ณ ที่เมืองทะเลสาบเงาจันทร์ แสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วตัวเมืองที่ตั้งอยู่ข้างๆกับทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยวดังชื่อเมือง แต่ถ้าหากจะพูดให้ถูกนั้น เมืองแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็สองฟากโดยมีสะพานเชื่อมระหว่างกันที่ตรงกลางทะเลสาบซึ่งเป็จุดที่แคบที่สุด ฝั่งที่ติดกับป่าห้าราตรีนั้นเป็ฝั่งที่เรียกว่าฝั่งการค้า ส่วนฝั่งที่อยู่อีกฟากนั้นถูกเรียกว่าฝั่งจวนเ้าเมือง ถึงชื่อทั้งสองจะต่างกัน แต่ภายในนั้นก็ไม่ได้เกิดการแบ่งแยกชนชั้นอะไรขึ้นมา ทั้งพ่อค้าและเ้าเมืองต่างติดต่อค้าขายกันด้วยความสะดวก เมื่อมองจากเนินเขาที่ป่าราตรีจะทำให้เห็นว่าเมืองทั้งสองฟากนั้นเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนมากมาย เรียงรายอยู่เป็แถวยาว บางที่เป็หมู่บ้านที่รวมตัวกันเป็กลุ่ม บ้างก็เป็บ้านไม้ บ้างก็เป็บ้านปูน มีหอสูงตั้งอยู่ในเมืองสามถึงสี่หอ ควันไฟพวยพุ่งออกมาจากปล่องควันอย่างไม่ขาดสาย
ที่ถนนของเมืองฝั่งการค้า ผู้คนต่างเดินซื้อของและพูดคุยกันขวักไขว่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนต่างตระโกนขายสินค้าของตนอย่างแข็งขัน เถ้าแก่โรงเตี๊ยมที่อยู่ติดกันต่างเชิญชวนให้นักเดินทางเข้าพักโรงเตี๊ยมของตน ไม่ไกลจากถนนนั้นนัก มีร้านอาหารแห่งหนึ่งเปิดอยู่ หญิงสาวบริกรกำลังคร่ำเคร่งจดรายการอาหารที่ชายลึกลับสวมงอบปีกกว้างปิดบังใบหน้าพูดอย่างตั้งใจ
“รายการตามที่คุณชายสั่งคือก๋วยเตี๋ยวน้ำหนึ่งชามและเหล้าพื้นเมืองหนึ่งไหนะเ้าคะ” หญิงสาวเอ่ยทวนขึ้นอีกครั้ง
“ถูกต้อง” ชายหนุ่มเอ่ยสั้นๆ
“เช่นนั้นได้โปรดรอสักครู่ ทางร้านจะจัดเตรียมอาหารให้ท่านอย่างเร็วที่สุดเ้าค่ะ” นางเอ่ยกับชายหนุ่มพร้อมค้อมตัวลงก่อนจะเดินหายไปยังหลังร้าน
ในยามนี้เหยียนชิงได้เปลี่ยนเสื้อผ้าของตนจากชุดจอมยุทธ์ขาวสะอาดก่อนหน้ามาเป็เสื้อคลุมเทาหม่นที่กระจายบรรยากาศน่าเกรงขามออกมา ศีรษะของเขามีงอบปีกกว้างสวมทับไว้ปิดบังใบหน้า หากมีคนภายนอกร้านมองเข้ามาก็อาจเห็นว่าชายหนุ่มนั้นดูเป็คนแปลกประหลาดยิ่งนัก
“โชคดีที่ข้าออกมาจากป่าห้าราตรีได้เมื่อเช้านี้ มิเช่นนั้นก็คงติดอยู่ในป่านั้นไปอีกหลายวันแน่” ชายหนุ่มเอ่ยกับตนเบาๆ ก่อนหน้านี้ยามที่เขาเดินทางเข้ามาถึงเมือง พ่อค้าคนหนึ่งที่อยู่ด้านนอกมองมาหาเข้าด้วยใบหน้าตื่นตะลึงก่อนจะวิ่งกราดเข้ามาหาเขาทั้งถามคำถามว่าออกมาจากป่าแห่งนั้นได้อย่างไร ชายหนุ่มก็ได้แต่เพียงงุนงงว่าทำไมถึงถามเขาเช่นนั้นจนกระทั่งเขาได้รับการอธิบายจนเข้าใจว่าป่าที่เขาออกมานั้นมีชื่อว่าป่าห้าราตรี ที่มี่กลางวันเพียงแค่หนึ่งวัน ส่วนยามกลางคืนนั้นจะลากยาวไปจนถึงห้าวันจนผู้คนต่างขนานนามว่าป่าห้าราตรี เล่ากันว่าไม่เคยมีผู้ใดออกมาจากป่านั่นในยามกลางคืนได้หากไม่แข็งแกร่งพอ
“ข้าไม่คิดมาก่อนว่าป่าหลังหมู่บ้านจะเชื่อมต่อกับไอ้ป่าอันตรายนั่น...เฮ้อ....โชคดีจริงๆ”เหยียนชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขานั่งเท้าคางมองไปทั่วบริเวณร้านที่เต็มไปด้วยลูกค้ามากมายกำลังนั่งอยู่ ด้านนอกนั้นมีฝูงชนกำลังเดินไปมามากมาย ก่อนจะหันกลับหยิบกระเป๋าเงินที่อยู่ตรงเอวของเขาออกมาวางพร้อมนับเงินที่เขาเหลืออยู่
“ห้าสิบเอ็ด.....หกสิบ....อืม......เงินที่ท่านลุงมอบให้ข้าเหลือแค่หกสิบเหรียญเงินเท่านั้น หากไม่รวมกับที่เถ้าแก่เนี้ยให้กับข้ามาก่อนหน้านี้ นี่น่าจะพออยู่ไปได้ซักสองถึงสามสัปดาห์”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ในตอนนั้นเองบริกรสาวก่อนหน้าก็กลับมาพร้อมก๋วยเตี๋ยวน้ำและไหเหล้าอีกหนึ่งไห
“เรียนคุณชาย อาหารที่ท่านสั่งได้แล้วเ้าค่ะ” นางพูดขึ้นพร้อมกับยกชามก๋วยเตี๋ยวและไหเหล้าวางบนโต๊ะของชายหนุ่มอย่างระมัดระวัง เหยียนชิงลอบมองหญิงสาวผ่านงอบปีกกว้างก่อนจะเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
“บ่าวนำอาหารที่คุณชายสั่งมาให้หมดแล้ว หากมีเื่ขัดข้องอันใดได้โปรดเรียกบ่าวได้เ้าค่ะ”นางกล่าวกับชายหนุ่มพร้อมทั้งค่อยๆหันหลังเดินกลับไป ในตอนนั้นเองเหยียนชิงก็เอื้อมมือไปคว้าแขนของนางเอาไว้จนทำให้นางเกือบจะเสียหลักล้มลงไปในอ้อมแขนของเขา
ท่าทางของทั้งคู่ดูแปลกประหลาดไปบ้าง หญิงสาวที่ตกลงมาอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มกำลังใกับเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นจนลืมเลือนไปว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่
“ขออภัยด้วยเ้าค่ะ! ขออภัยด้วยเ้าค่ะ!” หญิงสาวบริกรขอโทษเข้าด้วยความใและกระวนกระวาย นางลุกขึ้นมาทันทีและถอยห่างออกจากเหยียนชิง ยิ่งนางเห็นว่าชายหนุ่มนั้นสวมชุดทึมเทาแผ่บรรยากาศไม่น่าเข้าใกล้ นั่นทำให้นางยิ่งเกรงกลัวเขาเข้าไปใหญ่
เหยียนชิงลอบมองนางอีกคราผ่านทางงอบ เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมบริกรหญิงคนนี้ถึงดูรีบร้อนและหวาดกลัวเวลาที่เขาสั่งอาหารนัก บางที....ก็อาจเป็เพราะเขาปิดบังตัวเองอยู่ด้วยชุดเช่นนี้?
“ชุดที่ท่านป้ามอบให้แก่ข้าช่างน่าใยิ่ง แทบจะไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยกับข้าเลยแม้แต่คนเดียวโดยเฉพาะกับเหล่าสตรี หรือว่าท่านป้าจะคาดการณ์เอาไว้อยู่ก่อนแล้ว?” เหยียนชิงยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะค่อยๆถอดงอบปีกกว้างออกจากศีรษะของเขา เผยให้เห็นดวงหน้าที่ดูหล่อเหลาสมชาย ั์ตาดุจคมกระบี่จ้องมองไปที่หญิงสาวอีกคราซึ่งบัดนี้............นางยืนแข็งเป็หินเป็ที่เรียบร้อย.....
“นี่....คุณชาย...มิใช่ผู้าุโ?” นางเอ่ยด้วยความแปลกใจ ก่อนหน้านี้นางไม่กล้าที่จะสบตาของชายผู้นี้ตรงๆเนื่องจากเขาดูน่ากลัวเกินไปทำให้นางคิดว่าเขาเป็ผู้าุโที่เดินทางท่องเที่ยวในยุทธภพไปเรื่อยๆ แม้แต่เ้าของร้านยังสั่งให้นางนอบน้อมอย่างที่สุดกับเขา แต่เมื่อชายหนุ่มเผยหน้าตาออกมา ทำให้นางเห็นว่าชายคนนี้เป็เพียงเด็กหนุ่มวัยไม่เกินสิบแปดสิบเก้าปีเท่านั้น ใบหน้าของเขาที่ดูงดงามเกินวัย โดยเฉพาะกับั์ตาคู่นั้น เป็ดวงตาที่สะกดนางเอาไว้ไม่ให้หันไปมองทางอื่น
“ข้าขออภัยพี่สาวด้วย ข้าไม่คิดว่าชุดของข้าจะทำให้ท่านกลัวถึงเพียงนั้น ได้โปรดรับคำขอโทษจากน้อยชายผู้โง่เขลาผู้นี้ด้วยเถิด” เหยียนชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยจนทำให้คนฟังรู้สึกสงสารเขาขึ้นมาจับใจ แน่นอนว่าไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวบริกรนางนี้ที่ในใจของนางกำลังวาบหวามขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
“ไม่....นี่....ข้าไม่ได้โกรธเคืองอะไรท่าน ข้าเพียงแค่ใตอนที่ท่านดึงมือข้าเอาไว้เท่านั้น” นางกล่าวตอบชายหนุ่มอย่างรวดเร็วด้วยกลัวว่าเขาจะเสียใจไปมากกว่านี้
“เป็เช่นนั้น? ขอบคุณพี่สาวที่ไม่โกรธเคืองข้า ข้าก็แค่อยากคุยกับท่านให้มากกว่านี้เท่านั้นเอง”เหยียนชิงยกยิ้มเอ่ยกับหญิงสาว มือของเขายังคงจับข้อมือของนางไว้โดยที่ไม่ปล่อยไปไหน จนกระทั่งหญิงสาวรู้สึกตัวและเขินอายชายหนุ่มอยู่นิดๆ
“น้องชาย....ได้โปรดปล่อยข้าก่อน ข้า....ข้ายังมีงานในร้านต้องทำ”หญิงสาวเอ่ยกับชายหนุ่มอย่างขัดเขินพลางบิดข้อมือของนางให้หลุดพ้นจากมือใหญ่ของเขา แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้ออกแรงบิดมากเท่าใดนัก คล้ายกับว่าทำพอเป็พิธีเท่านั้น
“อ่า....น่าเสียดายยิ่งนัก หากพี่สาวไม่้าคุยกับข้าก็ไม่เป็ไร ข้าจะไม่ขอรบกวนท่านอีกแล้ว” เหยียนชิงพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสารอีกครั้งก่อนจะหันไปเทเหล้าในไหใส่แก้วแล้วกระดกเข้าปากในคราเดียว
สาวบริกรมองเหยียนชิงด้วยความเ็ปใจ นางช่างใจร้ายยิ่งนักที่ปฏิเสธชายหนุ่มอย่างไม่ใยดีเช่นนี้ ในตอนนั้นเองนางก็มีความคิดที่ว่านางไม่ควรที่จะปฏิเสธการพูดคุยกับเขาในคราแรก
“เอ่อ......ถ้าหากท่านรอให้ข้ายกอาหารไปส่งครบทุกโต๊ะจนครบได้ ข้าก็อาจจะกลับมาคุยกับท่านได้บ้างนะ”นางตอบเขาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่านางค่อนข้างที่จะไม่ชินกับการพูดคุยของชายหนุ่มนัก
“จริงเหรอ!” เหยียนชิงหันกลับมามองนางด้วยความรวดเร็วสายตาซุกซน ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปตามร่างกายจนทำให้นางรู้สึกอ่อนระทวยขึ้นมาอีกครา “ถ้าเช่นนั้นข้าจะรอท่านอยู่ที่โต๊ะนี้ ได้โปรดมาหาข้าไวๆนะพี่สาว” เหยียดชิงเอ่ยด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังที่ทำให้นางไม่อาจปฏิเสธเขาได้แม้เพียงนิด นางทำได้เพียงถอนหายใจแล้วจากเขาไปที่หลังร้านเท่านั้น
เมื่อหญิงสาวบริการนางนั้นจากไป เหยียนชิงก็เปลี่ยนท่าทีจากก่อนหน้าที่เขาดูเป็คนมีเสน่ห์ต่อหญิงสาวมาเป็ท่วงท่าเงียบขรึมดังเดิม มุมปากยกยิ้มขึ้นใบหน้าเ็าสาดประกายไปทั่วทั้งร้านเหลือเพียงแต่แววตานั้นที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยความซุกซนเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
“ดูเหมือนว่าข้าจะยังสามารถใช้หน้าตาในการจัดการผู้หญิงอยู่ได้บ้าง ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมท่านป้าถึงเป็ห่วงข้าเื่ผู้หญิงนัก หึหึหึ!” เหยียนชิงคิดในใจตนด้วยความลำพองก่อนจะกลับมาคิดเื่ที่เกิดขึ้นที่หอลิขิตฟ้าอีกครา
“ถึงเถ้าแก่เนี้ยจะช่วยเหลือข้าจัดการคนพวกนั้น แต่พวกมันก็ไม่น่าจะเลิกราวีข้าในเร็ววันแน่ ทางที่ดีข้าควรจะหาวิธีจัดการปัญหาเหล่านี้เสียก่อนจะเดินทางไปเมืองหลวงดีกว่า” ชายหนุ่มคิดพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครา สุราพื้นบ้านที่เขาสั่งนั้นดูเหมือนจะแรงอยู่ใช่เล่น เขากินไปเพียงครึ่งไหหน้าก็เริ่มที่จะแดงเสียแล้ว
“พวกมันจะต้องคิดว่าข้าไปที่เมืองหลวงจักรวรรดิเทพเมฆาแน่ ปัญหามีเพียงแค่ว่ามันจะส่งใครมาไล่ล่าข้าก็เท่านั้น เป็ไปได้หรือไม่ว่ามันจะยังคงเห็นข้าเป็เพียงผู้พิการลมปราณจึงส่งมาเพียงแค่ศิษย์นอกธรรมดาๆ?” เหยียนชิงคิดถึงความเป็ไปได้ต่างๆภายในใจ ในมือของเขายังคงถือแก้วเหล้าที่พร่องลงไปกว่าครึ่งขึ้นดื่มอย่างเงียบงัน
ในตอนที่เขากำลังดื่มด่ำบรรยากาศของร้านอย่างมึนเมานั้นเอง...
“เฮ้สาวน้อย! เ้าจะหวงตัวไปทำไมนักหนา ให้บิดาผู้นี้ลูบคลำสักหน่อยจะเป็ไรไป ฮ่าฮ่าฮ่า!” เสียงหยาบกระด้างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งดังขึ้นจากโต๊ะภายในร้านเรียกสติของเหยียนชิงให้กลับมามองไปทางนั้นทันที
ชายหนุ่มเห็นเหตุการณ์ที่ดูวุ่นวายอยู่ตรงหน้า หญิงสาวที่เขาคุยด้วยครั้งก่อนกำลังยืนตัวสั่นด้วยความหวาดผวา กระโปรงของนางส่วนหนึ่งฉีกขาดเป็แนวยาวเผยให้เห็นขาเนียนเรียบของนาง ที่โต๊ะข้างหน้ามีชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังมองนางด้วยสายตาหื่นกระหายตลอดเวลา
“ฮ่าฮ่าฮ่า! อย่าหวงตัวให้มากสิสาวน้อย ดูเรียวขาของเ้าสิ ข้าอย่างรู้เสียงจริงว่ามันจะเรียบเนียนขนาดไหนเวลาที่ข้าได้ััมัน เอาเช่นนี้เป็อย่างไร? หากคืนนี้เ้ามากับข้าข้ารับรองว่าจะดูแลเ้าอย่างดีและหากเ้าปรนนิบัติจนถูกใจข้า ข้าก็อาจจะมอบสินน้ำใจเพิ่มให้เ้าเล็กน้อยอีกด้วย!” ชายคนนั้นกล่าวด้วยความลำพองใจ เถ้าแก่ของร้านได้แต่เพียงยืนมองอยู่วงนอกด้วยความหวาดกลัว ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะเป็ผู้ทรงอิทธิพลของเมือง?
“ไอ้บัดซบนั่นเอาอีกแล้ว ต้องให้มีผู้หญิงกี่คนต้องตกอยู่ในกำมือของมันกัน”
“ปิดปากของเ้าเอาไว้ซะ พูดเบาๆก็ได้ เ้าอยากจะซวยไปด้วยรึไง?”
“ท่านเ้าเมืองไม่จริงจังกับการจัดการไอ้พวกนักเลงนอกเมืองนี่นัก จนพวกมันเหิมเกริมคิดจะฉุดคร่าผู้หญิงตอนกลางวันแสกๆ!”
เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นทั่วร้าน โต๊ะของชายคนนั้นกลายเป็จุดสนใจในทันทีแน่นอนว่าไม่เว้นแม้กระทั่งเหยียนชิงที่กำลังมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ ดูเหมือนว่าพี่สาวคนนั้นคง้าความช่วยเหลือบางอย่างจากชายหนุ่มจึงลอบมองมาทางเขาเป็บางครั้งด้วยสีหน้าที่เผยความสิ้นหวังออกมา
เหยียนชิงเลิกตาข้างหนึ่งก่อนจะหันหน้าไปอีกทางพลางครุ่นคิด เขาไม่รู้พื้นแพของชายคนนั้น ในตอนนี้เขามีศัตรูอยู่ก่อนแล้วการจะสร้างศัตรูเพิ่มเป็เื่ที่สิ้นคิดเกินไป
“เ้าควรจะดีใจที่ได้รับใช้เลี่ยบันผู้นี้! สหายของข้าเป็ศิษย์หลักของสำนักกระบี่ขาว อีกไม่นานมันก็จะมารับข้าเข้าสำนัก เมื่อถึงยามนั้นชีวิตของเ้าจะรุ่งโรจน์จนไม่อาจคาดเดาได้!” ชายคนนั้นะโออกมาด้วยความลำพองใจ
เพียงประโยคสั้นๆนั้นทำให้เหยียนชิงกลับมาสนใจในตัวเขาอีกครั้ง สายตาซุกซนก่อนหน้ากลับสาดประกายรังสีสังหารเล็กน้อยออกมาโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว เขาพิจารณาชายแก่ตรงหน้าจนกระทั่งรู้ว่ามันอยู่ในระดับฝึกหัดขั้นสามเพียงเท่านั้น
“ว่าอย่างไร สนใจจะไปเล่นกับพี่ชายคืนนี้หรือไม่น้องสาว?!” เมื่อพูดจบชายคนนั้นก็กำลังเอื้อมมือไปจับบั้นท้ายของหญิงสาวอย่างอุกอาจ แต่ไม่ทันที่จะได้ััความนุ่มนิ่มนั้น เสียงบางสิ่งบางอย่างก็ตวัดผ่านอากาศมายังมือเขาแทน
ฟุ่บบ!
โลหิตสีแดงพุ่งออกมาจากข้อมือของชายคนนั้นอย่างไม่ขาดสาย มือที่กำลังจะเอื้อมไปจับกลับตกลงบนพื้นไม่ขยับเขยื้อน มีดเล่มเล็กๆพุ่งไปปักเข้าที่พื้นอย่างแรง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากปากผู้โชคร้ายก้องไปทั่วทั้งร้าน
“อ้ากกกกกก! มือข้าาา....มือของข้าาาา!” ชายคนนั้นะโร้องด้วยความเ็ป ทั่วทั้งบริเวณพลันเงียบลงทันใด ทุกคนต่างหันไปมองทิศทางที่มีดถูกป่าใส่ชายคนนั้น
สายตาทุกคู่กำลังจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังรินเหล้าออกมาจากไหอย่างเชื่องช้า พลางยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มอีกครา กริยาท่าทางของเขาดูไม่รีบร้อนและดูสบายๆ คล้ายกับว่าเขาไม่ยี่หระกับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำไปเมื่อครู่ ใบหน้าที่แดงก่ำหันกลับมามองชายคนนั้นอีกครั้ง เหยียนชิงค่อยๆลุกขึ้นยืนก่อนจะสาวเท้าไปหามันอย่างมั่นคง
“เ้าาา! ไอ้สารเลวน้อย เ้าไปกินหัวใจเสือมาหรืออย่างไรถึงกล้าหาเื่ข้าคนนี้!” ชายคนนั้นพูดขึ้นด้วยความเกรี้ยวโกรธอย่างถึงที่สุด พลางชักมีดออกมาด้วยมือซ้ายพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
เหยียนชิงเห็นชายผู้นี้พุ่งมาหาเขาแต่ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด ชายหนุ่มเพียงแค่เอี้ยวตัวหลบมีดไปด้านข้างเล็กน้อยก่อนจะแทงส้อมเข้าไปที่กลางอกของชายคนนั้นมิดด้าม
“อ้ากกกกก เ้า ไอ้ลูกสำส่อน เ้ากล้าแทงหน้าอกข้า!” ชายคนนั้นทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเ็ป ผู้คนทั้งร้านต่างมามุงดูเขาด้วยความสมเพชเวทนา
“ข้าคือสหายของไป๋ชิงศิษย์หลักแห่งสำนักกระบี่ขาว หากเ้ากล้าทำร้ายข้าเ้าจะต้องไม่ตายดีแน่!” ชายคนนั้นข่มขู่เหยียนชิงด้วยชื่อของสหายเขาที่มาจากสำนักกระบี่ขาว
“สำนัก...กระบี่ขาว?” เหยียนชิงทวนคำพูดของชายเคราะห์ร้ายคนนั้นอีกครา
“ถูกต้อง! ฮ่าฮ่า..ไอ้สารเลวอย่างเ้าที่กล้ามาหาเื่ข้า เ้าจะต้องถูกสหายของข้าฆ่าอย่างทรมานที่สุด!” ชายคนนั้นหัวเราะออกมาด้วยความบ้าคลั่งแต่ภายในใจของเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ ที่เขาทำได้ยามนี้คือข่มขู่ให้ชายหนุ่มหวาดกลัวจนยอมปล่อยเขาไปเท่านั้น
เหยียนชิงมองดูเขาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาเขาค่อยๆสาวเท้าไปที่โต๊ะอาหารอีกโต๊ะพลางหยิบมีดเล่มเล็กขึ้นมา จากนั้นจึงเดินไปหาชายคนนั้นด้วยร้อมยิ้มเหี้ยมเกรียม
“เ้าเป็สหายของคนจากสำนักกระบี่ขาว? เช่นนั้นย่อมดียิ่ง ข้าก็เป็สหายของพวกมันเช่นกัน! ทำไมเราไม่มารำลึกวันวานด้วยกันซักเล็กน้อยเล่า?”