บทที่ 2 แนะนำจากเพื่อน
หลายเดือนต่อมา
หลังจากที่เลิกรากับเอมิกานธีร์ก็รู้สึกเหมือนชีวิตเขาหมดสีสันไปเลย เขาไม่รู้จะทำอะไรดี นอกจากมุ่งมั่นกับงานทุกวันจนแทบไม่อยากหยุดพัก เพราะการทำงานมันช่วยให้เขาลืมเื่ของเอมิกาไปได้บ้าง
"เฮ้ย นธีร์! จะนั่งทำงานแบบนี้จนหัวฟูเลย หรือไง?"
อาร์ม ถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทของเขานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ั้แ่เช้าจนตอนนี้ดึกแล้ว
"เออ...ไม่อยากคิดอะไรเลยว่ะ มันง่ายกว่าการจะมานั่งคิดถึงคนที่ไม่้าให้คิดถึง"
นธีร์ ตอบเสียงเบา แต่ก็รู้สึกเหมือนว่าแค่พูดออกไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร
ธามไท ที่นั่งข้างๆ หยิบกาแฟขึ้นมาจิบแล้วทำหน้าเหมือนจะพูดอะไร
"เออ...กูว่ามึงก็ทำเกินไปนะทำงานน่ะ จนไม่มีเวลาหายใจแบบนี้ มันก็ไม่ดีเหมือนกันนะเว้ย"
"แต่ดีกว่าไปนั่งคิดถึงเื่เก่าๆที่มันไม่เกิดประโยชน์อะไร"
นธีร์ ตอบเสียงแข็ง
อาร์ม และ ธามไท สบตากัน ก่อนจะยิ้มออกมา
"ก็จริงแหละ"
อาร์มพูดขึ้น
"แต่มันก็ไม่ใช่การแก้ปัญหานะเว้ย นั่งทำงานไปเรื่อยๆ แบบนี้ก็เหมือนจะหลอกตัวเองไปวันๆ"
นธีร์ เงียบไปสักพัก ก่อนจะหันไปมองโปรเจคที่เขากำลังทำอยู่กับเพื่อนๆ
“โปรเจคนี้ก็คงเป็สิ่งเดียวที่ทำให้กูไม่ต้องคิดถึงเื่นั้นอีก”
เขาพูดเบาๆ
"โห...คิดถึงเขาก็พูดมาเถอะ อย่ามาทำเหมือน พระเอกเลยมึง"
ธามไท แซวพร้อมหัวเราะ
นธีร์ ยิ้มขำๆ แต่ในใจกลับรู้สึกเจ็บนิดๆ ถึงแม้จะพยายามหลีกเลี่ยงมันยังไง ก็ไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกนั้นได้
พวกเขาทำงานกันจนโปรเจคเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด ความสำเร็จที่ได้มาไม่ใช่แค่เพราะฝีมือของ นธีร์ เท่านั้น แต่ยังมีความช่วยเหลือจาก อาร์ม และ ธามไท ที่ช่วยกันคิดไอเดียใหม่ๆ รวมถึงการสนับสนุนทางด้านเทคนิคที่ทำให้ทุกอย่างออกมาดี
"โปรเจคนี้มัน...ออกมาดีจริงๆ นะ"
นธีร์ พูดเสียงจริงจังขณะมองงานที่เสร็จสมบูรณ์
"เออ นี่ก็แหละ ที่มึง้าใช่มั้ย? งานที่ไม่ต้องคิดถึงอะไรเลย"
อาร์มพูดพร้อมหัวเราะ
"ใช่แล้วเว้ย...มันทำให้กูรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย"
นธีร์ ยิ้มบางๆ
การทำงานในครั้งนี้ทำให้ นธีร์ รู้สึกเหมือนเขากำลังเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ แม้ว่าจะยังมีเื่ของเอมิกาอยู่ในใจ แต่การได้มีเพื่อนๆ คอยอยู่ข้างๆ และการได้ทุ่มเทให้กับสิ่งที่รักมันก็ช่วยให้เขาก้าวผ่าน่เวลาที่ยากลำบากไปได้
"มึงจะบอกว่าไม่คิดถึง เอมิกา แล้วจริงๆ เหรอ?"
ธามไท ถามเสียงขบขัน
นธีร์ ขมวดคิ้ว ก่อนจะตอบกลับไป
"คิดถึงแล้วยังไงวะ เพราะตอนนี้...มันไม่ใช่เื่ที่ต้องให้ความสำคัญอีกต่อไปแล้ว"
อาร์ม ยิ้มให้เพื่อน
"เออ ดีแล้วล่ะ ตอนนี้มึงก็ควรคิดถึงตัวเองบ้าง ไม่ใช่คิดถึงแต่คนอื่น"
นธีร์ พยักหน้า ก่อนจะรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังเริ่มต้นใหม่จริงๆ แม้ว่าจะยังมีความคิดถึงและความเ็ปอยู่บ้าง แต่มันก็ดีกว่าการจมอยู่กับอดีตที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นธีร์มองดูโปรเจคที่สำเร็จแล้วและมองเพื่อนๆหลังจากนั้นเขาจึงเอ่ยปากชวนเพื่อนๆของเขาเพื่อฉลองกับงานนี้
“เฮ้ย…ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เราฉลองให้กับโปรเจคนี้กันดีไหมวะ”
อาร์ม และ ธามไท มองหน้ากันอย่างอารมณ์ดีจากนั้นก็หันไปมอง นธีร์ แล้วอาร์มก็พูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีและมีความสุขว่า
“แน่นอนดิวะ…จะรออะไรล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเจอกันที่บ้านไอ้อาร์มที่เดิมนะเว้ย!”
ธามไท เองก็พูดเสริมอย่างอารมณ์ดีเช่นกันจากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากห้องเพื่อแยกย้ายกันกลับบ้านและเตรียมตัวออกไปฉลองในคืนนี้ นธีร์ มองเพื่อนที่เดินออกจากห้องด้วยท่าทีที่มีความสุขเขายิ้มออกมาเล็กน้อยและหัวเราะเบาๆก่อนจะส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้พร้อมกับะโตามหลังไปว่า
“เออ…งั้นคืนพรุ่งนี้เจอกันนะเว้ย!!!”
“ได้เลยไอ้เพื่อนรัก”
เสียงตอบรับของทั้งสองคนดังออกมาพร้อมกันพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังลั่นอย่างมีความสุข
เสียงเพลงจังหวะสนุกๆ ดังลั่นไปทั่วห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัดของอาร์มที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็สถานที่เฉลิมฉลองเล็กๆ หลังจากโปรเจคสุดโหดที่พวกเขาทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
"เฮ้ย นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจคแล้วนะเว้ย มันคือผลงานระดับโลก!"
อาร์ม พูดพลางยกแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับ ธามไท และ นธีร์ อย่างอารมณ์ดี
"เออๆ ก็ใช่ แต่ถ้าจะขนาดนั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปจดลิขสิทธิ์ชื่อพวกเราด้วยเลยละกัน!"
ธามไท พูดพลางหัวเราะ พร้อมกับโยนขนมขบเคี้ยวใส่ นธีร์ ที่ยังคงนั่งเงียบอยู่
นธีร์ ยิ้มบางๆ พร้อมยกแก้วขึ้นมาชนกับเพื่อนๆ
"ก็ต้องขอบใจพวกแกด้วยนะ ถ้าไม่มีพวกแก ฉันก็คงไม่มีแรงทำจนเสร็จหรอก"
"โอ้โห…ซึ้งเลยนะเนี่ย!"
อาร์ม พูดพลางแกล้งทำท่าปาดน้ำตา
"แต่เอาจริงๆ นะ นธีร์ แกควรดีใจกว่านี้หน่อยดิ นั่งเงียบแบบนี้ใครจะไปคิดว่าแกฉลองอยู่"
"เออว่ะ เห็นแกนั่งทำหน้าเหมือนคนอกหักกลางงานเลี้ยงแบบนี้แล้วมันแปลกๆ นะ"
ธามไท เสริมด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
นธีร์ ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า
"ไม่รู้สิว่ะ...มันเหมือนชีวิตฉันยังขาดอะไรไปสักอย่าง ทั้งที่งานก็เสร็จแล้ว ทุกอย่างก็ดูโอเค แต่...มันก็ยังเหงาอยู่ดี"
คำพูดของ นธีร์ ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่ อาร์ม จะตบไหล่เขาเบาๆ
"เออ...กูว่ามึงอาจจะต้องลองเปิดใจอีกครั้งนะเว้ย ชีวิตไม่ได้มีแค่งานหรอก"
"จริง! แล้วเดี๋ยวนี้โลกมันก็เปลี่ยนไปแล้วนะ ใครๆ เขาก็ใช้แอปหาคู่กันหมดแล้ว!"
ธามไท พูดพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอให้ดู
"แอปหาคู่? จะดีเหรอวะ?"
นธีร์ ถามด้วยน้ำเสียงลังเล
"ดีสิ! ดูนี่ดิ โปรไฟล์กูในแอปนี้นะ โคตรเท่เลย!"
ธามไท พูดพลางโชว์รูปโปรไฟล์ตัวเองที่ดูเหมือนจะผ่านการตกแต่งมาหนักมาก
"เออ…ถ้ามึงใส่ฟิลเตอร์หนักกว่านี้อีกหน่อย เดี๋ยวคนคงคิดว่ามึงเป็ AI แน่ๆ"
อาร์มแซวขำๆ
ธามไท หัวเราะ
"เอาน่า! มันก็ต้องมีแต่งบ้างให้ดูน่าสนใจ มึงก็ลองสิ นธีร์ เผื่อเจอคนที่ใช่"
นธีร์ มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ ธามไท ยื่นให้ ก่อนจะถอนหายใจ
"ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเวิร์คไหม แต่...ลองดูก็ได้มั้ง"
"นั่นแหละ! ชีวิตมันต้องมีสีสันบ้างเว้ย อย่ามัวแต่จมอยู่กับอดีต"
อาร์ม พูดพร้อมยกแก้วขึ้นอีกครั้ง
เสียงหัวเราะและบทสนทนาเบาสบายกลับมาอีกครั้งในค่ำคืนนั้น แม้ว่าความเหงาของ นธีร์ จะยังไม่หายไปทั้งหมด แต่เขาก็เริ่มรู้สึกว่าบางทีการลองเปิดใจอีกครั้งอาจเป็คำตอบที่เขากำลังมองหาอยู่
ในด้านของ เมลิสา สำหรับ เมลิสา ชีวิตใน่หลายเดือนที่ผ่านมาเหมือนกับการเดินทางในทะเลทรายกว้างใหญ่ แม้จะมี่เวลาที่สดใสจากการทำงานที่เธอรัก แต่ลึกๆ แล้วกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกเหงาและว่างเปล่า
หลังจากเลิกรากับ ไมค์ เมื่อหลายเดือนก่อน เมลิสา ก็พยายามดึงตัวเองออกจากความเศร้า เธอโฟกัสกับงานคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เธอรักมากขึ้น เธอทำคลิปเกี่ยวกับการท่องเที่ยว การทำอาหาร และการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนแฟนคลับของเธอต่างพากันชื่นชม
"เธอคือแรงบันดาลใจของฉันเลย!"
"ดูคลิปของพี่เมลิสาทีไร รู้สึกมีกำลังใจทุกครั้ง"
ข้อความเหล่านี้จากแฟนคลับเป็เหมือนพลังงานที่เติมเต็มให้เธอในแต่ละวัน แต่เมื่อแสงไฟดับลง และเธอต้องอยู่คนเดียวในห้องเล็กๆ ของตัวเอง ความรู้สึกที่เหมือนชีวิตขาดอะไรบางอย่างก็กลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง
ในคืนหนึ่งหลังจากถ่ายคลิปรีวิวร้านอาหารเสร็จ เมลิสา นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น เธอมองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ แต่แทนที่จะรู้สึกอบอุ่น เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังมองภาพที่เงียบเหงา
"ชีวิตฉันมันขาดอะไรไปกันแน่?"
เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอพยายามหาคำตอบ แต่คำตอบกลับดูเหมือนจะอยู่ไกลเกินเอื้อม แม้เธอจะมีแฟนคลับที่รักเธอ มีเพื่อนร่วมงานที่ดี แต่ความสัมพันธ์ที่เธอเคยมีมันทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายมากกว่านี้
เธอพยายามหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว เช่น การปลูกต้นไม้ การอ่านหนังสือ หรือการลองทำเมนูอาหารใหม่ๆแต่ก็ไม่สามารถลบความรู้สึกว่างเปล่าในใจได้
"ฉันเหมือนกำลังหลงทางอยู่ในเขาวงกตของตัวเอง"
เธอคิดในใจ
ทุกครั้งที่เปิดโทรศัพท์และเห็นเพื่อนๆ โพสต์รูปคู่กับคนรัก หรือพูดถึงชีวิตที่กำลังไปได้ดี เมลิสา ก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ เธอไม่ได้อยากย้อนกลับไปหาความสัมพันธ์เก่า แต่เธอคิดถึงความรู้สึกที่มีคนคอยอยู่เคียงข้าง คอยรับฟัง และเข้าใจเธอ
เธอถอนหายใจยาวและนั่งจ้องโทรศัพท์ที่มืออยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจว่าเธอ้าใครสักคนที่สามารถรับฟังเธอได้จริงๆและคนที่เธอคิดถึงตอนนี้ก็คือเพื่อนสนิทของเธออย่างพอลล่าและริต้า หลังจากที่เมริสาใช้เวลานั่งคิดวนไปวนมาอยู่บนโซฟาเกือบชั่วโมง ความรู้สึกเบื่อหน่ายก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเธอพยายามดึงตัวเองให้กลับไปโฟกัสกับหนังที่ฉายอยู่บนหน้าจอ แต่สุดท้ายสมองของเธอก็วกกลับไปที่คำถามเดิม
"ชีวิตฉันขาดอะไรไปกันแน่นะ?"
เธอถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา อีกครั้งดูข้อความในแอปแชทที่ไม่ได้เปิดมาหลายวัน คราวนี้เธอเลื่อนไปหากรุ๊ปแชทของแก๊งเพื่อนสนิทที่ตั้งชื่ออย่างอารมณ์ดีว่า
“แก๊งค์ คนสวยสายฮา”
เมลิสานั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความลงไป
เมริสา:
"แกฉันรู้สึกว่าชีวิตมันขาดอะไรไปว่ะแต่ไม่รู้ว่าขาดอะไร"
ข้อความถูกส่งออกไปเธอเฝ้ารอคำตอบจากเพื่อนๆที่มักจะตอบเร็วเหมือนพวกเขาจับโทรศัพท์ไว้ตลอดเวลา
ไม่กี่วินาทีต่อมา ชื่อของ พอลล่า ก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับข้อความที่ดูเหมือนตั้งใจแหย่
พอลล่า:
"แกขาดผู้ชายใช่ป่ะล่ะ? หรือไม่ก็ขาดความ พวกฉันตอนนี้ไง ฮ่าๆๆ"
ริต้า: "พอลล่า! แกนี่จริงจังบ้างได้ป่ะ ไอ้เมย์ กำลังเครียดนะ"
พอลล่า:
"เอ้า ก็ช่วยไง นี่มันยุค 2025 แล้วนะ ถ้าชีวิตขาดอะไร ก็แค่ช่วยเติมอันนั้นเข้าไปฉันว่ายุคนี้ง่ายจะตายอย่างเช่นแอปพลิเคชัน…หาคู่ไงล่ะ มีผู้ชายให้เลือกตั้งเยอะ ฮ่าๆๆ!"
เมลิสา หลุดขำเบาๆ กับคำตอบของ พอลล่า เธอรู้ว่าเพื่อนคนนี้มักจะมาพร้อมมุกตลกที่ชวนให้ยิ้มได้เสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่า พอลล่า มักจะพูดอะไรที่จริงในมุมขำๆ แบบนี้
เมลิสา:
"แกฉันไม่ได้อยากหาแฟนขนาดนั้นหรอก แต่แค่รู้สึกว่าชีวิตมันเหมือน...เหงาอะ"
ริต้า:
"งั้นพรุ่งนี้มาเจอกันที่คาเฟ่ที่เดิมดีมั้ย? ฉันกับพอลล่า จะช่วยแกหาทางออกเอง"
พอลล่า:
"ใช่ๆฉันเองก็หิวชาเขียวแล้วก็อยากกินเค้กอยู่พอดีเลยฮ่าๆๆ! และฉันขอสัญญาว่าจะไม่ให้แกกลายเป็สาวแก่เลี้ยงแมวคนเดียวแน่นอน!"
เมลิสาขำกับคำพูดของพอลล่าพร้อมกับพิมพ์กลับไป
"โอเค งั้นพรุ่งนี้ 10 โมงนะ"
เมื่อวางโทรศัพท์ลง เมลิสา ก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกอย่างน้อยเธอก็รู้ว่ายังมีเพื่อนที่พร้อมจะรับฟังและช่วยเธอเสมอ
วันต่อมาเมลิสานั่งอยู่ในคาเฟ่ที่มีบรรยากาศอบอุ่นเสียงเพลงแจ๊สเบาๆลอยคลอในอากาศเธอเหลือบมองแก้วกาแฟลาเต้ของตัวเองที่ถูกวาดลวดลายเป็รูปหัวใจก่อนจะถอนหายใจเบาๆเป็ครั้งที่สามในรอบห้านาที
“ยัยเมย์ แกจะถอนหายใจอีกกี่รอบวะ แก้วกาแฟจะปลิวเอาได้นะ”
พอลล่า ทักพร้อมยกแก้วชาเขียวปั่นขึ้นดูดเสียงดังจนคนในโต๊ะข้างๆ หันมามอง
“เออ นั่นสิ นี่ถ้าเป็หนังเกาหลีนะ แกสวยขนาดนี้เวลาลมพัดผมแกปลิวนะแล้วมีพระเอกเดินมาหาแล้วล่ะ”
ริต้า เสริมพร้อมหัวเราะ
เมลิสา ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเท้าคาง
“แกสองคนรู้มั้ยว่าฉันรู้สึกเหมือนชีวิตมันขาดอะไรไปสักอย่าง แบบ...ถึงจะมีแฟนคลับ มีคนรอบตัวเยอะ แต่พอกลับบ้านทีไรก็รู้สึกเหงาแปลกๆ”
พอลล่า ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แกกำลังขาดความรักล่ะสิ ใช่มั้ยล่ะ?”
“เฮ้ย! ใช่เหรอ?”
เมลิสา ทำตาโตด้วยความใเหมือนโดนทักใจดำ
“ใช่สิ! แกคิดดูสิ งานแกก็ปัง ชีวิตแกก็มีคนรักเยอะ แต่แกดันไม่มีใครให้ดู Netflix ด้วยไงล่ะ!”
พอลล่าแซวพร้อมยักคิ้ว
“เออ จริงของ พอลล่า ถ้าเป็ฉัน ฉันก็อยากมีคนให้กอดตอนดูซีรีส์นะ”
ริต้าเสริม
เมลิสา หัวเราะออกมาเบาๆ
“ก็จริงนะ แต่ฉันจะไปหาจากไหนล่ะ จะให้ฉันไปยืนถือป้ายหน้าห้างว่า ‘รับสมัครคนดู Netflix ด้วย’ หรือไง”
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก”
พอลล่า เปิดมือถือก่อนจะยื่นให้ เมลิสา ดู
“นี่ไง แอปนี้เลย! แอปหาคู่ที่คนฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง”
“แอปหาคู่? นี่พอลล่า ฉันไม่ใช่คนที่จะไปสไลด์ซ้ายขวาเพื่อหาความรักหรอกนะ”
เมลิสาส่ายหน้าพลางหัวเราะ
“เฮ้ย! อย่าดูถูกแอปนี้นะยะ ฉันเคยเจอผู้ชายหล่อๆ ในนี้ตั้งหลายคน แต่ดันคุยไม่รอดเอง”
พอลล่า ทำหน้าภูมิใจ
ริต้า พูดเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เมย์ แกลองเปิดใจดูสิ อย่างน้อยก็เป็โอกาสให้แกได้เจอคนใหม่ๆ บ้าง”
เมลิสา ลังเลอยู่สักพักก่อนจะรับมือถือของ พอลล่า มาดู
“เอาเถอะ ถ้ามันจะช่วยแก้เหงาได้ ฉันก็จะลองดู”
พอลล่า กับ ริต้า หัวเราะพร้อมกัน
“ดีมาก! งั้นเดี๋ยวพวกฉันช่วยแกตั้งโปรไฟล์เอง!”
บทสนทนาของทั้งสามคนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนานเมลิสา เริ่มรู้สึกว่าการลองเปิดใจครั้งนี้อาจเป็จุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน และหลังจากที่ เมลิสา ตัดสินใจเปิดแอปหาคู่ตามคำแนะนำของพอลล่า และ ริต้า เธอก็เริ่มตั้งโปรไฟล์ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความลังเลแม้จะรู้สึกว่าการหาคู่ผ่านแอปเป็เื่ที่ค่อนข้างแปลก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ ในใจ
“โอเค...โปรไฟล์เสร็จแล้วนะ”
เมลิสา กดปุ่มส่งคำแนะนำจาก พอลล่า และ ริต้าไป แล้วนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา มือกำมือถือไว้แน่น รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังยืนอยู่บนขอบเหวที่จะะโลงไป
“ทำไมฉันรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมอะไรซักอย่างเลยอ่ะ”
เมลิสา พึมพำกับตัวเอง ขณะที่สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอที่แสดงผลการจับคู่
พอลล่า และ ริต้า นั่งข้างๆ อย่างเงียบๆ พร้อมกับมองหน้าจอมือถือของ เมลิสา ด้วยความตื่นเต้น
“อ่ะ! นี่ไง คนแรกที่แมทช์กับแก!”
พอลล่า ะโออกมาด้วยความตื่นเต้น
เมลิสา หันไปมอง พอละเห็นชื่อของเขาปรากฏอยู่บนหน้าจอ
“นธีร์...นักออกแบบเว็บไซต์?”
เมลิสา ทำหน้าครุ่นคิด ขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นและประหม่าในเวลาเดียวกัน
“เห้ย นี่ดูดีนะ ลองทักเขาไปสิ!”
ริต้า แนะนำเสียงเบาๆ
เมลิสา จับมือถือไว้แน่นอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความไป
“สวัสดีค่ะ คุณ นธีร์ ดูเหมือนเราจะมีความสนใจในสิ่งเดียวกันนะคะ หวังว่าจะได้พูดคุยกันค่ะ”
กดส่งไปแล้ว เธอรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองทำอะไรบางอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และเธอก็ไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไงกับมัน ความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความตื่นเต้นและความวิตกกังวลทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ไม่เคยคุ้นเคย
“เอาล่ะ แกทำแล้วนะ!”
พอลล่า หัวเราะเบาๆ พร้อมยกแก้วชาเขียวขึ้นจิบ
“ทำแล้วจริงๆ หรอ... แค่นี้ก็ทำได้แล้วหรอ”
เมลิสา กล่าวเสียงเบา ขณะที่กำลังรอคอยคำตอบจากเขา
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น หน้าจอมือถือของเมริสาก็มีข้อความเข้ามา
“สวัสดีครับ เมลิสา ดูเหมือนว่าเราจะมีอะไรหลายอย่างที่เหมือนกันนะครับ”
ข้อความจาก นธีร์ ปรากฏขึ้น
เมริสา หัวเรา
ะออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายขึ้น
“ใช่ค่ะ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
การเริ่มต้นนี้อาจจะดูเหมือนเล็กน้อย แต่ เมลิสา กลับรู้สึกว่ามันเป็การก้าวที่สำคัญในชีวิตของเธอ เธอไม่รู้ว่ามันจะนำไปสู่ทางไหน แต่รู้แค่ว่าตอนนี้เธอกำลังทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน และมันทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก