บทที่9. ไปรับไก่กับเตรียมของส่งให้สามี
ชีวิตหลินซีอินและลูกๆเป็ไปอย่างราบรื่นและสงบมากเพราะไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายบ้านเธออยู่แล้วตื่นมาเธอก็ออกกำลังกาย ทำสวนหลังบ้านปลูกผักไว้กินทำอาหารอร่อยๆให้เ้าหัวผักกาดทั้งสองได้กินบางครั้งก็ส่งอาหารไปให้บ้านพ่อแม่สามีบ้างเพื่อแสดงความกตัญญูแต่ไม่ได้ให้บ่อยนักเรียกว่าต่างคนต่างอยู่กันมากกว่า
มีบ้างที่คุณแม่เซียวกับพี่สะใภ้ใหญ่ซูหงแวะเข้ามาดูเ้าแฝดบ้างเพราะเมื่อก่อนตูตูกับไคไคจะไปอยู่ที่บ้านปู่กับย่าเป็ประจำแต่เพราะตอนนี้ซีอินดูแลใส่ใจลูกๆ อย่างดีจึงทำให้เด็กๆ ติดเธอมากจนไม่ได้ออกไปเล่นบ้านปู่กับย่าอีกจึงทำให้คุณแม่เซียวกับพี่สะใภ้ใหญ่ซูหงที่ไม่ค่อยได้เจอตูตูกับไคไคใน่หลังมานี้รู้สึกคิดถึงอยู่บ้าง
ครั้งแรกที่คุณแม่เซียวมาเห็นเ้าแฝดตัดผมสั้นแล้วถึงกับตรงปรี่เข้ามาจับหมุนซ้ายหมุนขวาพร้อมกับพูดว่าเหมือนมากๆเหมือนเ้าสามหรือก็คือสามีของเธอตอนเด็กๆ มากทั้งยังยิ้มปลื้มปริ่มที่เห็นหลานๆ ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
วันก่อนตอนคุณแม่เซียวมาเยี่ยมตูตูกับไคไคเด็กๆเล่าให้ย่าฟังว่าต่อไปจะมีไก่กุ๊กๆ มาอยู่ที่บ้านแล้วซีอินจึงบอกไปว่าเธอได้ไปลงชื่อขอไก่มาเลี้ยงแล้ว คุณแม่เซียวจึงให้พี่ใหญ่เซียวฉิงโจวมาช่วยทำเล้าไก่ให้เธอจึงแบ่งขนมจีบหมูกับวอวอโถวข้าวโพดเนื้อนุ่มฟูที่เธอทำเองให้เป็การตอบแทนไป...
“ตูตูไคไค วันนี้แม่จะไปรับไก่มาเลี้ยงพวกลูกรอที่บ้านนะจ๊ะแม่ไปเพียงครู่เดียวก็กลับแล้ว”เพราะเห็นว่าที่บ้านปลอดภัยดีจึงให้ลูกรออยู่ที่บ้านได้ อีกอย่างเธอก็ไปไม่นานด้วย
“ไก่กุ๊กๆ”ตูตูเลียนแบบเสียงร้องของไก่ พร้อมทำท่าทางตลกโดยพยักหน้าหงึกๆ เหมือนไก่จิกไปด้วย
“ใช่แล้วจ้ะไก่กุ๊กๆ”
“ตูตูจะยอ(รอ)แม่อยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน”นิ้วสั้นๆ ชี้ไปที่ม้านั่งที่ทำจากไม้เนื้อดีเธอเจอว่ามันมีอยู่ในห้างมิติที่เธอได้รับมาจึงเอาออกมาตั้งไว้ใต้ต้นไม้ข้างบ้านเอาไว้ให้เด็กๆนั่งเล่นกันได้
“ไคไคก็รอแม่ตรงนี้ด้วยคับ”
“ดีมากจ้ะเอาล่ะเ้าหัวผักกาดน้อยเด็กดีระหว่างที่รอ แม่มีนี่มาให้เล่นกันไปก่อนนะ” ซีอินเอาสมุดภาพระบายสีเป็รูปสัตว์ต่างๆและรูปต้นไม้พร้อมกล่องสีไม้ออกมาให้ลูกๆ ได้ระบายสีด้วยกันตูตูกับไคไคตื่นเต้นมากจนตาโตกระดี๊กระด๊ามีความสุขมากไม่รู้หรอกว่าคืออะไรแต่คิดว่าต้องสนุกแน่ๆ เลย
“ขอบคุณคับแม่ฮิ ฮิ”
“แม่ดีที่สุดเลยคับฮิ ฮิ”
“จ้าๆ”
เมื่อบอกวิธีเล่นสมุดระบายสีให้เด็กๆที่โต๊ะม้านั่งเรียบร้อยแล้วซีอินก็รีบเร่งเดินออกจากบ้านอย่างรวดเร็วเพื่อไปที่ฝ่ายผลิตตามเวลาที่เลขาธิการปิงบอกเอาไว้เมื่อไปถึงเธอเจอชาวบ้านในหมู่บ้านที่มาลงทะเบียนรับไก่ไปเลี้ยงหลายสิบคนเลยทีเดียว
คนที่มาต่างมองมาที่ซีอินด้วยสายตาแปลกประหลาดใจและไม่อยากเชื่อแต่เพราะไม่มีใครอยากจะยุ่งกับเธอมากนักจึงไม่มีใครเข้ามาพูดคุยด้วยได้แต่แอบมองเธออยู่ห่างๆเท่านั้น
“ต่อไปจะขานชื่อของคนที่มาลงทะเบียนไว้ออกมารับไก่นะ”เสียงดังฟังชัดของหัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนเอ่ยขึ้นให้ได้ยินกันถ้วนทั่วด้านข้างยังมีเลขาธิการปิงและผู้ช่วยเลขาที่คอยทำหน้าที่จดบันทึกและแจกจ่ายไก่ตามจำนวนที่ต้องได้รับอยู่ทุกคนออกไปรับไก่ทีละคนจนถึงซีอินเธอเอาตะกร้าสานใบใหญ่ออกมาใส่ไก่กลับบ้านจะได้ไม่ต้องอุ้มไก่เดินไปมาอยู่ไก่ที่ได้มาเป็ไก่สาวคาดว่าเลี้ยงอีกไม่กี่เดือนก็ได้กินไข่แล้ว
“เอาละแจกจ่ายเรียบร้อยแล้วก็เลี้ยงกันให้ดีๆจะได้มีไข่ไก่กินกันในบ้าน อีกไม่กี่วันจะถึงวันที่แจกจ่ายผลผลิตแล้วเมื่อไม่มีอะไรก็แยกย้ายๆ”
ชาวบ้านพากันเดินกลับบ้านใครบ้านมันเพราะต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้เอาไก่ไปเลี้ยงส่วนเื่แจกจ่ายผลผลิตนั้นซีอินไม่เคยได้เพราะเธอไม่เคยลงแปลงนาของฝ่ายผลิตเลยจึงไม่มีแต้มคะแนนถ้าอยากได้เธอก็ต้องจ่ายเงินหยวนแลกเปลี่ยนของมาจากฝ่ายผลิตเอายังดีที่คุณแม่หลินแม่ของซีอินรู้จักลูกสาวตัวเองดีจึงมักเอาอาหารและธัญพืชมาให้อยู่เสมอ
เฮ้อออยู่แบบนี้ไม่ได้แล้วสิแม้ไม่ได้ลำบากเื่ของกินแล้วแต่เงินติดบ้านมีเก็บอยู่แค่230หยวนเท่านั้นเองซึ่งเป็เงินที่เธอเก็บจากสามีส่งมาให้เดือนละ15หยวน และสำหรับเธอเงินจำนวนนี้ไม่สามารถทำให้อุ่นใจได้เลย…
ตูตูกับไคไคเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูรั้วบ้านดังก๊อกแก็กๆก่อนจะรีบวิ่งด้วยข้าสั้นป้อมพากันมาที่ประตูรั้วเมื่อเห็นแม่เดินเข้าบ้านพร้อมอุ้มตะกร้าที่มีไก่กุ๊กๆอยู่ข้างในเข้ามา
“แม่มาแล้ว”
“ไก่ก็มาแล้ว”
ซีอินยิ้มรับเด็กๆก่อนเดินไปที่เล้าไก่ที่เตรียมไว้แล้วนำไก่ใส่เข้าไปในเล้าเธอเตรียมข้าวเปลือกและน้ำไว้สำหรับไก่เรียบร้อยแล้ว เ้าหัวผักกาดทั้งสองดูตื่นเต้นกันมากเลยทีเดียว
“เอาละจ้ะต่อไปตูตูกับไคไคต้องคอยช่วยแม่ให้อาหารไก่ทุกวันด้วยน๊าาพอไก่ออกไข่แล้วก็้าช่วยกันเก็บไข่ด้วย”
“ได้คับ/ได้คับ”ตอบเสียงดังฟังชัด พวกเขาเต็มใจเสียยิ่งกว่าอะไรเสียอีกมีไก่ในบ้านก็เท่ากับมีอาหารไม่ต้องกลัวอดอีก
ซีอินปล่อยเด็กๆนั่งย่องๆ จุ้มปุ๊กดูไก่กันต่อไปส่วนเธอก็เดินเข้าบ้านไปตอนนี้เธอต้องเริ่มเตรียมแพ็กของที่จะส่งให้สามีแล้วล่ะใกล้หน้าหนาวแล้วด้วยไม่รู้ร่างกายสามีเธอตอนนี้เป็ยังไงบ้าง เป็ห่วงจังแฮะ
ซีอินเตรียมอาหารแห้งที่กินง่ายๆอย่างหมูแผ่นปรุงรสหวานเค็มถุงใหญ่ถุงละ3กิโลให้5ถุงเผื่อเขากินเยอะและอาจจะเอาไปแบ่งเพื่อนๆหรือหัวหน้างานได้ด้วย ผักกาดดองเค็มใส่โหลพลาสติกปิดฝาแน่นพยายามหาของที่ไม่มีสลากภาษาหรือถ้าสิ่งไหนสามารถเปลี่ยนถ่ายมาใส่โหลพลาสติกใส่ๆธรรมดาได้เธอก็จะเปลี่ยน กาแฟซอง โกโก้ซองเอาของกินที่เก็บได้นานและแกะกินง่ายๆอย่างอาหารกระป๋องไปให้ด้วย ทั้งมีเสื้อผ้ากันหนาวเสื้อไหมพรมและผ้าพันคออุ่นๆของที่ทำจากไหมพรมนี้เป็ของที่เธอถักเองที่เอามาจากโลกเดิมด้วยยังมีเสื้อคลุมตัวยาว ถุงเท้ายาว ถุงมือ หมวกของเหล่านี้มีในห้างมิติทั้งนั้นและเอาถุงน้ำร้อน ขวดเก็บน้ำร้อนที่ไม่มีลวดลายอะไรเป็สีทึบๆ เรียบๆขนาดพกพาและมีรองเท้าหุ้มข้ออย่างดีใส่ไปให้ทั้งเธอยังลงมือเขียนจดหมายใส่ไปให้ด้วย
“ตูตูไคไค” เสียงหวานๆ เรียกหาลูกๆ ดังไปถึงหน้าบ้าน
“หื้มมแม่เยียก(เรียก) ”
“อื้มม ไปกัน”
เด็กๆลุกขึ้นจากที่กำลังนั่งดูไก่อยู่ตรงเล้าแล้ววิ่งจรู๊ดดดกันเข้ามาในบ้านซีอินมองแล้วก็ได้แต่คิดว่าลูกๆเธอเหมือนหัวผักกาดเดินได้เลยจริงๆ
“แม่/แม่”
“ตูตูไคไคแม่จะส่งของให้พ่อของลูกๆ แล้วก็จะเขียนจดหมายไปด้วยพวกลูกมีอะไรจะฝากถึงพ่อมั้ย” ซีอินก้มหน้าลงถามเด็กๆที่ตั้งใจฟังสิ่งที่แม่ถามอยู่
“ไคไคหยักเขียนจดหมายด้วยคับ”
“ตูตูด้วยตูตูก็หยักเขียนแต่ว่า...แต่ว่าตูตูเขียนไม่เป็”
ตอนแรกก็ดูคึกคักกันดีอยู่แต่จู่ๆก็เหมือนพึ่งนึกได้ว่าตัวเองเขียนหนังสือไม่เป็ก็พากันทำหน้าเศร้าเป็ลูกหมาน้อยกันเชียว
“งั้นเดี๋ยวแม่สอนคำง่ายๆให้ตูตูกับไคไคดีมั้ยจะได้เขียนจดหมายให้พ่อได้”
“เย่เย่ ดีคับ/ดีคับ”
จากนั้นซีอินสอนลูกเขียนอักษรลากเส้นช้าๆไปสองสามตัวอักษร โดยเป็คำที่เด็กๆ บอกว่าอยากเขียนถึงพ่อของพวกเขาโดยเธอให้ใช้ดินสอเขียนลงบนกระดาษเขียนจดหมายท่าทางจับดินสอแบบกำแท่งดินสอไว้ในมือนั้นก็สุดจะบรรยายมองแล้วทั้งมันเขี้ยวทั้งน่าเอ็นดู ไม่รู้ว่าเซียวฉิงเฟิ่งได้อ่านจดหมายที่เด็กๆเขียนถึงแล้วจะรู้สึกยังไงบ้าง
“เอาละเมื่อเรียบร้อยแล้วแม่จะเอาของไปส่งให้พ่อในเมืองนะเดี๋ยวแม่จะไปวานให้คุณย่าของลูกๆ มาอยู่เป็เพื่อนสักพักก่อนตกลงมั้ย”
“ไปด้วยไม่ได้หรอแม่~ ”ตูตูแฝดคนพี่ถามหางเสียงทอดยาวแบบอ้อนๆก่อนที่ทั้งสองคนจะยืนเรียงกันตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาให้แม่ว่าอยากไปด้วย
“แม่ต้องขนของไปกล่องใหญ่มากเลยเอาไว้คราวหน้าที่ไม่ต้องขนของเยอะแบบนี้แม่จะพาไปด้วยกันดีมั้ยวันนี้แม่แค่ไปส่งของให้พ่อกับซื้อของอีกนิดหน่อยไปไม่นานเดี๋ยวเดียวก็กลับแล้วตูตูกับไคไคอยู่ระบายสีภาพรอแม่อยู่บ้านก่อนนะ”
“ก็ได้คับ/ก็ได้คับ”
“เด็กดีๆ”
จากนั้นเธอก็เดินออกไปที่บ้านพ่อแม่สามีก่อนจะเอ่ยปากขอให้คุณแม่เซียวมาอยู่ดูเ้าสองแฝดที่บ้านให้ก่อนเพื่อเข้าเมืองตอนแรกที่ได้ยินว่าสะใภ้สามจะเข้าเมืองอีกแล้วคุณแม่เซียวก็ลอบถอนหายใจอยากเหนื่อยใจคิดว่าสะใภ้สามจะกลับไปทำตัวแย่ๆเอาแต่ใช้เงินอย่างเดียวอีก แต่พอได้ฟังเหตุผลที่จะเข้าเมืองแล้วคุณแม่เซียวก็ถึงกับโล่งใจและแปลกใจทั้งยังดีใจมากเพราะลูกสะใภ้สามคนนี้ไม่เคยใส่ใจลูกชายสามโดยการส่งของให้มาก่อนเลยนับเป็เื่ที่ดีจึงไม่รอช้ารีบเดินตามสะใภ้สามออกไปทันที…
ซีอินเดินทางเข้าเขตเมืองอำเภอโดยนั่งไปกับรถแทรกเตอร์ของฝ่ายผลิตใช่เวลาเดินทางเข้าไป1ชั่วโมงเท่านั้นนับว่าไม่ไกลมากหากมีจักรยานปั่นเร็วๆ ก็คงประมาณ30-45นาทีได้
ซีอินมองดูบรรยากาศในเมืองอำเภอและผู้คนที่เดินกันไปมามากมายอย่างตื่นเต้นไม่น้อยจักรยานมีให้เห็นบ้างประปรายสหกรณ์สวัสดิการของรัฐในเมืองอำเภอนี้ใหญ่มากคิดว่าของน่าจะเยอะข้างๆกันมีร้านอาหารสวัสดิการของรัฐอยู่ด้วยต้องใช้คูปองถึงจะเข้าไปกินได้มีผู้คนเดินเข้าออกอยู่ตลอดส่วนใหญ่จะเป็เ้าหน้าที่ของรัฐเสียมากกว่าที่เข้าไปใช้บริการ
ซีอินอุ้มลังที่เธอแพ็กของไว้ด้วยความทุลักทุเลนิดหน่อยก่อนจะเข้าไปสอบถามคนที่เดินอยู่แถวๆหน้าสหกรณ์ของรัฐ
“ขอโทษนะคะสหายพอดีว่าฉันอยากจะสอบถามข้อมูลคุณนิดหน่อยน่ะค่ะ”
“สหายมีอะไรจะถามฉันหรือคะ”
“คือฉันอยากรู้ว่าที่ทำการไปรษณีย์อยู่ตรงไหนน่ะค่ะ”เอ่ยถามเพราะซีอินคนเดิมนั้นทั้งที่เข้ามาในเมืองอำเภอออกจะบ่อยเพื่อหาซื้อของในสหกรณ์และจากที่ตลาดมืดแต่กลับไม่มีที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์อยู่ในหัวหรือความทรงจำเลย
“อ้อถ้าเป็ที่ทำการไปรษณีย์คุณเดินต่อไปทางขวามือนี่อีกสอง่ถนนก็จะเจอแล้วค่ะอยู่ตรงหัวมุมถนนพอดีหาไม่ยากเพราะค่อนข้างใหญ่โตทีเดียว”
“ขอบคุณสหายมากค่ะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ”
เมื่อได้รับคำตอบที่้าแล้วซีอินก็มุ่งหน้าไปส่งของให้สามีที่ที่ว่าการไปรษณีย์ทันที…