3 วันต่อมา
“เอาล่ะ ขนาดนี้น่าจะพอแล้วนะ”
ในสามวันมานี่พวกเขาอาศัยอยู่ในป่าอิคเคเซีย เพราะดอนต้องปรับแต่งพลังเวทย์เพื่อส่งต่อไปให้ดอนน่า ตอนแรกเขาก็ไม่คิดเลยว่ามันจะต้องใช้เวลาถึงสามวัน
“จะลองดูนะ”
ดอนน่ากล่าวออกมาก่อนร่างกายจะเริ่มเปล่งเสียงสีแดงอ่อนออกมาจากทั่วร่างกาย แสงสว่างยิ่งมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปพร้อมกับร่างกายที่ใหญ่โตค่อยๆลดขนาดลงและรูปร่างก็ดูเปลี่ยนไป
เมื่อแสงที่เปล่งออกมาพลันหายไปก็ปรากฏร่างของหญิงสาวผิวขาวผมสีแดงแววตาดุดัน ใบหน้างดงามราวกับนางร้ายในเทพนิยาย หน้าอกก็มีขนาดใหญ่กว่าของกูลสาวพอประมาณ ความสูงของเธอต่างจากดอนเพียงคืบเดียวเท่านั้น และที่สำคัญคือเธอเปลือยอยู่ยังไงล่ะ
“พวกโรคจิตไม่ชอบนุ่มผ้า”
ดอนที่ยืนเท้าเอวอยู่เบิ้องหน้าของดอนน่าก็พูดออกมาด้วยเสียงโทนต่ำพร้อมกดสายตามองลงไปยังร่างกายที่เหมือนมนุษย์ทุกประการของดอนน่า
แม้ว่าจะเป็เพียงคำพูดของไอ้กิ้งก่าบ้าพลัง แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกเขินอายจนต้องเอาแขนทั้งสองข้างบังยอดเขาสีชมพูกับกลีบกุหลาบที่อยู่เบื้องล่างเอาไว้แล้วไปหลบอยู่หลังแซนนี่
“เอาน่าเดี๋ยวหาเสื้อให้ รอแปปนึง”
เขาพูดออกมาพร้อมส่ายหน้าแล้วหยิบกระเป๋ามาหาเสื้อผ้าของเขาให้กับดอนน่า เพราะขนาดตัวของเธอกับเขามันอาจจะทำให้เสื้อผ้ามันดูตัวใหญ่ไปนิดนึง แต่นั่นก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร
“เก็บของเตรียมออกเดินทางกันได้แล้วค่า~”
แซนนี่หันไปบอกพวกเดเวนทันทีหลังจากที่ดอนน่าใส่เสื้อผ้าแล้ว พวกลิซาร์ดแมนจึงทำการเก็บเครื่องครัวและเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่พวกเขาใช้ในสามวันที่ผ่านมา
“เอ้าฉันยกให้ แต่อย่างใส่พลังเวทย์เข้าไปนะเว้ย”
ดอนโยนสนับมือให้ฝาแฝดคนละข้าง เพราะเขาสังเกตวิธีการต่อสู้ของเ้าสองคนนี้ในระหว่างที่พวกเขาฝึกซ้อมกันเพื่อไม่ให้ฝีมือตกลงหลังจากที่เลิกเป็ทหารรับจ้าง ก่อนจะเตือนทั้งคู่ว่าห้ามใส่พลังเวทย์ลงไปในสนับมือ
“ขอบคุณครับ/ค่ะ ลูกพี่”
“ว่าแต่เมื่อกี้ลูกพี่บอกให้พลังเวทย์เข้าไปใช่มะ”ทูซ
“คงงั้นมั้ง?”ลูซ
ฟุ่ม!
อะจ๊าก!×2
ไม่ทันขาดคำ ไอ้ฝาแฝดมันก็ใส่พลังเวทย์เข้าไปในสนับจนไฟลุกท่วม เป็เวรเป็กรรมของเออซัสที่ต้องมาดับไฟให้ไอ้พวกนี้อีก
“ว่าแต่เมื่อกี้เธอรู้สึกว่ามันร้อนมั้ยทูซ”ลูซ
“ก็ไม่นะ แล้วนายอะ”ทูซ
“ก็ไม่อะ”ลูซ
ไอ้ฝาแฝดมองหน้ากันแล้วก็ยิ้มออกมา ในเมื่อไม่รู้สึกว่ามันร้อน ทั้งคู่เลยอยากลองทำแบบดอนบ้าง พอสวมสนับไว้เรียบร้อยแล้วทั้งคู่ก็ใส่พลังเวทย์เข้าไปจนไฟลุกขึ้นมาแล้ว ผลปรากฏว่าทั้งสองไม่ได้แสดงอาการว่าถูกไฟลวกมือแต่อย่างใด แถมมันยังลองเอากำมือข้างที่สวมสนับมือแล้วเอามาชนกันให้สะเก็ดไฟกระจายเล่นซะอย่างนั้น
“กลุ่มอัศวินหลวงกำลังมาทางนี้!”
เลย์อาที่เฝ้ายามอยู่ะโออกมาทันทีเมื่อเธอเห็นกลุ่มที่มีอัศวินของทัพหลวงราวๆสิบคนกับบุคคลที่สวมผ้าคลุมเอาไว้อีกสี่คนกำลังขี่ม้ามุ่งหน้ามาทางที่พวกเธออยู่
“มันจะมากันทำไม”ดอน
“ไม่รู้ดิ่ พวกฟรอสต์เบลดมันเอาเื่แซนนี่ไปรายงานมั้ง?”เดเวน
ดอนถามออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่เลย์อาบอก เดเวนที่คิดว่าเป็ฝีมือของพวกฟรอสต์เบลดเอาเื่กูลที่อยู่กับพวกเขาไปรายงานกับทางจักรวรรดิ์ ซึ่งมันก็ถูกเพียงครึ่งเดียว พวกเขามาเพราะการรายงานของกลุ่มทหารรับจ้างฟรอสต์เบลดก็จริง แต่มาเพราะเื่ัที่หลบซ่อนในป่าไม่ใช่เื่ของกูลที่อยู่กับพวกลิซาร์ดแมน
“ทาลากันคัช พวกฟรอสต์เบลดอยู่ที่ไหน”
เมื่อคนพวกนั้นมาถึงจุดที่พวกเขาอยู่ ทหารนายหนึ่งจึงถามออกมาอย่างเร่งรีบ ถ้าพวกเขาเจอเดรกก่อนเจอพวกฟรอสต์เบลดก็อาจจะรับมือกับมันไม่ไหว
“นั่นลูกเดรกหรือเปล่าครับ?”
ทาเคดะที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมที่เหลือบไปเห็นโซเฟียที่กำลังเล่นกับแซนนี่ เขาจึงชี้ไปทางนั้นแล้วถามพวกทหารที่มาช่วยในการปราบเดรก
“เอิ่ม… ถ้าเป็ลูกเดรกพาตัวกลับไปแบบมีชีวิตน่าจะดีกว่านะครับ”
ทหารผู้เปรียบเสมือนเลขาของทาเคดะเสนอความคิดเห็นของเขาออกมา
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปจับมันมาเลยมั้ยครับท่าน”
ทหารนายหนึ่งพูดออกมาก่อนพวกเขาจะพยักหน้าและลงจากหลังม้า
“แกจะเอาลูกใครไปนะ…”
เมื่อได้ยินคำพูดของคนกลุ่มนั้นที่จะพาตัวโซเฟียไป ดอนน่าที่โกรธจัดจึงเริ่มปล่อยพลังเวทย์ออกมาเพื่อกลับเป็ร่างัในการปกป้องลูกตามสัญชาตญาณความเป็แม่
“เธอน่ะอยู่เฉยๆซะ ฉันี้เีแปลงพลังเวทย์ให้อีกรอบนะ”
ดอนที่เห็นดังนั้นจึงอุ้มโซเฟียไปยัดไว้กับดอนน่าเพื่อให้เธอสงบสติลง เขาไม่อยากเสียเวลาอีกสามวันเพื่อให้ดอนน่าเปลี่ยนร่างได้อีกรอบหรอกนะ ถ้าพลังเวทย์ดั่งเดิมของเธอมันมากเท่านั้นเขาก็คงให้เธอจัดการเองอยู่หรอก
“ถ้าอยากพวกแกจะพาตัวลูกของฉันไป พวกแกก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน”
ทันทีที่เอาโซเฟียไปไว้กับดอนน่าแล้ว เขาจึงก้าวออกไปอยู่ด้านหน้าสุดก่อนจะดึงหอกที่พึ่งเอาเหน็บหลังเอาไว้ออกมาสองเล่ม พวกที่เหลือเมื่อเห็นดังนั้นก็ชักอาวุธออกมา ไม่ว่าจะเป็พวกทหารหรือพวกเดเวน
“มันมีอาร์ติแฟกต์ ฝากท่านทาเคดะจัดการด้วยครับ พวกข้าจะจัดการพวกที่เหลือให้พวกท่านเอง”
เมื่อทหารเลขาเห็นหอกทั้งสองเล่มของดอน เขาจึงขอให้ทาคาดะจัดการดอน เพราะทหารธรรมดาแบบพวกเขาไม่ใช่คู่มือของคนที่ใช้อาร์ติแฟกต์ระดับสูงหรอก
“พวกคุณมาด้วยกันก็ได้นะคะ ฉันเองก็ไม่อยากสู้กับพวกคุณเหมือนกัน”
แคเทอรีนถอดผ้าคลุมออกแล้วพูดกับดอนที่อยู่หน้าสุด ตัวเธอเองก็ไม่อยากสู้อย่างไร้ประโยชน์เหมือนกัน อีกอย่าง ถ้าได้เขามาอยู่ในกองทัพอาจจะดีกว่าก็ได้ เพราะออร่าพลังเวทย์ที่อยู่รอบๆตัวของเขามันมากกว่าเธอที่เป็จอมเวทย์เสียอีก
“หะ? เพ้อเจ้ออะไรของเธอ ดูหน้าแม่นั้นก่อนแล้วค่อยคิดอีกที”
ดอนที่ได้ยินดังนั้นจึงให้แคเทอรีนมองไปที่ดอนน่า เมื่อได้เห็นสีหน้าของดอนน่าแล้วมันก็ทำ
ให้เธอถึงกับสดุ้ง ถ้าหากไม่มีลูกน้อยในอ้อมแขนคงพุ่งเข้ามาโจมตีพวกเธอโดยไร้ซึ่งการเจรจาแบบนี้แน่นอน