เเสงเเดดในตอนนี้อบอุ่นเป็อย่างมากเฟยหยาใช้มีดตัดขั่วผลองุ่นที่อวบอิ่มเเต่ละพวงอย่างมีความสุข ตัวนางที่อาบเเสงเเดดอบอุ่นเองก็รู้สึกผ่อนคลาย ! กลิ่นหอมเฉพาะขององุ่นสุกลอยอบอวนจนคนงานบางคนอดใจไม่ไหวลองเด็ดมาชิมดู องุ่นรสชาติหวานชุ่มฉ่ำกินเเล้วสดชื่นเป็อย่างมากกลิ่นหอมอ่อนๆของมันยังคละคลุ้งอยู่ในปาก เเต่ว่าก็มีคนงานบางคนไม่กล้าที่จะเด็ดเข้าปากเพราะกลัวคุณหนูจะดุด่าได้เเต่กลืนน้ำลายเเล้วก้มหน้าก้มตาเก็บองุ่นใส่ตระกร้าต่อไป !
ต้องบอกว่าพวกเขาคิดมากไปเเล้วเพียงองุ่นกินหมดสักสองสามพวงก็ไม่ทำให้นางเสียหายอันใดนิ ! เช่นนี้เเล้วนางจึงบอกกับทุกคนว่าเก็บกินได้เพียงเเต่อย่ามัวเเต่กินจนงานล่าช้าก็พอ! เว่ยอี้เด็กคนนี้ได้ยินว่ากินได้จึงชวนเ้าอ้วนฮ่าวตู่ผู้อยากกินจนน้ำลายจะหกเด็ดกินกันหลายพวง อืมๆองุ่นนี้อร่อยจริงๆ
เพราะความมีเเรงเยอะของเว่ยอี้ทำให้นางนั้นกะกำลังตนเองไม่ดีพอผลองุ่นที่เก็บจึงบอบช้ำพวงเเล้วพวงเล่าสุดท้ายเเล้วเด็กคนนี้ก็ได้เเต่ทำหน้าเศร้าราวกับลูกสุนัขถูกทิ้งเปลี่ยนมาเดินตามหลังคุณหนูเเทนเเม้องุ่นที่บอบช้ำนั้นคุณหนูบอกว่าไม่ได้เสียเปล่าทำช้ำก็กินเองเสียสิเเต่ว่านางอยากช่วยงานคุณหนูนิเห็นหรือไม่ฮ่าวตู่เองก็ยังเก็บผลผูเถาได้ครึ่งกระบุงเเล้ว !
"เว่ยอี้เด็กดีในเมื่อเ้าเก็บไม่ได้เช่นนั้นก็ไปเเยกกระบุงของคนอื่นที่เก็บจนเต็มเเล็วมารวมกันหน้าไร่เช่นนี้เ้าก็ช่วยงานคุณหนูได้เเล้ว ใช่หรือไม่ !" เว่ยอี้พยักหน้าขึ้นลงราวกับไก่จิกเมล็ดข้าว! ทำงานช่วยคุณหนูได้เเล้ว เช่นนี้เรียกทำตัวมีประโยชน์เช่นที่เ้าอ้วนนั่นพูดหรือไม่! คุณหนูไม่เคยดุด่านางยามทำของตกเเตกคุณหนูให้นางกินหมั่นโถวลูกใหญ่สี่ลูกมีเนื้อให้กินอิ่มคุณหนูเป็คนดีต้องทำตัวมีประโยชน์ !
ในใจของเว่ยอี้นั้นคุณหนูของนางคือคนดีที่สุดนางจึงอยากทำตัวมีประโยชน์ให้คุณหนู คุณหนูใจดี! อย่าเห็นว่าเว่ยอี้ตัวเล็กล่ะกระบุงที่หนักเกือบ40ชั่งนางก็เเบกไหว ยามนางเเบกกระบุงใหญ่นี้ใส่หลังมองเเล้วกระบุงนั้นก็ใหญ่กว่าตัวถึงสองเท่าทว่าเว่ยอี้กลับเเบกมันเดินไปหน้าไร่อย่างสบายๆกำลังของเว่ยอี้คนงานในบ้านนั้นรู้กันหมดนางคนเดียวเทียบได้กับผู้ใหญ่ร่างกำยำถึงสองคน! ไม่เชื่อหรือ? เ้าก็ไปดูกองท่อนไม้ใหญ่เล่านั้นสิเป็คุณหนูน้อยให้เว่ยอี้ผ่ามันทั้งหมด ไอหยา! ผ่าไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำท่อนฟืนที่กองสูงราวกับูเาก็เสร็จเรียบร้อย
บ้านโจวมีไร่อยู่ไม่ไกลจากไร่ผูเถาของตระกูลจูยามนี่เป็หน้าเก็บเกี่ยวข้าวโพดทั้งคนในครอบครัวทั้งคนที่มาช่วยลงเเขกเก็บเกี่ยวก็ให้ความสนใจกับทางฝั่งไร่ของสกุลจูเช่นกัน!!
"ไอหยา!! เ้าดูสิเมื่อก่อนมิใช่คนในหมู่บ้านดูถูกคนอพยพหนีภัยาหรอกหรือมาอยู่อาศัยที่ทางบรรพบุรุษของผู้อื่นทำกินพวกเ้ามีใครเมินเฉยสกุลจูไว้บ้างกันล่ะ ! ยามนี้สกุลจูร่ำรวยใหญ่มองไม่เห็นหัวคนในหมู่บ้านเช่นพวกเราเเล้ว!"
"เพ่ย!!คนเเซ่เยาพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรคนบ้านข้ามิชอบผู้ใดก็ไม่เคยเอามาพูดเช่นใครบางคนกระมัง? เอ๋ ?? ข้าจำได้ว่าเป็เ้าไม่ใช่หรือที่พูดว่านายท่านจูเป็เพียงบัณฑิตไส้เเห้งน่ะข้ายังจำได้ว่าเ้าคุยกับภรรยาผู้ใหญ่บ้านอย่างออกรสชาติไม่ใช่หรือ? หากตระกูลจูจะไม่เห็นหัวผู้ใดก็คงเป็เ้ากระมัง!!"
"ใช่ๆนางเฝิงพูดถูกนางเยาเ้านี่ก็จริงๆเลยตนเองไม่ชอบจะโพนทนาก็พูดชื่อเ้าผู้เดียวสิจะเอ่ยเอาพวกเราเข้าไปด้วยเนื่องด้วยเหตุอันใด!!"
นางเยาเป็คนขี้อิจฉาเดิมทีตั้งใจจะพูดนินทาหาพักพวกต่อว่าคนตระกูลจูเสียหน่อยเเต่นางเยากลับคิดไม่ถึงว่าชาวบ้านที่เคยร่วมวงนินทาเื่ชาวบ้านกับนางจะตีตัวออกห่างอีกทั้งยังขี้ขลาดไม่กล้านินทาคนตระูลจูซ้ำยังต่อว่านาง ปากหนาๆของนางเยาบิดเบี่ยวสั่นระริกก่อนจะพ่นคำพูดออกมา
"ดีนักนี่พวกเ้าสองคนยามนี้กลับหันมากัดข้าเเล้วหึ ! พวกสมองหมูเ้าคิดว่าเพียงพูดดีทำดีกับคนตระกูลจูเเล้วจะดีหรือ! พวกนั้นให้หัวเผือกหรือก็ไม่! ให้ข้าวสักชั่งหรือก็ไม่! ถุ้ยๆ!! ไม่ได้อันใดเเต่ยังจะทำดีด้วยเ้าโง่หรือ?" นางเยาพ่นคำพูดหยาบคายอีกทั้งยังถุ้ยน้ำลายไปทางนางเฝิงกับนางเถียน
นี่ต้องพูดว่าใครสมองหมูกันเเน่ !นางเฝิงกับนางเถียนเเม้เป็ชาวบ้านที่ปกตินินทาคนอื่นราวกับน้ำไหลไฟไหม้ทว่่าก็ไม่ได้โง่เหมือนลา ผู้ใดจะโง่เหมือนนางเยากันรู้ทั้งรู้ว่ายามนี้ตระกูลจูไม่เหมือนเดิมเเล้วเเม้เเต่ผู้ใหญ่บ้านยังประจบประเเจงเเล้วชาวบ้านหาเช้ากินค่ำเช่นพวกนางจะกล้วยุเเหย่หรือ?ยังเป็นางเยาคนหน้าโง่ที่อยากจะนินทาคนอื่นอีก
"พวกเ้าจะมัวเเต่ทะเลาะกันหรือ? หากวันนี้เก็บฝักข้าวโพดได้ไม่ถึงสี่หมู่ดูสิข้ายังจะจ่ายค่าเเรงยี่สิบอีเเปะพวกเ้าอีกหรือไม่ !" สะใภ้โจวทนมองเเละฟังทั้งสามคนทะเลาะกันเช่นนี้อีกไม่ไหวเหตุใดท่านเเม่สามีจึงได้จ้างคนเหล่านี้มากันงานก็ทำไม่คุ้มยังจะมาโต้เถียงกันอีก น่ารำคาญรู้หรือไม่
ความจริงเเล้วเเม่เฒ่าโจวก็ไม่อยากจะจ้างสามคนนี้มาช่วยลูกหลานในตระกูลเก็บฝักข้าวโพดหรอกทว่าจนใจคนส่วนใหญ่ไปเก็บผลไม้กับสมุนไพรขายให้ตระกูลจูกันเลยเหลือเเต่สามคนนี่เท่านั้น
ในห้องรับรองของจวนเถ้าเเก่ตงบัณทิตวัยกลางคนผู้หนึ่งจิบชาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเถ้าเเก่ตง ที่นั่งข้างๆเขายังมีเด็กหนุ่มรูปร่างเเละหน้าตาดีอยู่อีกหนึ่งคน
"ผู้าุโเองก็รู้ไม่ใช่ว่าข้าใจจืดใจดำเเม้เเต่บิดาใกล้ป่วยตายก็ยังลากมาเสี่ยงรักษาวิธีพิลึกพิลั่น เดิมทีมันมีความจำเป็มากมายเเม้เเต่ท่านพ่อข้าเองก็ตัดสินใจเเล้วขอเพียงให้ลองทำดูก่อนอย่างไรเสียก็ต้องตายอยู่เเล้วมีฟางเส้นสุดท้ายให้จับมันก็คุ้มไม่ใช่หรือ ท่านดูยาปรับสมดุลที่คนของท่านเอามาจากนางหนูนั่นเเม้เเต่ท่านเองก็ยังชื่นชมเเล้ว ? ยงต้องกังวลสิ่งใดอีก พี่ชายข้าตายเเล้วคนที่รับสืบทอดตำเเหน่งย่อมเป็หลานชายคนโตเพียงเเต่ตอนนี้เขายังเด็กหากว่าร่มไม้ใหญ่เช่นนายท่านผู้เฒ่าโหวสิ้นลมในตอนนี้หลานชายข้ารับตำเเหน่งต้องรับศึกนอกเเละศึกในพร้อมกันอย่างไม่ต้องสงสัย ! พวกจิ้งจอกเฒ่าในราชสำนักเ่าั้ล้วนเป็ตำราเล่มหนาที่คร่ำหวอดในวงการขุนนางมาหลายสิบปีหากสิ้นนายท่านผู้เฒ่าโหวเเล้วพวกเขาคงรุมฉีกทึ่งหลานชายข้าเเล้วเเย้งทหารเเปดหมื่นนายที่ประจำการที่ด่านเหมยหลินอย่างเเน่นอน นี่ไม่นับตำเเหน่งโหวที่หมู่น้องชายนอกสมรสเ่าั้จ้องตาเป็มันไม่รู้ว่าพวกเขาจะก่อปัญหาอันใดขึ้นอีก.!"
ไม่ใช่เถ้าเเก่ตงไม่เข้าใจเพียงเเต่เขาเองก็ลำบากใจไม่ใช้หรือหากนายท่านผู้เฒ่าโหวเป็อะไรขึ้นมาเขาจะมีหน้าไปพบบิดาในปรโลกได้อย่างไร เเม้จะบอกว่าถึงอย่างไรนายท่านผู้เฒ่าโหวก็อยู่ได้อีกไม่ถึงเดือนก็ตาม เฮ้อ!!ชั่งเถอะมาถึงขั้นนี่เเล้วคนเเก่ๆเยี่ยงเขาจะห้ามอันใดได้กัน ! คิดเเล้วก็เป็เขาเองไม่ใช่หรือที่พูดเื่นี้ขึ้นยามนี่เเล้วจะมีหน้ามาห้ามอีกหรือ ?
"เฮ้อ!หากตัดสินใจเเล้วก็เเล้วเเต่ความ้าของท่านเองเถิด ! เพียงเเต่ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าอาการของนายท่านผู้เฒ่าโหวดีขึ้นมาบ้างเเล้วหรอกหรือเหตุใดจึงทรุดลงอีกเล่า!"
ก่อนหน้านี่เถ้าเเก่ตงได้ข่าวมาว่าอาการของนายท่านโหวดีขึ้นมาบ้างเเล้วถึงขนาดว่าลุกขึ้นจากเตียงมาเดินเล่นริมระเบียงเรือนได้หลายรอบ เเม้หมอประจำกายจะยังยืนยันว่าก้อนเนื้อยังอยู่ไม่ได้หายไปไหนก็ตามเเต่การทำให้อาการดีขึ้นได้เเละคงที่ก็เป็วิธีที่ควรค่าเเก่การรักษาไม่ใช่หรือ?
ไป๋อวี้ที่นั่งอยู่ใกล้ๆอาเขานั่งฟังบสนทนาเงียบๆมาโดยตลอดพลันพูดขึ้น " เรียนผู้าุโที่อาการท่านปู่ดีขึ้นเพราะก่อนหน้านี้ข้าได้ประมูลสุราหอมหมื่นลี้มาได้หนึ่งไหเล็กทว่าสุราหอมหมื่นลี้นั่นก็มีเพียงไหเดียว !" ปลายเสียงของซื่อจื่ออายุน้อยอ่อนลงหากท่านปู่ตายไปทหารในมือของจวนจงอู่โหวต้องกระด่างกระเดื่่องต่อเขาที่เป็หลานเเน่นอนนักรบย่อมชอบคนเเข่งเเกร่งตอนนี้เขาเป็เพียงเด็กหนุ่มที่รากฐานในตระกูลไม่เเข็งเเกร่งไม่เก่งบู้ซ้ำเรียนบุ๋นก็ยังไปไม่ถึงไหนตำเเหน่งในราชสำนักก็ไม่มี เดิมทีตำเเหน่งซื่อจื่อเป็ตำเเหน่งของท่านพ่อลูกชายคนโตที่ท่านปู่พากภูมิใจหากมิใช่ท่านพ่อตายในสนามรบเมื่อสี่ปีก่อนมีหรือเขาจะต้องรับตำเเหน่งซื่อจื่อเร็วถึงเพียงนี้ ท่านปู่เองก็รักเขาเเละเข้าใจจุดนี้ที่สุดมิเช่นนั้นจะกระเสือกกระสนหาทางรอดให้ตัวเองหรือ ท่านปู่เคยพูดว่าจะตายยามนี้ไม่ได้เเม้มีเพียงฟางเส้นสุดท้ายให้จับก็จะลองเสี่ยงดูจึงได้พาร่างกายที่ทรุดโทรมของตนเองเดินทางออกจากเมืองหลวงมายังที่นี่ นึกขึ้นเเล้วก็เจ็บใจหากสุราหอมหมื่นลี้มีมากกว่านี้ละก็ !
ทว่าเถ้าเเก่ตงที่ได้ยินคำพูดนี่ก็ยิ้มขึ้นจนทำให้สองอาหลานอดประหลาดใจไม่ได้ " ไอหยานี่คงเป็์ลิขิตสินะวาสนาชั่งเล่นตลกพวกท่านคงไม่รู้สินะ เเท้จริงเเล้วสุราหอมหมื่นลี้เป็หนึ่งในสามสุราสุดรักสุดหวงของนังหนูเฟยหยาเลยล่ะนางหมักขึ้นมาเองโดยใช้สมุนไพรล้ำค่าหลากหลายชนิดเดิมทีเเล้วมีอยู่จะว่ามากก็มากน้อยก็น้อยหากไม่จำเป็นังหนูนั่นคงไม่มีวันเอาสุรานั่นออกมาเป็เเน่!!" นายท่านสี่เเละหลานชายรู้สึกตะลึงเเละคิดไม่ถึงเื่บังเอิญเช่นนี้ก็มีหรือ? ที่เเท้คนที่พวกเขาตามหาก็อยู่เพียงปลายจมูกสุราหอมหมื่นลี้มีสรรพคุณดีเยี่ยมเด่นชัดถึงเพียงนั้นนี้นับเป็สิ่งยึดเกาะเื่นี้ว่ายังพอมีความเป็ไปได้อยู่หลายส่วน!
ความประทับใจต่อเด็กหญิงตัวน้อยในใจของไป๋อวี้เริ่มก่อตัวขึ้นมาช้าๆเขารู้สึกอยากเห็นหน้าเด็กหญิงคนนั้นมากจริงๆ
.บ่ายเเก่ๆองุ่นกว่าสิบหกตะกร้าก็ถูกเก็บจนเต็มเรียบร้อยเเล้วเฟยหยาให้คนงานชายช่วยขนไปเเล้วก่อนหน้านี้ทำให้เหลือที่ต้องเเบกกลับไม่กี่ตระกร้า !
ระหว่างทางกลุ่มเด็กหัวผักกาดอายุห้าถึงเก้าขวบหลายคนกำลังวิ่งเล่นบนถนนกลับหมู่บ้านมองเห็นกลุ่มพวกนางก็มารุมล้อมกันใหญ่ พลางขอชิมองุ่นเฟยหยายิ้มอย่างเอ็นดู เเม้ในหมู่บ้านจะมีคนหลายประเภทปะปนกันเเต่ว่าอย่างไรเด็กก็ยังเป็ผ้าขาว ไร่องุ่นตระกูลจูอยู่ไม่ไกลจากตัวหมู่บ้านนักอีกทั้งยังไม่มีคนเฝ้าหากเด็กพวกนี้ขโมยมันก็ไม่มีคนเห็น เเต่ว่าเด็กๆพวกนี้กลับไม่ทำเลือกที่จะมาขอชิมกับนาง สำหรับเฟยหยานางไม่ได้มองว่าเด็กพวกนี้น่ารำคาญหรืออะไรจึงสั่งให้ฮาวตู่เเบ่งองุ่นให้เด็กๆคนละสามสี่พวงใหญ่ๆเผื่อจะเอากลับไปให้ที่บ้านกินกันด้วย !
"ขอบคุณขอรับพี่สาวจู !!!" เด็กๆขอบคุณกันอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะวิ่งกลับบ้านเอาองุ่นไปให้คนในครอบครัวชิมอย่างตื่นเต้น
องุ่นเกิดในป่าลึกคนพบเห็นมันน้อยมากอีกทั้งส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ว่ามันกินได้จนกระทั้งนางเอามาปลูก เดาว่าเด็กๆพวกนี้คงโดนรูปหลักน่ากินของมันดึงดูดเข้าตามประสาเด็ก
เฟยหยาคิดว่าบรรยากาศในหมู่บ้านถังซานดูเงียบสงบดีเเม้จะมีบางบ้านทำตัวไม่น่ารักบ้างก็ตามเเต่มันก็เป็บรรยากาศที่ดูอบอุ่นไปด้วยกลิ่นอายของความสงบสุข
พระรองของเราคือซื่อจื่อไป๋อวี้นะคะทุกคน!!!
(ยังไม่ได้เเก้คำผิด)
*ซื่อจื่อ*
รัฐทายาท (ใช่ค่ะ "รัฐ"ทายาท) คำนี้ไม่มีในพจนานุกรม มาจากคำจีนคำว่า 世子/ซื่อจื่อ ซึ่งหมายถึงผู้สืบทอด ลูกชายผู้ที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อจากพ่อ พวกลูกชายของชินหวาง โหวเหย ฯลฯ จะถูกเรียกว่า ซื่อจื่อ ต่างจาก รัชทายาท (太子/ไท่จื่อ) ซึ่งเป็คำเรียกคนที่จะขึ้นเป็หวงตี้คนต่อไปเท่านั้น