“เป็นไงเฟริน ชีวิตลูกผู้ชาย มันต้องสาวๆ”
ครี้ดบอกเด็กชายบนหลังที่ตาวาวระยิบถูกออกถูกใจ การพูดคุยของคนตัวโตและเด็กน้อยที่ดูเหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา
“ตรงนี้ล่ะ ทีเด็ด เห็นชัดเจนแจ่มแจ้ง”
ครี้ดวาง เฟรินน้อยลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงบนโซฟาใกล้ ๆ ด้วยความถูกใจ คิล กระโดดเข้าไปนั่งใกล้เช่นเดียวกัน เหล่าทโมนมองซ้ายมองขวาไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น พวกเขาไม่ค่อยได้เข้าสถานที่แบบนี้เท่าไรนัก ไม่เหมือนอีกสองหนุ่มที่มันจะหายออกไปพร้อมกับเพื่อนหัวขโมยบ่อย ๆ
“เอาจริง?”
คิล ถามเพื่อนข้างตัว ดวงตาสีม่วงพราวระยิบ มองไปรอบ ๆ บรรยากาศในนี้ถือว่าไม่ได้ดีเท่ากับที่ ๆ หัวขโมยเพื่อนซี้มักจะพาไป แต่ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว เสียงดังครึกครื้นและผู้คนมากหน้าหลายตา
“พวกพี่มาถูกวันแล้ว ล่ะจ๊ะ”
ร่างบางในชุดสีแดงสดถลาเข้าสู่อ้อมตักหนาของนักฆ่าหนุ่ม ดวงตาหวานซึ้งช้อนมองนักฆ่าหนุ่มในอานัจ จงใจยั่วยวนสุด ๆ เพียงแต่ชายหนุ่มกลับดันร่างบางออกเบา ๆ แบบที่สุภาพบุรุษควรพึงกระทำ พร้อมรอยยิ้มอย่างสุภาพ ครี้ดหัวเราะเบา ๆ เอาแขวนพาดบ่าเพื่อน
“ของพวกพี่ขอแรง ๆ ส่วนเด็กน้อยเอาเป็นน้ำหวานกับขนมให้หน่อยน่ะจ๊ะ อ๋อ... เพื่อนพี่มันพึ่งเคยเที่ยวแบบครั้งแรก ช่วยพาเพื่อน ๆ มาดูแลพวกมันหน่อยน่ะ”
ครี้ดชี้ไปทางเหล่าทโมนที่นั่งเสนอหน้าสลอน
“ได้จ๊ะ พี่ช่วยรอพวกหนูสักหน่อยน่ะค่ะ เดี๋ยวหนูกลับมา”
หญิงสาวหยอกล้อเด็กน้อยที่หัวเราะเอิ้กอ้ากชอบใจเล็กน้อยก่อนถอยออกไป แต่ก่อนไปก็ยังไม่วายชายตามองนักฆ่าหนุ่มอีกรอบ จนครี้ดต้องสะกิดชายหนุ่มที่เลิกคิ้วเล็กน้อย
“ให้ตายสิ ของดีแท้ ๆ ไม่สนองสักหน่อย น่าเสียดาย”
ครี้ด กระเซ้าเพื่อนข้างตัว เพื่อนที่เขาไปเที่ยวด้วยบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นมันดื่มหรือสนใจสาวคนไหนมาก่อนจนนึกกลัวว่ามันจะเป็นนักอนุรักษ์ป่าไม้แฝงตัวเข้ามา
“นั้นน่ะสิว่ะ แจ่ม ๆ ทั้งนั้น” ซอร์โรเอยขึ้นอย่างหยั่งปากไม่อยู่ ไม่มีเสียเที่ยวที่แอบหนีตามพวกมันมาด้วย
“ไม่คิดว่า อเมซอนจะมีของดีแบบนี้ซ่อนอยู่”
ทิวดอร์เอ่ย ครี้ดส่งเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ วางท่าผู้รู้ยืดอกภูมิใจที่ คิลเห็นถึงกับหัวเราะ เพราะโดยปกติหน้าที่นี้มักเป็นของ ไอเฟรินตลอด
“พวกนายนี่ล่ะน่า วันหลังไปเที่ยวกับฉัน กับ เฟรินมันมั้งดีกว่า ที่นี่ อเมซอน อเมซอนเชียวน่ะเว้ย ให้ตายเหอะ อเมซอนน่ะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองนักรบหญิงเชียวน่ะเว้ย ไอพวกผู้ชายก็ต้องมีเครียดกันเป็นธรรมดาใช่มั้ยล่า ที่นี่ถือเป็นแหล่งคลายเครียดขึ้นชื่อของที่นี่เชียวน่ะเว้ย”
คำอธิบายของนักรบตาเดียว เรียกเสียงฮือฮาของเพื่อนพ้องที่ตามมาด้วยกัน
“พี่นี่ รอบรู้จังเลยน่ะค่ะ”
ร่างบางพร้อมนิ้วเรียวไกล่เกลี่ยตามดวงหน้าหนาเชิญชวนก่อนนั่งลงบนตักชายหนุ่ม ครี้ดหัวเราะเบา ไม่ปฏิเสธร่างบางตรงหน้า
“แล้ววันนี้มีโชว์จากที่ไหน หึ... คนสวย”
เสียงทุ้มเอ่ยนุ่ม ๆ ใส่สาวเจ้าบนตักที่เริ่มชงเครื่องดื่มมึนเมาส่งให้อย่างเชี่ยวชาญงาน ครี้ดหันไปมองเพื่อน ๆ ร่วมโต๊ะ ทุกคนมีสาวงามคอยเอาอกเอาใจกันทุกคน ยกเว้น คิล กับซีบิลที่เหมือนจะไม่ค่อยสนใจสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มข้าง ๆ สักเท่าไร
“วันนี้มีโชว์พิเศษจากเวนอลจ๊ะ ว่ากันว่าเป็นของเด็ดหายากเลยน่า”
สิ้นเสียงหญิงสาวไฟในร้านก็ดับลง เสียงปรบมือดังขึ้นสนั่นทั้งร้าน เสียงกรับเสียงกระพรวน และเครื่องดนตรีเครื่องสายค่อย ๆ พากันบรรเลง ม่านหมอกควันหนาค่อย ๆ กระจายบนพื้นเวทีด้านหน้าพวกเขาพอดิบพอดี แสงหลากสีไหววูบวาบละลานตา เรียกเสียงเกรี้ยวกราวจากผู้ชม
เกี้ยวงามถูกยกมาโดยสาวงามหกคนในชุดนางระบำโชว์หน้าท้องน้อย ๆ เหย้าหยวนใจบรรดาชายหนุ่มทั้งหลาย ร่างบางบนเกี้ยวในชุดสีทองสุกสว่างถูกปกหน้าไว้ด้วยแพรพรรมสีเดียวกันกับชุดดูน่าค้นหาถึงความงามที่ถูกซ่อนเอาไว้ มือบางกรีดกรายไสวผ้าเช็ดหน้าส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ราวกับเชิญชวนให้ชายหนุ่มหลงใหล
เสียงผิวปากและเสียโห่ร้องด้วยความคึกคะนองดังขึ้นเร่งจังหวะดนตรีให้เริ่มบรรเลงเร็วยิ่งขึ้น ตามจังหวะของผู้ชม
เกี้ยวงามถูกหามมาวางลงบนเวทีด้านหน้าเหล่าทโมน สาวงามทั้งหกค่อย ๆ ร่อนตัวเองให้เกี้ยวลดลงต่ำ ร่างอรชอนอ้อนแอ้นค่อย ๆ เยื้องย่างกรีดกรายผ้าปิดหน้าก่อนจะสะบัดหลุดออกมาตามจังหวะเพลงที่ถูกเร่งเร้า
ใบหน้าอ่อนหวานเหย้ายวน ผมสีดำทิ้งตัวยาวสลวยกลางหลังราวกับแพรพรรมชั้นเลิศ ดวงตาสีน้ำเงินดูลึกลับเกินกว่าจะระบุราคาค่างวดได้ รอยยิ้มบางสะกดให้เกือบลืมหายใจ ทำให้ใครบางคนสะดุ้งนั่งชิดติดโซฟาโดยลืมตัว เมื่อร่างบางพุ่งตัวเข้าปะชิดติดขอบเวที และเริ่มเคลื่อนกายตามจังหวะเพลง
คิลมองดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นด้วยความไม่ไว้วางใจ ราวกับว่าเธอกำลังมองหาใครบางคนในกลุ่มของพวกเขาอยู่
“เงียบเกินไป”
คาโลเกริ่นขึ้นมา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนถอนหายใจยาว ๆ หวังเพียงว่าพวกนั้นจะยอมเชื่อฟังคำสั่ง และไม่ก่อเรื่องอะไรขึ้นอีก
“นั่นน่ะสิ พวกนั้นเงียบเกินไป”
มาทิลด้าฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเพื่อนผู้ชายอาสาดูแล เฟรินน้อยในคืนนี้ และไม่น่าจะเงียบได้ถึงขนาดนี้
ทุกคนที่ตามติดมาด้วยขมวดคิ้ว เพียงแค่พวกเขาไปประชุมกันอีกห้องหนึ่งแค่ไม่นาน แล้วฝาก เฟรินน้อยให้เหล่าทโมนทั้งหลายเป็นคนดูแล แต่เสียงข้างในห้องกลับเงียบจนผิดปกติเกินไป นักบวชคนสำคัญของป้อมรีบก้าวเดินเข้ามาเปิดประตูก่อนเป็นคนแรก
ว่างเปล่า...
ดวงตาสี อเมทิตย์ไม่สบอารมณ์นักเช่นเดียวกับเหล่าผู้นำทั้งหลาย จะเว้นก็เพียงซาตานหน้าเป็นที่ยังคงยืนยิ้มอารมณ์ดีเป็นนิจ
“ว่าแล้วเชียว ครี้ดดี้ นี่ซะจริง ๆ”
“มันน่าเชือดทิ้งซะให้หมด”
คำพูดของนักบวชผู้คุมกฎ ทำให้เพื่อนร่วมชั้นปีทั้งหลายพากันถอนหายใจด้วยความระอาปนอายกับการกระทำของเพื่อนผู้ชายทั้งหลาย สองเสนามองหน้ากันอย่างขบขำปนเอ็นดูเหล่าผู้นำชั้นปีสาวทั้งหลาย ที่ต้องรับมือกับเหล่าทโมนพวกผู้ชาย
“แล้วไม่ตาม?”
โรเวนเกริ่นถามก่อนจะเดินนำออกไปจากโรงแรมที่ใช้พักในค่ำคืนนี้ก่อนจะเข้าเฝ้ากษัตริย์เฮลด้าที่พระราชวังในตอนรุ่งเช้า เหล่าผู้นำพากันเดินไปตามทิศทางเดียวที่พวกเขาคิดเอาไว้กันก่อนอยู่แล้ว ‘ร้านเหล้า’
โฮก....
มือหนาฉุดร่างบางของเจ้าหญิงแดนเดมอสหลบได้ทันอย่างเฉียดฉิว เฟลิโอน่าหันไปมองผู้ช่วยชีวิตที่กำลังส่งสายตาดุ ๆ ใส่คนเมา
“หันระวังหน่อย”
เสียงดุ ๆ แต่ไม่ค่อยใส่ใจนักของคาโล ทำให้เฟลิโอน่าขยับยิ้ม แต่ไม่พูดอะไร ลอเรนซ์ที่เดินตามหลังมาเห็นทุกอย่างแล้วเกิดความรู้สึกไม่พอใจ มือหนากระชากร่างบางของผู้เป็นน้องสาวมาใกล้ตัว มองชายหนุ่มด้วยความไม่สบอารมณ์
“ลอรี่หึง? หว่า แล้วเค้าล่า”
ลูคัสคว้าท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มอีกข้างบ้าง แต่โดนชายหนุ่มสะบัดและถีบกระเด็นออกไป จน ลูคัสต้องทำหน้างอน เดินสะบัดตูดเข้าร้านไปก่อน เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ
เสียงดนตรีเร่งจังหวะเร่าร้อนเสียงดัง สาวน้อยชิ้นเดินเสิร์ฟบ้าง นั่งดื่มกับแขกบ้างให้เห็นประปราย แสงเพียงเล็กน้อยในสถานที่บันเทิงเร่งความเต้นร่า ความสนุกของคนเมาให้ถึงขีดสุด แต่ทำให้การค้นหาของพวกเขาแคบลง
“มากี่ท่านค่ะ”
สาวเสื้อแดงโชว์หน้าท้องสุดเซ็กซี่ เซเข้าหาเสนาหนุ่มคนหล่อประจำกลุ่มทันที ริมฝีปากเผยบาง ๆ เกือบจนชนกับชายหนุ่มอยู่มะล่อมมะล่อ โรเวนขยับยิ้มนิด ๆ ให้แก่หญิงสาว จนเธอเผลอใจเต้นตามโดยไม่ทันตั้งตัว มือหนาผลักร่างบางเบา ๆ อย่างให้เกียรติ
“ผมมาหาเพื่อน”
“ใช่กลุ่มหน้าเวทีหรือป่าวค่ะ กำลังสนุกกันใหญ่เชียว”
โรเวนขยับยิ้มกว้าง ก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ แล้วเดินไปตามทิศทางที่หญิงสาวบอก
เสียงอึกทึก เจี้ยวจ้าวด้วยความมึนเมา ด้วยฤทธิ์ของสุรา และนารี ของต้องหายที่สุดของบุรุษหนุ่มทั่วโลก บางคนในกลุ่มกำลังเต้นรำกับเด็กสาว บางคนเมาหลับพลับไปแล้วอย่างทุเรศตาที่สุด บางคนกำลังนัวเนียคลอเคลียสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มทั้งหลาย แต่ที่เด่นสุดก็คงจะเห็นเป็นเด็กน้อยตัวน้อยที่กำลังหัวเราะร่า ตบมืออยู่กลางวงล้อมของพี่สาวบนโต๊ะตัวใหญ่ มีสาวผมดำเอาอกเอาใจป้อนน้ำป้อนขนมให้ไม่ขาด
ไอเย็นและไอทมิฬค่อย ๆ แผ่เข้ากลางวงคนเมาจนเริ่มมีสติกลับคืนมา สายตาตกใจเบิกกว้างมองมาที่เหล่าผู้คุมทั้งหลายที่ยืนกันอย่างพร้อมเพรียง กลืนน้ำลายหนืดคอ ครี้ดไหวตัวได้ทันคว้าขวดใสสองสามขวดเข้ามือ
“ง่า พวกเราแค่มาเที่ยวบ้านมาทิลด้า แค่มาเยี่ยมชมวัฒนธรรมชายแดน”
เหล่าทโมนที่เหลือพร้อมใจกันพยักหน้าตามกันอย่างพร้อมเพรียง ลอเรนซ์สบถคำหยาบทันที หากแต่โรเวนเพียงยืนยิ้มขัน
“ฉันมารับ เฟรินกลับ ดึกแล้ว”
“ง่า นึกว่าจะมาลงโทธที่พา ไอเฟรินมานี่ซะอีก”
คิลตะครุบปากเจ้าคนปากมากไม่ทัน เหล่าทโมนที่พากันเกาะเจ้านักรบตาเดียว ถึงกับกระพริบตาปริบ ๆ
“พวกนายพา เฟรินมานี่” น้ำเสียงเย็น ๆ ของโรเวน ทำให้คนผิดพากันลืมหายใจ “พวกนายคงต้องได้รับโทธข้อหาทำเด็กน้อยใจแตก”
เหล่าทโมนมองไปตามปลายนิ้วชี้ของผู้ทรงอำนาจ ภาพเด็กน้อยที่กำลังนำธนบัตรซุกในหน้าอกสาวผมดำ ก่อนหันมายิ้มให้พวกเขาและหัวเราะเอิ้กอ้ากชอบใจ ทำให้เหล่าทโมนแทบเป็นลม
..........................................................................................