กระเป๋าซึ่งเป็สินค้าโอท็อปจากชาวบ้านจังหวัดขอนแก่นถูกนำมาไว้ที่ร้านหลายสิบใบแต่ละใบมีลวดลายแตกต่างกัน ดูแล้วสวยงาม
ตัวอย่างสินค้าพวกนี้นำมาวางโชว์เพื่อต้อนรับลูกค้ารายใหญ่จากญี่ปุ่น
เจนเนตรคอยสำรวจความเรียบร้อยของร้านไปพลางในระหว่างรอมีเด็กสามสี่คนคอยบริการลูกค้าคนอื่นๆ อยู่หน้าเคาน์เตอร์ ไม่นานก็ปรากฏกายของชายหนุ่มวัยราวสามสิบเจ็ดปีขึ้นหญิงสาวหันไปมองก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคือใคร
เจนเนตรทักทายลูกค้ารายใหญ่ด้วยรอยยิ้มพลางเชิญหนุ่มสายเืญี่ปุ่นให้เข้ามาชมสินค้าที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้โดยเฉพาะ
“กระเป๋าพวกนี้ฝีมือประณีตมากครับ”
อิชิจิคุเอ่ยชมที่จริงเขาเห็นรายการสินค้าตัวอย่างที่เจนเนตรส่งมาให้ทางอีเมลแล้วทว่าพอได้มาเห็นสินค้าตัวจริงสวยยิ่งกว่าในรูปเสียอีก สำหรับราคาที่ตกลงกันเอาไว้ก่อนหน้านี้คุ้มค่ากว่าที่คิดเอาไว้มาก
“ตกลงออร์เดอร์ที่ฉันเสนอให้คุณยังเป็ไปตามเดิมรึเปล่าคะ”
“ทุกอย่างทำตามที่ตกลงกันั้แ่แรกเลยครับ”
พอได้ยินเช่นนั้นใบหน้าสวยหวานคลี่ยิ้มบางๆอย่างพึงพอใจ ออร์เดอร์ล็อตแรกก็ประสบความสำเร็จอย่างไร้อุปสรรคเพราะฝีมือผลิตกระเป๋าอันประณีตของชาวบ้าน
“ฉันขอเลี้ยงข้าวขอบคุณได้ไหมคะ”
เจนเนตรอยากผูกมิตรกับลูกค้าคนสำคัญให้มากกว่านี้เพื่อที่ว่าอนาคตจะได้ร่วมงานกันอย่างยืนยาว
“ได้สิครับ”
นัดทานข้าวมื้อค่ำที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเลื่องชื่อใจกลางกรุงเทพฯเจนเนตรสวมชุดเดรสค่อนข้างเรียบร้อยไม่เว้าแหว่งให้เห็นเนื้อหนังเนื่องด้วยไม่ได้มาเดต ทว่ามาสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าคนสำคัญจึงค่อนข้างต้องระวังตัว
ทำให้ตัวเองดูดีเข้าไว้…
อีกฝ่ายเองก็เช่นกันเขาสวมเสื้อสูทสีเทาอ่อนเรียบหรูดูดีทรงผมยังคงเรียบร้อยเหมือนเช่นเมื่อตอนกลางวัน
เจนเนตรเลือกเมนูสองสามอย่างที่ชอบพลางบอกให้ลูกค้าคนสำคัญไม่ต้องเกรงใจสามารถสั่งอาหารได้ตาม้า
“คุณเจนเนตรวางใจครับถ้ากระเป๋าของคุณขายดี ผมจะสั่งเพิ่มอีกแน่นอน”
“ขอบคุณค่ะ”
สินค้าโอท็อปตอบโจทย์การใช้งานของหญิงสาวชาวญี่ปุ่นอยู่แล้วเจนเนตรจึงค่อนข้างมั่นใจว่าสินค้าล็อตแรกต้องขายหมดภายในไม่ช้า เพราะอิชิจิคุมีร้านที่ญี่ปุ่นหลายสาขากระจายไปตามจังหวัดต่างๆเธอจึงสั่งให้ชาวบ้านเริ่มผลิตสินค้าล็อตที่สองรอได้เลย
เพื่อจะได้ทันต่อการวางจำหน่ายในรอบถัดไปเพราะกระเป๋าเหล่านี้คือสินค้าแฮนด์เมด จึงค่อนข้างใช้เวลาผลิตพอสมควร
หลังจากทานอาหารมื้อค่ำเสร็จในขณะที่เจนเนตรกำลังเดินออกจากร้านอาหารและกล่าวร่ำลาลูกค้าหนุ่ม สายตาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากร้านอาหารฝรั่งเศสข้างๆร้านอาหารญี่ปุ่นพร้อมกับหญิงสาวชาวต่างชาติหน้าตาสะสวย
คาดไม่ถึงว่าปกป้องเปลี่ยนคู่เดตอีกแล้วครั้งนี้กลายเป็สาวแหม่มสุดฮอต อีกทั้งหุ่นยังเซ็กซี่ขยี้ใจอีกด้วย
เจนเนตรเพียงมองผ่านๆไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่เห็นเธอกระมังไม่สังเกตมาทางนี้เลยยิ่งดี เพราะหญิงไม่อยากเสวนากับเขา
ไม่ได้หลงตัวเองแต่ปกป้องมักจะชอบก่อกวนเธอเสมอ ต่อให้เขาไม่มีใจให้เธอ ทว่าในเมื่อยังไม่ได้ชิมเนื้อหวานยังไงเขาก็ต้องคอยหาโอกาสมาแทะโลมเธอตามเคย
หญิงสาวเดินมาที่ลานจอดรถคันหรูขณะที่กำลังจะเปิดประตูรถเข้าไปข้างในตัวรถ ปกป้องก็โผล่มาจากทางไหนไม่รู้ส่งยิ้มยั่วกวนประสาทมาให้ก่อนจะตรงดิ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับเ้ากรรมนายเวรเกาะติดไม่ยอมปล่อย
“ผมไม่ได้พบคุณเสียนานเลยคิดถึงจัง”
ไม่พูดเปล่ามือไม้เลื้อยไปทั่วเอวคอดกิ่วอีกต่างหาก เจนเนตรคาดไม่ถึงว่าเขาจะดักรอเธอที่โรงจอดรถพลันเงยหน้าไปมองชายหนุ่มเพื่อจะต่อว่าให้หายโมโหที่เขาโอบกอดเธอโดยไม่ขออนุญาตเสียก่อน
ทว่าพอสบสายตาคู่คมกลับทำให้หัวใจดวงน้อยอันเ็ากระตุกขึ้นมาแม้ว่ารอยยิ้มยั่วยวนกวนประสาท ทว่าสายตาของเขากลับกำลังบ่งบอกว่าคิดถึงเธออย่างที่เอ่ยออกมาจริงๆ
“ปล่อยฉันก่อนค่ะมีธุระอะไรรึเปล่า”
เจนเนตรเผลออ่อนไหวเล็กน้อยจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแทนที่จะโวยวายใส่คนตัวสูง
“ไม่มีผมแค่ดีใจที่เห็นคุณ”
ครั้งนี้ปกป้องเพียงโอบเอวเจนเนตรเอาไว้หลวมๆไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากนั้น หญิงสาวอยากจะดึงแขนของอีกฝ่ายออกเหลือเกิน ทว่าอีกใจหนึ่งก็กลัวว่าหากทำเช่นนั้นชายหนุ่มจะรุกรานเธอหนักกว่าเดิมหรือไม่
“ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ”
เจนเนตรเอ่ยลาอย่างมีชั้นเชิงอันที่จริงเธอตั้งใจจะไม่พบเขาอีก ทว่าที่เอ่ยไปเช่นนั้นก็เพื่อให้อีกฝ่ายยอมคลายวงแขนออกจากเอวเธอเท่านั้น
“แต่ผมยังอยากคุยกับคุณนี่นาผมโทรหาคุณเท่าไรก็ไม่ยอมรับสาย”
สีหน้าเง้างอนของคนตัวสูงราวกับสำคัญผิดว่าเขายังเป็แฟนของเธอเหมือนตอนอยู่ขอนแก่นแต่บอกก่อนว่านั่นเป็เพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น เขาไม่น่าจริงจังขนาดนั้น
“พอดี่นี้ฉันงานยุ่งๆค่ะ เอาไว้มีเวลาฉันจะโทรหาคุณก็แล้วกัน”
“หือ…ยุ่งถึงขั้นลืมผมเลยเหรอ น่าน้อยใจจัง”
“ก็ยังไม่ลืมนี่คะฉันยังจำได้ว่าคุณชื่อปกป้อง”
เจนเนตรอยากหนีจากสถานการณ์ตรงนี้เสียจริงทว่าก็ไม่อาจทำอย่างนั้นได้ หากเธอขัดขืน ไม่รู้ว่าจะโดนอีกฝ่ายทำอะไรใส่บ้างจึงพยายามพูดคุยด้วยอย่างใจเย็นที่สุด
“แค่นั้นเองเหรอ”
“ค่ะ”
“ผมนึกว่าคุณจะคิดถึงผมเหมือนที่ผมคิดถึงคุณซะอีก”
เจนเนตรเริ่มรู้สึกอึดอัดที่ถูกอีกฝ่ายตามตื๊อไม่ยอมปล่อยไม่รู้จะเอ่ยอะไรให้เขาพอใจ เพราะเธอไม่ได้คิดถึงเขาจริงๆ นี่นา
“ฉันมีงานค้างที่ต้องจัดการเยอะแยะเต็มไปหมดไม่มีเวลามาคิดอื่นหรอกค่ะ ปล่อยฉันก่อนสิคุณ”
“งานเยอะแต่ก็มีเวลามาเดตกับผู้ชายอื่นได้หนิ แล้วทำไมถึงไม่มีเวลาคิดถึงผมบ้าง”
“นั่นคือคุณอิชิจิคุลูกค้าคนสำคัญของฉัน คุณยังจำได้ไหม สินค้าโอท็อปที่เราไปดูเมื่อคราวก่อนฉันขายให้เขาค่ะ”
ไม่เข้าใจว่าทำไมเจนเนตรต้องอธิบายให้ปกป้องรับรู้ด้วยปล่อยให้เขาเข้าใจผิดแบบนั้นก็ดีแล้ว สับสนกับหัวใจตัวเองเหลือเกิน