ไป๋ลู่ค่อยๆ ย่ามกายในสภาพก้มหน้าเข้าหา อักษรเพลิงที่ลุกโชนเพื่ออ่านอย่างละเอียดอีกครั้ง "ฮัวหลูเทียน" ท่านผู้มีพระคุณอย่างแท้จริงสหายต่างแดนคนเดียว ณ ตอนนี้ข้าขอจำชื่อของท่าน เด็กหนุ่มชันเคาคำนับเหมือนดั่งนายทหารชาวยุทธ์ ก่อนจะพึ้งสังเกตว่าตนนั้น อยู่สภาพล้อนจ้อนไร้สิ่งใดปกปิด ดีที่ผนึกที่ใกล้นั้นมีชุดเครื่องแต่งกาย ที่จัดเตรียมไว้ให้ ร่างน้อยรีบจัดแต่งกายใหม่ทันที
"ชุดนี้ภายนอกดูหนาเทอะทะเหตุใด ใส่เข้าไปกลับโปร่งโล่งดั่งใส่สิ่งของน้อยชิ้นกันนะ" ชุดขนไหมไร้สิ่งใดประดับเป็นชุดผ้าหยาบๆ แต่เนื้อผ้ากลับดูหรูหราเป็นเกล็ดม่วงหลายชั้น เหมือนลูกคุณหนูผู้มีฐานะจากที่ห่างไกล และไม่ใช่เสื้อผ้าของคนในทีวีปพฤกษาที่สามารถหาใส่ได้อย่างแน่นอน ฮึบๆ เด็กน้อยขยับเขยื้อนร่างกายรู้สึกถึงความเบาหวิวอย่างประหลาด
การตอบสนองของเด็กหนุ่มมีความพัฒนาขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนทัศนียภาพรอบด้านจะเริ่มบิดเบี้ยวพร้อมพื้นผิวที่คุ้นเคยก่อนหน้ากลับมาสู่ที่แห่งเดิม โต๊ะอาหารไม้ที่เต็มไปด้วยเนื้อย่าง และใบหญ้าอัคคีที่ยังคงเผาไม้ใบหญ้าขจีที่กินพื้นที่ไปไม่ถึง 1 ใน 10 ด้วยซ้ำหากแต่ความสว่างสไหวที่โดดเด่นเช่นเดิม เด็กหนุ่มหันซ้ายขวาไม่พบร่าง ฮัวหลูเทียน ดั่งคำลาที่ทิ้งไว้
เมื่อยืนยันได้ว่าชายหนุ่มผู้มีพระคุณผู้นั้นหายไปแล้วจริงๆ เด็กน้อยก็ทำได้เพียงยอมรับ นึกช่วงเวลาสนทนาไม่กี่ชั่วยามสลักไว้ ทุกคำพูด ก่อนจะหยิบเนื้อย่างที่กัดแล้วมากินต่ออย่างเอร็ดอร่อย ภายใต้การมุงดูของเหล่าชาวบ้านที่มอง สองบุรุษรูปงาม เฉินซินและเฉินหลิวซินที่เดินมาเพรียบพร้อมร่างชายหนุ่มที่วิ่งยิ้มหน้าบาน มือทั้งสองกุมถือไถไปมาไม่รู้จบชายผู้รักษากองคลังคารวานสินค้าทั้งหมดที่จัดเตรียมในพิธีฉลองครั้งนี้ นาม เกิงจู ที่เดินมาพร้อมกับ เสี่ยวเอ๋อจาง ในชุดเสี่ยวเอ๋อใหม่
ท่าทางการเดินที่ขึงขังมองซ้ายขวา ขมักเขม่นเพ่งมอง ไปยังเหล่าเด็กๆที่วิ่งไล่กันราวกับมองหาใครบางคนอยู่ ทว่าเมื่อใดร่างเด็กน้อยที่จ้องมองไปที่นันย์ตาที่จริงจังของ เสี่ยวเอ๋อจาง พวกเด็กน้อยจะล้มลงร้องให้ทันที บางตะเกียดตะกายเข้าหาผู้ปกครองที่ยิ้มเจือนๆ ด้วยความหวาดกลัวทันที ภายใต้คอที่ตกลกรู้สึกผิดไม่น้อยของ จางที่ไม่ได้มีเจตนาทำให้พวกเค้าหวาดกลัวเช่นนั้น
พวกเค้าเดินตามหาไป๋ลู่ได้ราวๆ ครึ่งเทียนดับแล้ว เนื่องจากเด็กน้อยที่ปกติมักจะวิ่งเล่นในพื้นที่สันโดษหากแต่ในช่วงเวลาพิธีฉลองการกลับมาของเหล่าชาวยุทธ์ พื้นที่นอกหมู่บ้านจะถูกปิดกั้นอย่างแน่นหนาและมี หน่วยตรวจตราที่เข้มงวดพิเศษรวมถึงองค์รักษ์ที่ เข้ามารักษาความปลอดภัยภายในอีกชั้น เป็นไปไม่ได้ที่เด็กน้อยจะมีโอกาศออกไปได้อย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นพวกเค้าจึงเริ่มเสาะหาตามจุดที่เด็กน้อยจะไป ไม่ว่าร้านของเล่น ของชำ อาหารหรือพื้นที่เหล่าเด็กๆต่างไปกัน แต่ก็ล้วนแล้วไม่เจอ สร้างความกังวลแก่เฉินซินและเสี่ยวเอ๋อจาง ไม่น้อย แม้จะเป็นการสำรวจอย่างลวกๆ แต่หากเวลาเสาะหายิ่งมากเท่าไหร่ จางที่เริ่มหงุดหงิด พร้อมจะตะโกนนามไป๋ลู่ ให้ดังสนั่นทั่วหมู่่บ้านก็พร้อมทำเต็มที่หากแต่
เฉินซินปรามไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ ชาวบ้านในระแวกนี้แตกตื่นไม่จำเป็น นี้เป็นสถานที่รื่นเริงไปแล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการรักษาเสาหลักที่เข้าประจำการพื้นที่นี้ชั่วคราวด้วย จึงมิอาจทำได้ตามอำเภอใจ ทั้งสี่ต่างสอดส่องไปทั่ว เหล่าบรรดาหญิงสาวมากมาย ป้องแก้มป้องปาก พยายามเรียกความสนใจจากสองหนุ่มที่นำหน้า ด้วยกลยุทธ์นางงามที่พวกนางมี ท่วงท่าเย้ายวนหรือแม้แต่ เรียกขาน พร้อมส่งสายตาหวานเยิ้ม หากแต่ไร้ซึ้งการตอบรับหรือความสนใจใดกลับมา
จนในที่สุดเฉินหลิวซินตาเหยี่ยวก็เห็นร่างที่คิดว่าตรงกับไป๋ลู่มากที่สุด ทว่าเด็กหนุ่มคนนี้ผมแดงฉานดั่งโลหิตเนื้อตัวเกลี้ยงเกลาหมดจด เสื้อผ้าขนไหมสีแดง เหมือนลูกคุณหนูจากที่ห่างไกล อาจจะเป็น หนึ่งในลูกหลานของหัวหน้ากองคารวาน กลุ่มไหนสักกลุ่มก็เป็นได้ ชายหนุ่มหยุดนิ่งพลางชี้ไปที่เด็กหนุ่มให้ สามบุรุษที่ตามองซ้ายขวาอยู่นั้นรู้สึกตัวก่อนมองไปตามนิ้วที่ชี้ไป
ทีแรกเฉินซินแทบจะละความสนใจอันใดต่อ เด็กหนุ่มเบื้องหน้าไปแล้ว หากแต่กายที่จะย่างก้าวจากไปได้กี่กี่ก้าวกลับหยุดนิ่งลง พร้อมกายที่แน่นิ่งไปชั่วครู่ความคิดมากมายเริ่มประดังฉุดรั้งทุกอย่างออกมา คิ้วกระตุกเล็กน้อย คุณหนูผู้ดีที่ไหนจะกินท่วงท่า สวาปามเยี่ยงนี้ พวกเค้าต้องล้วนฝึกมารยาทการกินใช้ชั้นเชิงผู้ดีบ้าง ไหนจะออกมาแปลกแยกกินเพียงผู้เดียวห่างไกลสายตาผู้คน
ชายหนุ่มหันไปมา สันนิฐานความคิดที่ตรงมากที่สุด ก่อนจะสลับไปที่เหล่าชาวบ้าน ที่มุงดูพวกเค้าอย่างใจจดใจจ่อ ราวกับว่ารอให้พวกเค้าแสดงอะไรสักอย่างอยู่อย่างนั้น โดยเฉพาะหญิงสาว มากมายที่ยังส่งเสียง เรียกร้อง ด้วยเสียงหวานหยาดเยิ้มประดั่งเข้ามาเหมือนทุกครั้ง ก่อนะจะสลับกลับไปที่ร่างเด็กหนุ่มเบื้องหน้า ที่เล่นกัดเนื้อ ย่างคำโต เมื่อมองสังเกตสิ่งรอบข้างแล้ว เป็นเฉินหลิวซินที่พูดขึ้นมาก่อน
"คนของทวีปอัคคี? ในหมู่บ้านนี้เนี้ยนะ มันมาทำอะไรกัน"