การสอบเข้าสำนักแพทย์อันทรงเกียรติ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมายังนครใหญ่กลางหุบเขา เบื้องหน้าคือกำแพงเมืองสูงตระหง่านที่โอบล้อมสถานที่ซึ่งเลื่องชื่อด้านโอสถและการรักษา หลี่ิหยุดยืนมองประตูเมืองด้วยแววตามุ่งมั่น ข้างกายเขาคือเซี่ยนซู เด็กสาวผู้ติดตามที่เขาเพิ่งรับเป็น้องสาวบุญธรรมเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เซี่ยนซูเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ ดวงตาของนางเป็ประกายด้วยความหวังและศรัทธาในตัวพี่ชายคนใหม่
หลี่ิยิ้มบางพลางกล่าวว่า “นับจากวันนี้ไป เ้าคือครอบครัวของข้า” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น พลางยื่นมือไปวางบนศีรษะของเซี่ยนซูอย่างเอ็นดู
เซี่ยนซูคุกเข่าลงทั้งน้ำตา “ท่านพี่ิ… ข้าซาบซึ้งใจนัก จะขอติดตามรับใช้ท่านพี่ไปชั่วชีวิต” นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ หัวใจพองโตด้วยความยินดีที่ได้รับความรักและความเมตตา
หลี่ิประคองให้เซี่ยนซูลุกขึ้น “ลุกขึ้นเถิดน้องข้า อย่าได้มากพิธีเลย” เขาใช้มือเช็ดน้ำตาบนแก้มนางอย่างแ่เบา “พี่สัญญาว่าจะดูแลเ้า และเราจะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกัน”
เซี่ยนซูพยักหน้ารับ ดวงหน้าที่เปรอะคราบน้ำตาประดับรอยยิ้มอ่อนโยน นางรู้ดีว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือนางจากความทุกข์ยาก และบัดนี้นางก็มีพี่ชายให้เรียกขานแล้วจริงๆ
หลังจากพักค้างแรมริมทางหลายวัน ทั้งสองก็เดินทางมาถึงนครกลางหุบเขาที่เป็จุดหมาย ณ ที่แห่งนี้มีสำนักแพทย์อันทรงเกียรติตั้งอยู่—สถานที่รวมยอดปราชญ์โอสถจากทั่วทุกแคว้น แค่ย่างเท้าเข้าประตูเมืองมาก็ััได้ถึงกลิ่นสมุนไพรหอมกรุ่นลอยอบอวลอยู่ในอากาศ แผงลอยขายวัตถุดิบโอสถและยาต่างๆ เรียงรายสองฟากถนน ผู้คนขวักไขว่ ไม่ว่าจะเป็หมอยาจากแดนไกล ศิษย์สำนักต่างๆ หรือชาวบ้านที่มาหาซื้อโอสถรักษาโรค
เซี่ยนซูเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น นางไม่เคยเห็นเมืองใดคึกคักเพียงนี้มาก่อน “ท่านพี่ ดูนั่นสิเ้าคะ!” นางชี้ชวนให้หลี่ิดูร้านขายรากโสมอายุร้อยปีที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหัวมุมถนน
หลี่ิพยักหน้าเล็กน้อย แววตายังคงแน่วแน่จดจ่อไปทางวิหารใหญ่กลางเมือง ซึ่งเป็สถานที่จัดการสอบเข้าสำนักแพทย์ “เรารีบไปยังสนามสอบกันเถอะ” เขากล่าวเรียบๆ แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น
เซี่ยนซูเดินตามหลังหลี่ิ “เ้าค่ะ ท่านพี่” แม้นางจะตื่นเต้นกับสิ่งรอบตัว แต่ก็ไม่ลืมภารกิจสำคัญตรงหน้า
เมื่อทั้งสองมาถึงลานกว้างหน้าวิหาร ที่นั่นมีผู้คนพลุกพล่าน ผู้เข้าสอบมากฝีมือจากทั่วทุกแคว้นมารวมตัวกันจนลานดูเล็กลงถนัดตา แต่ละคนล้วนแต่งกายในชุดยาวสีต่างกัน บ้างเป็ชุดแพทย์หลวง บ้างเป็ชุดศิษย์สำนักโอสถชื่อดัง ทุกคนต่างมีสีหน้ามุ่งมั่นและแววตามุ่งหมายชัยชนะในการสอบครั้งนี้
ณ ใจกลางลานสอบ มีแท่นหินสูงตั้งเป็เวที บนเวทีปรากฏชายชราในอาภรณ์สีขาวสะอาดปักลวดลายรูปสมุนไพรด้วยดิ้นทอง เขาคือปรมาจารย์ซุน อาจารย์ใหญ่แห่งสำนักแพทย์อันทรงเกียรติ ผู้ดูแลการสอบในปีนี้ รอบกายปรมาจารย์ซุนมีคณาจารย์ผู้าุโท่านอื่นนั่งเรียงรายตามลำดับตำแหน่ง พวกเขาล้วนครองสีหน้าเคร่งขรึม สายตากวาดมองผู้เข้าสอบเบื้องล่างอย่างพินิจพิเคราะห์
เสียงฆ้องดังสามครั้งเป็สัญญาณให้ผู้เข้าสอบทุกคนเข้าประจำที่ หลี่ิหันไปหาเซี่ยนซูที่ยืนส่งกำลังใจอยู่ไม่ห่าง “เ้ารอพี่ที่นี่ หลังสอบเสร็จพี่จะกลับมา” เขาบอกนาง
เซี่ยนซูพยักหน้ารับ แม้ในใจจะกังวลแทนหลี่ิอยู่บ้าง แต่แววตาของนางก็เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น “ข้าเอาใจช่วยท่านพี่เต็มที่เ้าค่ะ”
หลี่ิยิ้มให้กำลังใจนางครั้งสุดท้ายก่อนจะหันกายเดินเข้าลานสอบไป
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่สอบ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป ความเงียบเข้าปกคลุมแทนที่เสียงจอแจ ผู้เข้าสอบทุกคนยืนนิ่งรอคำสั่งด้วยความเคารพ ภายใต้แสงแดดยามสายที่สาดส่อง ลมอ่อนๆ พัดเอื่อย นำพากลิ่นหอมจางของสมุนไพรจากสวนโอสถด้านหลังวิหารมาปะทะจมูกหลี่ิชวนให้รู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย