ย้อนกลับไปวันสุดท้ายของการเป็นักเรียนชั้นมัธยมหก...
เวลาที่รู้สึกชอบใครสักคนทั้งที่รู้ว่าความสัมพันธ์จะไปต่อไม่ได้นั้นแสนจะเ็ปและทรมาณมากสำหรับฉัน
แต่เอาเถอะ ถึงเธอจะไม่รับรัก แต่อย่างน้อยก็อยากให้เธอรับรู้ ว่าตลอดสองปีกับอีกหกเดือนที่ได้เจอเธอและรู้สึกดีด้วย มันดีขนาดไหนสำหรับฉัน
จึงได้เขียนจดหมายใส่โหลแก้วสีใสที่ข้างในมีของจำนวนสามชิ้น และดาวกระดาษสามสี
ด้านในจดหมายฉันเขียนถึงเธอว่าอย่างไร ฉันในตอนนี้ได้ลืมมันไปหมดแล้ว
แต่สิ่งที่ไม่เคยลืมคือย่อหน้าแรกของมัน
'จดหมายฉบับสุดท้าย แด่เธอ ผู้เป็ที่รัก'
และ
'แด่เธอ ผู้ที่ไม่เคยรู้ว่าฉันรัก หรือรู้.. ก็เมตตาเกินกว่าจะพูดให้ฉันทำใจ'
รวมไปถึงคำลงท้ายสั้นๆ
'รักและเคารพบูชา'
ในวันนั้น วันที่ฉันนัดหมายจะนำโหลแก้วแทนใจนั่นไปใ้เธอ
ฉันรู้อยู่เต็มอก ว่าหลังจากนี้ ตลอดไป และบางทีอาจเป็ตลอดกาล หรือไม่ก็นิรันดร ที่เธอจะหายไปจากชีวิตฉัน ที่เราจะไม่ได้พบ ไม่ได้คุย และไม่ได้พบหน้า ที่จะไม่ได้ยินเสียงหัวเราะสดใส น้ำเสียงหวานๆ หรือแม้กระทั่งได้มองเข้าไปในั์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ฉันชอบมองเสมอเวลาที่เรามีโอกาสได้พูดคุยกัน
และรู้ตัวดีว่าบางทีหลังจากนั้น รูปคู่ที่เราเคยถ่ายด้วยกันจำนวนหกรูปนั่นอาจไม่สามารถลบออกจากโทรศัพท์ของฉันไปได้ด้วยซ้ำ
แต่ฉันรู้มาเสมอ ว่าทุกครั้งที่เธอจ้องมองตากัน เธอกล่าวขอโทษฉันซ้ำๆ ตั้งกี่ครั้งไม่รู้ต่อกี่ครั้ง
แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้นั่นแหละ
เลยส่งผลให้ในตอนนี้ฉันจึงมาอยู่ต่อหน้าเธอ
พร้อมโหลแก้วที่อัดแน่นไปด้วยอะไรมากมาย
อันที่จริงฉันรู้ว่าเธอไม่เหมาะสมกับฉันมากๆ
เธอร่ำรวย แต่ฉันนั้นแค่พอมีฐานะ
เธอใส่แหวนวงละสี่หมื่นห้าพันบาท ขณะที่ฉันใส่แหวนวงละสองพันแปดร้อยบาท
เธอใส่นาฬิกาเรือนงาม ส่วนฉันมีเพียงนาฬิกาที่ตกทดมาจากพี่สะใภ้
แค่นี้ก็รู้แล้ว ว่าเป็ไปไม่ได้
"ตัวคะ สรุปจะให้อะไรเค้า" เธอถาม แววตาที่มองสบกันทำฉันประหม่า
"เรามีของจะให้ ข้างในมีจดหมายกับของอยู่" ฉันว่า พลางยื่นโหลแก้วให้เธอ เธอรับมัน แล้วเพ่งพินิจอยู่สักพักก่อนถามคำถามที่ทำใจฉันกระตุก
"ตัวสารภาพรักรึเปล่า ใช่มั้ยคะหื้ม" เธอถาม น้ำเสียงทีเล่นทีจริงทำฉันปั่นป่วนภายในอก
"ก็คงใช่นะ แต่ก็นั่นแหละ ขอแค่ได้บอกก็คงเพียงพอ" ฉันว่า
"ตัวรักเค้ามากขนาดไหนคะ" เธอถามมืออีกข้างยื่นมาจับมือกัน
"รักมากพอที่จะเห็นเธอรักคนอื่น" ฉันว่าก่อนจะเบี่ยงเบนสายตาไปมองทางอื่น คิดผิดจริงๆที่มาเจอกันหน้าตึก คนเยอะชะมัด
"แล้วตัวจะมีความสุขหรอ" เธอถามก่อนดึงฉันเข้าไปใกล้เธออีกนิด
"ก็เรามันเทียบชั้นเธอไม่ติด เอื้อมไปสุดแขนมันก็ไม่ถึง" ฉันว่าน้ำตาคลอเบ้า
"เธอคิดว่าเค้าจะไม่เลือกตัวใช่มั้ยคะ" เธอถาม
ฉันพยักหน้า
"มานี่มา" เธอว่าก่อนจะดึงฉันให้เดินตามเธอไป
เรามาหยุดหน้ารถราคาแปดหลักคันหนึ่ง ที่ดูแล้วถ้าฉันจะซื้อ คงเป็ไปได้ยาก
"ขึ้นไปค่ะ" เธอว่าก่อนจะดึงฉันให้เดินตามเธอขึ้นไปบนรถคันนั้น
"ห้ะ!?" เธอปิดประตูรถเสร็จสรรพ ก่อนจะหันไปสั่งให้คนขับลงไปจากรถจนกว่าเธอจะเรียกตัว
ฉันยังไม่เข้าใจสถานการณ์
"โอเค กอดได้" เธอว่าก่อนดึงฉันเข้าไปกอด
"จูบกันมั้ยคะ" เธอถามหลังจากคลายกอด
"ห้ะ!? อืม.." ฉันใ แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป เธอก็ยื่นหน้าเข้ามาจูบกันเสียแล้ว
เป็จูบที่เงอะงะ แต่ฉันชอบที่สุดั้แ่เคยจูบมา
มันทั้งหวาน หอม อ่อนโยน และไร้เดียงสา
ซึ่งเป็รสจูบที่ฉันโหยหามาตลอด หากแต่ไม่ใช่เพราะมันไร้เดียงสา แต่เพราะคนมอบจูบให้ฉันมันคือเธอต่างหาก ฉันจึงชอบ
หลังจากเหตุการณ์นั้น เธอสารภาพหมดเปลือกว่าเธอชอบฉันเช่นกัน และบอกข่าวร้าย
ซี่งข่าวร้ายที่ว่า มันจะถูกเก็บไว้เป็ความลับระหว่างเราตลอดไป..