ถ้าหากว่าทำได้ละก็มู่อี้เฉินก็อยากจะกลับไปเป็เหมือนเดิมและอยากจะลืมผู้หญิงคนนั้นไปเสียให้หมดให้สิ้นเรารู้อยู่แล้วว่าการที่คนเราสนใจแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะทำให้ชีวิตสูญเสียการควบคุมพ่อของเขาก็เป็ตัวอย่างที่มองให้เห็นง่ายๆ เลยทีเดียวและเขาเองก็ไม่อนุญาตให้ตัวเองเป็แบบพ่อเช่นนั้น
แต่น่าเสียดาย ตอนนี้ไม่ทันเสียแล้ว
ถึงแม้ว่าจ้าวตงหานจะมีคนที่เธอแคร์แต่นั้นก็กลายเป็จุดอ่อนของเธอไปโดยปริยายก็อย่าโทษเขาที่จะใช้จุดอ่อนนี้มาเล่นงานเธอก็แล้วกัน
เขาแค่เพียงแต่อยากเห็นว่าเธอจะยอมเสียสละให้กับจ้าวเซี่ยหน่วนได้สักกี่น้ำ
เขาสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้จ้าวตงหานได้มาอยู่ข้างกายเขา
มู่อี้เฉินยิ้มอย่างขมขื่นคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีวันที่ต้องวางแผนการอะไรแบบนี้เพื่อผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้รักเขาด้วย
เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้คนที่ทำให้เขาจิตใจปั่นป่วนได้มายืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของตระกูลมู่กรุ๊ปแล้ว
จ้าวตงหานยืนอยู่ตรงนี้ราวสิบนาทีกว่าแล้วคิดแล้วคิดอีกว่าจะเข้าไปดีหรือไม่
ภาพตรงหน้าคือตึกหรูหราของบริษัทหนึ่งผู้คนใส่ชุดสูททันสมัยเดินขวักไขว่รีบร้อนไปมาทั้งพนักงานธรรมดารวมถึงแขกต่างชาติที่เดินเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย
หลังจากนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่สวมเครื่องแบบสีฟ้าล้วนก็มองมาที่เธอย่างสงสัยเธอจึงตัดสินใจ แล้วเดินผ่านเข้าไปที่ประตูใหญ่นั่น
ได้ยินมาว่าห้องทำงานของมู่อี้เฉินอยู่ชั้นบนสุด เธอจึงขึ้นลิฟต์มุ่งตรงไปยังจุดหมายใช้เวลาไม่นานก็ถึงแล้ว พอเดินออกมาคำสองคำแผนกเลขานุการก็ปรากฏสู่สายตาเธอ
“สวัสดีค่ะ ดิฉัน้าพบมู่อี้เฉิน”
“ไม่ทราบว่าได้นัดไว้หรือเปล่าคะ?”
เลขาฯ ถามขึ้นพลางยิ้มน้อยๆ ด้วยเพราะเป็เลขาฯของบริษัทใหญ่จึงต้องมีมารยาทมากขนาดนี้
“ไม่ได้นัดค่ะ”
จ้าวตงหานส่ายศีรษะ
“รบกวนคุณช่วยบอกจุดประสงค์ที่้ามาพบและทิ้งข้อมูลการติดต่อไว้ให้ด้วยนะคะดิฉันจะไปรายงานให้ท่านประธานทราบเื่ เมื่อท่านประธานกำหนดเวลาไว้แล้วถึงเวลาดิฉันจะโทรแจ้งนัดหมายให้คุณมาพบค่ะ”
“รบกวนคุณโทรหาเขาตอนนี้ให้เลยได้ไหมคะ?ดิฉันมีเื่สำคัญที่้าจะพบเขาคุยธุระ ดิฉันชื่อจ้าวตงหานค่ะ”
“ขออภัยด้วยนะคะที่ดิฉันไม่สามารถทำได้ต้องเป็ไปตามกฎระเบียบของบริษัทพวกเราค่ะ”
ไม่ว่าจ้าวตงหานจะพูดอย่างไรฝ่ายตรงข้ามก็ไม่มีท่าทียอมโดยง่าย
เื่นี้ไม่มีความจำเป็ต้องให้เลขาฯ เป็ผู้ไปรายงานยิ่งจะให้รอโทรศัพท์จากเขาก็ไม่สามารถรอได้นานขนาดนั้นวันนี้มู่อี้เฉินก็พูดเสียขนาดนั้นแล้ว อย่าว่าแต่เลขาฯ ไปรายงานเลยน่ากลัวว่าจะพบก็ไม่ให้พบอีกต่างหาก
เธอรอได้ แต่พี่สาวเธอน่ะรอไม่ได้
“โอเคค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อน”
ดูท่าว่าจะพบผู้ชายคนนั้นเธอคงต้องหาข้ออ้างอะไรสักอย่าง
เหลิ่งคุนเพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงานท่านประธานก็เห็นร่างของจ้าวตงหานที่หมุนตัวจากไปพอดี
“คุณหนูท่านนั้นมาทำอะไรกัน?”
เหลิ่งคุนถามเลขาฯ
“เธอบอกว่าจะมาพบคุณมู่ค่ะแต่ว่าไม่ได้นัดเอาไว้และก็ไม่ได้บอกจุดประสงค์ที่จะขอเข้าพบด้วยคิดว่าน่าจะเป็พวกดารานักแสดงที่มาหลงคุณมู่ของพวกเราน่ะสิ!ให้ฉันไล่กลับไปน่ะดีแล้วเื่เล็กน้อยแค่นี้ไม่จำเป็ต้องรายงานท่านประธานหรอกมั้ง”
“ผมว่าถามสักหน่อยจะดีกว่าไหม”
เลขาฯ ตัวน้อยรู้ดีว่าเหลิ่งคุนค่อนข้างถ่อมตัวเพียงแต่รับผิดชอบในส่วนงานของตนเองที่ทำเท่านั้นไม่ค่อยชอบยุ่งกับเื่ของคนอื่นเว้นแต่ว่าเื่นั้นเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับท่านประธาน
“อ๊าย พี่เหลิ่ง ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครมาจากไหนเหรอคะ?พี่รู้จักเขาไหม?”
เลขาฯตัวน้อยไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นในจิตใจลงได้จึงรีบถามออกไป
คุณมู่เป็ผู้ชายในฝันของพนักงานหญิงสาวทุกคนในบริษัทเธอทำงานที่นี่มาสองปีแล้วไม่เคยเห็นท่านประธานมีเพื่อนผู้หญิงเลยสักคนหรือว่า...
“ถ้าคุณเอาเื่นี้ไปพูดข้างนอกต่อละก็ อนาคตคุณจบแน่!”
พูดไปพลางยกหูโทรศัพท์ต่อขึ้นสายตรง
“นายน้อยครับคุณหนูจ้าวตงหานมาขอพบเนื่องจากไม่ได้นัดไว้ล่วงหน้าเพิ่งจะออกไปเมื่อสักครู่นี้ครับถ้าจะให้ไปตามด้านล่างตึกตอนนี้ก็ยังทันไม่ทราบว่านายน้อยจะให้ผมไปตามเธอกลับมาไหมครับ?”
“ไม่ต้อง! ถ้าหากว่าเธอมาอีกก็บอกไปว่าฉันไม่อยากพบ!”
“...ครับ”
“และก็ฉันจำได้ว่าฉันไม่เคยสั่งแกให้หาราศีเกิดกับงานอดิเรกของจ้าวตงหานนะใครใช้ให้แกกล้าดีทำเกินคำสั่ง? วันหยุดแกเดือนนี้หักออกไปสามวันไม่มีข้อยกเว้น!”
“ครับ”
เมื่อวางโทรศัพท์ลง เหลิ่งคุนกำชับคำพูดประโยคแรกให้เลขาฯฟังอีกรอบ ทั้งในใจก็ยังอดคิดไม่ได้ว่านี่เขาเดาผิดไปหรอกหรือ?นายน้อยไม่เคยสนใจจ้าวตงหานเลยสักนิดเดียว? ถ้าเกิดว่าไม่สนใจจริงๆแล้วทำไมต้องส่งเขาไปสืบหาอย่างนั้นด้วยล่ะ?แต่ที่น่าสงสารคือเขาต่างหากเดือนนี้แต่แรกมีวันหยุดเพียงห้าวันตอนนี้เหลือเพียงสองวันเสียแล้ว
จ้าวตงหานเดินออกมาจากร้านซักรีดในมือถือเสื้อสูทสีขาวออกมาตัวหนึ่ง
หลังจากออกมาจากตระกูลมู่เธอก็นึกถึงข้อความฉบับนั้นในโทรศัพท์ขึ้นได้ถือโอกาสใช้เื่นี้มาเป็ข้ออ้างพบมู่อี้เฉินแล้วกัน
จ้าวตงหานขับรถไปไนต์คลับนั่นเมื่อได้สูทคืนมาแล้วเธอก็ไปหาร้านซักรีดเพื่อซักและรีดสักหน่อย
ครั้งนี้จ้าวตงหานเดินขึ้นไปอย่างชำนาญทางและได้พบเข้ากับเลขาฯคนนั้นอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะ ดิฉันยังคง้าพบมู่อี้เฉินอีกเหมือนเดิม”
ถึงแม้ว่าผู้บังคับบัญชาได้สั่งการเอาไว้แล้วว่าไม่อยากพบหญิงสาวคนนี้แต่ก็ไม่สามารถพูดออกไปตรงๆ ได้ว่า “คุณมู่ของพวกเราไม่อยากพบคุณค่ะ”แบบไร้มารยาทเช่นนี้ ดังนั้นเธอยังคงต้องรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ก่อนและพูดว่า
“ขอโทษนะคะ คุณมู่มีนัดเต็มแล้วเกรงว่าระยะนี้จะไม่สามารถพบเขาได้ค่ะ”
อา?
จ้าวตงหานกะพริบตาสองทีเมื่อกี้ยังบอกเธออยู่เลยว่าสามารถนัดได้ แต่ตอนนี้ไหนเลยกลับคำว่าตารางนัดเต็มไปหมดแล้ว?
หรือว่ารูปลักษณ์มันดูคล้ายกับพวกสิบแปดมงกุฎอย่างนั้นหรือ?
ส่วนมากน่าจะเป็เพราะว่าเขาไม่อยากพบเธอแต่ดีที่รอบนี้เธอเตรียมตัวมาดี
จ้าวตงหานเลยหยิบเสื้อสูทสีขาวออกมาแล้วพูดกับเลขาฯ ว่า
“เสื้อสูทตัวนี้เป็ของมู่อี้เฉิน ดิฉันนำมาคืนเขา!”
เลขาฯเพิ่งจะสังเกตเห็นมาครั้งนี้ในมือเธอมีของมาเพิ่มชิ้นหนึ่ง
เสื้อผ้าของมู่อี้เฉินออกแบบในระดับไฮคลาสขนาดตัดเย็บก็ยังมีร้านตัดให้โดยเฉพาะ ลักษณะจะไม่เหมือนกับร้านทั่วไปแน่นอน
เหตุนี้เลขาฯมองแวบเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็เสื้อผ้าของคุณมู่รู้สึกว่าจะเคยใส่เมื่อสองวันนี้เอง
ที่แท้เป็เถ้าแก่เนี้ยร้านซักรีดนี่เอง!
เลขาฯ ในสมองคิดไปไกลและเต็มไปด้วยจินตนาการที่คาดไม่ถึง
อาจจะเป็เพราะว่าตอนที่ท่านประธานเอาเสื้อไปซักแล้วถูกเถ้าแก่เนี้ยร้านซักรีดถูกใจเข้าดังนั้นเลยมาตามตอแยไม่เลิกถึงหน้าประตู สุดท้ายก็โดนคุณมู่ปฏิเสธไป
ถึงว่าเหลิ่งคุนที่ตามติดท่านประธานตลอดเวลายังรู้จักเธอได้
อืม ต้องเป็อย่างนี้แน่เลย
หญิงสาวคนนี้ใจกล้าที่จะตามจีบผู้ชายเสียจริงเสียดายท่านประธานเป็ไอดอลของทุกคน อีกอย่างเธอก็เป็ลูกน้องของเขาไม่ว่าจะเื่งานหรือเื่ส่วนตัว เธอก็ช่วยหญิงสาวไม่ได้จริงๆ!
“ตอนนี้คุณมู่กำลังยุ่งอยู่ค่ะ รบกวนฝากเสื้อสูทเอาไว้แล้วเดี๋ยวดิฉันจะนำไปมอบให้เองค่ะ”
“ไม่ ฉัน้าให้เขาด้วยมือของตัวเอง!”
จ้าวตงหานเม้มปากและพูดต่อ
จนในตอนนี้เธอเองก็ยังไม่รู้ตัวว่าได้กลายเป็จุดสายตาซุบซิบของทุกคนไปหมดแล้วเธอเพียงคิดแต่ว่าไม่ง่ายเลยที่จะคิดหาข้ออ้างเพื่อมาเจอเขาแล้วทำไมต้องให้คนอื่นไปส่งมอบต่อให้ด้วยล่ะ?
“ขออภัยค่ะ ไม่ได้จริงๆ”
ระหว่างที่คนสองคนถกเถียงกันไปมา ก็มีเสียงกระแอมข้างๆดังขึ้น “อะแฮ่ม น้องสาวเธออยากพบมู่อี้เฉินงั้นหรือ?”
จ้าวตงหานพยักหน้า เธอเห็นชายหนุ่มหน้าตาและตาดูตี่เรียวเล็กปากบางๆ คนหนึ่งปรากฏให้เห็น
จ้าวตงหานไม่รู้จักเขา แต่เลขาฯนั้นรู้จักเลยกล่าวทักทายว่า “นายน้อยสวี มาแล้วหรือคะ”
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า