"เ้าห้ามอยู่ห่างกายข้าเข้าใจหรือไม่" เฟิงเยว่เอ่ยกำชับซูเหวินเมื่อเห็นว่านางกำลังจะเดินไปอีกทางเข้าจึงได้รั้งให้นางเข้ามาใกล้
"อืม" ซูเหวินจึงได้แต่เดินตามติดกายเขาไม่ห่าง เฟิงเยว่พานางเดินดูเหล่านักพนันยืนล้อมวงเสี่ยงโชค ผู้ใดดวงดีก็จะเงินได้กลับบ้านเป็กอบเป็กำนักพนันที่เข้าส่วนใหญ่เป็พวกลูกเศรษฐี
"เ้าอยากลองเล่นดูบ้างหรือไม่" เฟิงเยว่ถามเมื่อเห็นนางมองดูเหล่านักพนันเล่นด้วยความสนใจ
"ข้าไม่มีเงินเล่นหรอกแค่ดูเฉยๆ ก็พอแล้ว" ซูเหวินได้แต่ส่ายหน้าั้แ่เกิดมาเธอเพิ่งจะเคยเข้าบ่อนพนันขนาดใหญ่แบบนี้เป็ครั้งแรก
"เช่นนั้นก็ตามใจเ้า ไปดูทางนั้นดีกว่า" เฟิงเยว่ดึงมือเธอให้เดินตามไปยังกลุ่มคนจำนวนมากที่ยืนล้อมรอบโต๊ะพนันขนาดใหญ่เอาไว้พร้อมกับพานางแทรกตัวเข้าไปอยู่หน้าสุดของเ้ามือ
"นี่เรียกว่าอะไร" ซูเหวินถามก่อนจะมองดูบนโต๊ะตรงหน้าที่มีเงินจำนวนมากวางอยู่ผู้คนสมัยนี้มีเงินมาเล่นพนันกันเยอะขนาดนี้เชียวเหรอ
"กำถั่ว หากใครทายถูกว่าถั่วที่กำอยู่ในถ้วยมีกี่เม็ดคนนั้นก็จะได้เงินเป็สองเท่าของเงินเดิมพัน" เฟิงเยว่อธิบายการเล่นของนักพนันโต๊ะนี้
"เรามาลองทายกันว่าตาที่กำลังจะเปิดนี้มีกี่เม็ดข้าว่ามีสิบเม็ด" เป็เฟิงเยว่ที่เริ่มเดาก่อน
"ข้าว่าเจ็ดเม็ด" ซูเหวินเดาบ้างถึงแม้ว่านางจะไปส่งๆ แต่เมื่อเ้ามือเปิดดูเม็ดถั่วในถ้วยมีทั้งหมดเจ็ดเม็ดจริงๆ ทำให้นักพนันที่ได้ยินนางพูดแล้ววางเงินเดิมพันตามนางต่างพากันร้องเฮออกมาด้วยความดีใจ
"ทำไมเ้ารู้ว่ามีเจ็ดเม็ดเ้าเห็นข้างในหรือแม่นาง" ชายผู้หนึ่งได้เอ่ยถามซูเหวิน
"ข้าก็แค่เดาเอาน่ะ" ใครจะไปรู้ว่าข้างในนั้นเป็อย่างไรนางก็ไม่รู้ว่ามันจะมีเจ็ดเม็ดจริง
"เช่นนั้นแม่นางรู้หรือไม่ว่าตาต่อไปจะออกกี่เม็ด" ชายสูงวัยที่ยืนด้านหลังเอ่ยถามนางบ้างเพียงแค่หวังว่าครั้งนี้จะชนะสักครั้ง
"ข้าแค่เดาเท่านั้นท่านลุงอย่าเชื่อข้ามากเดี๋ยวพวกท่านจะหมดตัวเอา ตานี่น่าจะมีสิบสามเม็ด" ทุกคนที่ได้ยินนางพูดต่างก็พากันวางเงินเดิมพันลงที่เลขสิบสามเกือบทั้งหมด ปรากฏว่าผลที่ออกมามีสิบสามเม็ดทุกคนต่างพากันดีใจที่โชคเข้าข้างทำเอาเ้ามีเริ่มเป็กังวลหากนางทายถูกทุกตาแบบนี้มีหวังเจ๊งแน่ และหลายตาต่อมาก็ยังเป็เช่นเดิมจนเฟิงเยว่เริ่มเห็นท่าไม่ดีหากอยู่นานมีหวังนางได้โดนเ้ามือเล่นงานเอาแน่
"ข้าว่าเราควรกลับกันได้แล้ว"
"ก็ดีข้าก็เริ่มเหนื่อยแล้วเหมือนกันในนี้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกหายใจลำบาก" ถึงจะเป็ห้องที่กว้างแต่มีทั้งกลิ่นและควันทำให้นางหายใจลำบาก
"แม่นางอย่าเพิ่งรีบกลับสิ เ้าคือตัวนำโชคของพวกเราเลยนะ หากพวกเราแทงถูกทุกตาแบบนี้พวกเราก็จะได้รวยกันแล้วพวกเราว่าไหม" บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินมาขวางเอาไว้ก่อนเอ่ยขึ้นจากนั้นจึงหันไปขอความเห็นจากเหล่าบรรดานักพนันด้วยกัน
"คือว่านางไม่ค่อยสบายน่ะพี่ชาย" เฟิงเยว่หาข้อแก้ตัวให้นาง
"อยู่ต่ออีกสักหน่อยเดี๋ยวพวกเราออกค่าหมอให้เองแม่นาง"
"ไม่ได้หรอกพี่ชาย" เฟิงเยว่เห็นท่าไม่ดีจึงได้รีบคว้าข้อมือนางออกวิ่งนักพนันเ่าั้จะได้พากันวิ่งตามออกมาก่อนจะมาถึงทางตันทำไมเขาถึงนึกไม่ได้ก่อนหน้านี้ว่าบ่อนแห่งนี้มีทางเข้าออกแค่ทางเดียว เขาจึงได้พานางเข้าไปแอบอยู่ในซอกเล็กๆ ที่มืดและลับตาทำให้พวกที่วิ่งตามมาวิ่งเลยผ่านทั้งสองไปครู่เดียวก็ได้วิ่งกลับออกมาทางเดิม
"ไปไหนแล้วเมื่อครู่นี้ยังเห็นหลังไวๆ อยู่เลยไวจริงๆ ไปดูทางนั้นสิพวกเรา"
"นี่เ้าทำไมต้องพาข้ามาแอบตรงนี้ด้วยแคบก็แคบ" ซูเหวินเริ่มอึดอัด
"เ้าเงียบๆ สิหรืออยากไปเป็ตัวนำโชคของคนพวกนั้น"
"ใครจะอยากเป็กันเล่า บ้านข้าเรียกตัวเงินตัวทองเลยนะ" อาจจะฟังดูดีแต่ความหมายไม่ค่อยดีเอาเสียเลย
"ถ้าไม่ก็เงียบเสียงไว้ซะ"
"เมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ทางนี้" หนึ่งในกลุ่มนักพนันพวกนั้นเอ่ยขึ้นเมื่อเสียงของซูเหวินเล็ดลอดออกมา
"ไหนอยู่ทางไหน" กลุ่มนักพนันเ่าั้ยังคงไม่ลดละความพยายาม
"ข้าได้ยินเสียงมันมาจากตรงนี้แหละท่าน" ชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาใกล้บริเวณที่ทั้งสองซ่อนอยู่ก่อนจะต้องหยุดชะงักเมื่อมีเสียงของสตรีเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังคนพวกนั้น
"พวกท่านเข้ามาทำอะไรในพื้นที่บริเวณนี้" ก่อนทุกคนจะหันมามองไปตามเสียงปรากฏเป็ร่างของจินเหนียงเ้าของหอคณิกา ซุนเฟิง รวมถึงบ่อนพนันนี้ด้วย
"พวกเราขออภัยแม่นางจินเหนียงด้วยขอรับ" หนึ่งในนักพนันเอ่ยออกไปพร้อมกันนั้นทุกคนก็ได้พากันถอยออกจากบริเวณนั้นโดยเร็ว
"ออกมาได้แล้ว พวกนั้นไปกันหมดแล้วเ้าค่ะ"
"แม่นางจินเหนียง เอ่อ...ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพวกข้าหลบอยู่ตรงนี้" เฟิงเยว่เดินออกมายิ้มเขินๆ ให้กับจินเหนียง
"ข้าเห็นพวกท่านั้แ่ก้าวขาเข้ามาในบ่อนแล้วเ้าค่ะ" นางแอบเห็นทั้งสองเดินเข้ามาในบ่อนนี้โดยบังเอิญจึงได้คอยมองอยู่ห่างๆ คาดว่าต้องมีเื่เกิดขึ้นเป็แน่
"ขอบคุณท่านมากนะที่ช่วยพวกเรา"
"ไม่เป็ไรหรอกเราคนกันเองทั้งนั้น คุณชายเฟิงไม่เคยพาสตรีที่ไหนเข้ามาในที่แห่งนี้มาก่อน นางคงจะเป็คนพิเศษใช่ไหมเ้าคะ" จินเหนียงเอ่ยแซวเมื่อเห็นมือทั้งสองยังคงเกาะเกี่ยวกันไว้ ซูเหวินได้เห็นสายตาของจินเหนียงที่มองมาจึงได้รีบปล่อยมือในทันที
"เช่นนั้นพวกเราสองคนขอตัวกลับก่อนนะ"
"เ้าค่ะ ไว้โอกาสหน้าเชิญใหม่นะเ้าคะ ชูหลันส่งแขกให้ข้าด้วย" จินเหนียงกล่าวลาก่อนเอ่ยกำชับลูกน้องให้ส่งแขก
"ทำไมเ้าดูสนิทกับแม่นางจินเหนียงมากเลย"
"พวกเราเป็สหายที่เติบโตมาด้วยกัน" ซูเหวินได้แต่พยักหน้ารับรู้ ก่อนที่เฟิงเยว่จะเล่าเื่ราวในวัยเด็กของเขาและจินเหนียงให้นางฟัง
"ทำไมชีวิตของนางน่าสงสารเช่นนี้ แล้วเ้าไม่คิดช่วยนางบ้างเลยหรือ" เมื่อได้ฟังเื่ราวของนางแล้วก็เกิดนึกสงสารจับใจโชคดีแค่ไหนที่เธอเกิดมายังมีแม่คอยดูแล
"ข้าก็ช่วยเท่าที่ข้าพอจะช่วยได้เท่านั้นแหละ เอาล่ะถึงบ้านข้าแล้ว" เฟิงเยว่พานางเดินมาหยุดหน้าประตูบ้านหลังใหญ่ก่อนจะพานางเดินผ่านประตูเข้ามายังด้านใน
***การละเล่นในที่นี้อาจไม่เป็ตามหลักความเป็จริงเป็เพียงจินตนาการของผู้เขียนอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้นค่ะ