ท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่ารอบนอกนครไร้ใจ เสียงหอบหายใจของมู่หย่งดังถี่กระชั้น เด็กชายพยายามก้าวเท้าตามเยี่ยฉินให้ทัน ทว่าร่างกายที่บอบบางจากการตรากตรำเป็ทาสมานานเริ่มถึงขีดจำกัด เยี่ยฉินหยุดเดินกะทันหัน เขาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ััได้ถึงแรงสั่นะเืของอากาศที่บิดเบี้ยวเบื้องหน้า
"นายน้อย... มีบางอย่าง... มันน่ากลัวกว่าคนพวกนั้นอีกขอรับ" มู่หย่งกระซิบ แสงสีม่วงในดวงตาของเขาสั่นระริก มองเห็นเส้นด้ายสีเทาหม่นที่พันธนาการต้นไม้รอบข้างเอาไว้
เยี่ยฉินหรี่ตาลง แววตาสีทองและน้ำเงินวาววับในความมืด ‘ปราณสังหารที่ไร้ลักษณ์... หรือจะเป็หน่วยล่าสังหารของ ตระกูลไป๋?’ ในชาติก่อน ตระกูลไป๋คือขุมกำลังที่ปกครองเขตแดนรอบนครไร้ใจ และพวกเขามักจะส่ง "สุนัขล่าเนื้อ" ออกมาจัดการกับผู้ที่สมบัติที่พวกเขาหมายตา
เงาร่างสามสายร่อนลงจากยอดไม้ดุจค้างคาว พวกเขาสวมชุดเกราะอ่อนสีเทาลายเมฆา ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากเหล็กสลักรูปเขี้ยวอสูร ในมือของแต่ละคนถือกระบี่สั้นที่แผ่ไอเย็นเยียบออกมา
"ส่งหยกนิ่งสงัดมาเสียแต่โดยดี" หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงพลังกดดันระดับ แก่นแท้มนุษย์ ขั้นสูงสุด "เ้าสังหารฉลามคลั่งได้ก็นับว่ามีฝีมือ แต่สำหรับตระกูลไป๋ เ้าเป็เพียงมดปลวกที่บังอาจริอ่านชิงของมีค่า"
เยี่ยฉินเค้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขานั้นดูถูกเหยียดหยามจนบรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบลงไปอีก "ตระกูลไป๋รึ? ในสายตาของข้า พวกเ้าก็เป็เพียงสุนัขรับใช้ที่เฝ้าขยะกองหนึ่งเท่านั้น หยกชิ้นนี้ไม่มีอยู่แล้ว... เพราะมันได้กลายเป็ส่วนหนึ่งของิญญาข้าไปแล้ว"
"จองหองนัก! ฆ่ามัน!"
นาฏกรรมกระบี่และกาลเวลาที่หยุดนิ่ง
มือสังหารทั้งสามพุ่งเข้าใส่จากสามทิศทาง ประสานงานกันเป็ค่ายกลกระบี่ที่ไร้ช่องโหว่ กระบี่สั้นของพวกเขาสร้างตาข่ายปราณสีเทาหวังจะพันธนาการเยี่ยฉินไว้
เยี่ยฉินไม่ได้ถอยหนี เขาเรียก ภูตแกนกลางความทรงจำ ที่เพิ่งหลอมรวมเสร็จสิ้นออกมาใช้เป็ครั้งแรก แสงสีม่วงเข้มะเิออกมาจากหน้าผากของเขา ทันใดนั้น ความลับของค่ายกลกระบี่ตระกูลไป๋ที่เขาเคยศึกษาในชาติก่อนพุ่งขึ้นมาในสมองดุจกระแสน้ำ
"ค่ายกลเมฆาคลั่ง... จุดอ่อนอยู่ที่ก้าวที่สามของคนทางซ้าย!"
เยี่ยฉินขยับกายเพียงนิดเดียว หลบคมกระบี่ที่เฉียดผิวแก้มไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เขาใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบคมกระบี่ของมือสังหารคนแรกไว้ พร้อมกับกระตุ้น ภูตแกนกลางกาลเวลา
"กาลเวลาผันผวน!"
รอบตัวมือสังหารคนนั้น เวลาไหลช้าลงจนเขากลายเป็ภาพสโลว์โมชั่น เยี่ยฉินสะบัดปลายนิ้ว ปราณอนธการกาลชีวิตพุ่งทะลวงผ่านกระบี่เข้าสู่หัวใจของเหยื่อ
เพล้ง!
กระบี่เหล็กกล้าแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของมือสังหารที่กระเด็นไปกระแทกต้นไม้จนแหลกเหลว
อีกสองคนที่เหลือชะงักงันด้วยความใ พวกเขาไม่เคยเห็นวิชาที่สามารถบิดเบือนกฎเกณฑ์ของโลกได้เช่นนี้
"เ้า... เ้าใช้ภูตระดับใดกันแน่!"
เยี่ยฉินไม่ตอบ เขาเดินเข้าหาพวกมันช้าๆ แต่ละก้าวที่เขาเหยียบลงบนใบไม้แห้งกลับส่งเสียงดังสะท้อนเข้าไปในจิติญญาของศัตรู มู่หย่งมองดูแผ่นหลังของนายน้อยด้วยความยำเกรง เขาเริ่มเห็นภาพซ้อนของบัลลังก์กระดูกมหาศาลที่ตั้งอยู่เื้ัเยี่ยฉิน
"ข้าจะให้โอกาสพวกเ้า..." เยี่ยฉินกล่าวเสียงเรียบ "กลับไปบอกผู้นำตระกูลไป๋ว่า... หากไม่อยากให้เทือกเขาแห่งนี้กลายเป็หลุมศพของบรรพบุรุษพวกเ้า จงส่ง 'ศิลาิญญาา' มาให้ข้าที่โรงเตี๊ยมท้ายเมืองภายในสามวัน"
"บังอาจ! เ้าคิดว่าเ้าเป็ใคร!"
มือสังหารที่เหลือพยายามจะะเิปราณเพื่อโจมตีครั้งสุดท้าย แต่เยี่ยฉินเพียงสะบัดมือเบาๆ ไอเย็นจาก ภูตพิรุณเยือกแข็ง ก็แช่แข็งเท้าของพวกมันไว้กับพื้นดิน
"ข้าคือคนที่จะมาเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่พวกเ้าภาคภูมิใจให้กลายเป็ขี้เถ้า"
เยี่ยฉินใช้อำนาจของภูตความทรงจำ "แทรกซึม" เข้าไปในสมองของพวกมันโดยตรง บังคับให้พวกมันเห็นภาพความตายที่สยดสยองนับพันรูปแบบจนสติแตกซ่าน พวกมันกรีดร้องลั่นป่าก่อนจะล้มลงดิ้นทุรนทุราย
หลังจากจัดการสุนัขล่าเนื้อตระกูลไป๋เสร็จ เยี่ยฉินก็พามู่หย่งเดินลึกเข้าไปในถ้ำหลังน้ำตกที่ซ่อนเร้น ที่นั่นคือจุดที่เขาเคยฝัง "คัมภีร์ิญญานิรันดร์" ไว้เมื่อห้าร้อยปีก่อน เป็สมบัติชิ้นสำคัญที่เขาตั้งใจจะใช้สร้างรากฐานใหม่
เขาใช้เืของตนเองหยดลงบนก้อนหินที่ดูธรรมดา ทันใดนั้น กลไกโบราณก็ทำงาน เผยให้เห็นกล่องไม้จันทน์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยปราณอาถรรพ์
เยี่ยฉินเปิดฝากล่องไม้ออก ภายในมีคัมภีร์หนังมนุษย์ที่จารึกด้วยอักษรสีเื และเข็มทิศโลหะที่เข็มของมันชี้ไปยังทิศเหนือตลอดเวลา—ทิศทางของ "สุสานกระบี่นิรันดร์"
‘ด้วยคัมภีร์เล่มนี้ ข้าจะสามารถสร้างกองทัพภูตที่ไม่มีวันตายได้... และมู่หย่ง เ้าจะเป็แม่ทัพคนแรกของข้า’
เยี่ยฉินหันมามองมู่หย่งที่นั่งหอบอยู่ "เ้ามีกายาเนตริญญา แต่มันยังไม่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ เพราะเ้ายังขาด 'ความแค้น' ที่จะกระตุ้นมัน"
เยี่ยฉินส่งพลังปราณสายหนึ่งเข้าสู่หน้าผากของเด็กชาย "ข้าจะทิ้งร่องรอยแห่งความทรงจำของข้าไว้ในใจเ้าบางส่วน... จงมองดูความโหดร้ายของโลกที่ข้าเคยเจอ และจงเลือกเอาว่าจะเป็ผู้เหยียบย่ำ หรือผู้ถูกเหยียบ"
มู่หย่งหลับตาลง ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อเห็นภาพการนองเืและการทรยศนับไม่ถ้วน แสงสีม่วงในดวงตาของเขาเริ่มเข้มขึ้นจนกลายเป็สีม่วงดำที่ดูน่าเกรงขาม
"ข้า... ข้าอยากแข็งแกร่งขึ้นขอรับนายน้อย ข้าอยากฆ่าทุกคนที่มองว่าข้าเป็ขยะ" มู่หย่งพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
เยี่ยฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดี... พรุ่งนี้เราจะกลับเข้านครไร้ใจ ข้ามีนัดกับตระกูลไป๋ และข้าจะใช้เืของพวกมันเป็น้ำยาล้างเท้าให้เ้า"
—--------------------
สมบัติที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่หาได้ใหม่ แต่คือสิ่งที่ขุดขึ้นมาจากเถ้าถ่านของอดีต จอมมารหวนคืนเริ่มรวบรวมชิ้นส่วนของอำนาจที่กระจัดกระจาย และนครไร้ใจที่เคยสงบสุข (ในความชั่วร้าย) กำลังจะเผชิญกั
บพายุที่โเี้ที่สุดในประวัติศาสตร์