"โอ๊ย~~~เบาสิเบา~~"
เสียงร้องของฟางเหนียงดังออกมาจากในห้องที่ถูกปิด เสียงร้องดังจนคนเดินผ่านไปมาที่ได้ยินต้องหน้าเสีย เพราะเื่ที่หญิงสาวได้รับาเ็จากการฝึกรับรู้กันไปทั่วสำนักอย่างรวดเร็ว และสภาพของหญิงสาวเมื่อครั้งเดินกลับที่พักก็ดูไม่ได้ ผู้คนจึงเดาได้ไม่ยากว่านางร้องออกมาด้วยความทรมานนั่นเกิดจากสิ่งใด
"ข้าเบาแล้ว แต่แผลของเ้าถึงจะไม่ลึกหรือรุนแรงแต่ก็เต็มไปหมด จะเสร็จแล้วเ้าทนหน่อยแล้วกัน"
จ้าวเย่วเอ่ยบอกร่างเล็กที่นอนคว่ำอยู่บนเตียง ปากคาบผ้าเพื่อข่มความเ็ป ใบหน้าเรียวแดงก่ำเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวในห้องสะดุ้งเล็กน้อย เพราะสภาพของฟางเหนียงไม่พร้อมรับผู้มาเยือนใหม่สักเท่าไหร่ หญิงสาวรีบลุกขึ้นมาผ้าปกปิดร่างกายเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว
"ผู้ใดกัน"
ฟางเหนียงเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อย
"เ้าสำนักให้ข้านำยามาให้"
เสียงของชายด้านนอกมิได้เอ่ยชื่อตนเองอย่างที่หญิงสาวถาม แต่คำตอบของเขาก็พอเดาได้ว่าเป็ผู้ใด
"เช่นนั้นฝากท่านขอบคุณเ้าสำนักด้วยเ้าค่ะ"
ฟางเหนียงะโออกมาเสียงดัง และเป็จ้าวเย่วที่เดินไปรับยามา ภายในถาดยามียาสมุนไพรที่คาดว่าใช่ทาาแถูกบดมาเรียบร้อยแล้ว และยังมียาต้มที่ยังคงมีควันลอยออกมาเพราะความร้อน กลิ่นของมันลอยมาปะทะจมูกจนหญิงสาวต้องเบนหน้าหนี จ้าวเย่ววางถาดที่โต๊ะหัวเตียง จากนั้นหยิบยาที่ถูกบดมาจะทาให้หญิงสาวแต่ก็ต้องถูกห้ามเอาไว้ก่อน
"เดี๋ยว นั้นเ้าจะทำอันใด"
"ก็ทายาที่เ้าสำนักนำมาให้เ้าอย่างไร"
"หยุดเลย ทาแค่ยาที่เ้าทำให้ข้าก็พอ"
"เช่นนั้นเ้าก็ทานยาต้มเถอะ มันช่วยลดการปวดได้"
จ้าวเย่วเอ่ยพลางหยิบยาขึ้นมายื่นไปที่ปากของหญิงสาว อย่างไม่ให้นางปฏิเสธ
"นี่มันยารักษาหรือยาพิษกันแน่ ดำขนาดนี้"
เอ่ยจบก็จรดถ้วยยาที่ริมฝีปาก แต่เพียงแค่จิบได้นิดเดียวก็ต้องกระวนกระวายในทันที
เหวะ!
"ข้ากินไม่ได้ ข้าฝืนกินมันไม่ได้"
"แล้วแบบนี้เมื่อใดเ้าจะหายกัน อีกนิดหนึ่งเถอะ"
สีหน้าของจ้าวเย่วทำให้ฟางเหนียงก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะรู้ดีว่าสหายของตนนั้นเป็ห่วงมากเพียงใด จึงจำใจต้องทนฝืนยกถ้วยยากินอีกจิบหนึ่ง
"พอใจเ้าหรือยัง"
"กินเสร็จแล้วก็พักเถอะ ข้าขอตัวก่อนข้ามีนัดกับเมาเม่า"
จ้าวเย่วเอ่ยถึงสหายอีกคนที่พึ่งมาสนิทกันได้ไม่นาน
"เ้าไปเถอะ"
หลังจ้าวเย่วออกไป ฟางเหนียงจึงดึงเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เรียบร้อย แต่สายตาของนางกลับเหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษสีหน้าตาลเล็กๆ ที่ถูกทับด้วยถ้วยยาที่ใช้ทาที่แผลเสียก่อน จึงเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาพลิกดูด้วยความทุลักทุเล คิ้วทั้งสองข้างของนางขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนที่จะเปิดอ่านข้อความข้างใน ตัวหนังสือสีทองลอยขึ้นเหนืออากาศหลังหญิงสาวเปิดมันอ่าน
"ยอมแพ้และแต่งออกไปเสีย อย่าทำให้เื่ทุกอย่างมันวุ่นวายเช่นไรเ้าก็ไม่มีทางฝึกมันสำเร็จ"
เสียงทุ้มคุ้นหูดังมาจากตัวหนังสือสีทองนั้นก่อนที่จะจางหายไปในอากาศ ในกระดาษแผ่นสีน้ำตาลที่หญิงสาวถืออยู่ก็ไม่มีตัวหนังสือนั้นอยู่แล้ว เสียงคุ้นหนูนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เป็เสียงของเ้าของที่ส่งยามาให้นางนั้นเอง
"หน่อยแหนะ ไอเ้าหน้าั์ ข้าเจ็บถึงเพียงนี้แล้วยังดูถูกข้าอีก คอยดูเถอะท่านหรือข้ากันแน่ที่จะยอมแพ้มันก่อน"
ปัง!
"โอ๊ย~~~"
เสียงทุบโต๊ะดังสนั่น พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บดังตามมา หญิงสาวโมโหจนเผลอทุบที่โต๊ะหน้าเตียงนอนทำให้าแที่ฝ่ามือได้รับาเ็เพิ่มไปด้วย จากนั้นล้มตัวนอนไปกับเตียงนุ่ม หญิงสาวพาดมือที่หน้าผากอย่างใช้ความคิด
"นิยายที่จู่ๆ เข้ามาอยู่ในร่างนางร้ายเช่นตอนนี้ เขาทำตัวอย่างไรบ้างน๊า เมินพระเอกแล้ว ทำตัวเก่งขึ้น ต่างคนต่างอยู่ หรือ.....คิดมาออกแล้วอ่ะ"
หญิงสาวเอ่ยพลางกระดิกเท้าด้วยความสบายใจ ก่อนที่จะดีดตัวขึ้นด้วยความรวดเร็วอย่างลืมตัวจนทำให้หญิงสาวหน้าบู่บี่เพราะความเจ็บและคล่ำที่หลัง
"ข้ารู้แล้ว ข้าจะรุกจีบจนหงายหลังให้ไปไม่เป็ ให้เสียความขี้เก๊ก ฮ่าๆๆๆ"
.
ในความคิด
"ฟางเหนียงนี่ขนมที่เ้าชอบ ข้าไปต่อแถวหลายชั่วยามกว่าจะได้มา"
หนิงเฟิ่งเอ่ยพลางวิ่งตามฟางเหนียงที่กำลังเดินพัดใบพัดในมือด้วยความอารมณ์ดี
"ข้าพึ่งกินข้าวเสร็จ ยังไม่อยากทานขนมหวานนี่สักเท่าไหร่"
"ไม่เป็ไรๆ เช่นนั้นเ้าชอบเครื่องประดับนี้หรือไม่"
"นี่เ้าสำนัก น้ำใจท่านข้ารับไว้แต่ข้าขอร้องท่านช่วยอย่ามารบกวนข้าได้หรือไม่"
"เดี๋ยวสิ ฟางเหนียง ฟางเหนียง~~~"
.
"ฮ่าๆๆๆๆ ท่านเ้าสำนักสภาพท่านอย่างที่ข้าคิดก็ดูไม่จืดเลยทีเดียว ให้มันรู้ว่าความสามารถจีบหนุ่มของหญิงสาวแห่งยุค 2023 นั้นเขาจีบกันเช่นไร พอถึงเวลานั้นข้าจะแต่งงานกับชายอื่นให้ท่านอกแตกตายเลยคอยดู มารยาของคุณหนูอะไรนั้นค่อยดูเถอะว่าจะสู้ข้าได้หรือเปล่า"
หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าอย่างมีความสุขกับความคิดของตัวเอง ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนเพลีย
.
เช้าวันถัดมา
วันนี้ใน่เช้าฟางเหนียงก็เข้าเรียนใน่เช้าร่วมกับเพื่อนชั้นปี 1 เช่นเคย และดูเหมือนว่าเหตุการณ์ในเมื่อวาน ทำให้ศิษย์ร่วมชั้นไม่ดูถูกหรือหาเื่นางอีก จึงทำให้นางสบายใจขึ้นเยอะอย่างน้อยก็จะได้เรียนอย่างเต็มที่ บอกตามตรงนางเองก็กลัวเช่นกัน เพราะที่นี่นางไม่รู้จักใครที่พอจะพึ่งพาได้มีเพียงแค่ที่นี่ สำนักแห่งนี้แถมเ้าสำนักหน้าโหดนั่นก็จะให้นางแต่งออกไปอยู่ดี แต่ทางที่ดีนางจะต้องมีเหมือนทุกอย่างที่คนที่นี่ ไม่ว่าจะความรู้ความสามารถเพื่อใช้ในอนาคต หากนาจะต้องแต่งออกไปจริงๆ ความสามารถของนางอาจพอไปต่อรองได้ เผลอๆ เขาอาจให้ข้าเลือกคู่ครองที่จะแต่งในอนาคตเองได้ก็ได้
"วันนี้ก็พอเท่านี้แล้วกัน"
เสียงอาจารย์มู่เอ่ยขึ้นพร้อมเสียงของศิษย์ของคนอื่นๆ ที่ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี หญิงสาวมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย เพราะแค่เลิกเรียนเหตุใดทุกคนดูดีใจกว่าทุกครั้ง สุดท้ายนางก็ได้แต่ส่ายหน้าที่เหตุใดต้องสงสัยไปซะทุกเื่ ก่อนที่จะหันมาเก็บตำราเรียนของตนเอง แต่เพราะอาการาเ็ที่ยังไม่หายจึงทำให้นางช้ากว่าคนอื่นจนออกเป็คนสุดท้าย
"จะให้ข้าทรยศเ้าสำนักเช่นนั้นได้เช่นไร ข้าบอกเ้าแล้วว่านั้นจะเป็ครั้งสุดท้ายที่จะทำ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ฟางเหนียงที่กำลังลุกขึ้นด้วยท่าทางลำบากได้ยินเข้า จึงเดินขากระเผกไปทางหลังที่ด้านตรงข้ามมีเสียงของคนคุยกัน นางแนบใบหน้าชิดกับพนังกำแพงเพื่อให้ได้ยินเสียงชัดขึ้น เสียงหนึ่งเป็เสียงของอาจารย์มู่ที่นางคุ้นเคยดี แต่อีกเสียงเป็เสียงของชายหนุ่ม ที่ฟังจากน้ำเสียงแล้วอายุน่าจะอยู่ประมาณ 20 กว่าๆ เท่านั้น
"เช่นไรเื่นี้ท่านก็ต้องทำ ท่านอย่าลืมว่า...."
"ท่านอย่าลืมว่าครอบครัวของท่านในครานั้น หากไม่ได้นายท่านช่วยไว้เกรงว่าจะ.."
"เฮ้อ~~"
อีกเสียงยังเอ่ยไม่จบ เสียงของอาจารย์มู่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ด้วยความลำบากใจ
"หวังว่าท่านจะให้ความร่วมมือ นี่คือครั้งสุดท้ายและไม่มีครั้งหน้าอีก"
เสียงบทสนทนาเงียบไปนาน แต่หญิงสาวกลับจับใจความไม่ได้ว่า บทสนทนานั้นมีแผนจะทำอะไรแต่นางก็รู้ได้ว่าคงไม่ใช่เื่ดีเป็แน่ หญิงสาวมองซ้ายทีขวาทีอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่แล้วจึงเดินออกไป แต่ลับตาหญิงสาวนั้นจู่ๆ กลับปรากฏเงาสีดำขึ้นและกำลังมองมาทางหญิงสาว
.
ตู้ม!
เสียงะเิดังก้องไปทั่วสนามฝึก พร้อมด้วยฝุ่นดินกระจัดกระจายที่เกิดจากการปล่อยพลัง ด้านหลังบริเวณที่ะเินั้นมีฟางเหนียงยืนอยู่ด้วยความมั่นใจ นางไม่เป็อันใดเลยแม้แต่น้อย
"วันนี้เ้าควบคุมพลังตนเองได้ดีมาก"
เสียงนุ่มเอ่ยพร้อมกวาดมือไปรอบๆ บริเวณ เพียงไม่นานบริเวณต่างๆ ที่ชำรุดหรือกระจัดกระจายก็กลับเข้าที่เหมือนเดิน หยงอี๋เอื้อมมือไปด้านหน้าปรากฏแสงสีฟ้าขึ้น และมันพุ่งมาทางหญิงสาว นี้เป็การคลายทักษะของสัตว์ิญญาของหญิงสาวหลังฝึกจบ เพราะสัตว์ิญญาของหญิงสาวนั้นมีพละกำลังที่มากกว่าเขานัก ถึงแม้เขาจะชำนาญและมีฝีมือหรือพลังมากกว่า แต่ก็ประมาทไม่ได้เขาทำได้เพียงฝึกพื้นฐานของผู้พลังิญญาของนางเท่านั้น เื่ที่มากกว่านี้เห็นทีคงมีเพียงเ้าสำนักที่สามารถฝึกให้นางได้ และหวังว่าเ้าสำนักจะไม่ถือสาเื่ที่ผ่านมาและยอมฝึกให้กับนาง
"เหตุใดวันนี้ถึงเลิกฝึกเร็วจังเลยล่ะเ้าคะ"
ฟางเหนียงเอ่ยถามด้วยความสงสัย นางพึ่งหัดฝึกไปได้เพียง 1 ชั่วยามเองเท่านั้น"
"เ้ายังมิหายาเ็ ฝึกเท่านี้เป็พอ"
"ก็ได้เ้าค่ะ"
หญิงสาวรับคำพร้อมยิ้มออกมาในความหวังดี วันนี้นางเองก็รู้สึกว่าร่างกายไม่พร้อมนักสำหรับการฝึกที่หนักเช่นกัน แต่ก็ไม่อยากที่จะหยุดฝึกตอนนี้เพียงเพราะาเ็เล็กน้อย เพราะว่ายิ่งเจ็บยิ่งทำให้ตนเองมีความอดทนยิ่งทำให้ตนมีความกระหายมากยิ่งขึ้น ตอนโลกก่อนตอนนางประสบปัญหาเช่นนี้ นางมักจะทำอยู่อย่างนั้นจนกว่าตนเองจะทำสำเร็จ นี้เป็วิธีของนางที่แก้ไม่ได้ไม่ว่าอะไรก็ตาม นางจะทำจนมันประสบความสำเร็จแม้อุปสรรคจะมีมากเท่าไหร่ก็ตาม
ในเมื่อวันนี้หญิงสาวได้พักเร็วก็ไม่ปล่อยที่จะให้เวลาเสียไปเปล่าๆ นางทำมือประสานไปข้างหน้าพร้อมโค้งตัวคารวะรองเ้าสำนัก ก่อนที่จะหอบร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยจากการฝึกเมื่อสักครู่ไปทางหอตำรา
"ท่านว่าเหตุใดท่านเ้าสำนักถึงมิใช้พลังิญญารักษาให้แม่นางฟางเหนียงขอรับ ทั้งที่แต่ก่อนเพียงศิษย์ในสำนักาเ็เพียงเล็กน้อยยังรักษาให้ได้ แต่ดูจากอาการาเ็ของแม่นางฟางเหนียงเหมือนจะโดนพิษด้วย จึงทำให้อาการาเ็หายช้าเช่นนี้"
ผู้ช่วยของหยงอี๋เอ่ยถามด้วยความสงสัย พลังิญญาของฟางเหนียงมีเพียงเ้าสำนักเท่านั้นที่ช่วยรักษาได้ นั้นเป็เพราะสัตว์ิญญาของนางมีพลังมากกว่าของท่านรองเ้าสำนัก หากรักษาให้จะทำให้ขัดแย้งกันจนเกิดผลเสียมากกว่าผลดี และไม่ใช่ทุกคนที่สามารถใช้พลังของสัตว์ิญญาได้ ต้องแล้วแต่ความสามารถของสัตว์ตัวนั้นด้วย
"มิใช่เื่ที่เ้าสงสัย"
หยงอี๋เอ่ยเพียงสั้นๆ ก่อนที่จะเดินออกไปด้วยความสง่างาม
"นี่ก็อีกคน คนรูปงามเช่นข้าหนักใจจริงๆ"
ณ หอตำรา
แหว๊ก~~เสียงหนังสือพัดปิดตามสายลมขณะที่หญิงสาวเปิดประตูเข้าข้างใน ทำให้มือเรียวขาวต้องปิดตำราเพื่อเงยหน้ามองผู้มาใหม่ผ่านช่องเล็กบนระหว่างชั้นหนังสือ เมื่อเห็นว่าเป็ใครดวงตาคมก็ผลัดเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมในทันที หนิงเฟิ่งเก็บตำราเข้าชั้นเตรียมตัวที่จะกลับในทันทีเพราะเขาเองก็ไม่อยากที่จะอยู่ใกล้นาง
"แม่นางฟางเหนียงวันนี้เ้ามาเร็วกว่าทุกวันนะ"
ผู้ดูแลหอตำราเอ่ยทักทายหญิงสาวอย่างเป็กันเอง นั่นเป็เพราะหญิงสาวจะชอบมาหอตำราทุกๆ วันเวลาเดิม และมักจะยืมกลับทุกครั้งอีกทั้งนิสัยนางเปลี่ยนไปมาก เพราะเมื่อก่อนเ้าของร่างเก่านั้นไม่สนใจเื่เรียนเลยแม้แต่น้อย ทำให้ไม่เคยแม้แต่ย่างกายมาที่หอตำรานี่เลยสักครั้ง จึงไม่เคยก่อเื่หรือผิดใจกับคนที่นี่เลยทำให้นางในตอนนี้สามารถเข้าออกที่นี่ได้อย่างสบายใจ เพราะเช่นไรนางก็ไม่มีศัตรูที่นี่เลย เสียงที่ดูเป็กันเองอีกทั้งผู้ดูแลหอยังทักเหมือนกับว่านางสนใจใฝ่รู้จนมาที่นี่ทุกวันเช่นนั้น ทำให้หนิงเฟิ่งที่กำลังจะก้าวขาออกไปถึงกลับชะงักเท้ากลับและเงียบฟังทั้งสองสนทนากันอย่างลืมตัว
"เ้าค่ะ วันนี้ท่านรองเ้าสำนักให้ข้ามาพักรักษาตัวที่ได้รับาเ็เมื่อวันก่อน"
"เ้าาเ็? แล้วเหตุใดท่านเ้าสำนักจึงไม่รักษาให้เ้า…"
ตุ๊บ!
เสียงตำราในชั้นดังขึ้นทำให้ทั้งคู่รู้ตัวว่ามิได้มีแค่ 2 คนที่อยู่ที่นี่ สายตาทั้งคู่หันไปทางต้นเสียงพร้อมกัน หนิงเฟิ่งเองก็ไม่ได้ปิดบังว่าตนเองก็อยู่ที่นี่เช่นกันชายหนุ่มเดินถือตำราออกมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งและเคร่งขรึม
"หอตำรามิได้มีไว้เพื่อสนทนาหรือพูดคุยเสียงดังอย่างท้องตลาด ถ้าเ้าสองคนอยากพูดคุยเสียงดังก็ออกไปซะ"
เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยท่าทางโมโหเล็กน้อย
"เ้าสำนัก! เอ่อ…คารวะเ้าสำนักขอรับ"
ผู้ดูแลเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางลนลานและรีบทำท่าคารวะทันที เขาดูแลหอตำรานี้ตลอดทั้งวันทุกคนที่เข้ามาจะต้องผ่านเขาและยื่นป้ายเพื่อให้เขาตรวจก่อนเข้า และมั่นใจว่าวันนี้เขายังไม่เห็นเ้าสำนักเลยแล้วเหตุใดท่านเ้าสำนักถึงอยู่ที่นี่ได้ หนิงเฟิ่งไม่ได้สนใจท่าทางของทั้งสองเพียงเดินออกไปด้วยท่าทีและใบหน้าเ็าเช่นเคย
"เดี๋ยวสิ ท่านเ้าสำนักข้ามีเื่จะคุยด้วย"
ฟางเหนียงที่เห็นชายหนุ่มเดินออกไปก็รีบวิ่งออกไปในทันที
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว