“ข้าๆๆ ไม่เคย ทำเื่อะไรแบบนี้ต่างหากจึงติดขัดไปเสียทุกอย่าง” ปล่อยมืออกจากอกเสื้อ ไป๋หยวนคว้าข้อมือบางมากำไว้แน่นใจเสี่ยวหลินใจเต้นตึกตัก ไม่ทันได้จับสังเกตว่าทำไมคนตาบอดจึงมือไวขนาดนี้
“ เ้ามาอ้างว่าไม่เคยทำ แล้วทำไม่ดี ในเมื่อเ้าทำให้ข้าต้องตาบอดมองไม่เห็นเช่นนี้ คิดว่าไม่ทำจะได้หรือไร”เสี่ยวหลินก้มหน้านิ่ง ทั้งเขินอาย และใกับมือใหญ่ที่จับมือไว้แน่นพยายามดึงมือออก ใบหน้าคมก้มลงมาใกล้สุดใกล้ เสี่ยวหลินใจเต้นไม่เป็จังหวะทั้งๆ ที่ ไม่มีดวงตาคอยจ้องมองคอยสบตาทว่ากลับรู้สึกร้อนวูบวาบ เขินอายจนใบหน้าแดงระเรื่อ
“ข้า ตอนนี้อยากเห็นหน้าเ้าเสียจริงว่าจะมีท่าทีเช่นไรจะสำนึกต่อสิ่งที่ตัวเองทำหรือไม่” อมยิ้มขบขัน เมื่อมองเห็นชัดเจนว่าเสี่ยวหลินมีท่าทีประหม่าเช่นไร
“ก็ได้...ข้าจะตั้งใจทำต่อจากนี้ รอว่าสักวันองค์ชาย สามารถมองเห็นได้เมื่อไรข้าจึงได้จากไปอย่างสบายใจ” ไป๋หยวนยิ้มมุมปากคิดอยู่ในใจว่าใครกันจะปล่อยเ้าไปง่ายดาย ยกมือขึ้นเหนือหัวแสดงท่าทางบอกเป็นัยๆ ว่าเสี่ยวหลินต้องถอดอาภรณ์ให้เขา เสี่ยวหลินอยากจะหลับตาเสีย จะได้ไม่ต้องมองเห็นท่อนบนเปลือยเปล่าที่ทำให้ใจสั่น แต่จะอย่างไรในเมื่อลมหายใจอุ่นๆ รินรดใบหน้าอยู่อย่างนั้น ปลดเสื้อออกให้อย่างทะลักทุเล เสร็จแล้วก็เอื้อมมือสั่นเทา ขยับลงใต้สะดือกำลังจะปลดเชือกรัดหูกางกาง ใจยังคงเต้นแรง
“พอแล้ว ข้างล่าง...ข้าจัดการเอง ข้าก็อายเ้าเช่นกัน”ถอนหายใจเหมือนโล่งอกเสียเต็มที เดินหลบหมายจะไปหาที่สงบสติอารมณ์
“จะไปไหน ต้องไปขัดตัวให้ข้า ข้าอยู่ป่าเขามาเสียนาน นานๆ จึงจะได้อาบน้ำขัดตัวเสียที พวกเ้าออกไปให้นางอยู่เพียงลำพัง”ส่งเสียงไล่เหล่านางกำนัลและขันที เสี่ยวหลิน ชะงักฝีเท้า
“พาข้าไปที่อ่างแช่น้ำ”จำต้องหันหลังกลับพยุงร่างเกือบเปลือย ยังอ่างไม้ใส่น้ำอุ่นใบใหญ่ เฉินไป๋หยวนเอื้อมมือคลำอากาศทำทีเหมือนกับมองไม่เห็นแม้แต่นิดเดียว มือป้ายไปโดนข้าวของร่วงหล่นต้องแสดงละครเสียหน่อย เสี่ยวหลินรู้สึกสงสารจับใจ
“องค์ชาย้าสิ่งใดบอกเสี่ยวหลินเถอะ”นั่งลง ยกขาของไป๋หยวนลงแช่น้ำให้อย่างอ่อนโยน
“น้ำปรุง กลิ่นที่ข้าชอบ ใส่ไปในน้ำหรือยัง”
“องค์ชายชอบกลิ่นไหนกัน”
“ข้าชอบกลิ่นดอกโบตั๋น”เสี่ยวหลินเปิดขวดน้ำปรุงแต่งละชนิดสูดดมไปมา ในที่สุดก็เจอ
“เ้าช่วย ใส่มันในน้ำให้ข้าที ข้าชอบกลิ่นมันมากทีเดียว หากเ้าอยากให้กลิ่นนมแพะของเ้าหายไปลองนำดอกโบตั๋นมาทำเป็ถุงหอมพกติดตัวเหมือนชาววัง ชนเผ่าอย่างพวกเ้าไม่นิยมถุงหอมและเ้าเองก็คงจะเย็บถุงหอมไม่เป็ ไว้อยู่นานวันข้าจะให้นางกำนัลสอนเ้าเอง”พูดเป็งานเป็การ เสี่ยวหลินเทน้ำปรุงลงในอ่างไม้ใบใหญ่กลิ่นหอมตลบอบอวลความหอมกำซาบนาสาจน ทำให้หรือสึกผ่อนคลายสงบอย่างประหลาด
“ยังจะช้าอยู่อีกมาขัดตัวให้ข้าที”ไอหอมบางเบาลอยวนอยู่เหนือน้ำ ผสมกับกลิ่นหอม เสี่ยวหลินเผลอสูดดมและซึมซับบรรยากาศที่แสนจะสวยงามและผ่อนคลายไว้ เหลือบตามองกล้าๆ กลัวๆ เฉินไป๋หยวนกับร่่างเปลือยท่อนบนหยดน้ำเกาะพราวพร่างผิวขาวสะอาดตา เสี่ยวหลินใจเต้น ย่อตัวลงช้าๆ เอื้อมมือหยิบหินขัดตัวมากำไว้ก่อนจะค่อยๆ ขัดตรงหน้าอกของเฉินไป๋หยวน
“โอ้ยเจ็บๆๆๆ ใครใช้ให้เ้าใช้หินไม่มีใครบอกเ้าหรือไรว่ามันเจ็บ” เสี่ยวหลินปล่อยหินร่วงลงพื้นด้วยความใ เฉินไป๋หยวน คว้ามือบางก่อนจะดึงให้มาวางไว้ที่อกเปลือยเปล่าจับมือของเสี่ยวหลินถูไปถูมาบนอกเขา
“ต้องแบบนี้ใช้มือขัดเบาๆ แบบนี้”คนพูดจะรู้สึกอะไรหรือไม่ไม่รู้ แต่เสี่ยวหลินรู้สึกว่าใจเต้นแรงจะแทบจะทะลุออกจากอก
“ยังนิ่งอีกเื่ง่ายๆ เช่นนี้ทำไม่ได้หรือไร”จำใจต้องใช้มือัักับผิวเนื้อเปลือยเปล่านั้น เฉินไป๋หยวนยิ้ม จะว่าไปนางก็ขี้อายไม่น้อยแต่ก็ยังทำให้เขา เสี่ยวหลินค่อยๆ ขัดต่ำลงไปเรื่อยๆ ด้วยใจที่ล่องลอย และความตื่นเต้นเกินจะควบคุม มือบางกับัันุ่มนวลชวนเคล้มฝันเฉินไป๋หยวนสะบัดหัวไปมาไล่ความคิดที่เพิ่งเข้ามาใหม่รบกวนจิตใจเขาเหลือเกิน
“เ้าออกไป”อยู่ๆ ไล่เสี่ยวหลิน ในเมื่อความรู้สึกนั้นขมึงเกลียวเข้าหากัน ก่อนจะกระจุกรวมกันที่ท้องน้อย
“เ้าไปเสีย”เสี่ยวหลินขมวดคิ้วก่อนจะขยับตัวออกไปด้วยความงุนงง
เฉินไป๋หยวนเป่าลมหายใจออกจากปากอย่างโล่งออกหากช้ากว่านี้ เขาคงไม่อาจห้ามใจล่วงเกินนางไปเสียแล้ว เพราะอารมณ์ปรารถนารุนแรงที่อยู่ๆ ก็ทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก มุดตัวลงไปในน้ำนิ่งอยู่อย่างนั้น แบบนี้คงจะไม่ได้การเสียแล้ว เขาเองไม่ใช่ไม่เคยใกล้ชิดหญิงใดมาก่อนแต่กับเสี่ยวหลินทำไมความรู้สึกถึงรุนแรงขนาดนี้ โผล่ขึ้นมาจากน้ำพ่นละอองน้ำออกจากปากหรือว่าจะเป็เพราะััของนางหรือจะเพราะกลิ่นดอกโบตั๋นหอมรัญจวนใจที่พาให้เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ หรือว่านานแล้วไม่ได้แวะไปที่หอนางโลมกันแน่
เสี่ยวหลินสาวเท้าออกมาด้านนอก รู้สึกประหลาดเริ่มก่อตัว ใจเต้นระรัวจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ออกมานั่งที่ม้านั่งหน้าตำหนักบูรพา เฉินไป่หยางเดินมาั้แ่เมื่อไหร่หยุดมองเสี่ยวหลินอยู่นานไม่กล้ากล่าวคำใด จนเห็นว่าเสี่ยวหลินนั่งเหม่อลอยอยู่นานแล้ว
“แม่นาง”หันไปเมื่อรู้ว่าเป็องค์ชายสิบสี่ก็ลุกขึ้นยกมือข้างซ้ายระหว่างอกทำความเคารพแบบชนเผ่า
“เสี่ยวหลินคารวะองค์ชายสิบสี่”
“ไม่ต้องมากพิธี ข้าเห็นเ้านั่งเหม่อลอยเสียนานจึงไม่กล้าเอ่ยปากทัก เป็อะไรไป”ทอดเสียงอ่อนโยนห่วงใย
“คือข้าๆๆ ข้าไม่ได้เป็อะไรเพียงแค่..เมื่อครู่เพิ่งจะเข้าไปขัดตัวให้องค์รัชทายาทมา”เฉินไป๋หยวนขมวดคิ้ว
“เขา..พี่สิบสอง เขา ทำอะไรเ้าหรือ”
“ปะปะ..เปล่าเขาไม่ได้ทำอะไรเพียงแต่ข้า..ไม่คุ้นชินกับการอยู่ลำพังสองต่อสองกับ...ใครก็เเท่านั้น”ทำไมรู้สึกว่ากับองค์ชายสิบสี่รู้สึกผ่อนคลายมากกว่าหรือว่าจะเป็ด้วยอายุไม่อ่อนไม่แก่กว่ากันเท่าไหร่
“5555 หญิงงามชาวป่าไม่เคยเข้าใกล้บุรุษ” นึกขำจริงจัง และเอ็นดูเสี่ยวหลินไม่น้อย ไม่แปลกใจเลยที่หลินหงจะถูกดึงเข้ามาในแผนการครั้งนี้เพราะนางช่างไร้เดียงสานัก
“อย่ามาหัวเราะเยาะนะ”ออกอาการเขินอายแต่กลบเกลื่อน ด้วยคำพูด
“ก็เ้าเป็เสียอย่างนี้พี่สิบสองถึง...อุ๊ปพี่สิบสองถึงได้แกล้งเอาง่ายดาย”เกือบจะเผลอว่าพี่สิบสองถึงหลอกเอาง่ายดาย
“หมายความว่าอย่างไร”