ฉู่เฟิงเดินวนจั่วจวิ้นหนึ่งรอบ รู้สึกว่าศีรษะของเขาปูดบวมขึ้นอย่างมากรวมเบ็ดเสร็จโดนกีบวัวกระแทกไปหกครั้งอย่างนี้สมองก็น่าจะเสื่อมไปแล้วไปแล้วล่ะมั้ง?
“อย่ามาบ้านคนอื่นเขาอีกเลย จะมาทำไมกัน?”ฉู่เฟิงส่ายหัว
แต่เขาคิดไปคิดมา ครั้งต่อไปหากจั่วจวิ้นจะมาที่นี่อีกศีรษะของเขาอาจจะรับไม่ได้ หลักการสูงส่งบ้าอะไรกัน ถ้าโดนกีบของหวงหนิวไปอีกสองทีมีหวังกลายเป็แตงโมที่ถูกตีจนแหลก
ฉู่เฟิงสำรวจร่างกายจั่วจวิ้นอีกรอบ โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อสารดูว่ามีข้อความใหม่เข้ามาหรือไม่ ทว่าน่าเสียดายที่กล่องข้อความยังว่างเปล่า
ฉู่เฟิงเดาว่า หลังจากจั่วจวิ้นติดต่อกับคนอื่นแล้วเป็ไปได้สูงว่าจะลบข้อความทิ้งไป
ครั้งนี้ เขาแบกจั่วจวิ้นขึ้นมา วิ่งห่างออกไปเกือบยี่สิบกิโลเมตรทิ้งเขาไว้บนถนนที่มุ่งหน้าไปยังอำเภอเมืองที่ถูกตัดขาด จากนั้นกลับบ้าน
ความมีชีวิตชีวาค่อยๆ กลับคืนสู่เมืองเล็กๆ นั้นทุกวันผู้คนต่างไปช่วยกันลงมือลงแรงเพาะปลูก ตอนนี้ก็หว่านเมล็ดกันไปไม่น้อยแล้ว
ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่สภาพภูมิอากาศเช่นนี้เหมาะสมต่อการเพาะปลูก หากว่าไม่มีเหตุไม่คาดฝันอันใดอีกไม่กี่เดือนก็ถึงกำหนด สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างมากมาย
ดังนั้น ผู้คนในตัวเมืองต่างแย้มยิ้มอิ่มเอมใจ
ทันใดนั้น เกิดเหตุวุ่นวายบนถนนชาวบ้านหลายคนช่วยกันแบกเด็กหนุ่มคนหนึ่ง บนร่างของเขามีควันสีขาวลอยพลุ่งพล่านตัวคนก็ร้องโอดโอยทุรนทุรายด้วยความเ็ป
“เร็วเข้า รีบพาไปหาหมอหวัง!”
ผู้คนะโด้วยท่าทีร้อนรนวัยรุ่นแข็งแรงกลุ่มหนึ่งช่วยกันแบกคนคนนั้นไปส่งยังคลินิกที่รู้จักกันดีของเมือง
ตอนที่ฉู่เฟิงกลับมาก็เห็นเข้าพอดีจึงรีบเข้าไปดูเผื่อจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
“หวังพาน ลูกแม่ เป็อะไรไปลูก?”มารดาของเด็กหนุ่มโถมตัวเข้ามา น้ำตาพรั่งพรูเป็สาย ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
เด็กหนุ่มที่ชื่อหวังพานใบหน้าบิดเบี้ยว บิดตัวเร่าๆ ไม่หยุดคนแรงดีหลายคนยังจับไม่อยู่ ร่างทั้งร่างร้อนระอุ มีควันขาวพวยพุ่ง
ฉู่เฟิงพอเห็นก็ใ พลางครุ่นคิด
“อาซ้อ หวังพานกินผลไม้ที่กลางไร่เข้าไป เลยกลายเป็แบบนี้”ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านข้างบอกเล่าเหตุการณ์
ระยะนี้ ชาวบ้านไม่น้อยต่างทำการเพาะปลูก ใช้ที่นาให้เกิดประโยชน์
ครอบครัวของหวังพานก็มีที่นาอยู่ผืนหนึ่งวันนี้เขากับคนอื่นไปเตรียมดิน ตอนพักก็ได้กลิ่นหอมลอยมาพบว่าห่างออกไปในพุ่มหญ้ามีลูกไม้สีเงินงอกออกมา
ต้นหญ้านั้นธรรมดาอย่างยิ่ง พบเห็นได้ทั่วไปแต่กลับออกผลเป็ลูกไม้สีเงินแวววาว
ตอนนั้นหวังพานกระหายน้ำอย่างมาก พอได้กลิ่นหอมยั่วยวนก็อดใจไม่ไหวกินเข้าไป ต่อมาไม่นานก็เ็ปจนลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายกับพื้น
ชาวบ้านต่างอื้ออึงกันไม่หยุดปากในเื่นี้
มารดาของหวังพานร้องไห้โฮ ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตานางหวาดกลัวสุดขีดว่าลูกชายของตัวเองอาจตายได้
“ร้องทำไมกัน! ลูกยังไม่ตายสักหน่อย!” บิดาของหวังพานฉุนจัดช่วยคนอื่นๆ พาลูกชายส่งไปยังคลินิก ตอนนี้การช่วยเหลือสำคัญที่สุด
ชายฉกรรจ์หลายคนช่วยกันจับยังจับไม่อยู่ หวังพานดิ้นรุนแรงสุดท้ายฉู่เฟิงเข้าไปช่วยจับเอาไว้จนเขาไม่อาจดิ้นได้
นายแพทย์หวังชราตรวจอย่างละเอียดใช้เครื่องไม้เครื่องมือตรวจสภาพร่างกายหวังพานในทุกๆ ด้าน
“สัญญาณชีพของเขาปั่นป่วนมากระดับฮอร์โมนบางอย่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สภาพน่าเป็ห่วงฉันไม่เคยเจอคนไข้อย่างนี้มาก่อน” นายแพทย์หวังชราเหงื่อตก เขารู้สึกสถานการณ์ตึงมือ
“เด็กคนนี้ถูกข่าวลือนั่นหลอกเข้าแล้วท่าทางจะเชื่อข่าวที่ว่ามีคนกินผลไม้เข้าไปแล้วกลายร่างเป็เทพมีปีกสีเงินนั่นแน่ๆฉันว่ามันเื่โกหกทั้งเพ!” ผู้สูงวัยบางคนกล่าว
“นั่นสิ ่นี้มีแต่เหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นไม่น้อย บางเื่ก็ไม่ใช่เื่จริงเชื่อได้ที่ไหนกัน!” ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งพยักหน้า
ฉู่เฟิงไร้คำพูด ได้แต่ฟังอย่างสงบเขาพิจารณาเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าหากไม่มีเหตุพลิกผันอันใด หวังพานจะกลายเป็มนุษย์พิเศษ
นายแพทย์หวังชราแม้จะวิชาแพทย์สูงส่ง มีชื่อเสียงเลื่องลือหากก็ไม่อาจรักษาหวังพานได้
เขามีสีหน้าอดสู ยามบอกบิดามารดาของหวังพานว่าเขาจนปัญญา ตอนนี้ได้แต่เฝ้าดูอาการไปก่อน
บิดาของหวังพานใบหน้าหมองหม่น ส่วนมารดาก็ะเิเสียงร่ำไห้รู้สึกหวาดกลัว
วันนี้ ชาวบ้านต่างกำชับกำชาลูกหลานของตัวเองว่าถ้าหากพบเจอลูกไม้ป่าประหลาดเข้า ห้ามกินอย่างเด็ดขาดไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์เฉกเช่นหวังพานอีกได้
ฉู่เฟิงยังไม่กลับบ้าน อยู่เป็เพื่อนหมอหวังชรา คอยดูอาการหวังพาน
ั้แ่ตอนที่โดนฉู่เฟิงจับกด หวังพาก็ค่อยๆ สงบและหลับไปในที่สุดไม่มีอาการกระสับกระส่าย หากร่างกายยังคงสั่นเทาไม่หยุด ควันขาวจากร่างพลุ่งพล่านดูน่ากลัว
บิดามารดาของหวังพานต่างก็นอนไม่หลับ ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้
ฟ้าสางเรื่อเรือง หวังพานบนเตียงคนไข้ที่ถูกคนเฝ้ารายล้อมก็ตื่นในที่สุดเขาตะเกียกตะกาย ส่งเสียงร้องด้วยความเ็ป
ฉู่เฟิงใตื่น รีบเข้าไปจับตัวเขาไว้
“ผมเจ็บ...”
ระหว่างนี้ ฉู่เฟิงเห็นกับตาตัวเองว่า ส่วนลำตัวของหวังพานบวมเป่งจากนั้นมีเสียงกึกกักเหมือนกับกระดูกงอกออกมา ฟังแล้วชวนขนหัวลุก
ระหว่างนี้ ควันขาวเลือนรางห่อพันรอบกายเขา
เห็นได้ชัดว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับหวังพาน
สุดท้าย เขาแผดเสียงอย่างเ็ป จนคนรอบข้างตื่นตระหนกชาวบ้านไม่น้อยวิ่งมาดูเหตุการณ์
อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา หวังพานก็สงบลง ควันสีขาวจางหายไปผู้คนต่างใราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน
ลำตัวของหวังพาน มีแขนสีเงินยวงงอกออกมาอีกคู่ ดูทรงพลังอย่างมาก
“เอ่อ หวังพาน เป็ยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” มารดาของเขาใ ผวาเข้าไปหาลูกชาย
ใบหน้าของหวังพานขาวซีด ดูอ่อนระโหยโรยแรง เขาบอกมารดาว่าไม่เป็อะไรเพียงแต่รู้สึกหิวอย่างยิ่ง
“จะไม่เป็อะไรได้อย่างไร ดูสิ...มีแขนงอกออกมาอีกคู่น่ะ”มารดาของหวังพานร่ำไห้ ลูกตัวเองกลายเป็สัตว์ประหลาดเสียแล้วจะไม่ให้นางเ็ปใจได้อย่างไร
ชาวบ้านเมื่อได้ยินข่าวก็พากันมามุงที่คลินิก
“เร็วเข้า เตรียมของกินเร็ว!” บิดาของหวังพานร้องบอกทั้งเพื่อนบ้านญาติมิตรต่างช่วยกันจัดหาอาหารมาให้
“หรือข่าวพวกนั้นจะเป็จริง ทุกคนดูสิ เกิดเื่ประหลาดกับหวังพานน่ะ!”ชาวบ้านต่างซุบซิบ
ตอนนี้ หวังพานเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากแต่ก่อนที่ค่อนข้างอ้วนทว่าตอนนี้ผ่ายผอมลงอย่างมาก มีแขนเพิ่มขึ้นอีกคู่ อีกทั้งสีผิวที่แต่ก่อนดำคล้ำหากตอนนี้กลายเป็ขาวนวล
ในที่สุด หวังพานรับประทานอาหารจำพวกเนื้อเข้าไปอย่างมากทั้งยังเพิ่มข้าวชามต่อชาม สุดท้ายก็อิ่มหนำจนไม่รู้จักความหิวโหยหรือความอ่อนแรงอีก
ระหว่างที่รับประทานอาหารมือสีเงินทั้งสองข้างของเขาขยับหยิบอาหารส่งเข้าปากอยู่ตลอดเวลา
ชาวบ้านที่เห็นล้วนแตกตื่น
ในที่สุด หวังพานเดินออกไปที่สวน ยกแขนสีเงินทั้งสองข้างขึ้นรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ในใจเขารู้สึกหนักอึ้งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็ตัวประหลาดจริงๆ
ตึง!
เขาเหวี่ยงหมัดออกไป ชาวบ้านไม่น้อยใจนตาแทบถลนออกมา
ในสวนของคลินิกมีโขดหินประดับสวน ที่ในที่สุดก็ถูกหมัดของเขาทำลายรอยชกทั้งลึกทั้งยาว
หากว่าโดนเข้าไปอีกสองหมัด หินก้อนนี้คงแตกกระจายอย่างแน่นอน
“พระเ้า นี่มันพลังมหาศาลขนาดไหนเนี่ย?!”ผู้คนกรีดร้องอย่างตกอกใ
“ข่าวนั่นเป็จริง ผลไม้ประหลาดนั่นทำให้คนกลายพันธุ์จริงๆ ด้วย”วัยรุ่นบางคนคร่ำครวญอิจฉา
วันนั้นชาวบ้านหลายคนต่างออกไปค้นหาลูกไม้ป่านั่นตามสุมทุมพุ่มไม้และในป่าบนูเาโดยเฉพาะพวกวัยรุ่นที่เห็นว่านี่คือประตูแห่งความลี้ลับมหัศจรรย์
มีคนไม่น้อยที่อยากจะก้าวข้ามเข้าไปในประตูบานนี้
อีกสองวันต่อมา ร่างกายของหวังพานก็อยู่ตัวเมื่อกลับไปตรวจร่างกายที่คลินิกอีกครั้ง ค่าต่างๆของร่างกายเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
โดยเฉพาะ แขนอันแข็งแรงคู่นั้นที่อาวุธดาบก็ฟันไม่เข้าทั้งยังทรงพลังมหาศาลขนาดชายฉกรรจ์หลายคนรวมกันยังสู้ไม่ได้
ร่างกายหวังพานเปลี่ยนจากอ้วนเป็ผอม อีกทั้งสีผิวก็เปลี่ยนเป็ขาวเงินตามการคาดการณ์ของนายแพทย์หวังชรา เป็ไปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเขายังคงไม่หยุด
“ลูกชายของฉันมีพลังเหนืุ์ นี่ถ้าเป็อย่างในข่าวนะอีกหน่อยคงได้กลายเป็เทพ” มารดาของหวังพานพบเจอใครก็ชวนเขาพูดคุย
เธอกลัวว่าคนอื่นๆ จะหาว่าลูกชายของเธอเป็สัตว์ประหลาดแล้วอีกหน่อยจะหาแฟนไม่ได้
ที่จริงแล้ว มีแต่คนอิจฉาต่างหากเมื่อตอนที่กลุ่มวัยรุ่นออกเดินทางไปนอกเมืองนั้น ต่างก็เพียรค้นหาผลไม้ประหลาดนี้
สองวันมานี้ นอกจากฝึกเคล็ดหายใจพิเศษและวิชาหมัดแล้ว ฉู่เฟิงใช้เครื่องมือสื่อสารหาข่าวของผลไม้ประหลาดจากทุกช่องทาง
่นี้ โลกออนไลน์รายงานข่าวสารพัดเื่เื่ที่เกี่ยวกับผลไม้ประหลาดมีมากมายเป็พิเศษ
เนื่องจากหลายวันนี้ ไม่ได้มีคนกลายพันธุ์เพียงแค่หนึ่งหรือสองคนแต่มีหลายคน ทั้งยังมาจากหลายแห่งทั่วโลก!
ผ่านไปอีกหนึ่งวัน ฉู่เฟิงกลับเข้าไปตามข่าวอีกก็พบว่าจำนวนคนที่กลายพันธุ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก พบในหลายๆ เมืองใกล้เคียงกันในบางเขตที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็มีถึงสองคนที่กลายพันธุ์
มีคนคาดการณ์ไว้ว่า นับั้แ่ที่มีข่าวนี้ จำนวนคนที่กลายพันธุ์นับได้เกินหมื่นไปแล้ว!
ตัวเลขนี้น่าใอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็ตัวเลขที่มีการรายงานแล้วลองคิดดูว่า หากนับจำนวนที่ไม่มีการรายงานเข้าไปด้วยจำนวนจะเพิ่มขึ้นอีกกี่เท่า
กระแสในโลกออนไลน์ระอุ หรือว่ายุคแห่งความลี้ลับใกล้เข้ามาแล้ว?
คนที่กลายพันธุ์ล้วนมีความสามารถเหนือธรรมชาติ บางคนบินได้บางคนหลอมโลหะได้ ทั้งยังมีบางคนะโลงสู่หินหลอมเหลวได้โดยไม่ตาย...
ทั่วทั้งโลกต่างยินดี
ผู้คนล้วนรู้สึกว่าโลกใบใหม่ใกล้กำเนิดขึ้นแล้ว
ความสามารถของคนบางคนอาจน่ากลัวสำหรับยุคใหม่
จะอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้คนรับรู้กันตอนนี้ก็คือมีมนุษย์กลายพันธุ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีหลายคนที่มีพลังเหนือธรรมชาติไม่ต่างจากเทพเรียกได้ว่าเป็ความรุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ยามเย็น มีรายงานข่าวว่ามนุษย์กลายพันธุ์บางคนไปท้าทายเทพผู้มีปีกสีเงินถึงเทียนเสินเซิงอู้กรุ๊ปทว่า ผลลัพธ์นั้นน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
มนุษย์กลายพันธุ์เ่าั้ร่วมมือกันแต่กลับถูกเทพปีกเงินเพียงคนเดียวกำราบจนเรียบ ไม่อาจขัดขืนได้เื่นี้เลื่องลือไปทั่วสารทิศ ทั่วแผ่นดินล้วนแตกตื่น
พวกมนุษย์กลายพันธุ์ที่กระเหี้ยนกระหือรือในตอนแรกค่อยๆ สงบลง
ถึงแม้จะเป็มนุษย์กลายพันธุ์เหมือนกันทว่าความสามารถแต่แรกเริ่มก็ส่งผลอย่างมากมายกลุ่มคนที่ตื่นรู้แรกสุดดูเหมือนจะเป็ผู้ที่แข็งแกร่งเป็พิเศษ
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีรายงานข่าวว่า เทพวัชระเพียงคนเดียวกำราบมนุษย์กลายพันธุ์นับสิบที่ร่วมมือกันข่าวนี้ยิ่งสร้างความอลหม่านอย่างใหญ่หลวง
บัดนี้ ผู้คนต่างรับรู้ว่า มนุษย์กลายพันธุ์ที่ปรากฏกายแรกสุด อันได้แก่เทพปีกเงิน เทพวัชระ เทพอัคคี าาพยัคฆ์เงินนั้น สถานะของพวกเขาไม่อาจแตะต้องได้ดุจดั่งประทับอยู่บนยอดสูงสุดของพีระมิด
มีคำเล่าลืออีกว่า เื้ัของพวกเขาล้วนมีพลังลี้ลับคอยสนับสนุนคอยเสริมพลังให้ รวมไปถึงลูกไม้ประหลาดนั้นที่ช่วยให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นทุกที
ฉู่เฟิงอ่านรายงานข่าวจบก็ครุ่นคิด ต่อไปอนาคตจะเป็เช่นไรกัน?
เขาไม่ได้กลายพันธุ์ ไม่เคยได้รับลูกไม้ประหลาดในตอนนี้เขาแค่เพียงฝึกเคล็ดหายใจพิเศษนั่น และฝึกวิชาหมัดเพียงคนเดียว
เขาไม่สนใจเื่อื่น ขอเพียงตัวเองค่อยๆ แข็งแกร่งเป็พอรอให้เขาฝึกหมัดปีศาจวัวสำเร็จก่อนเถอะ เขาจะขึ้นเขาไท่หังซานดูซิว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง
ทันใดนั้น เครื่องมือสื่อสารก็ส่งเสียงเรียกเข้าเบาๆ มีคนติดต่อเขา
“หลินนั่วอี”
ฉู่เฟิงแปลกใจอย่างมาก ั้แ่เลิกกันหลินนั่วอีไม่เคยเป็ฝ่ายติดต่อเขาก่อนเลย วันนี้เกิดอะไรขึ้น?