ตำราวิเศษบอกข้าเถิด ทางกลับบ้านข้าอยู่หนใด

    บทที่ 11 วิหคเพลิงมีอยู่จริง


     ตำราสีแดงเพลิงถูกวางเอาไว้บนโต๊ะข้างๆเตียง มันกำลังเปล่งแสงเรืองรองต่อหน้าต่อตาของฉัน ฉับไม่รอช้ารีบปิดบานประตูไม้ลงให้แนบสนิท ผ้าม่านโปร่งบานตามหน้าต่างก็ยังมิวายถูกดึงลงมาให้ปิดบังบานหน้าต่างเหล่านั้น ฉันเพียงแค่กังวลว่าจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น จึงได้ทำสิ่งเหล่านั้นลงไป วิหคเพลิงบนหน้าปกกำลังเปล่งแสง ดวงตาสีชาดของมันมีประกายตาวับวาวราวกับอัญมณี นิ้วเรียวลูบไล้ไปยังร่างของวิหคเพลิงตนนั้น แต่แล้วความร้อนดุจดั่งถูกเปลวไฟแผดเผาก็ปัดป้องไม่ให้ฉันได้สัมผัส "อะไรกัน?" ฉันพึมพำออกมาอย่างเหลือเชื่อ มีตำราที่ใดบ้างจะมีเปลวเพลิงออกมาปกป้องตัวของมันเอง เพียงชั่วพริบตาเปลวไฟแดงเพลิงก็ห่อหุ้มตำราเล่มนั้น น่าแปลกที่พื้นห้องที่ถูกปูด้วยไม้กลับไม่มอดไหม้ "เจ้ากล้าทำร้ายเราหรือ?" จู่ ๆเสียงที่ไม่คุ้นหูก็ดังขึ้น แต่มองซ้ายมองขวาสักกี่รอบก็ไม่พบเจอกับเจ้าของเสียงนั้นเลย "เราอยู่ตรงนี้" ทันทีที่เสียงนั้นกล่าวจบ เสียงร้องของวิหคเพลิงก็พลันดังขึ้น เป็นเสียงที่ชวนให้แสบแก้วหูเป็นอย่างยิ่ง  ร่างของวิหคเพลิงที่สง่างามก็ได้ปรากฏสู่สายตาของซูอวิ๋น รอบ ๆกายของวิหคเพลิงก็ยังคงมีเปลวไฟโอบล้อมรอบกายเอาไว้ ปีกงามสะบัดไปมาราวกับจะโบยบิน แต่แล้วร่างของมันก็ถูกโซ่ตรวนพันธนาการเอาไว้ วิหคเพลิงตนนั้นกรีดร้องโหยหวนน่าเวทนา "ให้ฉันช่วยไหม?" ฉันถามออกไปด้วยความไม่แน่ใจนัก วิหคเพลิงที่ได้ยินคำถามของฉัน มันก็พยักหน้าในทันใด "หยดโลหิตของเจ้าลงบนรูปวิหคเพลิงบนปกตำรา" มันกล่าวไปพลางกรีดร้องโหยหวนไปพลาง ฉันที่ร้อนรนจนทำตัวไม่ถูก สุดท้ายก็หันไปพบกับแจกันกระเบื้องลายครามใบหนึ่ง ในตอนนี้สายตาของฉันที่กำลังมองแจกันใบนั้นราวกับว่ามันกำลังเปล่งแสงแห่งคุณธรรมบางอย่างออกมา ท่าทีของมันเหมือนกับพยายามจะบอกใบ้บางสิ่งบางอย่างให้กับฉัน ร่างบางลุกขึ้นและคว้าแจกันกระเบื้องลายครามใบนั้นมาอยู่ในมือ ดวงตาสีมรกตจับจ้องอยู่เป็นนาน มือที่ประคับประคองแจกันก็สั่นราวกับโดนผีเข้า ไหน ๆก็แต่งกันเข้ามาแล้ว หากข้าวของในเรือนเสียหายไป อ๋องสี่คงไม่ดุด่าหรือลงมือทำร้ายพระชายาอย่างฉันหรอกใช่ไหม?  ช่วงขณะที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้น วิหคเพลิงที่มิอาจต่อต้านกับโซ่ตรวนเหล่านั้นก็ร้องโวยวายออกมาด้วยความเจ็บปวด เอาเถิด แค่แจกันแตกไปใบหนึ่ง อย่างไรเสียอ๋องสี่ก็คงจัดหาซื้อเข้ามาใหม่ได้อยู่ดี ทันทีที่ตัดสินใจ ฉันก็ได้ปาแจกันกระเบื้องลายครามในบัดดล ยามเมื่อแจกันกระทบเข้ากับพื้นไม้ รอยแตกร้าวต่าง ๆก็พลันบังเกิดขึ้นก่อนที่จะแตกออกจากกัน ฉันควานหาชิ้นส่วนที่พอเหมาะกับมือได้แล้วจึงได้กลั้นใจใช้คมกระเบื้องปาดเข้าไปที่ปลายนิ้ว  สีเลือดของฉันดูแปลกตาเล็กน้อย มันมีสีดำเจือปนอยู่ข้างใน แต่ในเวลานี้ต้องรีบช่วยเจ้าวิหคเพลิงตัวนั้นเสียก่อน หยดโลหิตสีหมองหม่นหยดลงไปบนรูปวิหคเพลิง ทันใดนั้นโซ่ตรวนที่เคยพันธนาการมันเอาไว้ก็ได้แตกสลายเป็นเถ้าธุลีไป วิหคเพลิงเป็นอิสระแล้ว มันพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ทว่าฉันกลับไม่อาจจับใจความได้เลย รู้สึกตัวอีกทีตัวของฉันก็ล้มลงแนบกับพื้นไปเสียแล้ว วิหคเพลิงดูเหมือนจะตื่นตกใจเป็นอย่างมาก มันบินไปทั่วทั้งห้อง เปลวไฟวูบวาบไปมา มันทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆจนกระทั่งมีสาวใช้ตัวน้อยเข้ามาเห็นและพยายามที่จะเปิดประตูออกมา แต่ว่าประตูบานนั้นฉันลงกลอนประตูเอาไว้เสียนี่ คราวจะซวยก็ซวยจริง ๆ...