จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ฉันลืมตาขึ้นมาด้วยอาการมึนงง นี่ฉันตายแล้วใช่ไหม? นั่นคือคำถามแรกที่ถามกับตัวเอง แต่สิ่งแรกที่สายตามองเห็นคือฉันยังนอนอยู่ใต้ต้นไม้สีแดงเพลิง จึงค่อยๆลุกขึ้นนั่งแล้วกวาดสายตามองดูรอบๆ ก็ต้องสะดุ้งใกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า
เพราะมีงูสีขาวตัวใหญ่เท่าคน เกล็ดเป็สีเงิน เงาวิบวับ นอนนิ่งอยู่ข้างๆต้นขาด้านซ้าย ถัดมาเป็แมงป่องสีแดงเหมือนสีเื ตัวใหญ่เท่าคนเหมือนกัน ก้ามและหางมีขนาดใหญ่น่ากลัว ผิวหนาคล้ายเกราะแข็ง นอนนิ่งอยู่ข้างๆแขนซ้าย ส่วนทางขวามือก็เป็เสือดำขาเป๋โจทย์เก่าตัวนั้น แต่สัตว์ขนาดั์ทั้งสามยังคงนอนหายใจรวยรินอยู่
อีกทั้งยังมีสัตว์กินเนื้อขนาดเล็กอื่นๆเท่าที่เห็นมี งู ตะขาบ แมวป่า หนูตัวใหญ่ ที่นอนหงายตัวดำไหม้ตายอยู่รอบๆอีกด้วย เห็นแล้วน่ากลัวน่าขยะแขยงจนขนลุก สัตว์พวกนี้มานอนรวมกันอยู่ตรงนี้ได้ยังไง จึงรีบขยับตัวถอยห่างสัตว์ร้ายน่ากลัวพวกนี้ทันที
และพยายามตั้งสติคิดทบทวนเหตุการณ์อีกครั้ง กับเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พร้อมกับเอามือตีหน้าตัวเองเรียกสติ ว่ามันไม่ใช่ความฝันแน่นอน เพราะฉันยังจำความรู้สึกเ็ปทรมานแสบร้อนตอนที่กินผลไม้ไฟ และตอนที่ถูกงูกับเสือกัดได้ แต่ว่าตอนนี้ความเ็ปและาแตามแขนขากลับหายไปหมด มีเพียงรอยคราบเืติดตามแขนขา เท่านั้น นี่มันอะไรกันเนี่ย?!!
จึงแหงนหน้ามองดูบนต้นไม้สีแดงเพลิง ก็ยังเห็นมีผลไม้ไฟอยู่บนต้นไม้หลายลูก จึงคลานไปเก็บผลไม้ไฟที่ฉันเคยกัดแล้วทำตกตอนที่ตกต้นไม้ลงมา มันยังมีไฟลุกไหม้แต่จับมันตอนนี้กลับไม่รู้สึกถึงความร้อนเลย อีกทั้งตอนนี้กลับได้กลิ่นหอมหวานลอยโชยมาจากผลไม้ไฟ อยากหยิบผลไม้ไฟใส่ปากกินแต่ยังคงกลัวพิษที่ทำให้ฉันเกือบตาย
ในขณะที่ยืนชั่งใจว่าจะกินผลไม้ไฟดีมั้ยเพราะกำลังหิว ก็ได้ยินเสียงผู้ชายพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาเหมือนคนใกล้ตายดังขึ้น "ช่วยด้วย..." เสียงนั้นดังมาจากทางซ้ายมือใกล้ๆนี่เอง แต่เป็เสียงของใครล่ะ ฉันพยายามมองหาที่มาของเสียงนั้น ก็เห็นแมงป่องแดงั์กำลังขยับตัว ด้วยสัญชาตญาณฉันรีบขยับโดดหนีทันทีเพราะความกลัว
"ช่วยข้าด้วย..."
"ใครน่ะ อยู่ตรงไหน?!”
"...ทางนี้..."
เสียงนั้นดังมาจากแมงป่องแดงั์ จึงพยายามเงี่ยหูฟังอีกครั้งให้แน่ใจ ว่าได้ยินจริงๆ จึงลองถามไปอีกครั้งว่า “ใครน่ะ แมงป่องพูดเหรอ?” เสียงแหบแห้งตอบกลับมาทันทีว่า “ใช่...ช่วยข้าด้วย....”
แทบไม่เชื่อหู ไม่เชื่อสายตาตัวเอง แมงป่องพูดได้! ฉันทำอะไรไม่ถูก สองจิตสองใจว่าจะอยู่ต่อหรือจะวิ่งหนี แต่แมงป่องกำลังร้องขอความช่วยเหลือ ฉันจะทำยังไงดี จึงตัดสินใจถามกลับไปว่า....
อัญชลี : จะให้ช่วยยังไง ช่วยอะไรล่ะ?
แมงป่องแดง : รักษา....ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว
อัญชลี : จะให้ไปหาหมอที่ไหนได้ล่ะ บอกมาสิ จะไปตามมาให้! แถวนี้มีคนอยู่ซะที่ไหน ไม่เห็นมีบ้านคนสักหลัง
ฉันพูดบ่นพึมพำหันซ้ายหันขวามองหาบ้านคน พร้อมกับเดินเข้าไปดูแมงป่องแดงใกล้ๆ เห็นแมงป่องนอนนิ่ง หายใจรวยริน ไร้เรี่ยวแรง จากที่กล้าๆกลัวๆในตอนแรกกลับกลายเป็สงสารจับใจ
ได้แต่คิดว่าจะช่วยเขายังไง มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทั้งๆที่ตัวของเขาก็ไม่มีาแ แต่ทำไมมีอาการเจ็บใกล้ตายแบบนี้ จึงขยับเท้าเข้าไปดูใกล้ๆอีกนิด ซึ่งแมงป่องก็ไม่มีทีท่าจะทำร้ายแต่อย่างใด ในใจก็คิดว่าจะช่วยยังไงดี
จึงค่อยๆวางมือเตะบนตัวของแมงป่อง เพื่อให้เขารู้ว่าฉันไม่ได้คิดจะทำร้าย เพียงแต่้าดูว่าเขาได้รับาเ็ตรงไหน และทันทีที่มือของฉันััลงไปที่ผิวของแมงป่อง ดวงตาของฉันก็มีอาการผิดปกติ ดวงตาทั้งสองข้างมันเริ่มสั่นๆเหมือนกำลังปรับจูนการมองเห็น
และเพียงแค่ห้าวินาที ฉันก็มองเห็นตัวแมงป่องโปร่งแสงเป็สีฟ้าอ่อน ทั้งยังมองเห็นเส้นเืในตัวแมงป่อง เป็แสงประกายสีแดงเพลิงกำลังลุกไหม้ไหลเวียนเหมือนลาวาูเาไฟอยู่ในร่างกายเขา ฉันเบิกตาโพรงอ้าปากค้างเพราะใกับสิ่งที่เห็น ฉันสามารถมองทะลุเข้าไปในตัวของแมงป่องได้
อีกทั้งยังรู้ได้ทันทีว่านั่นคือพิษร้ายแรงมากที่กำลังเล่นงานเขาอยู่ จึงหันมองที่แขนของตัวเองก็เห็นพิษชนิดเดียวกันไหลเวียนอยู่ในตัวฉันด้วย แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเ็ปอะไรเลยยังรู้สึกสบายดี แล้วเสียงแมงป่องก็ดังขึ้นเร่งเร้าให้ฉันรีบช่วยเขา
ในขณะที่ฉันกำลังงง ทำอะไรไม่ถูกว่าจะช่วยยังไง แต่เหมือนสมองมันรู้และคิดของมันไปเอง ว่าพิษที่เห็นนั้นคือพิษเพลิงคลั่ง อีกทั้งวิธีการรักษาพิศดารสุ่มเสี่ยงมันก็ปรากฎขึ้นมาเองในหัว เหมือนร่างกายมันจะขยับไปเองตามสัญชาตญาณว่าต้องช่วยชีวิต
ฉันจึงบอกกับแมงป่องแดงว่าฉันจะรักษาให้ แต่เขาต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายฉัน พร้อมกับให้แมงป่องพูดคำสัญญาออกมา ซึ่งแมงป่องก็พูดรับคำสัญญาออกมาเบาๆเหมือนคนใกล้จะตาย ฉันจึงเอื้อมมือไปจับเชคแฮนด์ ที่กล้ามอันแข็งแรงใหญ่โตเป็การทำสัญญาต่อกัน
ฉันจึงถอดหูฟังที่คล้องคอออกวางไว้ที่พื้น ขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆหน้าของแมงป่องให้ถนัด แล้วก้มหน้าลงประกบริมฝีปากกับแมงป่อง สอดดุนลิ้นเข้าไปในปากของแมงป่องเพื่อให้เขาได้ดูดกลืนน้ำลายจากปากฉัน
แมงป่องแดงค่อยๆดูดกลืนน้ำลายในปาก ก้ามขนาดใหญ่เริ่มมาโอบรอบตัวฉัน จนตัวเบียดเข้าหากัน สักพักเขาก็เริ่มดูดกลืนน้ำลายแรงขึ้นเพราะลิ้นที่ฉันสอดอยู่ในปากถูกแมงป่องดูดแรงขึ้นกว่าเดิม ฉันจึงค่อยๆดันตัวเขาออก แล้วมองดูพิษที่ตัวแมงป่อง เปลวเพลิงคลั่งที่โหมกระหน่ำอยู่ในตัวเขาดับลงแล้ว แต่พิษเพลิงคลั่งยังคงอยู่และไหลเวียนเอื่อยๆอยู่ในเส้นเื ตอนนี้เขารอดตายแล้ว
ฉันจึงบอกให้เขานอนอยู่นิ่งๆสักพัก เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุล ถ้าเขารู้สึกดีขึ้น เมื่อไหร่ ค่อยถามเขาถึงเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ว่าเขาและสัตว์อื่นๆมานอนกองรวมกันอยู่ตรงนี้ได้ยังไง
แต่ทันไดนั้นฉันต้องสะดุ้งใ เพราะมีอะไรนิ่มๆมาพันที่ข้อเท้า จึงรีบก้มดูทันทีก็เห็นเป็หางของงูสีขาวตัวใหญ่ตัวนั้น ตอนแรกฉันคิดว่ามันคงจะขาดใจตายไปแล้วซะอีก แต่งูขาวเอาปลายหางมาพันหลวมๆที่ข้อเท้าฉัน ไม่มีทีท่าจะฉกกัด
ฉันจึงเอามือไปแตะที่ปลายหางของงู แล้วเพ่งสายตาสีฟ้าเพื่อดูว่างูขาวได้รับพิษด้วยหรือไม่ เป็ไปตามที่คาดไว้ งูขาวได้รับพิษเพลิงคลั่งเหมือนกัน ฉันจึงขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆงูขาวั์ตัวนั้น มันมีเกล็ดสีขาววาววับ สวยงามจับตา กำลังหายใจรวยรินใกล้ตาย
ซึ่งถ้างูขาวไม่แข็งแรงจริงๆ ควรจะตายไปนานแล้วพร้อมกับสัตว์ขนาดเล็กพวกนั้นที่นอนหงายท้องตายอยู่รอบๆ แม้ปกติแล้วฉันจะกลัวงู และไม่เคยัังูมาก่อน แต่ครั้งนี้ฉันเอื้อมมือไปลูบหัวของงูขาวเบาๆ เพื่อลดความหวาดกลัวระหว่างกัน
พร้อมกับถามงูขาวว่าพูดได้หรือเปล่า งูขาวพยักหน้าช้าๆ ฉันจึงบอกงูขาวว่าจะรักษาพิษเพลิงคลั่งให้ แต่ต้องสัญญาห้ามฉกกัดเด็ดขาด งูขาวพยักหน้าช้าๆเหมือนเดิม ฉันจึงทำเสียงดุงูขาวให้พูดว่าสัญญาออกมาด้วย
ทำให้งูขาวสะดุ้งใจนเกล็ดสั่น แล้วพึมพำออกมาว่า “ผู้มีวาจาประกาศิต ขะ ข้าสัญญา” แม้ฉันจะงง ไม่รู้ว่าทำไมงูขาวเรียกฉันแบบนั้นและไม่ได้สนใจถาม จึงรีบเอื้อมมือไปจับหางงูขาวเชคแฮนด์ทำสัญญากัน
ฉันค่อยๆประคองหัวของงูขาวที่นอนหมดแรง มาไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง งูขาวจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมองและสบสายตากัน ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นมาทันที เหมือนกึ่งฝันกึ่งตื่นเคลิบเคลิ้มเหมือนถูกมนต์สะกด
ฉันกำลังประคองกอดชายหนุ่มผิวขาวคนหนึ่งอยู่ในอ้อมแขน ก้มลงประกบริมฝีปากจูบแลกลิ้น ขยับตัวกอดเขาแแ่ เขาจับฉันขึ้นนั่งคร่อมตัก ล้วงมือเข้ามาในเสื้อบีบคลึงหน้าอก ครู่เดียวเขาก็ถอดเสื้อฉันออก จูบซอกคอแล้วเลื่อนลงไปดูดหัวนมเกิดอารมณ์วูบวาบไม่อาจยั้งใจ
สองแขนเขาเริ่มโอบรัดแน่นขึ้น จูบแลกลิ้นไม่ยอมถอนริมฝีปากจนฉันหายใจไม่ทัน พยายามดันตัวเขาออกให้หยุดจูบ แต่สองแขนเริ่มกอดรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนฉันต้องเบี่ยงหน้าออกไม่ให้จูบ พร้อมกับบอกเขาให้หยุดแต่เขาไม่ยอมฟัง ฉันจึงตวาดเขาด้วยเสียงอันดังว่า ปล่อย!!
เขาสะดุ้งเหมือนตัวชาแล้วคลายกอดออกทันที ทำให้ฉันได้สติกลับคืนมา ส่วนภาพชายผิวขาวที่อยู่ตรงหน้าเปลี่ยนเป็งูขาวกำลังรัดพันรอบตัวฉันอยู่ ส่วนเสื้อที่ถูกถอดออกกลับอยู่ในสภาพใส่เสื้อปกติเหมือนเดิม ฉันขนลุกใปนโมโหที่เห็นภาพลวงตา ใช้มือผลักหัวงูขาวออกจนงูหงายหลังล้มตึงไปนอนหงออยู่ที่พื้น ฉันรีบลุกขึ้นยืนต่อว่างูขาวทันที
อัญชลี : เมื่อกี้ทำอะไร ทำไมงูกลายเป็ผู้ชาย?! คิดจะรัดให้ตายแล้วค่อยกินใช่มั้ย?! ไม่น่าช่วยไว้เลย รู้งี้ปล่อยให้ตายไปซะก็ดี!!
งูขาว : ข้าไม่ได้คิดจะกิน แต่ข้าเคลิ้มไปหน่อย ลืมตัวไปว่าเ้าเป็มนุษย์
อัญชลี : นอนอยู่เฉยๆตรงนี้เลย อย่าแอบมาฉก รักษาสัญญาด้วย!
งูขาวเชื่อฟังแต่โดยดี ค่อยๆขดตัวกลมนอนพักนิ่งๆ ฉันจึงเดินไปดูเสือดำที่กำลังนอนหายใจพะงาบๆ จึงนั่งลงยองๆข้างเสือดำ แล้วยิ้มเยาะเย้ยที่เห็นเสือดำกำลังใกล้ตาย จึงเอานิ้วจิ้มสะกิดที่ขาของเสือดำให้รู้สึกตัว แล้วถามแกมเยาะเย้ยเพราะเจ็บใจที่เคยถูกตามล่าว่า
อัญชลี : เป๋! หมดสภาพเลย เจ็บหนักล่ะสิท่า! ทั้งโดนพิษ ทั้งขาหัก ก่อนหน้านี้เปรี้ยวเหลือเกินหนิ ตื๊อไม่เลิก ตอนนี้เป็ง่ะ! จะให้ช่วยมั้ยล้า
เสือดำ : ….เ้าทำข้าขาหัก
อัญชลี : เอ้า?! พูดได้นี่หว่า! เออ! ขอโทษละกันที่ทำให้ขาหัก ถ้าสัญญาว่าจะเลิกตามล่ากัน ความแค้นเก่าก็ขอให้จบๆกันไปด้วย ตกลงป่าว?
เสือดำ : ตกลง
เขาตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ฉันจึงเอื้อมมือไปแตะ hi5 ที่อุ้งเท้าหน้าของเสือดำ เป็การทำสัญญา จากนั้นก็เริ่มรักษาพิษเพลิงคลั่งให้เสือดำเหมือนกับที่รักษาให้แมงป่องกับงู
ส่วนขาที่หักสมองบอกวิธีรักษาว่า ต้องประสานกระดูก ด้วยการรวบรวมพลังส่งไปที่ฝ่ามือ แต่วิธีนี้จะทำให้ผู้ใช้พลังสูญเสียพลังงาน ภายหลังการรักษาผู้ใช้พลังต้องพักฟื้นเพื่อฟื้นฟูพลังตัวเอง การฟื้นฟูเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของผู้ใช้พลัง
แม้ฉันจะยังไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ต้องลองทำดู เพราะเื่แปลกกว่านี้ก็เจอมาแล้ว ถ้าจะมีอะไรที่แปลกอีกก็ไม่เห็นจะเป็ไร จึงขยับตัวให้ถนัดๆแล้ววางฝ่ามือประสานกันบนขาเสือดำที่หัก จากนั้นก็รวบรวมความตั้งใจ แล้วคิดว่าจะประสานกระดูกที่หักต่อเข้าด้วยกันใหม่ จากนั้นก็พยายามเพ่งความคิดนี้ไปที่ฝ่ามือ
"เพ่ง เพ่ง อื้ออออออ งื้อออออออ กระดูกจงประสานๆ”
ฝ่ามือฉันเริ่มเกิดความร้อน จากนั้นกระดูกขาที่หักเริ่มประสานเข้ากันอย่างช้าๆ จนประสานกันสมบูรณ์ และนั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลียมากจริงๆ จึงล้มตัวลงนอนหมดแรงอยู่ข้างๆเสือดำ แต่ก่อนที่ฉันจะหลับเพราะหมดแรง งูขาวค่อยๆเลื้อยมาหาฉัน แล้วพูดว่า เขาจะเฝ้าอยู่ข้างๆฉันเอง พร้อมกับขดตัวล้อมรอบตัวฉันไว้เหมือนงูกำลังกกไข่ให้ความอบอุ่นกับไข่ฟองน้อยของมัน
●
●
●
หมายเหตุ
*ดวงตาปีศาจ เมื่อใช้ดวงตานี้จะมองเห็นบริเวณโดยรอบเป็สีฟ้าอ่อน สามารถมองเห็นพิษ และอาการเจ็บป่วยในร่างกายของมนุษย์ สัตว์ และปีศาจได้
*ต้นอัคคี เป็ต้นไม้พิษ มีพิษรุนแรงเหมือนถูกไฟเผา พิษแรงที่สุดอยู่ที่ผลไม้ มีเพียงนกอัคคี์ที่กินผลอัคคีนี้ได้ ส่วนมนุษย์ สัตว์ และปีศาจที่กินผลอัคคีจะได้รับพิษจนตาย จึงไม่มีใครกล้ากินผลไม้ต้องห้ามนี้
*พิษเพลิงคลั่ง คือ พิษที่เกิดจากการกินผลอัคคี
*ผู้มีวาจาประกาศิต คือ ผู้ที่เป็เ้าของสัตว์เทพเท่านั้นสามารถออกคำสั่งกับสัตว์เทพได้ และสามารถใช้วาจาประกาศิตกับผู้อื่นได้ แต่แค่ทำให้ใ หรือหยุดชะงักเพียงชั่วขณะเท่านั้น