แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้เผลอบ่นอะไรออกไป กลิ่นสมุนไพรก็เข้ามาปะทะปลายจมูก ประสาทััที่ดีกว่าคนทั่วไป ทำให้นางรับรู้ถึงทุกอนูของกลิ่น
‘นี่มันกลิ่นอะไรกัน...’ นางอดสงสัยไม่ได้ สิ่งที่มองเห็นตรงหน้าคือเหล่าชายหนุ่มที่แต่งตัวด้วยชุดสีขาว ผ้าคาดเอวสีเทา สวมกว้านหยกสีเขียวมรกต
ซ้ำตอนนี้พวกเขากำลังทำอะไรบางอย่างแปลกๆ ซึ่งอ้ายเชียนไม่เคยเห็นมาก่อน คนที่หนึ่งอยู่ด้านหน้าสุด เขากำลังยกหม้อขนาดใหญ่ขึ้นจากไฟด้วยมือเปล่า จากนั้นก็ใช้มือล้วงใส่ไปในหม้อแล้ววนไปรอบๆ เมื่อเขายกมือขึ้นมากลับมีเม็ดยาสีดำอยู่ในมือ
“ศิษย์พี่ใหญ่ช่างเก่งกาจ ใช้หัตถ์เทวะที่ถ่ายทอดมาในตระกูลเพื่อหลอมโอสถชั้นเทวะออกมาได้แล้ว อาจารย์จะต้องภูมิใจอย่างมาก” ชายหนุ่มที่อุ้มนางอยู่เอ่ยขึ้น ก่อนที่เขาจะวางนางลง
จากนั้นเขาก็คารวะให้เหล่าชายหนุ่มที่อยู่ในลาน พวกเขาบางคนก็หันมายิ้มให้ บางคนก็เงียบเฉย บางคนก็สนใจแต่สิ่งที่กำลังทำ แต่อ้ายเชียนรู้แล้วว่า...พวกเขาไม่ใช่นักชงชาอย่างที่นางคิด
หากเดาจากการกระทำแล้ว ชายหนุ่มเหล่านี้คือ ‘อาจารย์โอสถ’ เป็อาชีพที่หาได้ยากในโลกยุคปัจจุบัน เมื่อตอนที่ยังอยู่ในตระกูลโจว อ้ายเชียนมีความทรงจำเกี่ยวกับอาจารย์โอสถเพียงน้อยนิด รู้เพียงว่าแคว้นอวิ๋นมีอยู่คนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ทำงานให้ฮ่องเต้
แม้จะยังไม่รู้ว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์อะไร แต่อ้ายเชียนเริ่มรู้สึกยินดี เพราะหากนางเป็อาจารย์โอสถก็จะสามารถสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งได้ดีขึ้น และเร็วขึ้น
“เสี่ยวอ้าย มานี่มา” อ้ายเชียนงงเล็กน้อยเมื่อถูกชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่กวักมือเรียก แต่ร่างกายของนางกลับขยับไปเอง เดินเข้าไปหาเขา แถมนางยังรู้สึกว่าใบหน้าของนางกำลังเต็มไปด้วยความออดอ้อน ยิ้มหวานราวกับน้ำตาล
“พี่ใหญ่” อ้ายเชียนชะงักเล็กน้อยเมื่อเดินไปถึงตรงหน้าศิษย์พี่ใหญ่ นางถูกมือหนาของเขาจับจูงไปนั่งลงบนชานเรือน ก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กขึ้นนั่งตักเขา
“เสี่ยวอ้าย นี่ข้าให้เ้า โอสถระดับเทวะชั้นยอดเม็ดแรกของข้า ข้าเอ็นดูเ้าที่สุด ทุกสิ่งที่ข้าหลอมย่อมเป็ของเ้า”
มือเล็กแบออก และได้รับเม็ดยาสีดำนั้นมา พอมันอยู่ในมือนางแล้ว กลับสามารถมองเห็นสีที่แท้จริงของมันได้ เป็สีเขียวครามน่าอัศจรรย์ใจ
“ว้าว งามมาก” เสียงเล็กๆบ่งบอกถึงความประทับใจ อ้ายเชียนรู้สึกเหมือนกลิ่นสมุนไพรฉุนมากขึ้น ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนตนเองกลืนยาเม็ดนั้นไปแล้ว
“เสี่ยวอ้ายช่างซุกซน กลืนลงไปแล้วรึ ...เช่นนั้นก็ช่างเถอะ พี่ใหญ่จะหลอมให้เ้าอีกหลายๆเม็ดเป็ยังไง” เสียงกลั้วหัวเราะของศิษย์พี่ใหญ่ ทำให้หัวใจอ้ายเชียนรู้สึกอบอุ่น
ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกอยากจะเป็เสี่ยวอ้ายของพวกเขาจริงๆเสียแล้ว นี่เป็เพราะนางเข้าร่างคนอื่นจนเคยชินรึเปล่า
ที่น่าแปลกคือ นางไม่มีแม้แต่เสี้ยวความทรงจำของเสี่ยวอ้าย และรู้สึกเหมือนนางเป็เพียงผู้ชมเท่านั้น แม้จะบังคับร่างนี้ได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ราวกับร่างนี้ยังคงมีจิติญญาของตนเอง ขณะที่นางเป็เพียงกาฝาก
อ้ายเชียนรู้สึกเหมือนสิ่งเหล่านี้เป็เพียงแค่ฝัน เพราะในความฝันคนเราก็รู้สึกเช่นนี้ ทุกสิ่งดำเนินไปด้วยตนเองขณะที่เราเป็เพียงผู้ดู และนางกำลังเฝ้ารอที่จะตื่นจากฝัน
อ้ายเชียนไม่รู้ว่าวันเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่นางมองเห็นการพัฒนาของตัวละคร ‘เสี่ยวอ้าย’ มองเห็นนางหลอมโอสถออกมาได้แม้ร่างกายจะยังเด็กนัก
มองเห็นนางพยายามเรียนรู้ อ่านหนังสือเป็ตั้งๆทุกครั้งที่ว่าง ยามที่อยากพักผ่อนก็ไปดูเหล่าศิษย์พี่หลอมโอสถ บางครั้งเหล่าศิษย์พี่ก็จะสอนนางหลอมโอสถใหม่ๆ บางครั้งก็เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรใหม่ๆ
จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งเดือนหลังจากที่เริ่มฝัน วันนี้มีงาน ‘ถกปัญหา’ ซึ่งศิษย์พี่สิบ คือเด็กหนุ่มคนที่อุ้มนางในตอนต้น ได้มาบอกไว้ล่วงหน้าแล้ว
อ้ายเชียนรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะตอนนี้นางเสมือนกำลังศึกษาวิชาการหลอมโอสถอย่างล้ำลึก ซ้ำยังได้ทดลองหลอมโอสถโดยใช้ร่างของเสี่ยวอ้าย
อ้ายเชียนเชื่อว่า นี่เป็วิธีการสืบทอดพลังที่ผู้ยิ่งใหญ่นักชงชาผู้นั้นมอบให้นาง ดังนั้นนางจึงตั้งใจเรียนอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเช่นนี้อีกหรือไม่
งานถกปัญหาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ด้านในลานปัญญาเป็อัฐจรรย์ที่รองรับคนได้นับหมื่น ทำให้อ้ายเชียนได้เห็นลูกศิษย์ที่เรียนหลอมโอสถจำนวนมากเป็ครั้งแรก
เมื่อมองไปรอบๆจะเห็นเหล่าศิษย์ที่ไม่ได้กราบอาจารย์จำนวนมาก อ้ายเชียนไม่แน่ใจเื่วิธีการแบ่งระดับ แต่ดูเหมือนว่าเสี่ยวอ้ายจะเป็ศิษย์ของอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ และอ้านเชียนเดาว่าอาจารย์ผู้นั้นก็คือ ‘ปรมาจารย์ศิลปะการชงชาอี้เยี้ยง’ นั่นเอง
เหมือนว่าสำนักแห่งนี้จะมีชื่อว่า ‘เซียนโอสถ’ พวกเขาเรียนรู้เพื่อวิถีโอสถ ไม่ได้สนใจโลกภายนอก ดูเหมือนว่าสำนักแห่งนี้จะปิดประตูแทบไม่รับแขก จะมีโอกาสปรากฎตัวนอกสำนักก็เพียงตอนที่ลูกศิษย์ออกหาประสบการณ์
ซึ่งอ้ายเชียนจะได้รับอนุญาตให้ออกหาประสบการณ์เมื่ออายุ15ปีแล้วเท่านั้น ดังนั้นนางจึงต้องรอไปอีกนาน หากอยากรู้ว่าโลกาเป็เช่นไรกันแน่
อ้ายเชียนไม่หวังอย่างอื่นในตอนนี้ นางหวังเพียงจะสามารถเก็บเกี่ยววิชาปรุงโอสถให้ได้มากที่สุด
ตอนนี้ศิษย์พี่ทั้งสิบเดินขึ้นมาบนเวทีแล้ว พวกเขานั่งลงหน้าโต๊ะเขียนหนังสือที่ถูกเตรียมมา นั่งล้อมเป็วงกลม ขณะที่อ้ายเชียนนั่งอยู่ตรงกลางและสามารถมองเห็นทุกคนได้
“วันนี้เป็งานถกปัญหาครั้งแรกของน้องเล็ก พวกเราจะร่วมกันถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่มีให้แก่น้องเล็ก”
“งานถกปัญหานี้อาจใช้เวลาหลายปี”
“พวกเราล้วนเป็เซียนย่อมไม่หวั่นเกรงระยะเวลา”
“เอาล่ะอย่าช้าอีกเลย เริ่มเปิดงานถกปัญหาของสำนักเซียนโอสถขึ้น ณ บัดนี้” เมื่อสิ้นเสียงประกาศ รอบข้างก็เงียบสงัดลง
อ้ายเชียนรู้สึกเหมือนตาพร่า รอบด้านเหมือนเวลาหมุนอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกราวกับได้เปิดหนังสือต้องห้ามอ่าน ความทรงจำมากมายปรากฎขึ้นตรงหน้า
สิ่งที่เห็นคือความทรงจำเกี่ยวกับการหลอมโอสถที่ผ่านๆมาของเหล่าศิษย์พี่ พวกเขาพยายามอย่างหนัก เกรี้ยวกราด เคร่งครัด และฝ่าฟันอุปสรรคมากมายเพื่อทะลวงแต่ละด่าน
ความรู้สึกราวกับได้เปิดอ่านความสามารถของผู้อื่นทำให้อ้ายเชียนใ ความรู้มากมายหลั่งไหลเข้าสู่สมองอย่างบ้าคลั่ง แม้นางจะมีความสามารถในการประมวลผลที่เร็วกว่ามนุษย์คนอื่น ก็ยังรู้สึกว่ายากจะรับได้
ไม่รู้ว่าวันเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ อ้ายเชียนรู้สึกเพียงแต่ว่ารอบด้านดูมืดมนไร้หนทาง มีเพียงแสงสว่างสิบดวงที่คอยปลอบประโลม
อยู่ๆความทรงจำในชาติก่อนก็เข้ามาแทรก การฝึกฝนอย่างโเี้ การทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า การฆ่าฟันนองเื เพื่อนที่ฆ่ากันตาไม่กระพริบ ทุกสิ่งราวกับน้ำมันที่ลอยเหนือน่านน้ำ เป็เพียงส่วนประกอบเล็กน้อย
อ้ายเชียนหายใจลึกทีหนึ่ง ความรู้สึกโล่งสบายก็เกิดขึ้น นางสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น กระทั่งเหล่าศิษย์พี่ที่ถกปัญหาอยู่รอบด้านล้วนมีความประหลาดใจพาดผ่านในดวงตา
“ศิษย์น้องเล็กเก่งกาจกว่าที่พวกเราคิดมาก”
“เช่นนั้นพวกเราก็วางใจได้แล้ว”
“เสี่ยวอ้ายเป็ตัวแทนของศิษย์น้องเล็ก ที่อาจารย์หญิงทำนายเอาไว้...ข้าหวังว่านางจะไม่ต้องเห็นวันที่พวกเราแก่หรือตาย”
เมื่อสิ้นคำพูดนี้ เหล่าชายหนุ่มในชุดขาวที่นั่งอยู่ก็พยักหน้าอย่างพร้อมเพียงกัน
ๅค