียวก่อนพยักหน้าเป็คำตอบ
"จำลักษณะของมันได้หรือไม่" เมื่ออาเค่อพยักหน้าตอบ ดวงตาของชายชราก็ถอแสงแห่งความหวัง มันจะต้องหาผลึกน้ำแข็งแห่งชีวิตให้เจอ เพื่อพาอาเค่อกลับไปอยู่ภายในหมู่บ้านอย่างปลอดภัย
ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าบนทุ่งกว้างใกล้ชายแดนเทวะ สองชายชราและหลานชายยังคงค้นหาอย่างไม่ลดล่ะ พวกมั้นทั้งคู่ต้องค้นหาอย่างละเอียดและพิถีพิถัน 'เกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิต 'นั้นเป็ยาวิเศษรักษาฟื้นฟูได้แทบทุกอย่าง เพียงแต่น้อยคนที่จะรู้จุดกำเนิดและวันเวลาที่แน่นอน เพราะหากไม่เก็บด้วยวิธีการเฉพาะ เพียงในไม่กี่ชั่วยามยาวิเศษก็จะหาไปอย่างไร้ร่องรอย
"โอ๊ยย หลังของข้า"สังขารของชายชราสั่งให้มันต้องหยุดพักหาไม่แล้ว มันอาจได้ไป์ก่อนกำหนด
"ท่านตาหยุดพักสักครู่เถอะ ไว้ใจข้าได้เลย"อาเค่อพูดอย่างมั่นใจ ด้วยท่าทางคล่องแคล่วเกินวัย ทั้งยังสายตาที่ละเอียดแยกแยะสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็วเริ่มทำให้มันสงสัยบางอย่าง
เจ็ดปีที่แล้วชายชรายังคงอยู่ที่หมู่บ้านเชิงเขากับครอบครัวอันเป็ที่รัก ลูกสาวที่กำลังจะมีหลานสุดแสนจะน่ารักในเร็ววัน คนรักของลูกสาวที่เป็ชายชาตรีอันเข้มแข๊งรักถนอมครอบครัว ทุกคนในหมู่บ้านใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย แม้พื้นที่แห่งนี้จะเป็อาณาเขตเทือกเขาสามดินแดนระหว่างอาณาเขตของมนุษย์ เทวะ และอสูรร้าย แต่ก็ค่อนข้างปลอดภัย เพราะใน่เวลาหนึ่งพันปีมานี้ จักรพรรดิโลหิตได้สูญหายไป เหล่ามนุษย์และเทวะก็ผนึกกำลังกันผลักต้อนเหล่าอสูรอันร้ายกาจไปจนสุดดินแดนและปิดผนึกทางเข้าออกไว้ แม้จะมีบางครั้งที่อสูรร้ายหลุดรอดออกมาบ้าง แต่หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีสิ่งวิ่งเศษไว้คอยปกป้อง 'เกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิต' ด้วยไอเย็นแห่งเทวะและความบริสุทธิ์ของดอกไม้แรกในคืนเดือนเพ็ญที่เจ็ดของปี สามารถช่วยปกป้องหมู่บ้านจากอสูรร้ายได้ สถานที่และเวลาเกิดของดอกไม้วิเศษนี้เป็ความรู้เฉพาะของชายชราที่บ่มเพาะผ่าน่ชีวิตอันยาวนานหลายทศวรรษ
"ท่านตา..ท่านตา ข้าเจอแล้ว"อาเค่อะโสุดเสียงด้วยความดีใจ ชายชราเดินมาอย่างเร่งรีบไม่เหลือเคล้าความชราเมื่อครู่
"ใช่ๆ ใช่จริงๆด้วย"ชายชราดีใจจนแทบเสียสติ หลังจากนั้นใช้วัสดุพิเศษที่เตรียมมาอย่างดีห่อเกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิตไว้ภายใน
"อาเค่อ เ้าจำที่ตาบอกให้ดี แผ่นดินนี้กว้างใหญ่มานัก แต่เื่เกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิตนี้มีเพียงตาเ้ารู้ผู้เดียว สักวันมันจะช่วยเหลือเ้ายามหมดสิ้นหนทาง" แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ชายชราเน้นย้ำเป็สิ่งสำคัญ แต่ด้วยความเยาว์วัยอาเค่อจึงมิได้สนใจรายละเอียดมากเท่าใดนัก
"ทำไมเกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิตจึงสำคัญมากนักหรือท่านตา"ระหว่างเดินลัดเลาะไปบนูเา อาเค่ออดถามชายชราด้วยความสงสัยไม่ได้
"เื่มันซับซ้อน ทั้งยังเกี่ยวกับเ้าโดยตรง ตาอยากให้เ้ารับรู้ความจริง แต่บางครั้งก็กลัวมันจะทำร้ายเ้าจนเกินไป"อาเค่อครุ่นอยู่ครู่นึงก่อนตอบกับชายชราด้วยรอยยิ้มอันไร้เดียงสา
"ข้าพร้อมรับฟัง ถึงอย่างไรมันก็ผ่านไปนานแล้ว" น้ำตาแห่งความภูมิใจของชายชราหลั่งริน หลานชายของมันเติบโตขึ้นมาอย่างน่าภูมิใจจริงๆ
"ก่อนหลานจะเกิด มารดาของหลานร่างกายไม่แข็งแรงจนครรภ์เป็พิษ ตาในตอนนั้นเป็ผู้เฒ่าที่ทุกคนให้ความเคารพ แต่ตาติดสินใจเห็นแก่ตัว ใช้เกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิตรักษาแม่ของเ้า จนหมู่บ้านขาดการปกป้อง ั้แ่นั้นจนวันวันคลอดทุกอย่างสงบเรียบร้อยเป็ปกติ ตามั่นใจว่าโอกาสที่อสูรร้ายจะบุกรุกหมู่บ้านนั้นน้อยมากแต่สุดท้ายตาก็คาดคิดผิดไป อสูรร้ายได้บุกมาในวันเ้าคลอดพอดี ผู้คนล้มตายไปกว่าหนึ่งในสี่ส่วน บ้านเรือนพืชไร่เสียหาย แม้บิดาของเ้าจะสยบมันลงได้แต่ก็แลกกับชีวิตของตนเอง เมื่อข้ากลับมาถึงบ้านเ้าก็คลอดออกมา แต่แม่ของเ้าที่ไร้คนดูแลก็สิ้นลมหายใจไปแล้ว ฮึกๆทุกอย่าง....มันเกิดจากความเห็นแก่ตัวของตา มันเป็ความผิดของตาเอง ฮึกๆ"ชายชราผู้สูญเสียทุกสิ่งอย่างเพียงเพื่อปกป้องหัวใจอันเป็ที่รัก น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดรินไหลออกมาเป็สาย
"ไม่เป็ไรนะท่านตา ขอบคุณท่านตา ขอบคุณบิดาและมารดาที่ทำให้อาเค่อได้เติบโตมาเช่นนี้"อ้อมกอดจากหลานชายทำให้ชายชราเริ่มสงบลง หลังจากนั้นทั้งสองจึงประคับประครองกันออกจากป่า
ทั้งสองเดินลัดเลาะผ่านป่ากันมาอย่างยาวนานจนในที่สุดก็ถึงที่ราบสูง และหมู่บ้านเก่าแก่ที่เคยอาศัย การมาถึงของชายชราทำให้ชาวบ้านแตกตื่นและเกิดโทสะขึ้น ทั้งหมดโถมไปที่ประตูหมู่บ้าน ทั้งด่าทอและพยายามขว้างปาสิ่งของใส่ชายชราจนล้มลง อาเค่อเห็นท่าไม่ดีจึงมายืนบังชายชราไว้ จนถูกเหลี่ยมเก้าอี้ปาใส่จนศรีษะแตกเือาบใบหน้า ผู้เฒ่าคนใหม่ของหมู่บ้านและผู้ติดตามเร่งรีบออกมาทันทีที่ได้ข่าวการมาถึงของชายชราเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายจึงสงบลง
"ท่านลุง หลานเค่อ พวกท่านสบายดี" ผู้เฒ่าคนใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
"ข้าจะมาทวงตำแหน่งผู้เฒ่าของข้าคืนจากเ้าเ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม"
"งั้นไปคุยกันที่กระท่อมจะเป็การดีกว่า...ตามข้ามาเถอะ"ชายชราเดินตามชายหนุ่มที่เรียกตนเองว่าลุงไปพร้อมกับคณะคุ้มกันภัย
เมื่อไม่เห็นใครอาเค่อก็ตรงดิ่งไปที่สุสานประจำหมู่บ้านเพื่อพูดคุยกับท่านพ่อและท่านแม่อย่างที่เคยทำเวลามีโอกาส โดยไม่รู้เลยว่ามีเด็กหญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแอบติดตามมันไปด้วย
ด้านชายชรา เมื่อเข้าไปถึงด้านในกระท่อมของผู้เฒ่าคนใหม่ ชายชราก็เริ่มพูดขึ้นในทันที
"เ้าเคยกล่าวว่า หากคนคุ้มกันเหล่านี้หมดประโยชน์เ้าจะไล่พวกมันไป"
"นั่นก็ต่อเมื่อท่านหาเกล็ดน้ำแข็งแห่งชีวิตเจอจริงๆ นอกจากข้าจะให้เหล่าคนคุ้มกันออกจากหมู่บ้าน ข้าจะยกตำแหน่งท่านผู้เฒ่าคืนแก่ท่าน"
"ข้าเจอมันแล้ว การประชุมหมู่บ้านวันพรุ่งนี้เช้า เ้าจงประกาศให้ชัดเจนเสีย" ผู้เฒ่าคนใหม่จ้องมองเื้ัชายชราอย่างอาฆาต รอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้า มันได้สั่งให้คนคุ้มกันที่ออกลาดตระเวณในเวลากลางคืนแอบกระทำการบางอย่างรอบๆหมู่บ้านอย่างลับๆ
อาเค่อวิ่งแบกห่อผ้าของชายชรามายังสุสานอย่างรีบร้อน มันจ้องมองกองหินทั้งสองเบื้องหน้าพร้อมทั้งขอบคุณทั้งคู่ด้วยความซึ้งใจ เพียงแค่การเกิดของมันทั้งคู่ได้ยอมเสียสละไปมากมายจริงๆ
"บิดา มารดาอาเค่อมาเยี่ยมท่านแล้ว พวกท่านไม่ต้องห่วงข้าจะใช้ชีวิตให้ดี"
"ย๊ากกกก"ก่อนที่จะได้พูดอะไรกับครอบครัวต่อ อาเค่อก็ต้องะโหลบก้อนหินที่เด็กหญิงเป็คนเขวี้ยงใส่มัน
"หลินหลินเป็อะไร เหตุใดจึงแกล้งข้าเช่นนี้"เมื่อเด็กหญิงปาหินจนเหนื่อยหอบ แต่ยังไม่โดนอาเค่อที่ว่องไวซักครั้งนางจึงล้มเลิกความพยายาม
"ข้าหงุดหงิดเ้า โมโหเ้า เหตุใดจึงไม่เอาคืนชาวบ้านพวกนั้นบ้างเล่า พวกนั้นเอาแต่ทำร้ายเ้า ด่าทอเ้ากับท่านตาเช่นนี้ทุกครั้ง ช่างใจร้ายยิ่งนัก"อาเค่อรับฟังเื่ที่หลินหลินมีโทสะแทนมันจนจบสิ้น มันรู้สึกขอบคุณนางมาก ที่ทำให้รู้สึกว่า ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีคนที่ให้ความห่วงใยให้แก่มันกับท่านตาหลงเหลืออยู่
"ขอบคุณเ้ามากที่เป็ห่วงข้ากับท่านตา แต่เ้าไม่ต้องห่วงไป พรุ่งนี้ข้าจะกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้"เมื่อได้ฟังคำถามของอาเค่อ หลินหลินนั้นรู้สึกดีใจจนะโโลดเต้น แต่ในระหว่างนั้นนางกลับฉุกคิดบางสิ่งที่ลืมไปแล้วขึ้นมาได้
"อาเค่อ ข้าเจอกิ้งก่าประหลาดในซอกหิน ตอนแรกข้าคิดว่ามันเป็รูปปั้นเพราะมันแข็งมากๆ แต่พอข้าสังเกตุมันสักพัก พบว่ามันยังหายใจอยู่ แต่ก็คงไม่นานแล้วเพราะลมหายใจของมันแ่เบามาก ข้าจึงนำมันกลับรักษาที่บ้าน แต่ก็ไม่ดีขึ้นเลย"ท้ายน้ำเสียงเจี๊อยแจ๊วอันสดใสกลับแฝงความหม่นหมองจนอาเค่อสังเกตได้ อาเค่อทนมองสหายเพียงคนเดียวของมันเศร้าใจไม่ได้จึงได้กระซิบบอกความลับของมันแก่หลินๆ
"เมื่อเช้าข้ากับท่านตาขึ้นไปบนูเา ใกล้ๆเขตแดนเทวะ ข้ากับท่านตาเจอยาวิเศษ ไม่แน่ว่าอาจจะรักษากิ่งก่าตัวนั้นได้"หลินๆตาเป็ประกายเมื่ออาเค่อพูดจบ
"วันพรุ่งนี้เช้าก่อนประชุมหมู่บ้าน มาพบกันที่นี่ก่อน ข้าจะพามันมาให้เ้ารักษา"เมื่อพูดคุยกันเสร็จสิ้น หลินหลินก็จากไปด้วยความสดใส อาเค่อจึงกล่าวลาบิดามารดาและเดินกลับกระท่อมของมันที่ชายป่าด้านนอกหมู่บ้าน
อาเค่อพบเจอชายชราที่ประตูหมู่บ้าน มันสังเกตุว่าใบหน้าของชายชรามิได้สดใสเหมือนตอนเช้าเท่าใดนัก เมื่อถึงกระท่อมอาเค่อเห็นท่าทางอันเหนื่อยล้าของชายชราจึงจัดแจงประกอบอาหารง่ายๆรับประทานกันสองตาหลาน ก่อนจะแยกย้ายกันพักผ่อนจากวันอันแสนเหนื่อยล้า